ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry > วรรณกรรม

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
06-23-2009, 11:01 PM   #1 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
 
รูปส่วนตัว auddy228
 
สว่างใจ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ

Hans Christian Andersen (ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน)

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ

หนาวเหลือเกิน หิมะกำลังตก และราตรีกำลังคืบคลานเข้ามาถึง วันนี้เป็น วันสุดท้ายของปี วันส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ ในความหนาวเยียบเย็น และมืดมัวนั้น ในถนนสายหนึ่งมีผู้คนมากมายออกมาเดินเลือกซื้อของ ขวัญกันด้วยหน้าตาที่สดชื่นเพราะวันนี้เป็นคืนวันสิ้นปี และในท่ามกลาง ความขวักไขว่ของผู้คนเหล่านั้น ได้มีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆแต่งตัวด้วยเสื้อผ้า ที่เก่าและสกปรกคนหนึ่งเดินไปตามถนนสายนั้นเพื่อ ขายไม้ขีดไฟซึ่งเป็น อาชีพของเธอนั่นเอง เธอห่อไม้ขีดไฟไว้ในผ้ากันเปื้อน และถือไว้ในมืออีก กำใหญ่ เด็กน้อยเดินตะโกนร้องขายไม้ขีดไฟไปเรื่อย ๆ " มีใครต้องการไม้ ขีดไฟบ้างไหมคะ...ไม้ขีดไฟค่ะ... ไม้ขีดไฟ"


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ

" คุณป้าขา...ช่วยกรุณาเมตตาซื้อไม้ขีดให้หนูหน่อยสิคะ " เธอร้องบอก ขายกับสองแม่ลูกคู่หนึ่งที่เดินผ่านมา ด้วยหวังว่าสองแม่ลูกคู่นี้ดูท่าทาง จะเป็นคนใจดี ไม่แน่หรอกบางทีเธออาจจะได้รับความเมตตาบ้างก็อาจเป็นได้ " ไม้ขีดไฟที่บ้านมีอยู่แล้วมากมาย...ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที ไม่เอาหรอกจ๊ะ ลองไปถามขายคนอื่นดูเถอะ " ไม่มีใครซื้อไม้ขีดจากเธอเลยตลอด ทั้งวัน และไม่มีใครให้ทานเธอเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว หนูน้อยที่น่าสงสาร เดินคอตกหนาวสั่นและหิวโหยน่าเวทนายิ่งนัก เกล็ดหิมะเกาะกรังเป็นปุยอยู่บน ผมสีทองยาวสลวยประบ่าของเธอ แน่นอน แม่หนูไม่ได้คิดอาลัยไยดีในสารรูป ของตัวเองเลยสักนิด

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ

เธอพยายามที่จะขายไม้ขีดไฟให้ได้ เพราะถ้าวันนี้เธอขายไม้ขีดไม่ได้เลยสักกำหรือไม่ได้ เงินเลยแม้สักชิลลิ่งหนึ่งแล้ว เมื่อกลับบ้านไปโดยมือเปล่า เธอจะต้องถูกพ่อซึ่งเป็นคนขี้เมาตบตีเอาอย่างทารุณ เด็กหญิง ตัวน้อยๆคนนี้ จึงพยายามเดินขายไม้ขีดไฟของเธอไปเรื่อย ๆอย่างใจลอย และขณะที่เธอ กำลังจะข้ามถนนไป อีกฝั่งหนึ่งนั้น ก็ได้มีรถเกวียนแล่นผ่านมาด้วยความเร็วสูง เธอจึงกระโดดหลบ มันทำให้ร้องเท้าคู่เก่า ๆที่เธอใส่มานั้นต้องกระเด็นไป คนละทิศคนละทาง เธอตกใจมากแต่ก็ร้องห่วงรองเท้าของเธอขึ้นด้วย เสียง อันดังว่า " โอ๊ะ รองเท้า "
 

06-23-2009, 11:09 PM   #2 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
สว่างใจ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 2

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ  2


เด็กน้อยผู้น่าสงสารมองตามรองเท้าที่กระเด็นไปนั้นอย่างนึกเสียดาย เพราะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่รองเท้าคู่ เก่า ๆที่ใหญ่เกิดขนาดเท้าของเธออย่างมาก ก็ตาม แต่มันเป็นรองเท้าของแม่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วของเธอและ เป็นรองเท้า คู่ที่เธอมีไว้สวมใส่ออกไปข้างนอกในหน้าหนาวเพื่อประทั้งความหนาวเย็น ให้เพียงคู่เดียวเท่านั้น...แรงกระโดดด้วยความลนลานทำให้รองเท้า ข้างหนึ่งกระเด็นหายไปไหนไม่รู้ ส่วนอีกข้างเด็กชายจอมเกเร คนหนึ่งคว้าเอาไปได้ แล้วก็ร้องบอกว่า " เขาจะเอาไปทำอู่ให้ลูกของเขานอน " ก่อนที่จะวิ่งหนีหายไปจากที่นั่น...


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ  2


ด้วยเหตุนี้ แม่หนูน้อยจึงต้องเดินด้วยเท้าเปล่าที่แดงคล้ำช้ำไปเพราะความ หนาวไปตามถนน เธอรวบรวมเก็บไม้ขีดไฟที่ตกกระจัดกระจายเกลื่อนกราดไปหมด นั้นอย่างเศร้าหมอง " ไม้ขีดพวกนี้คงจะนำมาขายเป็นสินค้าไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว นี่ถ้ากลับไปบ้านเราจะต้องโดนพ่อดุด่าทุบตีมากมายขนาดไหนนะ " เธอคิด อย่างเลื่อนลอย แล้วเธอก็ออกเดินต่อไปอย่างไรจุดหมายปลายทาง เท้าเล็ก ๆ คู่นั้น บอบช้ำจนเขียวเพราะความเย็นของหิมะ โธ่..เวรกรรมอะไรของเธอนะ..ช่าง เป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารเสียเหลือเกิน....

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ  2

มีแสงสว่างส่องออกมาจากหน้าต่างตามบ้านทุกบาน และมีกลิ่น หอมหวนของห่านอบโชยกรุ่นออกมาสู่ถนน ใช่สิ..วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าเพื่อ ต้อนรับปีใหม่ หนูน้อยพร่ำรำพึงกับตัวเองตลอดเวลา เสียงหัวเราะต่อกระซิก และเริงร่าอย่างมีความสุขของคนในบ้านเหล่านั้น เรียก ร้องให้เธอไปหยุดและแอบมองดู ในที่สุดก็ถึงวันสิ้นปีแล้วสินะ เรื่องนี้ต่างหาก ที่อยู่ในความคิดของเธอ วูปหนึ่งที่เธอคิดอิจฉาพวกเขาเหล่านั้น พลันน้ำตาของ เธอก็ไหลลงมาอย่างสุดจะกลั้น มันไหลเป็นทางลงมาเป็นสายไม่ยอมหยุด





:heart:
 
06-23-2009, 11:16 PM   #3 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
แง้ๆๆ...อ่านแล้วข่อยซิไห้ ฮือๆๆๆๆ เป็นตาลิโตนแท้หล่า
 
06-23-2009, 11:22 PM   #4 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
สว่างใจ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 3

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 3


เธอนึกถึงแม่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...เพราะเมื่อตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่ก็มักจะ จัดงานเลี้ยงฉลองและทำอาหาร เพื่อขอบคุณพระเจ้าในวันคริสต์มาส ให้กับเธอและครอบครัวเสมอ...แต่ตอนนี้ไม่มีแม่เสียแล้ว เธอเห็นพวกคนในบ้าน กำลังมอบห่อของขวัญให้กับพวกลูก ๆของเขา เด็ก ๆรีบแกะห่อของขวัญกันอย่างดีใจ ช่างน่าอิจฉาความโชคดีของพวกเขาเหล่านั้นเสียเหลือเกิน...เธอแอบมอง ความสุขของพวกเขาเหล่านั้น อยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ และเธอมารู้สึกตัวเอาก็ต่อเมื่อ ไฟที่สว่างไสวในบ้านหลังนั้นได้ถูกดับลง ทุกอย่างกลับคืนสู่ สภาพที่เงียบเหงา และเวิ้งว้างอย่างเก่าของมันไปทั่วทั้งบริเวณนั้นอีกครั้งหนึ่ง...


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 3


หิมะยังคงตกลงมาเป็นระยะ ๆ เด็กหญิงยังคงเดินต่อมาอีก
เรื่อย ๆและเพราะ ความหนาวและอ่อนเพลีย เธอ จึงเดินไปล้มตัวลงนั่งหลบอยู่ที่บันไดบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีชายคายื่นออกมาน้อยนิดแต่คงพอช่วยที่จะใช้หลบ หิมะได้บ้าง เธอนั่งห่อตัว ให้เล็กลงเพื่อหวังจะให้อุ่นขึ้นเพื่อคลายความหนาว แต่มันก็ไม่สามารถที่จะ ช่วยให้เธอหายหนาวได้เลยสักน้อยนิด เธอไม่กล้ากลับไปที่บ้านด้วยเพราะกลัวพ่อมาก พ่อจะโหดร้ายกับเธอเสมอเวลาที่พ่อเมา...เธอกลัวเหลือเกิน...เด็กน้อยหนาว จนสั่นเทาไปทั้งตัว มือของเธอเย็นเฉียบจนเกือบจะ เป็นน้ำแข็ง เธอพยายามหดตัว ให้เล็กลงไปอีก แต่เธอก็ยังคงหนาวอยู่อย่างนั้น เธอไม่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเลยจริงๆ


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 3


มือเล็ก ๆ ทั้งสองของแม่หนูเย็นเฉียบชืดชาไปหมดด้วยความหนาวเหน็บ อา...ไม้ขีดไฟก้านเล็ก ๆ นี้สักก้านอาจจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น หากเธอจะกล้าดึง เอามันออกมาจากมัดเพียงก้านเดียวเท่านั้น แล้วขีดเข้ากับกำแพง เพื่อ อังนิ้วของตัวเองให้อุ่นขึ้น แล้วในที่สุดแม่หนูน้อยก็ดึงไม้ขีดออกมาหนึ่งก้าน " แชะ " เกิดประกายวาบแล้วก็ลุกโพลงขึ้น มันเป็นเปลวอันแสนสดใสและ อบอุ่น คล้ายดวงเทียนเล่มเล็ก ๆ หนูน้อยเอามือขึ้นป้องมันไว้ เป็นดวง ประทีปที่แสนวิเศษ หนูน้อยเคลิ้มไปว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ที่หน้าเตาผิง ที่มีประตู และลูกบิดเป็นทองเหลืองขนาดใหญ่ ไฟกำลังลุกโพลงและ แสนจะอบอุ่น


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 3

วิเศษ....แม่หนูยื่นเท้าออกไปเพื่อจะอังให้มันอุ่นขึ้น แต่ เปลวไฟก็ดับวูบลง เตาผิงก็ได้หายวับไป หนูน้อยนั่งถือก้านไม้ขีดไฟ ที่ไหม้แล้วค้างอยู่ในมือไม้ขีดไฟก้านใหม่ถูกจุดขึ้นมาอีก มันไหม้โพรง สว่างไสว คราวนี้ผนังตึก ซึ่งแสงสว่างฉาบฉายไปกระทบนั้นกลายเป็น โปร่งใสคล้ายเยื่อไม้อันบางเบา หนูน้อยสามารถมองทะลุเข้าไปภาย ในห้องเห็นโต๊ะลาดปูด้วยผ้าขาวสะอาด มีจานเคลือบวางอยู่


:heart:
 
06-23-2009, 11:51 PM   #5 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
สว่างใจ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4


บนจานนั้นมีห่านย่างยัดใส้ และลูกพรุนควันกรุ่นน่าเอร็ดอร่อย และวิเศษยิ่งไปกว่านั้น เจ้าห่านย่างยังกระโดดออกมาจากจาน แล้วยังเดินเตาะแตะไปตามพื้น มีดกับส้อมสำหรับ ตัดปักอยู่ติดหลัง มันเดินตรงเข้ามาหาแม่หนูน้อยผู้ยากไร้ และแล้วพลัน ไฟก็ดับวูบลงอีก...มองไม่เห็นอะไรอื่นเลยนอกจากผนังตึกที่ทึมทึบเท่านั้น

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4

หนูน้อยจุดไม้ขีดขึ้นอีก คราวนี้เธอเห็นตัวของเธอเองนั่งอยู่ใต้ต้นคริสต์มาส ที่เป็นต้นที่สูงกว่าและตกแต่งมากมายกว่าต้นที่เธอเคยมองผ่านกระจกเข้าไป เห็นที่บ้านพ่อค้าผู้มั่งคั่งในวันคริสต์มาสปีที่แล้วมากมายนัก ดวงเทียนนับพัน จุดสว่างไสวอยู่กับกิ่งอันเขียวขจี ภาพพิมพ์สีสวยสดคล้ายที่เคยเห็นประดับ ประดาอยู่ตามตู้กระจกหน้าร้านกำลังมองลงมาดูเธอ หนูน้อยยื่นมือทั้งสอง ออกไปไขว่คว้า


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4



เทียนบนต้นคริสต์มาสค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น...ลอยสูงขึ้น...จนแม่หนูเห็นว่า มันก็คือดวงดาวที่เปล่งแสงอยู่บนท้องฟ้านั่นเอง " โอ...ช่างสวยงามเสียจริง ๆ" เด็กน้อยรำพึง พวกเทียนนับพันเล่มเหล่านั้น ตั้งระดับแถวเรียงกัน แล้วลอยสูงขึ้น ๆ ไปสู่ท้องฟ้า พวกเทียนเหล่านั้น ได้กลายเป็นดวงดาว มันจึงทำให้ทั่วผืนฟ้ามีแสงสว่างทั่วไปทั้งหมด...



หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4

เด็กน้อยพยายามยื่นมือทั้งสองข้างออกไปไขว่คว้า แต่แล้วไม้ขีดไฟในมือ ก็ดับวูปลง ดาวดวงหนึ่งหล่นวูบเป็นทางยาวแดงเป็นไฟตกลงมาจากฟ้า...
" คนๆ หนึ่งกำลังจะตาย "
หนูน้อยละเมอ คุณยายผู้ชราและเป็นที่รักของ แม่หนู และเป็นผู้เดียวที่ให้ความการุณต่อเธอ แต่ได้สิ้นชีวิตไปแล้วได้เคย เล่าให้ฟังว่า เมื่อใดที่มีดาวตก เมื่อนั้นจะต้องมีดวงวิญญาณดวงหนึ่งลอยขึ้นไปสู่สวรรค์


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4

หนูน้อยขีดไม้ขีดกับกำแพงอีกก้านหนึ่ง แสงสว่างส่องไปโดยรอบท่ามกลาง แสงเรืองรองนั้น คุณยายผู้ชราของเธอยืนอยู่ มองดูแสนผ่องแผ้วสดใส และ เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาอารี
" คุณยายขา...ยายจริง ๆด้วย " หนูน้อยร้อง คราง ด้วยความดีใจอย่างที่สุด เธอรีบวิ่งเข้าไปสู่อ้อมแขนของยายที่กางออกมา รอรับ
" ยาย จ๋า...หนูคิดถึงยายเหลือเกิน "


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 4

เด็กหญิงกอดยายไว้แน่นเหมือนไม่อยากให้ยายจากหายไปจากเธออีก เด็กน้อย ร้องให้ฟูมฟายบอกกับยายว่า " ยายจ๋า...ทำไมยายถึงด่วนจากไปและทิ้งหนูไว้ คนเดียวเล่าคะ? ยายจ๋า..ให้หนูไปอยู่กับยายด้วยคนนะจ๊ะ อย่า จากหนูไปที่ไหนอีกเลย...ฮื่อ ๆๆ "
ยาย มองเด็กหญิงด้วยใบหน้าที่เปี่ยม และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ยายก็ไม่พูดตอบว่าอะไรได้แต่โอบกอดเธอไว้เหมือนปลอบใจ แล้วใน ขณะนั้นเด็กน้อยเหลือบไปมองเห็นไฟที่ไม้ขีดที่เธอกำลังถืออยู่นั้นว่ามันกำลังจะดับ ลง ดังนั้นเด็กน้อยยิ่งพยายามกอดยายไว้จนแน่น .



:heart:
 
06-24-2009, 12:08 AM   #6 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
สว่างใจ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 5

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 5


" ได้โปรดเอาหนูไปอยู่กับยายเถิดค่ะ หนูรู้ว่าคุณยายจะต้องหายไปพร้อมกับไม้ขีดที่มอด ไหม้ หายไปเหมือนๆ กับเตาผิงอันอบอุ่น ห่านย่างที่น่าเอร็ดอร่อย และต้นคริสต์มาส ที่ใหญ่โตน่าอัศจรรย์ต้นนั้น "
แล้วแม่หนูก็รีบตะลีตะลานจุดไม้ขีดไฟที่เหลืออยู่ ในมัดขึ้นทั้งหมด เพียงเพราะเธอต้องการให้คุณยายอยู่กับเธอ ไม้ขีดไฟส่อง ประกายวูบวาบจนกลายเป็นแสงสว่าง เจิดจ้ามากกว่าแสงแห่งกลางวัน ...


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 5

ไม่เคยเลยในชีวิตที่จะเห็นคุณยายทั้งสวยทั้งสูงเช่นนี้ คุณยายโอบอุ้มเอาหลานน้อย เข้าไว้ในอ้อมแขน ท่ามกลางรัศมีที่สว่างไสว และน่าชื่นใจ แล้วทั้งคู่ก็ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น สูงขึ้น ลอยไปสู่ที่ที่ซึ่ง ไม่มีความหนาวเย็น ไม่มีความหิวโหย ไม่มี ความหวาด กลัวและโหดร้าย ทั้งสองได้ไปถึงที่สุคติแล้วไปอยู่กับพระเจ้าที่บนสวรรค์ ...


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 5

" ยายจ๋า...ยายจะพาหนูไปที่ไหน? หรือคะ..."
" ไปอยู่กับพระเจ้าด้วยกันนะลูก" ยายหันมาตอบ เด็กหญิงด้วยเสียงใจดี แล้วยายยังบอกอีกว่า เมื่อไปถึงที่บน สวรรค์แล้ว เธอก็จะได้พบกับแม่ของเธอด้วย ตอนนี้แม่ของเธอคงกำลังเตรียม ทำอาหารเพื่อขอบคุณพระเจ้า ในวันคริสต์มาสไว้ต้อนรับการมาของเธอ เด็กหญิง ยิ้มรับและหัวเราะระรื่นจนแก้มน้อย ๆเป็นสีชมพู ด้วย ใบหน้าที่สุข สมหวังและมีความสุขเป็นอย่างที่สุด.............


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 5


ในเช้าตรู่อันเยียบเย็นของวันรุ่งขึ้นหนูน้อยนั่งคุดคู้ซุกตัวอยู่ในระหว่างซอกบ้าน ในชายคาเล็ก ๆของบ้านสองหลัง แก้มของเธอยังเป็นสีชมพู รอยยิ้มก็ยังแย้ม อยู่บนริมฝีปาก แต่ตัวของหนูน้อยนั้นเย็นจนเป็นน้ำแข็ง เธอสิ้นใจตายเสียแล้ว ในคืนวันสุดท้ายของปีเก่านั้นเอง...พวกผู้คนที่เดินผ่านมาและมองเห็นเธอ เขา ทั้งหลายตกใจและตะโกนร้องขึ้น "เร็ว ๆแย่แล้ว...ทำไมมีเด็กตัวเล็ก ๆมานอนอยู่ ตรงนี้.. เร็วรีบไปตามหมอมาดูเธอหน่อยเร็ว ๆ " แต่พวกเขาทั้งหลายไม่รู้หรอกว่า มันสายไปเสียแล้ว...



:heart:
 
06-24-2009, 12:18 AM   #7 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
สว่างใจ หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 6

หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 6



เมื่อหมอเดินทางมาถึง และจับไปที่
ทีพจรของเด็กหญิงคนนั้น
" เธอตายมา นานแล้วหละ สายไปเสียแล้ว ที่จะช่วยเธอ โถ...ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน " ผู้ คนที่พบเธอและหมอต่างเสียใจ เพราะเมื่อพวกเขามองไปที่ มือของเด็กคนนั้น ก็ได้เห็นว่าเธอได้กำไม้ขีดไฟที่ถูกจุดแล้วไว้ในกำมือนั้นจนแน่น
" โถ ๆๆ นี่ คงจะหนาว มากสินะ แต่ไม้ขีดไฟน้อยนิด แค่กำมือเดียวนี้มันไม่ได้ช่วยให้เธออุ่น ขึ้นมาได้เลย ช่างน่าสงสารเหลือเกิน "


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 6


มีผู้คนมากมายเข้ามาล้อมรอบดูเด็กหญิงผู้น่าสงสาร ในจำนวนนั้นมี แม่ลูกคู่ที่เด็กหญิงไปร้องขายไม้ขีดให้ แต่ได้บอกปฏิเสธที่จะซื้อ.. ผู้เป็นแม่จำเด็กหญิงได้ นางน้ำตาร่วงพลูด้วยความ รู้สึกเวทนาเด็กน้อย อย่างที่สุดนางเข้าไปกอดร่างของเด็กน้อยเอาไว้
" โธ่...น่า สงสารเหลือเกินแม่หนูน้อย นี่ถ้าฉันรู้ว่าเธอไม่มีบ้านที่จะกลับอย่างนี้แล้วละก็ ฉันจะไม่ใจ ร้ายบอกปฏิเสธการซื้อ ไม้ขีดไฟของเธอเลยจริง ๆ ฮื่อ ๆๆ ช่างเป็นเด็กน้อยที่ น่าสงสารเสียเหลือเกิน...."


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 6


ผู้คนในเมืองได้ช่วยและพร้อมใจกันพาร่างที่ไร้วิญญาณของ เด็กหญิงไปทำพิธีให้ที่โบสถ์ ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า เด็กน้อยคงพยายามอังตัวให้อุ่นด้วยไม้ขีดไฟ แต่ทุกคนไม่มีใครรู้ หรอกว่าแม่หนูน้อยได้พบเห็นสิ่งที่สวยสดงดงาม มากเพียงไร และสิ่งที่แสนปิติยินดีเพียงไรที่ได้ล่องลอยไปกับคุณยายผู้ชราที่แสน รัก ไปหาความสงบแห่งปีใหม่ในภพหน้า....


หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 6

รักเธอเท่าฟ้า...โดยสุขุมาลย์



หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ 6
 
06-24-2009, 08:06 PM   #8 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม
ม่วนจ้าม่วน เอามาสู่อ่านอีกแหน่เด้อจ้า
 
07-22-2009, 09:03 PM   #9 (permalink)
ร่วมกิจกรรมนำความรู้
ผมเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนใหว ใด้อ่านแล้วกะเศร้า...สาธุ ขออย่าให่มันเกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงอย่าให่ผุข้าใด้ฮู้ใด้เห็น อย่าว่าแต่เด็กน้อยเลย ผุใหญ่กะต้องทรมานคือกัน
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry > วรรณกรรม



คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:24 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2015, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม
'