ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry > พูดคุย-ปรึกษารัก-สนทนาภาษารัก

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
10-28-2009, 09:16 PM   #1 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
 
 
รักแท้มีจริงหรือ



สวัดดีครับ พ่อแม่พี่น้อง

คือว่าผมเผอิญไปเจอคน สาม สี่ คน กะลังคุยกันเรื่อง รักแท้มีจริงหรือ(เถียงกันนะครับ)

ซึ่งชายคนหนึ้งกะลังโดนรุมอยู่นะครับ (น่าจะเป็นผู้สูงอายุนะครับ ฟังจากน้ำเสียง

ฮ่าๆๆเดาเอานะค้าบบ ไม่ได้ยินหรอกครับ ดุที่เค้าแชตนะค้าบบ)

ชายคนนี้ เค้าบอกว่ารักแท้นี้ไม่มีแน่นอน ส่วนที่เหลือบอกว่ามีซิ ทำไมจะไม่มี

ผมเลยจอบ เลยคราวนี้ (เผื่อมีเรื่องสนุกๆ อิอิ)

คุย (เถียง) กันไปกันมา เหลือตัวต่อตัวครับ บัดนี่

ผุ้ชาย กับผู้หญิงครับ คราวนี้ ฝ่ายหญิงบอกรักแท้มีจริงซิ

ถ้ารักแท้ไม่มีเค้าไปบวชกันหมดแล้ว (ฮ่าๆๆๆ) อันนี้ผมแอบขำนะค้าบ


สุดท้ายชายที่บอกว่ารักแท้ไม่มีแน่นอน ก้อจำต้องยอม ถอย(หนีไปเลย)




รักนี้ คืออะไร หรือว่ารักนี้เพียงเพื่อคลอบครอง

รักเอย จริงหรือที่ว่าหวาน รักทรมานใจคน (ยืมเนื้อเพลงเค้ามา)

เอ...แล้ว รักแท้ มีจริง หรือ....


จริงหรือที่ว่าความรักทำให้คนตาบอด

จริงหรือที่ว่าความรักทำให้คนเราเห็นแก่ตัว

ใครรู้ช่วยตอบผมทีค้าบบ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ก.กุ้งเผา; 10-28-2009 เมื่อ 09:42 PM เหตุผล: ช่องไฟผิดนะครับบ
 


10-28-2009, 10:00 PM   #2 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

อ้าว....งึดหลายกุ้ง
ของก็อบปี้ทุกอย่าง ต้องมีของแท้ที่เป็นต้นแบบคร๊าบบบ
ฟังธง....!
 
10-28-2009, 11:22 PM   #3 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

รักแท้มีจริงค่ะ รักมีหลายรูปแบบ รักแต่ล่ะแบบไม่เหมือนกัน เพียงแค่ว่าเราจะเลือกรักแบบไหน รักทุกแบบมีความหมายเหมือนกันค่ะ ...รักไม่ใช่แค่การครอบครอง ขอแค่ได้รักก็มีความสุขแล้วค่ะ...จงรักกันเถิดพี่น้องประเทศไทย....อิอิ
 
10-29-2009, 01:06 AM   #4 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

รักแท้ มีสิคะ และบริสุทธิด้วย ซึ่งจะประกอบด้วย ความรัก ความเมตตาปราณี
ความสงสาร-เอ็นดู ความเห็นใจ ให้อภัย ความเข้าอกเข้าใจ ทั้งหมดนี้
เมษามีให้กับ น้องแดง (หมาอีแดง)ที่เมษาเก็บมาเลี้ยงค่ะ เป็นรักแท้ที่บริสุทธิ
จริงๆนะ ใครจะว่าบ้าก็ช่าง เพราะมันเป็นเรื่องจริง
 
10-29-2009, 01:16 AM   #5 (permalink)
International chef

ช่วยบอกพี่ด้วยกุ้งเอ๋ย พี่กำลังหาคำตอยนั้นอยุ่เท่าที่รุ้ รักเค้าหมดใจ
ต้องการครอบครองร่วมทุกข์สุขด้วย ใจหนึ่งก็อยากปล่อยเค้าไปมองดูเค้ายินดีกับความสุขของเค้า
บอกตัวเองว่าจะไม่ขอรักใครอีกจะขอรักและซื่อสัตย์รักเค้าคนเดียวจนชีวิตนี้หมดลมหายใจ
และจะขอรักเค้าทุกๆชาติๆทุกๆภพไป
อย่างนี้เรียกว่าพี่รักแท้ไม๊กุ้ง
 
10-30-2009, 11:54 AM   #6 (permalink)
ร่วมกิจกรรมนำความรู้

รักแท้มีจริงครับ แต่มีไม่มากนัก
ว่าแต่ใครล่ะ จะเป็นผู้โชคดี ได้ครอบครอง"รักแท้"
 
10-30-2009, 08:38 PM   #7 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

อ้างถึง:
กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ สะใภ้อิสาน อ่านกระทู้
ช่วยบอกพี่ด้วยกุ้งเอ๋ย พี่กำลังหาคำตอยนั้นอยุ่เท่าที่รุ้ รักเค้าหมดใจ
ต้องการครอบครองร่วมทุกข์สุขด้วย ใจหนึ่งก็อยากปล่อยเค้าไปมองดูเค้ายินดีกับความสุขของเค้า
บอกตัวเองว่าจะไม่ขอรักใครอีกจะขอรักและซื่อสัตย์รักเค้าคนเดียวจนชีวิตนี้หมดลมหายใจ
และจะขอรักเค้าทุกๆชาติๆทุกๆภพไป
อย่างนี้เรียกว่าพี่รักแท้ไม๊กุ้ง
ครับพี่ เป็นเหมือนผมเลยครับผมนะรักใครแล้วให้หมดใจเลย

แต่ว่าเค้าไม่รักเรานะซิครับ พี่สาว ผมอยากได้รัก ที่เค้ารักเราตอบ ด้วยนะครับพี่สาว

ถึงจะเรียกว่ารักแท้ นะครับ อิอิ
 
11-02-2009, 01:47 PM   #8 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

ถ้ารักแท้ไม่มีอยู่จริง คงไม่มีตำนานรักสะพานสารสิน หรือแม้กระทั่งในประวัติศาสตร์ไทยหลายๆ เรื่อง คงไม่เกิดวรรณคดีขึ้นมา เดี๋ยวจะเล่าเรื่องตำนานรักของเจ้าแม่สามมุข แห่งจ.ชลบรีให้ฟัง...ในอดีตกาลที่ยาวนานกว่า 100 ปี สมัยปลายปีกรุงศรีอยุธยา ที่ได้กล่าวขาลกันมาว่าในอดีตนั้น ทะเลชายหาดบางแสนและ เขาสามมุขนั้น ไม่เป็นเหมือน สภาพดังปัจจุบันนี้ แต่ก่อนนั้นไม่มีบ้านเรือนมากมาย ไม่มีถนนหนทาง สะดวกสบายอย่างนี้ ส่วนชื่อบางแสนและเขาสามมุข ก็ยังไม่ปรากฏ ส่วนใหญ่ชาวบ้านพื้นเพนั้น จะเรียกกันว่า บางอ่างหิน หรือ ตำบลอ่างศิลาในปัจจุบัน เหมือนกับชื่อบางแสนเช่นกัน ที่ชาวบ้านในยุคนั้นประสบพบปัญหาชีวิตรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่อยู่ต่างเขตกันและถูกกีดกันของผู้เป็นพ่อ จึงทำให้ทั้งสองต้องมาลงเอยด้วยการกระโดดเขาฆ่าตัวตายตามที่ได้สาบานต่อกันไว้ที่หน้าเขาแห่งนี้ หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างจบลง กำนัน บ่ายได้ถูกชาวบ้านต่อว่า จึงสำนึกผิดที่ได้ทำต่อบุคคลที่ตนรักยิ่ง ด้วยความอาดูลย์ไม่มีการบาดหมางซึ่งกันและกัน เพื่อความรักของผู้เป็นลูก ชาวบ้านจึงตั้ง ชื่อว่า บางแสน หรือ ตำบล แสนสุข นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สมัยนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ ริมทะเล เพื่อทำอาชีพประมง บางรายก็มีถานะดีบางรายก็ยากจน ส่วนเรื่องที่จะกล่าวมานี้นั้น เดิม นายบ่ายนั้นจะมีคนนับน่าถือตา เพราะมีถานะร่ำรวย ทำการประมงเป็นเจ้าของโป๊ะหลายแห่ง จนชาวบ้านยกให้เป็นผู้นำ และยกถานะ เป็นกำนันในสมัยนั้น นายบ่าย หรือกำนันบ่าย นั้น มีลูกชาย ชื่อว่า นายแสน ที่เป็นลูกชายสุดที่รักเพียงคนเดียว ที่ได้เป็นต้นเรื่องของตำนานรักอัมตะ กับหญิงสาว ที่ชื่อ มุข ที่อาศัยอยู่กับยาย นามใดนั้นไม่ปรากฏ ส่วนบิดา มารดา ของ สาวมุข นั้นได้สูญหายไปเมื่อตอนยังเล็ก แต่ด้วยสาเหตุใดก็ยังไมปรากฏเช่นกัน จนอยู่มาวันหนึ่ง นายแสน พร้อมเพื่อนคู่หู ชื่อ นายเผือก และนายดำ นั้น ชอบเล่นว่าว และนำมาเล่นที่ชายหาด เป็นประจำ จนอยู่มาวันหนึ่ง ที่ทำให้ หนุ่ม สาวทั้งสองมาพบกันโดยบังเอิญ เนื่องจาก ว่าวที่ นายแสน เล่นนั้นเกิดขาด แล้วลอยมาที่หน้าบริเวณเขาสามมุข ที่เป็นที่อยู่ ของ สาวมุข พอดี นายแสน จึงได้ชวนเพื่อนทั้งสองวิ่งตามว่าวที่หลุดลอยมา จนมาเจอะว่าว ของตนเองอยู่ในมือ ของ สาวมุข แล้วได้ขอคืน แต่สาวมุขไม่ยอมคืนกลับเดินหนีหลังจากนั้นได้นำว่าวตัวดังกล่าวไปซ่อมแต่ไม่กล้าเล่นเกรงว่าจะขาด จน นายแสนและเพื่อนเดินมาเที่ยวและเห็น สาวมุข ถือว่าวที่เป็นของตนไว้ จึงได้ชวนเล่นเพราะเห็นว่า ไม่มีเพื่อน จนกระทั่งทั้ง สอง เริ่ม สนิทสนมและคบหากันนับตั้งแต่นั้นมา จนทำให้เกิดความผูกพัน จนกลายเป็นความรัก โดยที่ผู้เป็นพ่อนั้นไม่รู้เรื่องราวของลูกชายที่เป็นสุดที่รัก จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งเรื่อง ของทั้งสอง มารู้ถึงผู้เป็นพ่อ และทำให้ นายบ่าย เกิดความไม่พอใจ เนื่องจากรู้มาว่า สาวมุขนั้นยากจน จึงได้กีดกันห้ามปรามไม่ให้ทั้งสองคบหากัน และได้ หาหญิงสาว ชาวบ้านในบางเดียวกันให้กับลูกชายและมีฐานะใกล้เคียงกัน แต่ นายแสนไม่ชอบและแอบมาพบ สาวมุขเป็นประจำ จนถึงเทศกาลลอยกระทง ซึ่งทั้งสองได้ให้สัญญาคำมั่นซึ่งกันและกันว่า จะรักกันตราบนานเท่าชีวิต และจะไม่พรากจากกัน หากผิดคำสัญญาจะขอลาตายโดยการกระโดดเขาแห่งนี้ เมื่อกำนันบ่าย มารู้อีกครั้งว่า นายแสน แอบมาหา สาวมุข จึงได้ให้เพื่อนไปจับตัวมากักขัง แล้วไปสู่ขอสาวให้กับลูกชาย พร้อมกับบังคับถ้าไม่เชื่อก็จะตัดลูกตัดพ่อกัน จนทำให้ นายแสนท้อใจ ที่ไม่สามารถทำตามใจตนเองได้ จนถึงวันใกล้แต่งงาน เพื่อนๆ สาว ของมุขได้มาบอกว่า นายแสนที่ตนชื่นชอบนั้นกำลังจะแต่งงานแล้วซึ่งทำให้ สาวมุขไม่เชื่อพร้อมมาหา นายแสนในวันแต่งงานพร้อมกับคืนแหวนให้ด้วย หลังจากนั้นได้มาที่หน้าผาเขา แห่งนี้เพื่อระลึกถึงวันที่ตนได้ให้สัญญากับคนรักไว้ ก่อนที่จะกระโดดลงมาตาย หลังจากที่ สาวมุขได้คืนแหวนนั้น นายแสนได้วิ่งออกจากงานเพื่อตามหาสาวมุข โดยรู้ว่าตนจะต้องมาที่ใด แต่ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อเห็นร่างของสาว มุข นอนตายอยู่ข้างล่าง จึงได้ตัดสินใจกระโดดตายตามหญิงสาวคนรักไปอีกคน ทำให้ผู้เป็นพ่อ คือ กำนันบ่าย ที่วิ่งตามมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เสียใจเป็นยิ่งนักที่ทำให้ลูกชายต้องมาตาย เพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง จึงได้ทำบุญส่วนกุศลให้กับคนทั้งสองและ ต้องตรอมใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ชาวบ้านต่างสงสารหนุ่มสาวทั้งสอง เวลาพลบค่ำ ชาวบ้านที่ผ่านไปมามักจะเห็นร่างของหนุ่มสาวทั้งสองมายืนที่หน้าเขาลูกนี้ประจำ จนเป็นที่กล่าวขานนับตั้งแต่นั้นเป็นตนมาจนชาวบ้าน ตั้งชื่อเขาลูกนี้ว่า เขาสามมุขพร้อมกับตั้งศาลเพียงตาไว้ให้ ส่วนอีกแห่งหนึ่ง ที่ชาวบ้านเห็นก็คือ ชายหาดบางแสน ที่ผู้เป็นพ่อได้ตั้งศาลเพียงตาไว้ยามคิดถึงลูกชาย สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่า ความรักของบุคคลทั้งสองนั้น ศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ เวลาออกหาปลากลางทะเลนั้น ชาวบ้านจะนำปะทัดมาจุดเพื่อขอให้ช่วยในการทำมาหากินแล้วแคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง โดยเฉพาะลมพายุ ที่ชาวบ้านมักจะโดนบ่อยๆ แม้กระทั้ง ท่านสุนทรภู่ ก็ยังเคยมาแล้ว ครั้งที่ท่านเดินทาง จากกรุงเทพโดยทางเรือแล้วแล่นผ่านพื้นที่แห่งนี้ เพื่อจะไปเยี่ยมบิดา ที่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ในระหว่างนั้นได้เกิดลมพายุอย่างแรง จนเรือไม่สามารถขวบคุมได้ จึงได้มองมาที่เขาแห่งนี้ และเคยได้ยินประวัติความเป็นมาจากชาวบ้านบ่อยๆ จึงได้เอ่ยคำบนบาลเจ้าแม่สามมุขขอให้ตนและลูกเรือปลอดภัย จากลมพายุหลังจากนั้นไม่นานลมก็สงบลง จนเป็นที่น่าแปลกใจ หลังจากนั้น ท่านสุนทรภู่ ได้เขียนนิรา..พรรณนา ถึงความ ศักดิ์สิทธิ์ ของเจ้าแม่เขาสามมุข ไว้ในหนังสือภาษาไทย มัธยมปลาย เมื่อคราวเสด็จไป เมืองแกลง ครั้งแรกปี พ.ศ. 2350 ดังนี้ว่า

*** พี่แข็งขืนฝืนภาวนานิ่ง แลดูยิ่งไรยังไกลเหลือ
เห็นเกินรอยบางปลาสร้อยอยู่ท้ายเรือ คลื่นก็เผื่อฟูมฟองคะนองพราย
เห็นจวนจนบนเจ้าเขาสามมุข จงช่วยทุกข์ถึงที่จะทำถวาย
พอขาดคำน้ำขึ้นดั่งคลื่นคลาย ทั้งสามนายหน้าชื่นค่อยเฉื่อยชา ***

หลังจากนั้นท่านได้ทำตามที่เอ่ยวาจากล่าวบนไว้ โดยนำสิ่งของมาแก้บน และครั้งคราใดที่วิ่งผ่านสถานที่แห่งนี้ก็จะแวะเวียนมาอยู่ร่ำไป

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย sarate_n; 11-02-2009 เมื่อ 01:54 PM
 
11-15-2009, 03:46 AM   #9 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

..รักแท้มีอยู่จริง...แต่การจะหารักแท้เจอบางครั้งต้องใช้ทั้งชีวิตค้นหามัน
 
11-16-2009, 09:12 AM   #10 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

อ้างถึง:
กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ หน่อยเบล อ่านกระทู้
รักแท้มีจริงค่ะ รักมีหลายรูปแบบ รักแต่ล่ะแบบไม่เหมือนกัน เพียงแค่ว่าเราจะเลือกรักแบบไหน รักทุกแบบมีความหมายเหมือนกันค่ะ ...รักไม่ใช่แค่การครอบครอง ขอแค่ได้รักก็มีความสุขแล้วค่ะ...จงรักกันเถิดพี่น้องประเทศไทย....อิอิ
อึฮึฮึพี่หน่อยเบล จะแม่นหาโตยาก ป๊าดปรัชญา แม่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆื รักแท้น่ะมีจริงคือพี่เบลเว่าเลยจ้า

เพียงแต่ว่าคนเราจะรักกันรูปแบบได๋ กะถ่อนั้น ถ้ารักบ่อหวังครอบครองกะทำให้ใจสบาย แต่ถ้าอยากครอบ

ครอง คนรักต้องเป็นของเราคนเดียวแล้วหล่ะก็ ทุกข์ค่ะ ทุกข์ใจ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry > พูดคุย-ปรึกษารัก-สนทนาภาษารัก


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว






Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:31 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน