ชุมชนบ้านมหา > บ้านมหา วาไรตี้ > สุขภาพ Health

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
06-20-2009, 09:37 PM   #1 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
 
 
นาฬิกาชีวิต



1


นาฬิกาชีวิต
(BIOLOGICAL CLOCK)




 
2 ท่าน ที่ขอบคุณ auddy228
06-20-2009, 09:47 PM   #2 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต 2

สารบัญ


เรื่อง นาฬิกาชีวิต

คำนำ
แนะนำ อ.สุทธิวัสส์ คำภา
นาฬิกาชีวิต
กินอย่างไรจึงจะสุขภาพดี
ตอบคำถาม
อาหารเป็นยา
เล่าให้ฟัง
แบบประเมินผลการตรวจสุขภาพโดยใช้ Pendulum
อาหารสูตรเด็ด
ข่าวสุขภาพ
หนูดีใจ .............................




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:45 AM
 
06-20-2009, 10:00 PM   #3 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต 3

คำนำ



หนังสือ ?นาฬิกาชีวิต? เล่มนี้ เกิดจากการชอบฟังวิทยุ และฟังเทปที่ อ.สุทธิวัสส ์ คำภา ได้รับเชิญไปบรรยายตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะได้ติดตามฟัง อ.สุทธิวัสส์ บรรยายตามสถานที่ต่างๆ
อ.สุทธิวัสส์ คำภา และทีมงานจะประเมินสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ลูกดิ่ง
(Pendulum) มาประเมินสุขภาพให้สมาชิกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้สมาชิกสามารถพึ่งตนเองได้ และยังช่วยครอบครัวในเรื่องสุขภาพอีกด้วย โดยนำเอาสิ่งที่อยู่รอบตัวมาใช้ทำอาหารให้เป็นยา
การอาบน้ำรักษาโรค การพอกตัว (Body Detox) และอื่น ๆ อีกมากทำให้สมาชิกเกิดความศรัทธา และเรียกร้องมามากมาย ขอให้ช่วยถ่ายเอกสารให้เป็นการส่วนตัว ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการทำเป็นรูปเล่ม
เพราะเหตุนี้จึงได้รวบรวมบางส่วนซึ่งมีประโยชน์มาจัดทาํ เป็น หนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อตอบสนองและแจกจ่ายให้แก่สมาชิกตามต้องการ

จากใจ...........ผู้จัดทำ





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:45 AM
 
06-20-2009, 10:16 PM   #4 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต

"นาฬิกาชีวิต4

แนะนำ

อ.สุทธิวัสส์ คำภา

อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา ท่านเป็น ผู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ลูกดิ่ง สำหรับประเมินสภาวะสุขภาพ ผสมผสานกับความรู้เูรื่องธรรมชาติบำบัด ท่า่นได้นำความรู้ออกช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ที่กำลังมีความเสื่อมของร่างกาย โดยไมเ่ลือกชั้นเลือกฐานะ อาจารยเ์ป็นผู้มี จิตเมตตาสูง ปรารถนาที่จะเผยแพร่ความรู้ แูก่ผู้ที่สนใจให้เ้ป็น ผู้ช่วยที่ดีใกล้ตัว เพื่อจะนำไปใช้ดูแลตนเอง และคนรอบข้าง พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อมีโีอกาส ท่านคิดว่า่ ถ้า้ คนไทยรู้จักเลือกอาหารที่มีประโยชน์ สุขภาพก็จะแข็งแรงปลอดภัยจากการเจ็บป่วย งบประมาณที่รัฐต้องจ่ายไปเพื่อสั่งซื้อยาจากต่างประเทศก็ย่อมลดลงด้วย
อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา เป็นนักธรรมชาติบำบัดที่มีพื้นฐานจากครอบครัวแพทย์แผนไทยประกอบกับมีประสบการณ์ในการสืบค้นภูมิปัญญาไทยตามแนวธรรมชาติบำบัดยาวนานกว่า 30 ปีทั่วประเทศ ได้ค้นคว้าการแพทย์ในพระไตรปิฎกของพุทธศาสนา ท่านได้ศึกษา Pendulum จากแพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีเวเนซูเอล่า และได้พัฒนาประสานกับภูมิรู้ภูมิธรรมที่กว้างขวางและลึกซึ้งของท่าน นำ Pendulum มาประเมินภาวะสุขภาพโดยวิธีธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงนับเป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบของการประเมินสภาวะสุขภาพโดยวิธีธรรมชาติ ของการแพทย์แบบองค์รวมอาจารย์ สุทธิวัสส์ ได้เผยแพร่ความรู้ในเรื่องสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บเกิดจากมูลเหตุตามพระไตรปิฎก คือ
1. กรรม
2. จิต
3. พลัง
4. ร่างกายและอาหาร ซึ่ง Pendulum สามารถช่วยประเมินภาวะทั้ง 4 มิติ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน อาศัยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มากมายของอาจารย์ ทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้อย่างดีรอบด้าน และมีประสิทธิผล ที่สำคัญที่สุดคือ จิตใจที่ดี ีงามสงู ส่ง ของ อาจารย ์ สุทธิวัสส์ ท่านเป้นผู้ที่ไม่หวงวิชา ท่านได้
เผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ มากมายแก่ผู้สนใจ ลูกศิษย์ ฯลฯ ทั้งเรื่อง Pendulum พลังจิต การจัดกระดูกคอและกระดูกหลัง อาหารบำบัด การอาบน้ำรักษาโรค การพอกตัว (Body Detox) ฯลฯ เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งตนเองได้ในการประเมินภาวะสุขภาพของตนเองและผู้อื่น สามารถบำบัดรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สมบูรณ์ อายุยืนยาว ยังประโยชน์ให้กับตนเอง ครอบครัวสังคมไทย และสังคมโลกต่อไป



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:47 AM
 
06-20-2009, 10:28 PM   #5 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 5

นาฬิกาชีวิต 5



นาฬิกาชีวิต (BIOLOGICAL CLOCK)
การแพทย์ตะวันออกถือว่า กลางวันและกลางคืนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพของมนุษย์อย่างแยก
ไม่ออก โดยมองลึกลงไปอีกว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันนั้น ภายในร่างกายของมนุษย์ยังมีการ
ไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะภายในของร่างกายซึ่งประกอบด้วย อวัยวะตันและอวัยวะกลวง
อวัยวะตัน หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
อวัยวะกลวง หมายถึง กระเพาะอาหาร ถุง น้ำดี ลำไส้ใ้หญ่ ลำไส้เ้ล็ก กระเพาะปัสสาวะ ระบบ
ความร้อนของร่างกาย (ชานเจียว)
การไหลเวียนของพลังชีวิต (ลมปราณ) ที่ผ่านแต่ละอวัยวะนั้นจะใช้เวลาสองชั่วโมง ทั้งหมดมี
12 อวัยวะ รวม 24 ชั่วโมง คือ หนึ่งวัน เรียกว่า ?นาฬิกาชีวิต?
ตัวอย่างเช่น การไหลเวียนของเส้นลมปราณ ปอด จะมีพลังไหลเวียน เริ่มต้นที่เวลา 03.00 น.
และสูงสุดในช่วงประมาณ 04.00 น. จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลง และออกจากเส้นลมปราณปอดไปยังเส้น
ลมปราณลำไส้ใหญ่ เวลา 05.00 น. การรักษาโรคของเส้นลมปราณปอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดจึง
ควรอยู่ระหว่างเวลา 0.00-05.00 น. ได้มีการศึกษาวิจัยพบว่า ผลของการใช้ยาตะวันตก คือ ยา ดิติตา
ลิสในการรักษาโรคหัวใจล้มเหลว (มีการคั่งของน้ำในปอด) การให้ยาในช่วงเวลา 04.00 น. จะให้ผล
ออกฤทธิ์ประมาณ สี่สิบเท่า่ของการให้เวลาอื่น เป็น ต้น การเคลื่อนไหวของพลังชีวิตของอวัยวะ
ภายใน มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนและสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเวลา (นาฬิกาชีวิต) ร่างกายเราจึงมีกลไกการ
ปรับตัวมีการสร้างสารคัดหลั่งฮอร์โมน การทำงานของระบบต่างๆ ฯลฯ เป็นไปตามสภาพธรรมชาติที่
เปลี่ยนแปลงไป





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:47 AM
 
06-20-2009, 11:05 PM   #6 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 6

นาฬิกาชีวิต 6


การดำเนินชีวิต และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต ประจำวัน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
ของธรรมชาติ จึงเป็นหลักฐานของการมีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืน ปราศจากโรค โดยแบ่งเป็นช่วงเวลา
ดังนี้


01.00-03.00 น.

เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อนถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงเวลานี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน (meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย นอนจาก
ร่างกายจะหลั่งมีราทินประจำแล้ว ยังหลั่งสารเอนโดรฟิน (endorphin) ออกมาด้วยจึงไม่ควรกินอาหารเพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว หน้าที่หลักของตับ คือ ขจัดสารพิษในร่างกาย ส่วนหน้าที่รอง คือ
1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมีปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
2. ช่วยกระเพาะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงานหนักตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามากจึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ

03.00-05.00 น.
เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอนลุก ขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และรับ
แสงแดดในยามเช้า้ ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำปอดจะดี ผิวดีและจะเป็นคนที่มีอำนาจในตัว

05.00-07.00 น.
เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระทำให้เป็นนิสัยทุกเช้า ถ้าไม่
ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ตำาแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังไมถ่า่ยให้ดื่มนํ้าอุ่น 2 แก้ว ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาว โดยใช้น้ำ 1 แก้ว + น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 4-5 ลูก ทำดื่มจนกว่าจะถ่ายหรือบริหารโดยยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมทั้งหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วท้องจนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง

07.00-09.00 น.
เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำงาน ถ้ากินอาหารเช้า
ในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้เป็นคนตัดสิน ใจชา้ ขี้กังวล ขาไมค่อยมีแรง ปวดเข่า่ หน้าแก่เร็วกว่าวัย

09.00-11.00 น.
เป็นช่วงเวลาของม้าม ม้ามจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด
สร้า้งน้ำเหลือง ควบคุม ไขมัน คนที่ปวดศีรษะบ่อย มักมาจากความผิดปกติ ของม้าม อาการเจ็บชายโครง สาเหตุมาจากม้ามกับตับ

- ม้ามโต ม้ามจะไปเบียดปอด ทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย
- ม้ามชื้น อาหารและนํ้าที่กินเข้าไป จะแปรสภาพเป็น ไขมัน จึงทำใหอ้วนง่าย
ผู้ที่มันนอนหลับในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปากผ้ทู ี่พูดบ่อย ๆ หรือพูดเก่ง ๆ ม้าม จะชื้น จึง ควรพูดน้อยกินน้อย ม้ามจึงแข็งแรง



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:48 AM
 
06-20-2009, 11:23 PM   #7 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา

นาฬิกาชีวิต 7


11.00-13.00 น.

เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจทำงานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยง
ความเครียด เหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรืออาการตกใจให้ได้

13.00-15.00 น.

เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภทเพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทาํงาน ลำไสเ้ล็กมฮี๋ น้าท่ดี ดู ซึมสารอาหารท่เีป็นนํ้าทุกชนิด เช่น วิตามนิ ซี บี โปรตนี
เพื่อสร้างกรดอะมิโนสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโนน้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน ผู้หญิงมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชาย 11 ฟุต เพื่อให้การดูดซึมได้นานกว่าเนื่องจากต้องใชก้ รดอะมิโนมากกว่าผ้ชู าย เม่อื มีลาํ ไสย้ าวกว่าจงึ มกี ระดูกซี่โครงมากกว่าผ้ชู ายขา้ งละ1 ซี่

15.00-17.00 น.
เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ แนวพลังของกระเพาะปัสสาวะเริ่มจากหัวตา -> ผ่านหน้าผาก -> ศีรษะ -> ท้ายทอย -> แผ่นหลังทั้งแผ่น -> สะโพก -> ด้านหลังขา -> หัวเข่า -> น่อง -> ส้นเท้า -> นิ้วก้อย กระเพาะปัสสาวะจะเกี่ยวข้องกับระบบความจำไทรอยด์และระบบเพศทั้งหมดช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกายหรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง

ข้อควรระวัง ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออมามากไตจะวาย แต่ถ้ามีโปตัสเซียมปนออกมามาก หัวใจจะวาย
แก้ไขเรื่องหัวใจวายด้วยการให้ดื่มน้ำน้ำส้มหรือน้ำมะนาวเพื่อเติมโปตัสเซียม (ผู้ที่มีโีปแตสเซียมน้อยต้องระวังเรื่องการฉีดยาชา เพราะยาชา จะทำให้โปตัสเซียมลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจอาจวายได้ง่าย)
การอั่นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะจะถูกดูดซึมเขา้ สู่กระแสเลือด ทำให้เ้หงื่อ ที่ออกมามีกลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะ

17.00-19.00 น.
เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลานี้
ผ้ใูดมีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงวา่ มีปัยหาเรื่องไตเสื่อม ถ้า้ นอนหลับแล้วเพ้อ แสดงว่าอาการหนักมาก
- ไตซ้าย จะคุมสมองด้านขวา ซึ่งควบคุมด้านความคิดสร้างสรรค์อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงามชอบแต่งตัว ถ้าไตซ้ายมีปัญหา อารมณ์รักสวยรักงามจะหมดไป กลายเป็นคนปล่อยเนื้อปล่อยตัว และเป็นคนขี้ร้อน
- ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ ถ้าไตขวามีปัญญา ความจำจะเลื่อม
และเป็นคนขี้หนาว (ผู้ที่ไตแข็งแรงจะเป็น คนมีอายุยืนเป็นคนกล้า)
ถ้า้ ลำไส้เล็กมี ไีขมัน เกาะมาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะผ่านลำไส้เ้ล็กไม่ไ่ด้ ้จึงตกเป็นภาระของไต เป็น ผลให้ไตทำงานหนัก จึงกลายเป็น โรคไต ผู้ที่เป็นโรคไต สมองจะเสื่อมปวดหลัง เป็นหวัดง่าย มีเสลดในคอ
การดูแล คือ ตอนเช้าอาบน้ำเย็น ตอนเย็นให้อาบน้ำอุ่น กรณีที่อาบน้ำไม่ได้ ให้ใช้วิธีแช่เท้าแต่นํ้าควรใส่ส่มุน ไพรที่ถูกกับโฉลกของผู้ป่วย เช่น ขิง ข่า่ กระชาย อย่างใดอย่างหนึ่ง


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:50 AM
 
06-21-2009, 07:37 AM   #8 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 7

นาฬิกาชีวิต 8

19.00-21.00 น.
เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือ หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ
การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรงควรใส่เสื้อชุดสีดำ เทา เอาเท้า แช่
ในน้ำอุ่น
21.00-23.00 น.
เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ
23.00-01.00 น.
เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี (ถุงน้ำดีเป็นถุงสำรองเก็บน้ำย่อยที่ออกมาจากตับ)
อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมาดึงน้ำจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว
สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม (ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด) จะปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ (ผู้ที่ตัดถุงน้ำดีออก เมื่อ ตรวจด้วยลูกดิ่งจะพบว่า ถุงน้ำดีข้น มักมีอาการปวดขา ปวดสะโพก) ทางแก้ คือ อย่าใส่ชุดนอนที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ ไนล่อน ชุดนอนที่ทำจากใบสังเคราะห์จะไปดูดน้ำในร่างกาย ควรสวมชุดผ้าฝ้ายดีที่สุด ไม่ควรนอนบนที่นอนสูง ๆ เพราะจะทำให้เสียนํ้าในร่างกาย ดังนั้น ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา 23.00 น.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:50 AM
 
06-21-2009, 07:41 AM   #9 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 8


นาฬิกาชีวิต 9


กินอย่างไรจึงจะสุขภาพดี

คนมีสุขภาพดีตามหลักอภิธรรม

ความบกพร่องทางรูปกาย มีสาเหตุ 4 ประการ คือ

1. เกิดจากกรรม บางคนแก้กรรมก็หายป่วยได้

2. เกิดจากจิต เป็นวิธีคิดของคนบางคนทำให้ตัวเองป่วยได ้เช่น ความโกรธ คนที่โกรธบ่อย ๆ จะทำตับเสื่อมและเป็น สาเหตุของมะเร็งด้วย ทำไมจึงโกรธ เพราะมีสารอาดรีนาลีนเยอะ ทำไมจึงมีสารนี้มาก เพราะกิน เนื้อ สัตว์ สัตว์ รู้ตัวจะถูกเขาฆ่า ร่างกายของมันจะหลั่งสารอาดรีนาลีนออกมาเพื่อกล่อมประสาท ซึ่งสารพิษนี้ยังคงตกค้างอยู่ในเนื้อสัตว์ แม้จะนำไปต้มหรือทอด สารนี้ก็ยังตกค้างอยู่ ถ้าสารตัวนี้สะสมมากในร่างกายของคนเรา จะทำให้ฝันเหมือนวิ่งหนีเพราะถูกไล่ฆ่า

วิธีคิดของคนสามารถทำให้ป่วยได้ หรือการแสดงอาการต่าง ๆ เช่น โกรธ น้อยใจ ไม่ได้ดั่งใจงอน จะป่วยด้วยโรคทรวงอก ให้สังเกตคนที่ป่วยเป็นมะเร็งที่ทรวงอก มัก จะเป็นคนขี้ใจน้อยขี้กังวล


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย auddy228; 06-21-2009 เมื่อ 07:51 AM
 
06-22-2009, 09:37 PM   #10 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 10

นาฬิกาชีวิต 10



3. เกิดจากเหตุ อุตุ ในพระไตรปิฎก แปลว่า พลังงาน พลังงานการไหลเวียนในร่างายไม่ดีอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เกี่ยวกับการกินอุตุ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
- อัฌฌัตอุตุ (พลังงานที่ไหลเวียนในร่างกาย)
- พหิทธอุตุ พลังงานที่มาจากภายนอก แล้วซึมซับเข้ามาในร่างกายเราได้

พลังงานที่ไหลเวียนในร่างกายอยู่ที่ไหน ในร่างกายมีเซลล์ประสาทเชื่อมโยงจากสมอง ในสมองคนมีอนุภาคแม่เหล็ก 7,000 ชิ้น จากสมองมีสายคล้ายสายไฟโยงใยไปทั่วร่างกายเรียกว่า เซลล์ประสาท ข้าในเซลล์มีโพรงตรงกลาง มีประจุไฟฟ้าบวก รอบนอกมีประจุ
ไฟฟ้าลบ ประจุไฟฟ้าลบ มีหน้าที่ไีล่จับอนุมลู อิสระ ต่อต้านเชื้อโรค ถ้า้ มีประจไุฟฟ้า้
เยอะก็ไม่ค่อยป่วย ชื่อเรียกประจุไฟฟ้าลบ มีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม เช่น ใน
ญี่ป่นุ เรียกว่า่ ชิ จีนเรียกว่า่ ชี่ ชี่กง ในอินเดีย เรียกว่า ปราณ นที หรือ กณุฑลินี ฝรั่ง
เรียกว่า Vitality Force or Universal Force ถ้าเราวัดค่าสนามแม่เหล็กในคนปกติ
พลังงานเฉลี่ยปรกติ 0.7 เกาท์ ในคนที่กินเนื้อสัตว์จะมีน้อยกว่า และจะเจ็บป่วยบ่อย
เพราะค่าอุตุหรือพลังงานปั่นป่วน คนกินมังสวิรัติมักจะสูงกว่า 0.7 ยกเว้นบางกลุ่ม

- สี กลิ่น เสียง รส การเคลื่อนไหวออกกำลังกาย เป็นการกระตุ้น อุตุ

4. เกิดจากการกินอาหาร ในศาสนาพุทธแบ่งอาหารเป็น 4 กลุ่ม
ก. กวฬิงกลาหาร ได้จากการกินพวกพืชผักสมุนไพร เน้นที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
ข. ผัสสาหาร จากการสัมผัส เสียดสี ของสวยงามต่าง ๆ เช่น อัญมณี หินสีสวยงาม
ค. มโนสัญเจตนาหาร จากการใช้สมาธิ
ง. วิญญาณาหาร อาหารที่ได้จากจิตวิญญาณ จากความรัก ความผูกพัน จากความสัมพันธ์
ระหว่างครูอาจารย์กับศิษย์ หรือคนที่มีเป้าหมาย มีความคิดเหมือนกัน จะสามารถ
ประคองชีวิตให้อยู่ได้




 
06-22-2009, 09:58 PM   #11 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 11

นาฬิกาชีวิต 11


เวลาตกฟากของคนไม่เหมือนกัน จะเป็นตัวแสดงธาตุเจ้าเรือน หมอสมัยโบราณจึงต้อใช้วิธีคำนวณวัน
เดือนปเีกดิ ของเด็ก เพื่อจะได้รู้ว่าระบบไหนภายในร่างกายอ่อนแอ เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ธาตุเจ้าเรือนจะเปลี่ยนไปตามวิธีคดิ และสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถกิน อาหารตามธาตุเหมือน ตอนเป็นเด็กได้ ต้องกินตามธาตุปัจจุบัน

อวัยวะภายในร่างกายมี 12 ระบบ แต่ละระบบทำงานหนักเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ในแต่ละวัน
ช่วงตีสามถึงตีห้า ปอดจะทำงานหนัก คนที่มีปัญหาเรื่องปอดจะไมค่อยตื่นเวลานี้ คนตื่นได้ตีสาม ตีห้า้ แปลว่าปอดแข็งแรง มีโอกาสเป็นเป็นผู้นำคนเพราะลมมาจากปอด พูดมีพลังอำนาจ คนตื่นสาย ปอดจะไม่แข็งแรง


การรักษาโรคปอดหรือหอบหืด
ใช้ขิงเท่าหัวแม่มือของผู้ป่วย หอมแดงเท่า่ ขิง กระเทียมเท่า่ ขงิ ปั่นหรือตำ เติมนํ้า 1 แก้ว กรองเอาแต่น้ำ ใส่น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บีบมะนาว 3-4 ลูก ไม่เกิน 1 เดือน หอบหืดจะหาย เว้นเสียแต่จะเป็นมานานหลายสิบปีอย่านี้ต้องใช้เวลา 60 วัน

ช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ขับถ่ายอุจจาระออกไป แต่
คนเรามักจะไม่ตื่นในชว่งนี้ ซึ่งเป็น เวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง เมื่อ ไม่ตื่นจึงต้องบีบขึ้น เมื่อไมถ่า่ยตอนเช้า ลำไส้ใหญ่จึงรวน ดูอย่างไรว่าลำไส้รวน จะมีอาการปวดหัวไหล่ กล้ามเนื้อเพดานจะหย่อนแล้วทำให้นอนกรนในที่สุด ในรายที่ลำไส้ใหญ่ผิดปกติ ควรตื่นนอนก่อนตีห้า้แล้วไปขับถ่ายถ้าไม่ถ่าย
ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว ถ้า้ ยังไมถ่า่ยอีก ให้ดื่มนํ้าผึ้งผสมมะนาว และกดจุดข้างจมูกช่วย คนที่ขับถ่า่ยยากต้องกินอาหารเช้า บางคนไม่กินอาหารเช้า ดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียวก็อิ่ม ร่างกายจะดูดกากอาหารตกค้างซึ่งกำลังจะเป็นอุจจาระกลับเข้ากระเพาะใหม่ เท่ากับ ?กินกาแฟแกล้มอุจจาระ?
ช่วงเจ็ดโมงถึงเก้าโมงเช้า กระเพาะอาหารจะทำงานเต็มที่ช่วงนี้ ถ้าเราไม่ทานอาหารเช้า
อุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะ กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้า้เราขับถ่ายออกหมดเกลี้ยงเกลา จะไม่มีกลิ่นตัวเท่าไหร่ อย่างน้อยขอให้มี โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ก็จะได้สารอาหารเพียงพอในมื้อเช้าแล้ว
สูตรนี้ได้มาจากพระไตรปิฎก บำรุงกระเพาะ สมองดี




 
06-26-2009, 07:27 AM   #12 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
นาฬิกาชีวิต 12

นาฬิกาชีวิต 12


วิธีการดูแลแผลในกระเพาะอาหารเนื่องจากมีกรดมาก ใช้ขมิ้นชันเท่านิ้วก้อย 3 แง่ง ต้องขูดเปลือกออกก่อนเพาะในเปลือกมีสารสเตียรอยด์สติกนิน (สารนี้สะสมมากอาจเป็นอันตรายได้) นำมาหั่นเป็นแว่น ๆ ใส่ถ้วย เติมน้ำร้อยลงไป 3 ช้อนชา แต่ตักดื่มเพียง 2 ช้อน ที่เหลือทิ้งไป เป็นการรักษาแผลตามหลอดอาหารได้ดีมาก?.
ผู้เูป็น แผลที่หลอดอาหารมักไม่ค่อยรู้ตัว ส่วนใหญ่เ่มื่อกินยาเข้าไปรักษา ยาจะเลยหลอดอาหารไปลงกระเพาะหมด ลองใช้สูตรนี้ คือ กล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้าดิบประมาณ 2 ผล ใช้ทั้งเปลือก ตัดจุก ตัดก้า้น หั่นเป็น แว่น ๆ นำไปต้มในหม้อใส่นํ้าพอท่วม เติมน้ำตาลกรวด กินเป็นประจำ ส่วนกล้วยหอมสุกกินทุกวันตอนเย็นสองลูก จะทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือต้มกล้วยหอมสุกทั้งเนิ้อ และเปลือก ใส่น้ำตาลกรวด กินทั้งเนื้อ และเปลือกก็จะดีมาก

ช่วงเก้าโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมง ม้ามจะทำงานหนัก ให้พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
ช่วงสิบเอ็ดโมงถึงบ่ายเป็นช่วงของระบบหัวใจ หมายถึง กล้ามเนื้อหัวใจ คนที่มีปัญหาเรื่องนี้ จะแสดงอาการปวดไหล่ ไม่ได้แสดงอาการที่หน้าอกอย่างที่เีข้าใจกัน กล้วย ส้ม มะเขือ เตย รากบัว เป็นอาหารบำรุงหัวใจ (เม็ดบัวบำรุงตับ ไต)

ช่วงบ่า่ยถึงสามโมงเย็น เป็น ช่วงเวลาลำไส้เล็ก ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากในยุคสมัยนี้ เพราะว่าเป็นต้นเหตุของไข้หวัดหนู นก และเป็นตัวฆ่านักมังสวิรัติ ลำไส้เล็กขดไปมาในร่างกายผู้ชาย 30 ฟุตผู้หญิงจะมากกว่าชายอีก 10 ฟุต การที่ไส้ขดไปขดมา เมื่อกิน อาหารเข้าไป ส่วนที่ย่อยไม่หมดจะไปเน่าเสียตกค้างอยู่ตรงส่วนที่หักมุมของลำไส้ เศษผักไม่เท่าไหร่ ที่เป็นปัญหาคือ ทุกวันนี้ใช้น้ำมันผัดผักเพราะเร็วดี ถ้าเป็นน้ำมันธรรมชาติล้วน ๆ เช่น น้ำมันมะกอก จะไม่เป็นปัญหาต่อลำไส้เล็ก แต่น้ำมันที่ซื้อขายทั่วไปมัก มีส่วนผสม ของน้ำ้มันปาล์ม แม้จะบอกว่าเป็นถั่วเหลืองหรือเมล็ดทานตะวันก็ตามลองเปรียบเทียบการทำความสะอาดครัวสมัยนี้ ต้องใช้นํ้ายาเคมืเีพื่อล้างคราบน้ำ้ มันเหนียวเหนอะออกไปน้ำมันปาล์มเมื่อโดนความร้อนจะทำให้เ้หนียวหนืด เวลาโฆษณา มักจะบอกว่าไม่เ่ป็น ไร เมื่อนำไปแช่ตู้เย็น แต่ในร่างกายคนเรามีอุณหภูมิ 37 องศา เมื่อเข้าสู่รู่างกายจะไปเกาะที่ลำไส้ เวลาดื่มนํ้านํ้าก็ไม่ส่ามารถทะลุผ่า่น ทำให้ต้องฉี่บ่อย ๆ บางคนดื่มไม่ถึง สิบนาทีต้องลุกไปฉี่เพราะไตทำงานหนัก เมื่อเป็นอย่างนี้ทุกวันจะทำให้กระดูกเสื่อม เพราะไตเป็นตัวควบคุมกระดูกและสมอง และเลือดไปเลี้ยงสมองก็น้อย เกิดปัญหาสมองเสื่อมตามมาอีก

คนทเี่ป็น โรคไตเวลาตรวจปัสสาวะจะพบโปรตีนเพราะโปรตีนไม่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ ต้องมีสี่ตัวหาม สามตัวแห่ คือ วิตามินซี บี 1 บี 3 บี 6และ บี 11 เข้าไปเป็นชุดของมัน จะขาดตัวหนึ่งตัวใดไม่ได้ ต้องมาพร้อม ๆ กัน ที่ไตทำงานหนักก็เพราะเหตุนี้เมื่อเป็นปัญหาที่ไต นํ้าไมอาจผ่านเข้า้ ไปได้สิ่งที่ตามมา คือ ถุงุน้ำดีข้น ถุงน้ำดีจะเก็บน้ำดีจากตับแล้วมาย่อยไขมัน ถงุ นํ้าดีจะแห้งไปทุก วัน เพราะน้ำไม่เข้า้ตัว เราจะตื่น นอนหรือนอนไม่หลับในชว่งห้าทุ่มถึงตีสาม ไปหลับอีกทีในช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นเวลาที่ควรตื่นนอนแล้ว เพราะว่าช่วงนี้มันง่วงก็ไปหลับเช้ามืดอีกที เพราะฉะนั้นช่วงนี้ถุงน้ำดีจะข้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของไมเกรน ถ้าแพทย์แผนปัจจุบันต้องรอให้ปวดหัว เสียก่อนแต่แ่พทย์แผนโบราณจะตัดสินได้ว่าเป็นไมเกรนได ้ ตั้งแต่เ่ริ่มมีอาการคอแห้ง ร้อนใน ปวดตามซี่โครง ปวดขาด้านข้าง เสียวฟัน ปลายประสาทฟันดูเหมือนจะอักเสบตลอดเวลา ไปหาหมอฟัน หมอจะถอนให้ พอปวดกระบอกตา ปวดหู หมอจะบอกว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่ต้นเหตุจริง ๆมาจากถุงน้ำดีข้น ซึ่งเป็นเรื่องของเหตุตาม ๆ กันมาที่ทำให้ปวดหัวข้างเดียวหรือสองข้าง เลือดเลี้ยงสมองส่วนหน้าไม่พอ จะมีปัญหาสายตาตามมา ตาจะเป็นต้อง่าย จมูกจะเป็นไซนัสง่าย เป็นภูมิแพ้ง่ายนี่คือผลพวงมาจากลำไส้เ้ล็กไม่สะอาดทั้งสิ้น


วิธี detox ลำไส้เล็กตามธรรมชาติ เอาสูตรมาจากพระไตรปิฎก คือ สูตร โยเกิร์ต+นมสด+
น้ำผึ้ง+น้ำมะนาว กินเข้าไปจะไปล้างลำไส้ได ้ แลคโตบาซิลัสในโยเกิร์ต จะไปช่วยไขมันที่อยู่ในลำไส้ไปย่อยขยะในลำไส้ด้วย เปลี่ยนเป็นวิตามินบี 12 ให้เ้รา สูตรนี้กินนตอนเช้าลดความอ้วน กิน ตอนเย็นเพิ่มความอ้วน ฝึกดื่มน้ำตามมาก ๆ









:heart:
 
ชุมชนบ้านมหา > บ้านมหา วาไรตี้ > สุขภาพ Health


ป้ายกำกับ
นาฬิกาชีวิต, สุขภาพ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว


หัวข้อที่คล้ายกัน
หัวข้อ ผู้เริ่มหัวข้อ ฟอรั่ม ตอบกลับ กระทู้ล่าสุด
สาวผู้ฮ้าย, นาฬิกาชีวิต สาวผู้ฮ้าย ธรรมะ-รักษาจิต Religion 2 02-05-2009 03:22 PM


Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:51 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม