ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry > วรรณกรรม

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
06-08-2009, 12:46 AM   #1 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
 
 
พระอิศวร (รามเกียรติ์)



ตัวละครในวรรณคดีไทย





พระอิศวร (รามเกียรติ์)




พระอิศวร คือ เทวดาผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ มีกายสีขาว แต่พระศอเป็นสีดำเพราะเคยดื่มยาพิษ มีพระเนตรถึง ๓ ดวง ดวงที่ ๓ อยู่กลางพระนลาฎ ซึ่งตามปกติจะหลับอยู่ เนื่องจากพระเนตรดวงที่ ๓ นี้ มีอานุภาพร้ายแรงมาก หากลืมขึ้นเมื่อใดจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้ได้ พระมเหสีของพระองค์ คือ พระอุมา มีพระราชโอรสด้วยกัน ๒ พระองค์ คือ พระขันทกุมาร เทพเจ้าแห่งสงคราม และพระพิฆเณศวร์ เทพเจ้าแห่งศิลป

พระอิศวร มีนาคเป็นสังวาล มีพระจันทร์เป็นปิ่น อาวุธประจำพระองค์ คือ ตรีศูล (หลาวสามง่าม) พาหนะของพระองค์ คือ โคอุศุภราช พระอิศวรมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น พระศุลีพระศิวะ พระภูเตศวร พระตรีเนตร พระสยมภู พระมเหศวร ชาวฮินดูนับถือพระอิศวรนี้ว่า เป็นเทพเจ้าสูงสุดในบรรดาเทพทั้งสาม ได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม โดยถือว่าพระอิศวรเป็นเทพเจ้าแห่งการทำลาย

บทบาทที่สำคัญของพระอิศวรในเรื่องรามเกียรติ์ คือ


ให้พรแก่ หิรัญยักษ์ ให้สามารถม้วนแผ่นดินได้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ชาวโลก จึงต้องให้พระนารายณ์ลงไปปราบหิรันตยักษ์ โดยพระนารายณ์แปลงเป็นหมูป่าขวิดฆ่าหิรันตยักษ์ได้สำเร็จ


ให้พรแก่ นนทก หรือนนทุก ยักษ์ที่ทำหน้าที่ล้างเท้าเทวดา ให้มีนิ้วเพชรสามารถชี้ใครให้ถึงแก่ความตายได้


ให้พระพายซัดอาวุธเข้าปากนางสวาหะ จนเกิดเป็นหนุมานทหารเอกของพระราม


ขว้างงาช้างปักอกทศกัณฐ์ ขณะที่ทศกัณฐ์กำลังไล่ฆ่ากุเปรัน


ยกนางดารา ให้แก่ สุครีพ เป็นบำเน็จในการยกเขาพระสุเมร โดยฝากนางดาราไปกับพาลี และพาลีก็สาบานว่าจะไม่ล่วงเกินนาง แต่พาลีก็ผิดคำสาบาน ทำให้พาลีต้องเสียชีวิตด้วยศรพระราม


เจ้าเมืองบาดาลชื่อวิรุณหก ไปเฝ้าพระอิศวรถูกตุ๊กแกล้อเลียน จึงขว้างตุ๊กแกด้วยสังวาล ทำให้เขาพระสุเมรุเอียง ทศกัณฐ์สามารถชลอได้ ทศกัณฐ์จึงทูลขอพระอุมาเป็นรางวัล พระอิศวรจำเป็นต้องยกให้ แต่ทศกัณฐ์ไม่สามารถล่วงเกินได้ จึงได้ขอนางมณโฑไปแทน


ให้ศรพรหมมาสตร์แก่ อินทรชิต


เกลี้ยกล่อมให้พระรามกับนางสีดาคืนดีกัน





 
06-09-2009, 07:06 AM   #2 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
พระศิวะ




พระศิวะ (คนไทยเรียกว่า พระอิศวร) เป็นบิดาของ พระพิฆเนศ มีชายาคือ พระแม่อุมาเทวี พระศิวะทรงเป็นมหาเทพผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล หนึ่งใน ตรีมูรติ หรือ 3 มหาเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู (พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ)

พระองค์ทรงประทานพรวิเศษให้แก่ผู้หมั่นกระทำความดี และยึดมั่นในศีลธรรม หากผู้ใดประพฤติเพื่ออุทิศถวายแก่พระองค์แล้วปรารถนาสิ่งวิเศษใดๆ พระองค์ก็จะประทานพรนั้นๆให้ แต่เมื่อได้พรสมปรารถนาแล้ว วันหน้าหากกระทำผิดไปจากความดีงาม ผู้นั้นจะเกิดวิบัติในชีวิต พระศิวะเทพจะเป็นผู้ทำลายทันที!!
มีความเชื่อกันว่าพระศิวะนั้น สามารถช่วยปัดเป่ารักษาเยียวยาอากาศเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ ได้อย่างมหัศจรรย์นัก!! หากผู้ใดที่เจ็บป่วยหรือต้องการขอพรให้คนในครอบครัวหายเจ็บไข้ได้ป่วย
ถ้ากระทำการบวงสรวงบูชาและขอพรจากพระศิวะ ก็มักปรากฏว่าความเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นถูกปัดเป่าให้หายไปได้โดยสิ้นในเร็ววัน
พระองค์เป็นเทพที่จะคอยขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ห่างไกล และทำให้เกิดความดีงามเป็นศิริมงคลเกิดขึ้น ผู้ที่มีความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นในทางใด หากบวงสรวงบูชา ขอพรให้พ้นทุกข์ พระศิวะก็จะประทานพรให้ผู้นั้นได้พ้นจากห้วงแห่งความทุกข์ด้วยเช่นกัน
พระศิวะ นั้นเป็นเทพที่จะอำนวยพรประทานความ
อุดมสมบูรณ์ให้แก่ผู้ที่มีอาชีพเลี้ยงวัว เลี้ยงม้า หรือเลี้ยงแกะ และอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตรทั้งปวง ก็จะมีความสำเร็จและมีความสมบูรณ์พูนสุข หากบวงสรวงบชาพระศิวะ...
นอกจากบทบาทความสำคัญโดยรวมที่กล่าวมาแล้วนั้น อีกบทบาทหนึ่งที่เด่นชัดแยกออกไป จากบทบาทของการเป็นมหาเทพ ผู้ทรงมีพระมหากรุณา ประทานพรแก่มวลมนุึ์ษย์นั้น พระศิวะยังทรงเป็นเทพแห่งคีตา คือเป็นเทพเจ้าแห่งการดนตรี และการร่ายรำ ระบำฟ้อนอีกด้วย

พระศิวะ ผู้เป็นพระเป็นเจ้าแห่งการทำลายล้าง พระองค์เปี่ยมไปด้วยอำนาจ พระพักตร์ของพระองค์แสดงให้เห็นว่าเป็นทั้งชาย เป็นทั้งหญิง เป็นทั้งผู้ใจดี เป็นทั้งผู้ดุร้าย จากชิ้นฝุ่นธุลี ไปจนถึงภูเขาหิมาลัย จากมดตัวเล็กๆ ไปจนถึงช้างตัวใหญ่ จากมนุษย์ไปจนถึงพระเป็นเจ้า อะไรก็ตามที่เราสามารถเห็นได้นั้น เป็นรูปแบบของพระศิวะทั้งหมด
ใน คัมภีร์อุปนิษัท ของฮินดู การท่องคำในพระคัมภีร์ส่วนมากมีคำว่า "ศิโวมฺสวหะ" (ข้าคือศิวะ) หมายความว่า บุคคลผู้มีสติปัญญาทุกๆคน ควรพิจารณาถึงตัวเอง และสิ่งทั้งหลายของสากลโลกเป็นรูปแบบของพระศิวะทั้งสิ้น เมื่อคิดระลึกได้อย่างนี้แล้ว ผู้นั้นก็จะเข้าถึงความสุขความสงบ
 
06-09-2009, 07:13 AM   #3 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
พระศิวะ




กำเนิดของพระศิวะนั้น ปรากฏเป็นเรื่องที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละยุคดังนี้

ยุคพระเวท


เรื่องก็มีอยู่ว่า พระพรหม นั้น เกิดความรำคาญอกรำคาญใจเป็นอย่างยิ่งนัก ที่พระเสโทหรือเหงื่อผุดซึมทั่วพระวรกาย และยังไหลรินย้อยลงทั่วบริเวณพระพักตร์อีกด้วย ในวันอันร้อนอ้าวเช่นนั่น พระพรหมทรงบำเพ็ญภาวนา เพิ่มตบะบารมีให้แกร่งกล้าอย่างมุ่งมั่น เมื่อรู้สึกว่าถูกรบกวนด้วยเหงื่อเช่นนั้น ก็จึงได้นำเอาไม้ไปขูดๆ ที่บริเวณพระขนงหรือคิ้ว โดยมิได้ระมัดระวังองค์นัก คมของไม้นั้นจึงได้บาดบริเวณพระขนงของพระองค์ จนกระทั่งปรากฏพระโลหิตผลุดซึมออกมา และหยาดหยดลงบนกองเพลิงเบื้องหน้าของพระองค์นั้นเอง
ทันทีที่พระโลหิตหยาดหยดลงในเปลวเพลิง ก็พลันเกิดเป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง จุติขึ้นมาในเปลวเพลิงนั้น ทันทีที่ถือกำเนิดขึ้นมาเบื้องหน้าพระองค์ เทพบุตรผู้งดงามองค์นี้ก็ได้ร้องไห้ พลางขอให้พระองค์ประทานนามให้แก่ตน ซึ่งพระพรหมได้ประทานให้ถึง 8 นามด้วยกันดังนี้
ภพ สรรพ ปศุบดี อุดรเทพ มหาเทพ รุทร อิศาล อะศะนิ
หลังจากนั้น เทพองค์นี้ก็มีชื่อเสียง เป็นที่นับถือของมนุษย์ทั่วไป โดยส่วนใหญ่แล้วบรรดามวลมนุษย์จะนับถือบูชาเทพบุตรองค์นี้ ในนามของ พระรุทร อันเป็นชื่อ หนึ่งใน 8 นาม ซึ่งนามรุทรนี้มีความหมายแปลได้ว่า ร้องไห้ สำหรับนามอื่นๆ อีก 7 นามนั้นยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายเท่าไรนัก
ว่ากันว่าพระรุทรเทพบุตรที่มีชื่ออันแปลว่าร้องไห้นี้ เป็นมหาเทพที่มีความยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีอำนาจบารมีค่อนข้างสูงนักในยุคพระเวทนี้ และยังเป็นเทพที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามนิยมนับถือบูชากันอย่างจริงจัง โดยนับถือให้พระรุทรเป็นเทพผู้ทำลายล้าง คือทำลายสิ่งที่เลวร้ายให้สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วให้พระพรหมสร้างสิ่งที่ดีงามขึ้นใหม่

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-09-2009 เมื่อ 07:22 AM
 
06-09-2009, 07:19 AM   #4 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา





กำเนิดพระศิวะ

ยุคมหากาพย์ มหาภารตะ


ในยุคนี้มีความเชื่อกันในเรื่องกำเนิดพระศิวะว่า พระองค์นั้นทรงจุติออกมาจากพระนลาฏ หรือหน้าผากของ พระพรหม จึงเท่ากับว่า พระศิวะ ก็เป็นพระโอรสองค์หนึ่งของ พระพรหม

ยุคไตรเภท
คัมภีร์ในยุคนี้ได้บันทึกถึงกำเนิดพระศิวะว่า ทรงประสูติจาก พระนางสุรภี และพระบิดาก็คือ พระกัศยปะเทพบิดร
คัมภีร์พรหมมานัส
พระศิวะเป็นเทพที่กำเนิดจาก พระประชาบดี มิได้เกิดจากพระโลหิตของ พระพรหม ดังเช่นที่มีการกล่าวไว้ในยุคพระเวท ครั้นเมื่อทรงจุติขึ้นมาแล้วเทพประชาบดีก็ถามพระโอรสว่า เหตุไฉนจึงร่ำไห้โศกาอาดูรตลอดเวลา
พระรุทร หรือเทพบุตรโอรสของพระประชาบดีที่กำลังร่ำไห้อยู่นั้น จึงได้ทูลตอบว่า เพราะว่าพระบิดาไม่ได้ตั้งชื่อ ให้เมื่อไม่มีชื่อก็จึงเสียใจร้องไห้เช่นนั้น พระประชาบดีจึงได้ตั้งชื่อให้โอรสองค์นี้ว่า พระรุทรซึ่งหมายถึงการร้องไห้ และพระรุทรองค์นี้ในคัมภีร์พรหมนัสได้กล่าวไว้ว่า น่าจะหมายถึงองค์ศิวะนั่นเอง
ในคัมภีร์โบราณ ที่ปรากฏอยู่ในหอวชิรญาณ ได้อธิบายถึงประวัติการกำเนิดของพระศิวะไว้ว่า เมื่อโลกได้ถูกเผาด้วยไฟบรรลัยกัลป์จนพินาศโดยสิ้นแล้วนั้น ได้มี คัมภีร์พระเวทและพระธรรม บังเกิดขึ้น และเมื่อพระเวทกับพระธรรมมาประชุมรวมกัน จึงได้บังเกิดเป็นมหาเทพองค์หนึ่งคือ พระปรเมศวร ในคัมภีร์นี้อธิบายการกำเนิดของพระศิวะว่าทรงสร้างพระองค์ขึ้นมาเอง หลังจากการทำลายล้างโลก โดยที่มิได้เป็นโอรสหรือจุติมาจากการนิรมิตสร้างสรรค์ของมหาเทพองค์ใด
 
06-19-2009, 01:02 PM   #5 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน

ขอบคุณมากนะคะสำหรับสิ่งที่ดีๆ

เล็กว่าภาพสวยมากเลยค่ะพี่ ชอบมากๆ เลยสำหรับภาพที่ปรากฎ สุดยอดเลยค่ะอ้าย




 
07-30-2009, 03:07 PM   #6 (permalink)
ร่วมกิจกรรมนำความรู้

เป็นประโยชน์มากเลย สำหรับคนที่ชอบเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ รอบตัวเรา
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry > วรรณกรรม


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว


หัวข้อที่คล้ายกัน
หัวข้อ ผู้เริ่มหัวข้อ ฟอรั่ม ตอบกลับ กระทู้ล่าสุด
รัตนศิลป์ รามเกียรติ์ แผ่นที่ ๑ ช่วงที่สอง นิลมณีหยก หมอลำเรื่องต่อกลอน 2 01-11-2008 08:59 PM


Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:43 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม