ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > ประวัติศาสตร์ ตำนาน เรื่องเล่าขาน สารคดี บุคคลสำคัญ

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
07-25-2009, 05:37 PM   #1 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
 
 
พระราชประวัติเจ้าฟ้ากุ้ง(เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กรมขุนเสนาพิทักษ์ )



เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กรมขุนเสนาพิทักษ์ หรือเรียกติดปากว่าเจ้าฟ้ากุ้ง เจ้าฟ้าองค์หนึ่งของอยุธยา พระองค์มีพระปรีชา สามารถหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร การช่างและโดยเฉพาะด้านวรรณกรรม จัดได้ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นคีตกวีที่ยิ่งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง


พระองค์ประสูติ เมื่อ พ.ศ.๒๒๔๘ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งเป็นพระปิตุลา (ลุง) ของพระองค์ ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จ พระบรมโกศหรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ กับกรมหลวงอภัยนุชิต พระมเหสีใหญ่ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรมีพระอนุชาต่างพระมารดา อีก ๒ พระองค์คือ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าเอกทัศ(พระเจ้าเอกทัศ) และพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าดอกเดื่อ (ขุนหลวงหาวัด)



ลุศักราช ๑๑๐๓ ปีระกา ตรีศก พ.ศ. ๒๒๘๔ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ได้เข้าพระราชพิธีอุปราชาภิเศกเถลิงถวัลยราชสถิติ ที่พระมหาอุปราช เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าหญิงอินทสุดาวดี ก่อนหน้านี้เเคยจะถูกสำเร็จโทษ
เนื่องจากไปทำร้ายเจ้าฟ้านเรนทร์ กรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ พระโอรสองค์โตในพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เนื่องจากแกรงว่าจะเป็นศัตรูในการสืบราชสมบัติ ซึ่งกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เป็นที่โปรดปรานรักใคร่ของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในขณะดำรงค์ตำแหน่งอุปราช
ต่อมาเจ้าฟ้านเรนทร์ ทรงออกผนวจมอบราชสมบัติให้เจ้าฟ้าอภัย ทำให้พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ไม่พอพระทัย และเกิดการแย่งชิงราชสมบัติ
เจ้าฟ้ากุ้งฟ้าเคยเป็นคู่รักกับหม่อมเจ้าสังวาลย์ แต่ต่อมากลับได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมเหสีฝ่ายซ้ายของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึงเป็นผู้สั่งประหารบิดาของหม่อม เจ้าสังวาลย์ ส่วนเจ้าฟ้าเทพผู้เป็นแม่กลับกลายเป็นชายาของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เจ้าฟ้ากุ้ง ภายหลังเจ้าฟ้ากุ้งก็ลักลอบไปมีความสัมพันธ์กับเจ้าฟ้านิ่มหรือเจ้าฟ้าสังวาลย์ อ จึงเกิดเป็นกาพย์กลอน เรื่องกากี และบทสังวาส

ในตอนหลังทรงติดโรคผู้ชายคือสิฟิริส เมื่อโรคลุกลามไปยังเส้นประสาททำให้เดินตัวงอ หมดคุณสมบัติการสืบทอดราชสมบัติ จึงเป็นที่มาของคำว่าเจ้าฟ้ากุ้ง และก็ถูกพระราชบิดาสำเร็จโทษโดยการโบยพร้อมเจ้าฟ้าสังวาลย์ ข้อหาลักลอบคบชู้ แล้วนำพระศพไปฝังที่วัดไชยวัฒนาราม

ผลงานด้านวรรณกรรมที่พระองค์พระนิพนธ์ไว้เป็นสมบัติของชาติไทยหลายเรื่องด้วยกัน พระองค์ท่านทรงชำนาญ ในการประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลง งานพระนิพนธ์เท่าที่ทราบมีดังนี้
๑. กาพย์เห่เรือ
๒. บมเห่เรื่องกากี ๓ ตอน
๓. บทเห่สังวาสและเห่ครวญอย่างละบท
๔. กาพย์ห่อโคลงนิราศธานโศก
๕. กาพย์ห่อโครงนิราศธารทองแดง
๖. ลิลิตนันโทปนันทสูตรคำหลวงทรงนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๗๙ ขณะทรงผนวช
๗. ลิลิตพระมาลัยคำหลวงทรงนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๘๐ ขณะทรงผนวช
๘. เพลงยาวบางบท
เอวอ่อนชอ้อนองค์ โฉมอนงค์ทรงสาวสวรรค์
หาไหนไม่เทียมทัน ขวัญเนตรพี่นี้น่ารัก
ขาวสุดพุดจีบจีน เจ้ามีสีนพี่มีศักดิ์
ทั้งวังเขาชังนัก แต่พี่รักเจ้าคนเดียว

ตอนหนึ่งของกาพย์แห่ควาญ

สุบรรณแผลงเดชล้ำ ...... บินบน
กางปีกบังสุริยน ............ มืดฟ้า
ร่อนลงสู่ไพชยนต์ ......... ปรางค์มาส
เข้านั่งแอบนุชเคล้า ....... แนบเนื้อนวลสมร

สุบรรณสำแดงฤทธิ์ ...... ให้มืดมิดปิดอำพร
ร่อนลงตรงบัญชร ......... จรสู่น้องแก้วกากี
กล่าวรสพจนาตถ์ .......... สายสุดสวาทเจริญศรี
ผินหน้ามาพาที ............ พี่คือชายชาญสกา
ประสงค์จำนงรัก .......... จึงลอบลักเข้ามาหา
หวังเชิญแก้วกานดา ...... ไปสู่ฟ้าพิมานจันทร์
เสวยรมย์สมบัติพี่ .......... ในฉิมพลีเกษมสันต์
แล้วจะพาเจ้าจรจรัล ....... เที่ยวชมชั้นพระเมรุธร
พี่จะชี้ชมทรายแก้ว ........ งามพรายแพร้วเชิงสิงขร
แม่น้ำสีทันดร ................ สิงขรกั้นเป็นกรรกง
จะพาชมพิทยาธร .......... ฝูงกินนรแลเหมหงส์
เหล่าสัตว์ตระกูลวงศ์ ...... อยู่ในดงเขาสัตภัณฑ์
จะได้ชมนารีผล ............. งามสกนธ์ดังแสร้งสรรค์
อยู่ยอดเขาอัศกรรณ ........ ฝูงคนธรรพ์มาเชยชม
จะพาไปไกรลาส ............. เฝ้าเบื้องบาทพระสยม
ดูเทพมาบังคม ............... จับระบำรำผาลา
เทพบุตรตีวงซ้าย ............ สาวสวรรค์ย้ายมาฝ่ายขวา
แทรกเปลี่ยนเวียนไปมา ... กรคว้าไขว่พัลวัน
อย่าอาลัยมนุษย์เลย ......... ไปชมเชยพิมานสวรรค์
ว่าพลางทางติดพัน .......... ผันจุมพิตชิดชมนาง ๚

กากีกรป้องปัด ................. กรครุฑ
ไยจึงมายื้อยุด ................. เหนี่ยวน้อง
ไม่เกรงพระปิ่นมกุฏ ........ จอมราช เลยนา
มาอาจออกคำพร้อง ......... ล่อเลี้ยวเจรจา ฯ

กากีกรป้องปัด ................. ต้องสัมผัสด้วยปักษา
เสียวซ่านดาลกรีฑา .......... มานะใจให้อัปมาน
ตอบรสพจน์วาที .............. ต้องเจ้านี้โอหังการ
ไม่เกรงพระภูบาล .............ทั้งไภยพาลในอบาย
ถึงเป็นชายชาญสกา ......... ไม่เจตนาอย่างพักหมาย
ฝ่ายเจ้าก็เลิศชาย .............. สายสุริย์วงศ์พงศ์เทวัญ
เสวยทิพย์พิมานทอง ........ ฝูงนางน้องล้วนสาวสวรรค์
ไม่ควรมาผูกพัน .............. จะพากันตกนรกานต์
ซึ่งว่าจะพาชม ................. บรมสุขสนุกสนาน
ขอบรสพจมาน ................ ไม่ควรการอย่าเจรจา
ครุฑฟังสายสุดสวาท ....... ปรามาสกนิษฐา
เจ้าดวงทิพย์มณฑา .......... วาจาจัดสารพัดงอน
พี่ประมาทอาจหาญนัก ...... เพราะจงรักเจ้าสายสมร
เท่าฟ้าแผ่นดินดอน ........... ห่อนกลัวเวรเพราะหวังใจ
ขอฝากไมตรีจิต ................ กว่าชีวิตจะตักไษย
ว่าพลางทางคว้าไขว่ ........ สัพยอกเย้าหยอกนาง ฯ

กางกรอุ้มโอบแก้ว ............. กากี
ปีกกระพือพาศรี ............... สู่งิ้ว
ฉวยฉาบคาบนาคี ............. เป็นเหยื่อ
หางกระหวัดรัดหิ้ว .......... สู่ไม้รังเรียง ฯ

กางกรอุ้มโอบแก้ว ............ เจ้างามแพร้วสบสรรพางค์
ปีกปกอกเอวนาง .............. พลางคลึงเคล้าเต้าจรจรัล
ฉวบฉาบคาบนาคา .......... เป็นภักษาพาผกผัน
หางกระหวัดรึงรัดพัน ..... ดั้นเมฆามาสิมพลี
ดลสถานพิมานมาศ .......... เกลียวกลมสวาทนาฎกากี
เหิมหวลยวลกามี ............. ปรีดาแนบแอบอิงองค์
เริงรื่นชื่นเชยปราง .......... พลางคลึงเคล้าเต้าบุษบง
กอดเกื้อเนื้อนวลหง .......... ปลงสวาทชมสมเสพย์สมร
กากีแน่งน้อยนาฎ ............. อภิวาทประนมกร
ก้มเกล้ากล่าวชอ้อน .......... ซอนซบหน้าตาเมียงมัน
ปักษีกรีฑาชม .................. ภิรมย์เปรมเกษมสันต์
กลมเกลียวเกี่ยวกรพัน ...... ผันยั่วเย้าเคล้าคลึงชม
สองสุขสองสังวาส .......... แสนสุดสวาทสองสู่สม
สองสนิทนิทรารมณ์ ........ กลมเกลียวชู้สู่สมสอง
แย้มยิ้มพริ้มพรักตรา ....... สาภิรมย์สมจิตปอง
แสนสนุกสุขสมพอง ........ ในห้องแก้วแพรวพรรณราย
ลมพัดกลัดเมฆเกลื่อน ...... ฟ้าลั่นเลื่อนแลบแสงพราย
วลาหกตกโปรยปราย ...... สายสินธุ์นองท้องธารา
เหราร่าเริงรื่น ................ ว่ายเคล้าคลื่นหื่นหรรษา
สองสมกลมกรีฑา ............ เปนผาสุขทุกนิรันดร์ฯ
 
07-25-2009, 07:37 PM   #2 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา
โรคผู้ชายคือสิฟิริส

(ในตอนหลังทรงติดโรคผู้ชายคือสิฟิริส เมื่อโรคลุกลามไปยังเส้นประสาททำให้เดินตัวงอ หมดคุณสมบัติการสืบทอดราชสมบัติ จึงเป็นที่มาของคำว่าเจ้าฟ้ากุ้ง และก็ถูกพระราชบิดาสำเร็จโทษโดยการโบยพร้อมเจ้าฟ้าสังวาลย์ ข้อหาลักลอบคบชู้ แล้วนำพระศพไปฝังที่วัดไชยวัฒนาราม )

สมัยก่อนผู้หญิงเป็นโรคนี้ว่า "โรคผู้ชาย" ถ้าผู้ชายเป็นจะเรียกว่า"โรคผู้หญิง" โทษกันไปกันมา...สมัยนี้จะเรียกเอดส์....(เข้าไว้ก่อน)..


ขอแจมนิดนึง....(ค่อนข้างยาว)


ข้อมูลจาก
เอกสารในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ( Algemeen Riyksarchief ) ณ กรุงเฮก เลขที่ VOC 2883, หน้า ๑?๓๒ เป็นจดหมายจากนาย Nicolaas Bang พ่อค้าใหญ่ของ VOC ประจำกรุงศรีอยุธยา ถึงข้าหลวงใหญ่ MOSSCL ณ กรุงปัตตาเวีย เขียนที่กรุงศรีอยุธยา ลงวันที่ ๘ มกราคม ๑๗๘๕


๑ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. ๑๗๕๖ เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นในราชสำนักไทย

๒ เป็นเวลาราวๆ 1 ปีที่ ? Kpoomprincs ? ( มกุฎราชกุมาร / อุปราช ) ประชวรด้วยโรค Morbus Gallicus กามโรคชนิดหนึ่งที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ? French Pox ? เลยเข้าวังหลวงไม่ได้ทรงประทับอยู่แต่ในวังของพระองค์เอง ( วังหน้า )

๓ ในช่วงที่ทรงพระประชวร พระมหาอุปราชทรงสั่งลงโทษข้าหลวง ( แม้ข้าหลวงที่สำคัญ ) อย่างรุนแรง นอกจากนั้นแล้วยังทรงวิวาทกับพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษอีกพระองค์หนึ่ง Tjauw Sakew ( ถอดเสียงออกเป็น ? เจ้าสระแก้ว ? น่าที่จะหมายถึง กรมหมื่นสุนทรเทพ ซึ่ง พระราชพงศาวดารว่าทรงประทับอยู่ ณ พระตำหนักสระแก้ว ) เจ้าฟ้ากุ้งได้สั่งให้ลูกน้องไปล้อมที่ประทับของ ? Tjauw Sakew ? แต่กรมหมื่นสุนทรเทพพร้อมบรรดาพระราชโอรสของพระองค์ทรงสามารถหลบหนีไปได้ แล้วเข้าไปที่พระราชวังหลวง เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษและกราบบังคมทูลเรื่องราวทั้งหมด

๔ เมื่อพระมหาอุปราชทรงทราบว่า ? Tjauw Sakew ? หนีเข้าไปในพระราชวังหลวงแล้ว ก็ทรงนำบริวารบุกไปถึงพระทวารพระบรมหาราชวัง โดยตั้งพระทัยจะจับตัว ? Tjauw Sakew ? มาฆ่าเสีย แต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษได้ทรงมีพระราชดำรัสว่าให้ปิดพระทวารพระบรมหาราชวังเสีย ไม่ให้ผู้ใดล่วงเข้าไปทั้งสิ้น ( ถ้าไม่ได้รับพระราชานุญาติจากพระองค์ ) พระมหาอุปราชเลยต้องเสด็จกลับไปยังวังหน้าของพระองค์

๕ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงออกพระโอษฐ์เรียกพระมหาอุปราชเข้าเฝ้า ทีแรกนั้นพระมหาอุปราชหายอมไม่ แต่ในที่สุดพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงขู่ว่า ถ้าไม่มาเข้าเฝ้าแล้วไซร้พระองค์จะทรงมาจับตัวไปเอง เจ้าฟ้ากุ้งจึงทรงยอมเข้าไปในพระบรมหาราชวัง พระมหาอุปราชทรงนำอาวุธ ( ดาบ ) ติดพระองค์ไปด้วย พร้อมทั้งบริวารก็ถืออาวุธจำนวนหนึ่ง ทรงเดินถือดาบเข้าไปในพระบรมหาราชวัง ( แต่บริวารของพระองค์ไม่สามารถเข้าไปได้ ) แต่ในที่สุดก็ทรงยอมยื่นดาบให้ ? เจ้านายพระองค์หนึ่ง ? ( ไม่กรมหมื่นจิตรสุนทร กรมหมื่นสุนทรเทพ กรมหมื่นเสพภักดี หรือไม่ก็ กรมหมื่นเทพพิพธ ) ก่อนเข้าเฝ้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงตรัสถามพระมหาอุปราชเรื่องการถืออาวุธเข้ามาในวังเพื่อที่จะฆ่า ? Tjauw Sakew ? แต่พระมหาอุปราชไม่ทรงตอบคำถามดังกล่าว

6 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงให้จับตัวพระมหาอุปราชไว้และล่ามโซ่ทั้งที่มือและเท้า ( การจองจำห้าประการ ) ทรงห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปหาถ้าไม่ได้รับพระราชานุญาติจากพระองค์ ให้เจ้าองค์หนึ่ง ( ไม่กรมหมื่นจิตรสุนทร กรมหมื่นสุนทรเทพ กรมหมื่นเสพภักดี หรือไม่ก็ กรมหมื่นเทพพิพธ ) ขุนนาง ๒ คน คอยเฝ้าคุมอยู่ระหว่างที่เสวยพระกระยาหาร เนื่องจากพระมหาอุปราชไม่อยากเสวยพระกระยาหารนัก พระองค์จึงทรงเสวยได้น้อยมากในเวลา ๓ วัน ที่พระมหาอุปราชติดคุกอยู่ก้ได้มีคนนำเอาเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับพระมหาอุปราชมากราบทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษหลายเรื่อง

๗ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษจึงมีพระราชดำรัสสั่งให้ ? Tjauw Sakew ? กับ
? Tjauw Cromme Kiesa Poon ? ( กรมหมื่นจิตรสุนทร ) พร้อมทั้งเจ้าพระยาจักรี , เจ้าพระยาพระคลัง เป็นผู้สอบสวนพระมหาอุปราช แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงลงพระอาญาให้โบยพระมหาอุปราช ๒๐ ที แต่ก็ไม่ได้ผล หลังจากนั้นพระมหาอุปราชทรงถูกโบยอีก ๒๐ ที และให้เผา ? ปลายพระบาท ? อีกด้วย ( นาบพระบาท ) ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้ผลนัก จึงมีพระราชดำรัสให้จับข้าหลวงสำคัญๆของพระมหาอุปราชเข้าคุกให้หมด เพื่อสอบสวนความต่างๆ ซึ่งได้มีการทรมานเฆี่ยนตีข้าหลวงเหล่านี้

๘ ได้ความว่า พระมหาอุปราชได้ทรงสั่งให้ทำกุญแจไขเข้าไปในพระบรมหาราชวัง ( ฝ่ายใน ) เพื่อที่จะได้ทรงเข้าไปหาพระมเหสีและพระสนมของของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษได้ในตอนกลางคืน นอกจากนั้นแล้วยังได้ความอีกว่า พระมหาอุปราชทรงรับสั่งให้ข้าหลวงซื้ออาวุธปืนไฟ ( ปืนยาว ) และดาบมาเก็บไว้

๙ และยังมีการกล่าหาพระมหาอุปราชอีกด้วยว่า ทรงรับสั่งให้ประหารชีวิตพระสงฆ์และคนอื่นๆอีกหลายาย ทรงรับสั่งให้ตัดมือตัดนิ้วมือของคนจำนวนหนึ่ง

๑๐ พอเจ้านาย ๒ องค์ เสนาบดี ๒ คนนี้ ( ดูข้อ ๗ ) รายงานเรื่องราวต่างๆนี้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษ พระอ๑๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงรับสั่งให้นำตัวเจ้าหญิงทั้ง ๔ องค์ ( Devier Princersen ) เข้ามาสอบสวน ที่แรกต่งทรงปฏิเสธ แต่เมื่อทรงถูกขู่มากๆเข้าก็ทรงยอมรับว่า พระมหาอุปราชมีแผนการที่จะลอบปลงพระชนม์ ( เวลาที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเข้ามาหาพระมเหสี / พระสนม ) เพื่อที่จะได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ด้วยความร่วมมือของ เจ้านาย ( เจ้าฟ้าเอกทัศน์ ) และขุนนางจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งบริวารของพระมหาอุปราชเอง ซึ่งมีอาวุธพร้อมอยู่แล้วที่จะเข้ามายึดพระบรมหาราชวัง


๑๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษทรงตกพระทัยมาก พอได้ยินเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระมหาอุปราช จึงทรงมีรับสั่งให้เฆี่ยนตีพระมหาอุปราชอีก ๕๐ ที และให้เอาเหล็กร้อนๆมาจ่อที่หน้าผาก แขน และขา

๑๒ ส่วนพระมเหสีและพระสนมทั้งสี่องค์นั้นทรงถูกเฆี่ยนตีองค์ละ ๕๐ ที จนสิ้นพระชนม์ทั้งหมด บริวารของพระมหาอุปราชต่างถูกโบยทั้งสิ้นและมีที่เสียชีวิต ๒ ราย

๑๓ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ค.ศ. ๑๗๕๖ พวกชาวฮอลันดาได้ข่าว่า ? พระมหาอุปราชทรงสิ้นพระชนม์แล้ว ? พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้โบยพระมหาอุปราชอีก ๕๐ ที มีการซักถามพระมหาอุปราชอีกด้วยว่า ทรงรับสั่งให้ทำกุญแจเข้าไปในพระบรมหาราชวังเพื่อการอันใด ทรงตอบว่าเพื่อที่จะได้เข้าไปหา ( เป็นชู้ ) พระมเหสีและพระสนมถึง ๔ องค์ด้วยกัน


ในหนังสือพระประวัติเจ้าฟ้าธรรมธิเบศ(กรมศิลปากร)ช่วงนี้ กล่าวว่ากรมหมื่นสุนทรเทพ
ซึ่งเป็นพระราชโอรส ในสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ และเป็นพระอนุชาต่างพระชนนีกับกรม
พระราชวังบวร(เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ)ซึ่งทรงผูกอาฆาต ได้นำเรื่องราวขึ้นกราบบังคมทูลสม
เด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการลับว่ากรมพระราชวังบวร ฯ ลอบเสด็จเข้าไปเป็นชู้กับเจ้าฟ้าสัง
วาลย์ถึงในพระราชวัง เป็นหลายครั้ง เจ้าฟ้าสังวาลย์ เป็นพระมเหสีองค์หนึ่ง ของสมเด็จ
พระเจ้าบรมโกศ...ฯลฯ จึงมีพระราชโองการให้ชำระ-เจ้าฟ้าสังวาลย์ ก็รับเป็นสัตย์แล้วมี
พระราชโองการให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงธิดา และเจ้าฟ้าหญิงสุริยวงศ์ ให้ไป
เชิญเสด็จกรมพระราชวังบวร- ลงมาเฝ้า เจ้าฟ้าทั้งสอง-กราบทูลว่า เป็นอริกันอยู่ จะไป
เชิญเสด็จมิได้ จึงดำรัสใช้เจ้าจอมจันทน์ให้ขึ้นไปทูลเชิญเสด็จกรมพระราชวังบวร ฯ ...


ครั้นเสด็จมาถึง จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้มหาเทพลงพระราชอาชญา ๕ ประการ และให้มี
กระทู้-ซักถาม ตามคำฟ้องฯ กรมพระราชวังบวร ฯ ก็ทรงรับเป็นสัตย์ ตลอดข้อหา ..ครั้น
ถึง วันแรมค่ำหนึ่ง เดือนเก้า( พ.ศ.๒๒๙๘ )มีพระราชดำรัส-ให้ผูกกรมพระราชวังบวร ฯ
แล้วลงพระราชอาชญาเฆี่ยน ได้ ๒๐ ที เกิด

ลมจุก กรมหมื่นสุนทรเทพ-ขึ้นไปกราบว่า ..จุกหนัก จะขอพระราชทาน-ให้แก้เสีย จึงมี
พระราชโองการสั่งให้ริบ ถึง ณ วันแรม สองค่ำให้ลงพระราชอาชญาเฆี่ยนซ้ำอีกสองยก
เป็น ๖๐ ที และ ให้"นาบพระบาท"ด้วย แล้วดำรัสให้เฆี่ยนยกสามสิบที ไปจนกว่าจะครบ
๒๓๐ ที โปรดให้เสนาบดี และลูกขุน พิพากษาโทษว่าจะเป็นประการใดเสนาบดีและลูก
ขุนปรึกษากันว่าด้องด้วยพระราชกำหนดกฏมณเฑียรบาล จึงกราบทูลว่า..โทษกรมพระ
ราชวังบวร ฯ เป็นมหันตโทษถึงประหารชีวิตเป็นหลายข้อ ขอพระราชทานให้สำเร็จโทษ
ด้วยท่อนจันทน์ ตามขัตติยประเพณี จึงทรงพระกรุณาตรัสขอชีวิตไว้ ให้นาบ-พระนลาต
ถอดเสียจากเจ้าเป็นไพร่ กรมพระราชวังบวรต้องรับพระราชอาชญาเฆี่ยน อีก ๔ ยก เป็น
๑๘๐ ที..ก็ดับสูญสิ้นพระชนม์ ส่วนเจ้าฟ้าสังวาลย์นั้น ให้ลงพระราชอาชญา เฆี่ยน ๑ ยก
๓๐ ที ให้ถอดเป็นไพร่-จำไว้..จนกว่าจะตายเจ้าฟ้าสังวาลย์ อยู่ได้ ๓ วัน ก็สิ้นพระชนม์..

สมด้วยพระนิพนธ์ กาพย์เห่ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศเอง ตอน กากีตอบเป็นเชิงเตือนพระยา
ครุฑว่า ...




ตอบรสพจน์วาที......ตัวเจ้านี้อหังการ
ไม่เกรงพระภูบาล.....ทั้งภัยพาลในอบาย
ถึงเป็นชายชาญสกา.....ไม่เจตนาอย่าพักหมาย
ฝ่ายเจ้าก็เลิศชาย.........สายสุริยวงศ์พงศ์เทวัญ
เสวยทิพย์พิมานทอง.....ฝูงนางน้องล้วนสาวสวรรค์
ไม่ควรมาผูกพัน............จะพากันตกนรกานต์




 
07-27-2009, 07:33 PM   #3 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน

สุดยอดข้อมูลเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ สำหรับเรื่องราวดีๆ ที่มอบแก่กันค่ะ
 
07-27-2009, 07:36 PM   #4 (permalink)
ดูแลตรวจสอบเนื้อหา

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆที่นำมาให้อ่านคับ
 
07-31-2009, 12:27 PM   #5 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา

วันนี้พอดีไปเจอเพลงยาวของเจ้าฟ้ากุ้งมาอีกบทหนึ่ง ..ด้วยยังอินและปลื้มในพระองค์ท่านไม่หาย เลยนำมาให้ได้อ่านในความโรแมนติกของพระองค์ท่านกันค่ะ


ปางพี่มาดหมายสมานสุมาลย์สมร
ดังหมายดวงหมายเดือนดารากร
อันลอยพึ้นอัมพรโพยมพราย

แม้นพี่เหิรเดินได้ในเวหาส
ถึงจะมาดก็ไม่เสียซึ่งแรงหมาย
มิได้ชมก็พอได้ดำเนิรชาย
เมียงหมายรัศมีพิมานมอง

นี่สุดหมายที่จะมาดสุมาลย์สมาน
สุดหาญที่จะเหิรเวหาสห้อง
สุดคิดที่จะเข้าเคียงประคอง
สุดสนองใจสนิทเสน่ห์กัน

โอ้แต่นี้นับทวีแต่เทวศ
จะต้องนองชลเนตรกันแสงศัลย์
จะแลลับเหมือนหนึ่งดับเดือนตะวัน
เมื่อเลี้ยวเหลี่ยมสัตภัณฑ์ยุคนธร

ยิ่งคะนึงยิ่งนานจะเห็นพักตร์
ฉวยฉุดรักแล้วจะทอดฤทัยถอน
ไม่เห็นกรรมว่าจะนำให้ไกลกร
ไม่เห็นรักว่าจะรอนให้แรมโรย

อกเอ๋ยเมื่อได้เคยประโลมเล่น
ครั้นห่างเห็นแล้วก็ได้แต่เตือนโหย
ยามดำเนิรเดินดินอาดูรโดย
ก่นแต่โกยกอบทุกข์มาทับกาย

จะผ่อนผันฉันใดก็ใช่ที่
อันนับปีแต่จะเริดจะร้างหาย
จะอาดูรแต่ผู้เดียวอยู่เปลี่ยวกาย
มิได้วายความถวิลที่จินตนา

แสนเทวศสุดทวีครั้งนี้เอ๋ย
ไม่เห็นเลยว่าจะน้อยวาสนา
แต่ปางไกลแสนอาลัยทุกเวลา
ครั้นคิดมาไม่เห็นหน้าแล้วอาวรณ์

แสนรักจะร่วมเรือนเหมือนบุหรง
ที่พิศวงภานุมาศประภัสสร
เมื่อเลี้ยวลับศีขรินลงรอนรอน
สุดอาวรณ์ที่นกยูงจะหมายปอง

แสนวิตกเหมือนกระต่ายที่ใฝ่ฝัน
แสงพระจันทร์งามจรเวหาสห้อง
พระจันทร์อยู่สำราญวิมานทอง
ฤาจะปองใจหมายกระต่ายดง

สงสารอก กระต่ายป่าพฤกษาชาติ
จะวายชีวาตม์ดับจิตด้วยพิศวง
แสนคะนึงถึงเสน่ห์ที่จำนง
ก็เหมือนอกกระต่ายดงที่หลงเดือน

โอ้สุดคิดสุดฤทธิ์เห็นสุดรัก
เพราะต่ำพักตร์ไม่มีศักดิ์เสมอเหมือน
ใครจะช่วยบำรุงรักช่วยตักเตือน
โอ้นับเดือนก็จะลับไปนับวัน

จึงจำจากเพราะวิบากให้วิบัติ
ขอกอดสัตย์ไปจนสิ้นชีวาสัญ
ไม่ตั้งใจมิตรจิตคิดผูกพัน
ขอหมายมั่นกว่าจะม้วยชนมาน

ถ้าดับชีวิตไปสวรรค์ชั้นใดไฉน
ขอตามไปร่วมทิพย์พิมานสมาน
ทุกมหันต์มหรรณพเอนกนาน
สู่สถานที่สถิตนิพพานเมือง

โอ้ชาตินี้เห็นน้องแล้วความสุข
จะแสนทุกข์สุดโทมนัสเนื่อง
สุดปลุกใจปล้ำใจให้โศกเปลือง
ยิ่งครุ่นคิดแล้วก็เคืองทวีครวญ

เมื่อเวรามาบำราศให้คลาดรัก
สงวนศักดิ์ไว้ให้งามเถิดทรามสงวน
คิดเสงี่ยมเจียมพักตร์แต่พอควร
ใครสงวนไม่เท่านวลสงวนกาย

เห็นสุดถวิลสุดสิ้นบุพเพนิวาส
ที่มุ่งมาดมิได้สมอารมณ์หมาย
เจ็บจิตคิดจะวางชีวาวาย
ก็เสียดายด้วยอาลัยมิได้ลา

เชิญสำราญเถิดแม่อย่าหมองพักตร์
จงคงศักดิ์คงสถิตในยศถา
ต่อเมื่อไรวันกำหนดมรณา
ขอเห็นหน้าเสียสักหน่อยพอชื่นใจ

อย่าเสียแรงที่มุ่งบำรุงรัก
มาดสมัครหมายสมานพิสมัย
ได้เห็นหน้าแล้วจะลาชีวาลัย
จะอวยโอษฐ์ให้อโหสิกรรมกัน

ถึงอยู่ใกล้ก็เหมือนไกลเพราะใช่คู่
มิได้ชูชมโฉมประโลมขวัญ
เห็นสิ้นบุญแล้วในเบื้องประจุบัน
ขอหมายมั่นบุญเบื้องบุรพา

แม้นกุศลเราสองเคยร่วมสร้าง
ขอร่วมห้องอย่าได้ห่างเสน่หา
เสียงผลที่ได้เพิ่มบำเพ็ญมา
ขอร่วมชีวาร่วมวางชีวาวาย

เกิดไหนขอให้ได้ถนอมพักตร์
ความรักอย่าได้ร้างอารมณ์สลาย
รักนุชอย่าได้สุดเสน่ห์คลาย
ขอสมหมายที่ข้ามาดสมาทาน

อันสาราบำราศบำรุงคิด
จาฤกไว้โดยสุจริตสาร
พยายามตามสัตย์ปัติญาณ
พอแจ้งการที่กรรมในกายเอยฯ


เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์
สมัยอยุธยาตอนปลาย
แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
 
07-31-2009, 04:56 PM   #6 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

เอามาแจมด้วยค่ะ

เพลงยาวพระนิพนธ์เจ้าฟ้ากุ้ง

ฝากสารสุจริตขนิษฐา



ฝากจิตที่สนิทสนองมา ฝากหน้ามาให้ดูช่วยชูนวล
ด้วยหมายมั่นอยู่ในวันได้พบพักตร์ จำเริญรักยังไม่วายหายหวล
แสนสนิทนั้นยังคิดไม่ขาดครวญ เมื่อวันจวนที่จรไปจากชาย
เจ้ายอกรอภิวาทขึ้นพาดพักตร์ ดังใครผลักตกไม้ฤทัยหาย
แต่ตลึงแลหน้าจนตาลาย ดั่งสายกายนี้จะยืดจะยาวตาม
แล้วก็หยุดยืนคิดพิศวง จะตามส่งก็ยังพรั่นขยั้นขาม
เพราะเกรงภัยที่ผู้ใหญ่พยายาม จะลวนลามจึงเสงี่ยมสงวนใจ
แล้วเจียมตัวด้วยว่าตัวเหมือนหิ่งห้อย จะรื้อรอยไปแบ่งพระสุริไส
ก็เหมือนหนังเมื่อยังไม่ออกไป หรือจะไปเชิดชี้ประชันงาน
ทั้งเภรีปีพาทย์ก็ขัดสน ทั้งไร้คนเจรจาจะว่าขาน
ดั่งเชิดชื่อให้เขาลือด้วยลายพาล ประมาณเถิดมิใช่จะเกียจกัน
ใช่จะน้อยเสน่ห์บำรุงถนอม เจ้าก็ย่อมแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
ถ้าสมบูรณ์สมบัติเท่าทัดกัน หรือจะพลันหิริโอตป์ลอายกาย
เมื่อมีแต่สุจริตกับพิศวาส ฤๅอาจรักเพลินให้เกินหมาย
แล้วตกต่ำก็จำจะเจียนตาย ใครจะเห็นว่าเป็นชายภักดีดี
เมื่อไรจำเริญในเกียรติยศ จะปรากฏเกียรคติศัพท์เสน่ห์พี่
สงวนศักดิ์รักษาแต่อินทรีย์ ไว้หใดเถิดจะมาดจะหมายฝั่ง
เจ้าก็ใช่ดรุณเพิ่งรุ่นเริ่ม พอจะเพิ่มเพียรจำที่คำหลัง
ให้จำเริญความสวัสดิ์ในสัจจัง อย่าหวังใจเอาใจออกจากกัน
จึงจะควรสมาคมสมสู่ ที่พลัดคูรสรักภิรมย์ขวัญ
ถ้ารู้รักรู้สงวนให้ควรกัน จะร่วมวันพิศวาสไม่คลาดคลาย
จะร่วมร้อนน่วมรสเจริญพักตร์ จะร่วมรักมิให้ร้างหมางสลาย
จนสูญสิ้นดินฟ้าชีวาวาย มิได้คลายคาดคิดประคองครอง
เอ็นดูด้วยอย่าให้ม้วยไมตรีมิตร ที่ปล้ำคิดควรความนี้ตามหมอง
แสนถวิลสุดสิ้นที่ตรึกตรอง จงดูลักษณ์ที่จำลองนี้เถิดเอยฯ



พระนิพนธ์เจ้าฟ้าสังวาลทรงตอบ
สารศรีนุสรเสน่หา



จำเริญจิตที่ได้สนิทสนองมา ด้วยจินตนาเนืองนิจไม่วายวัน
ถึงเชษฐาองค์อิศราราช ประเวศอาสน์เยื้องวังบวรสวรรค์
สงวนศักดิ์สุจริตไม่ผิดธรรม์ ถวัลยราชดำรงธเรษตรี
สมพักตรวรอรรคอิศเรศร์ สมเศวตฉัตรเฉลิมศรี
สมวงศ์องค์เอกนารี สมศรีสุภาพพร้อมเพรากาย
งามพจน์งามรสสุนทรสนอง ไม่มีสองสุดเสน่ห์ถนอมหมาย
เสาวนาสาราภิปรายระบาย ให้ทราบสายเสน่ห์แจ้งแสดงการ
แจ่มจิตที่สนิทสนองพักตร์ จำเริญรักมิได้วายหายสมาน
แต่จำจนสู้ทนทรมาน ก็บันดาลเสื่อมาเศร้าทุเลาครวญ
ดั่งได้ยลวิมลพักตร์พี่ เสาวนีย์ไพเราะเสนาะหวน
สำราญรื่นชื่นชมภิรมย์ชวน เอาสารสงวนแนบไว้ในอุรา
ซึ่งประสาทโอสถดังรสทิพ มายกหยิบทุกษ์เทวษถวิลหา
ได้จำเริญเรียนประสิทธิวิทยา รักษาอารมณ์แล้วข่มใจ
รสสุคนธ์ยลรูปเทียนสนอง ปลงปองเคารพสมสมัย
จงจิตบูชิตเป็นเนืองใน แจ่มใสโสมนับประนมกร
อิ่มอาบมิตรภาพจรรยา ดั่งเชษฐานั่งแนบสโมสร
ด้วยเดชะเมตตาสถาวร ระงับร้อนโรคเร้าระทมกรม
พระคุณปูนเปรียบสุเมรุมาศ พสุธาอากาศไม่สาสม
สุดสนองที่จะต้องในอารมณ์ ให้ชมคุณที่การุณนุชชาย
ก็ตั้งจิตจงรักภักดีพี่ น้องจึงมีความร้อนห่อนเหือดหาย
สุดสกนธ์แต่ทนระกำกาย เพียงจะวายวางชีพทุกทิวา
แต่ยินข่าวที่เขากล่าวประมาทพี่ พลอยทวีความเทวษด้วยเชษฐา
เคยงามพักตร์วรลักษณ์จำเริญตา ก็นับวันแต่ถ้าจะอับประมาณ
จะขุ่นคล้ำช้ำใจอยู่ในอก แสนวิตกอนิจาน่าสงสาร
เสียเนื้อที่เป็นเชื้ออนงค์นาน มาพ้องพานอุปวาทประมาทกัน
เคยสมบูรณ์ในจุลจักรพรรดิ์ ภิรมย์สวัสดิ์วีรราชจำเริญขวัญ
สงวนศักดิ์บริรักษ์ไม่วายวัน ก็สารพรรณจะนิราศแรมไกล
ดั่งดวงเดือนเลื่อนลับพโยมหน เคยวิมลกระจ่างสว่างไสว


กลอนสองบทนี้ แม้จะขาดความไพเราะในเรื่องสัมผัสไปบ้าง แต่ก็นับว่าดีที่สุดของกลอนในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในเรื่องสัมผัสในนั้นมามีขึ้นโดยท่านสุนทรภู่เป็นเจ้าตำรับสมัยกรุงรัตน โกสินทร์จะเทียบกับเชิงกลอนของสุนทรภู่นั้นเทียบกันไม่ได้ แต่กลอนสองบทที่ยกมานั้นก็สมกับเพลงยาวของคนชั้นสูงในราชวงศ์ ทั้งท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญกวีโดยแท้จริงและแสดงให้เห็นความสามารถของเจ้า ฟ้ากุ้งด้วยว่าไม่ได้หลักแหลมแต่ในเชิง กาพย์ ฉันท์ แม้กลอนสุภาพก็แต่งได้ไพเราะเช่นเดียวกัน เพราะความที่แต่งบทกวีไพเราะจึงทำให้ประสบเคราะห์กรรมถึงชีวิต จึงย่อมจะมีเพศตรงข้ามติดรสกวีจนทำให้เกิดความรักความพิศวาสขึ้นจะลงโทษเจ้า ฟ้าสังวาลว่าประพฤติพระองค์ไม่สมควรก็ไม่ถนัดนักเพราะเป็นโลกีย์วิสัยที่ชอบ พอสิ่งใดแล้วก็อาจเคลิบเคลิ้มไปตามอารมณ์ได้โดยง่าย ต่างมีฝีปากเชิงกวีด้วยกันเขียนตอบโต้กันเล่นเพื่อความเพลิดเพลินอวดฝีปาก กันเมื่อโต้ตอบกันบ่อยๆเข้าจึงเกิดเป็นคดีขึ้นเพราะต่างติดรสของความเป็นกวี ของกันและกัน


ที่มาจากเวบ.monnut.com

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แดงน้อย; 07-31-2009 เมื่อ 04:59 PM
 
08-10-2009, 01:37 PM   #7 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

ขิบคุณหลายๆครับถึงจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็เป็นข้อมูลที่ดีทีเดียวทำให้ได้รู้ได้คิดหลายอย่าง
ขอบคุณมากๆครับทั้งเจ้าของกระทู้และพี่ที่นำความรู้มามาเล่าต่อครับ
 
08-10-2009, 02:50 PM   #8 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

ขอบคุณค่ะ..อ่านเพลินเลย..เฮ้อ..."ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" คงจะเป็นอมตะวาจาซะแล้ว แม่นบ่ ฮึจั๋งได๋?
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > ประวัติศาสตร์ ตำนาน เรื่องเล่าขาน สารคดี บุคคลสำคัญ


ป้ายกำกับ
ประวัติเจ้าฟ้ากุ้ง, เจ้าฟ้ากุ้ง

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว



Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:59 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม