ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > มานี มานะ จะปะ กะทะ ฯ

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
11-22-2009, 09:00 AM   #1 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
 
 
ขุนแผนแสนสะท้าน



ขุนแผนแสนสะท้าน


เกิดมาเป็นขุนแผนแสนสนุก
(วารสารรายปี ยามสายัณห์ (๑) ๒๕๔๙) ยามสายัณห์ (๑) ๒๕๔๙
คุ้ยวรรณคดี
เกิดมาเป็นขุนแผนแสนสนุก
ฑ.มณฑา
ตัวละครเอกในวรรณคดีของไทย นอกจากพระอภัยมณีของท่านสุนทรภู่ และ จะเด็ดผู้ชนะสิบทิศของท่านยาขอบแล้ว ก็เห็นมีแต่ขุนแผนแสนสนิท ในแผ่นดินสมเด็จพระพันวษา นี่แหละ ที่มีเมียมากพอจะเทียบเคียงกันได้ ซึ่งแม้แต่คนในยุคปัจจุบันก็ต้องยอมรับนับถือ เสาะหาพระพิมพ์ขุนแผนมาบูชา ทั้ง ๆ ที่ตัวขุนแผนเองก็เพียงแค่เคยบรรพชาเป็นสามเณรเท่านั้น

ขุนแผนมีชื่อเดิมว่าพลายแก้ว เกิดที่เมืองสุพรรณบุรี เป็นบุตรของขุนไกรพลพ่ายกับนางทองประศรี เมื่อยังเยาว์บิดาต้องราชภัยถึงประหารชีวิต แม่จึงต้องพาหนีมาอาศัยญาติของพ่อ อยู่ที่เขาชนไก่เมืองกาญจนบุรี พอพลายแก้วอายุได้สิบห้าปี แม่ก็พาไปบวชเป็นสามเณรที่วัดส้มใหญ่ สมภารบุญซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของขุนไกร ก็สั่งสอนวิชาการต่าง ๆ ให้เณรแก้วเรียนรู้จนหมดสิ้นตำราแล้ว เณรแก้วจึงขอลากลับมาเมืองสุพรรณ อยู่กับสมภารมีวัดป่าเลไลย ร่ำเรียนวิชา เวทยศาสตร์ชั้นสูงขึ้นไปอีก และหัดเทศน์ได้คล่องแคล่ว สุ้มเสียงไพเราะมีเสน่ห์ญาติโยมติดใจกันเกรียวกราว

อยู่มาถึงวันงานสงกรานต์ ชาวบ้านพากันมาตักบาตรทำบุญที่วัดป่าเลไลยอย่างคับคั่ง เณรแก้วนั่งก้มหน้าต่อท้ายแถวพระสงฆ์รับบิณฑบาตร ก็มีสีกาสาวคนหนึ่งตักบาตรให้มากผิดปกติ จึงเงยหน้าขึ้นดู ก็เกิดอาการ ใจเต้นบึกบึกนึกเป็นครู่ เหมือนเคยเล่นกับกูกูจำได้ ชื่อว่าสีกาพิมพิลาไล สาวขึ้นสวยกระไรเพียงบาดตา

ตั้งแต่นั้นมาเณรแก้วก็เฝ้าแต่ระลึกถึงใบหน้าของนางพิม เพื่อนเก่าตั้งแต่เด็กเมื่อสมัยอยู่สุพรรณ ไปจนถึงงานทำบุญวันสารทเดือนสิบ เณรแก้วขึ้นธรรมาสน์เทศน์มหาชาติกัณฑ์มัทรี แทนท่านสมภารซึ่งป่วยไข้ไม่สบาย นางพิมก็เปลื้องผ้าสไบถวายติดกัณฑ์เทศน์ ซึ่งทำให้เจ้าเณรหวั่นไหวไปทั้งคืน จากนั้นก็หาทางไปพบปะพูดจากับสีกาพิม โดยมีนางสายทองพี่เลี้ยงของนางพิม เป็นสื่อคอยชักนำให้ได้พบกันในไร่ฝ้าย โดยเณรแก้วขอลาสึกมาชั่วคราว

ในฉากนี้กวีผู้รจนาเรื่องขุนช้างขุนแผน ได้บรรจงแต่งบทรักอันสวยงามไว้หลายบท ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นส่วนมาก เช่น

พี่รักนุชสุจริตน้ำจิตรัก
ไม่หาญหักก่อนดอกแต่โดยได้
ผลักมือรื้อฉวยชายสไบ
เพราะอาลัยกำเริบที่ในทรวง
งดโทษพี่เถิดเจ้าจงเอาบุญ
อย่าเคืองขุ่นคั่งแค้นเฝ้าแหนหวง
นมเจ้างอนงามปลั่งดังเงินยวง
ประโลมล่วงน้องหน่อยอย่าน้อยใจ ฯ

หรืออย่างเช่น

ประจงจูบลูบผมแล้วชมพักตร์
น่ารักนวลเนื้อเจ้านิ่มนิ่ม
น้ำตาคลอเปี่ยมอยู่เรียมริม
เจ้าเยื้อนยิ้มสักหน่อยเถิดกลอยใจ
สงสารไหว้วอนให้ผ่อนวาง
รักนางมิใคร่จะไกลได้
พี่จะหอบเสน่หาลาไป
เหลืออาลัยที่จะทรมาน
หยิบมือพิมน้อยประทับทรวง
แม่ดูดวงจิตพี่ออกฟุ้งซ่าน
เวลาค่ำแม่จงจำสังเกตการ
จะไปบ้านหาพิมพิลาไลย
ช้อนคางพลางจูบประคองชม
แนบเนื้อแนบนมเจ้าผ่องใส
พวงพุ่มตูมตั้งยังเป็นไต
อาลัยลูบโลมทั้งกายา ฯ

เณรแก้วกลับมาวัดแล้วก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนจากชุดฆราวาส รออยู่จนดึกประมาณสองยาม จึงออกจากวัดไปบ้านนางพิมตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ แล้วก็ย่องเข้าไปในห้องปลอบประโลมนางอยู่นานจนกระทั่งถึงบท ว่าพลางทางกอดกระหวัด อย่าสะบัดเลยไม่พ้นฝีมือพี่ นางพิมนั้นก็ขืนขัดปัดป้อง อยู่อีกสิบบรรทัดจึงกลายเป็น ถ้อยทีถ้อยมีเสน่หา กำเริบรสกามาหมื่นไหม้ ฟักฟูมอุ้มแอบด้วยอาลัย ต่างมิใคร่จะสนิทนิทรา

แล้วเณรแก้วก็กลับมาครองเพศเป็นสามเณรต่อไป โดยไม่รู้ว่าจะทำอะไรให้ดีกว่านั้น นอกจากความรักและความคิดถึงนางพิม ตามประสาคนหนุ่มที่ได้พบรักแรก จนกระทั่งสายทองพี่เลี้ยงนางพิมมาส่งข่าวว่า ขุนช้างเพื่อนผู้เป็นเศรษฐีใหญ่เมืองสุพรรณ ได้มาทาบทามจะขอนางพิม และนางศรีประจันมารดาก็เห็นดีด้วย เณรแก้วจึงร้อนใจแต่ก็ไม่วายจะเกาะแกะนางสายทอง เป็นการขอบคุณที่ช่วยมาส่งข่าว

แต่บังเอิญท่านสมภารมีมาเห็นเข้า จึงเอาไม้เท้าฟาดเข้าให้จนแตกกระเจิงไปทั้งคู่ เณรแก้วจึงต้องหนีไปอยู่ที่วัดแค สมภารคงก็รับไว้ด้วยความเมตตา ว่าเป็นลูกชายของเพื่อนเก่า และหาทราบถึงความประพฤติของเจ้าเณรที่แล้วมาไม่

เณรแก้วเรียนวิทยาการ ต่าง ๆ จากอาจารย์คง อยู่เป็นเวลาไม่นานนัก นางพิมที่ถูกแม่ตีเพราะไม่ยอมแต่งงานกับขุนช้าง ก็ชวนนางสายทองตามมาเจอเข้าที่วัดแค และชวนให้เณรสึกไปขอกับแม่ เณรก็ว่าไม่มีเงินทองจะเลี้ยงดูกัน นางพิมก็ออกปากว่าจะให้เงินของตนเอง แต่เมื่อเห็นเณรยังลังเลก็เลยยื่นไม้ตายว่า จะอยู่กับเณรที่นี่แหละไม่กลับไปบ้านแล้ว เจ้าเณรก็ร้องว่าอย่าอยู่เลยบิณฑบาตรเลี้ยงไม่ไหว แล้วก็หยอกเอินพอให้คลายความคิดถึง โดยไม่กระดากผ้าเหลือง จนนางพิมทนไม่ไหวต้องลากลับ พร้อมทั้งกำชับให้สึกให้ได้ในคืนนี้

ค่ำคืนนั้นเณรแก้วก็ขอลาสึก กับท่านสมภารคง แม้อาจารย์จะทักท้วงก็ไม่ยอมฟัง แล้วก็แต่งตัวเป็นชาวบ้านย่องขึ้นเรือนนางพิมในกลางดึก และเมื่อพบกันหลังจากที่คิดถึงคนึงหากันอยู่เป็นเวลานาน อะไรจะเกิดขึ้น เพียงตัดพ้อต่อว่าต่อขานกันได้ไม่กี่บรรทัด ก็เกิดอาการ

กำเริบราคเสียวกระสันประหวั่นจิต
หวุดหวิดวุ่นวายกายกระฉ่อน
พระพายพัดวัดคลื่นในสาคร
กระท้อนกระทบกระทั่งฝั่งกระเทือน ฯ

แล้วพลายแก้วก็ชวนนางพิมไปอาบน้ำกันจนชื่นอกชื่นใจ จึงกลับไปนอนต่อ แต่พอนางพิมหลับสนิทแล้ว พลายแก้วก็ค่อยย่องไปหานางสายทอง แม่สื่อตัวดีเพื่อจะให้บำเหน็จรางวัลตามที่ได้พูดไว้ นางสายทองก็ทำกระบิดกระบวนอยู่นานพอควร ลงท้ายก็ทำตาปริบปรอยเหมือนจะง่วง ปล่อยให้เจ้าพลายอิงเอนทับลงกับเตียง แล้วก็

ค่อยขยับจับเขยื้อนแต่น้อยน้อย
ฝนปรอยฟ้าลั่นสนั่นเปรี้ยง
ลมพัดซัดคลื่นสำเภาเอียง
ค่อยหลีกเลี่ยงแล่นเลียบตลิ่งมา ฯ

งานนี้เผอิญนางพิมตื่นขึ้น และตามหาพลายแก้วจนมาเจอเข้าอย่างจัง คาหนัง คาเขา เลยเกิดการต่อปากต่อคำจนเกือบเป็นเรื่องใหญ่ แต่จอมเจ้าชู้ขมังเวทย์อย่างพลายแก้ว ก็สามารถทำให้สงบลงได้ไม่ยากนัก

เรื่องทำท่าว่าจะลงเอยด้วยดี เพราะพลายแก้วได้แต่งงานกับนางพิม อย่างถูกต้องตามประเพณี แต่ครองคู่กันได้ไม่กี่วัน พลายแก้วก็ถูกเกณฑ์ไปทัพรบกับเมืองเชียงใหม่

ด้วยวิชาอาคมสารพัด ที่ได้ร่ำเรียนมาจากอาจารย์ทั้งสามวัด พลายแก้วแม่ทัพไทยก็สามารถเอาชนะข้าศึกได้โดยไม่เหนื่อยแรงสักเท่าไร แต่ในขณะที่พักอยู่ยังบ้านจอมทอง แสนคำแมนนายบ้านสำนึกถึงบุญคุณพลายแก้ว ที่ไม่ได้ทำร้ายชาวบ้านตำบลนี้ให้เป็นอันตราย จึงคิดจะยกนางลาวทองบุตรสาวให้เป็นรางวัล ซึ่งก็เหมือนกับยื่นอ้อยเข้าปากช้างนั่นเอง พลายแก้วหรือจะปฏิเสธ

นางลาวทองรู้ว่าพลายแก้ว มีเมียอยู่ที่อยุธยาแล้วจึงไม่เต็มใจ แต่ทนพ่อแม่อ้อนวอน และคาถาอาคมของท่านแม่ทัพไม่ได้ เพราะ
ตั้งแต่ยามเย็นนางมาอยู่
หาได้ดูหน้าตาเจ้าพลายไม่
ครั้นต้องหมากมนตร์เคี้ยวประเดี๋ยวใจ
ก็อาลัยลอบเหลือบชำเลืองตา ฯ

พลายแก้วจึงดำเนินการขั้นต่อไป ตามตำรา

ร้อยชั่งนั่งใยไม่บังควร
เวลาจวนรุ่งสางสว่างห้อง
เลียมลูบจูลโฉมประโลมลอง
ประคองกอดอุ้มแก้วขึ้นเตียงพลัน ฯ

นางลาวทองจึงตกเป็นภรรยาคนที่สามของพลายแก้ว อย่างช่วยไม่ได้ แล้วเมื่อเลิกทัพกลับพระนคร พลายแก้วก็พานางลาวทองมาจนเจอกับนางพิมพิลาไลย ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นนางวันทอง และจำใจต้องแต่งงานกับนายขุนช้างไปเสียแล้ว พลายแก้วซึ่งรบชนะศึกมีความชอบ ได้บรรดาศักดิ์เป็นขุนแผนแสนสท้าน จึงไปตั้งครอบครัวอยู่กับนางลาวทอง ที่เมืองกาญจนบุรี

ต่อมาขุนแผนหนีเวรมหาดเล็กในวัง ไปหานางลาวทองซึ่งป่วยอยู่ที่บ้าน พระพันวษากริ้วว่ารักเมียมากกว่าราชการ จึงให้ไปตะเวนด่านไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้า

ขุนแผนตระเวนไปจนพบ หมื่นหาญชาญไชย นายตำบลบ้านถ้ำ ซึ่งมีลูกสาวสวยชื่อนางบัวคลี่ จึงสมัครเข้าไปเป็นลูกน้อง และบังเอิญได้ช่วยชีวิตหมื่นหาญให้พ้นความตาย จากการถูกวัวกระทิงขวิดในป่า หมื่นหาญจึงยกลูกสาวให้เป็นภรรยา ขุนแผนซึ่งกำลังเปล่าเปลี่ยวเดียวดายอยู่ในป่า มีหรือที่จะขัดข้อง

เมื่อเสร็จพิธีเซ่นผีสู่ขวัญแล้ว นางสีจันทน์แม่ยาย ก็ส่งตัวลูกสาวเข้าห้องหอ พร้อมกับปลอบว่า ไม่ต้องกลัวหรอกการมีผัวน่ะ

อันซึ่งการประเวณีไม่มีครู
กลัวจะรู้เสียหนักไม่พักสอน
ประเดี๋ยวใจได้สุขสิ้นทุกข์ร้อน
พ่อแม่มาแต่ก่อนก็เหมือนกัน ฯ

เมื่ออยู่สองสองในห้องกับขุนแผน นางบัวคลี่ก็ผลัดผ่อนว่า

ก็รู้ว่าคุณพ่อยกยอให้
จะไปไหนพ้นมือฤๅขาพี่
จงงดน้องไว้สักสองสามราตรี
ประเวณีอย่างไรฉันไม่เคย ฯ

ขุนแผนก็ไม่ยอมให้เวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์

เจ้าพลายแก้วฟังนางทางว่าวอน
จะผัดผ่อนใยเล่าเจ้าพี่เอ๋ย
แก้วตาอย่าปรารมภ์การชมเชย
ถึงไม่เคยก็จะรู้ในครู่เดียว
ว่าพลางทางเป่าเทพรัญจวน
ให้ปั่นป่วนซาบซ่านในทรวงเสียว
จูบแก้มแนมนมเข้ากลมเกลียว
อย่าบิดเบี้ยวให้บอบระบมกาย ฯ

แต่เรื่องราวไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิด พลายแก้วอยู่กับนางบัวคลี่นานไป จนนางบัวคลีตั้งท้อง หมื่นหาญเห็นว่าขุนแผนมีฝีมือเหนือกว่า ก็คิดริษยาเพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดมาใหญ่กว่าตน คราวนี้เลยต้องมาเกลี้ยกล่อมลูกสาวให้ฆ่าผัวเสีย นางบัวคลี่นั้นรักพ่อมากกว่าผัวอยู่แล้ว จึงยอมวางยาพิษใส่อาหารให้ขุนแผนกิน แต่โหงพรายประจำตัวขุนแผนห้ามไม่ให้กิน จึงรอดตาย

แล้วขุนแผนก็แก้แค้นด้วยการฆ่านางบัวคลี่ เอาลูกในท้องมาทำพิธีกรรมให้เป็นกุมารทอง องรักษ์ประจำตัวเสีย แล้วก็ออกจากบ้านหมื่นหาญไปตีดาบฟ้าฟื้น เป็นอาวุธคู่มือ และได้ม้าสีหมอกเป็นพาหนะคู่ใจ ตระเวนไพรไปได้ไม่นาน ก็คิดถึงนางวันทอง และแค้นขุนช้างไม่หาย จึงเดินทางไปเมืองสุพรรณ หมายใจจะชิงนางวันทองกลับมาเป็นของตน

แต่ก่อนที่ขุนแผนจะได้ลงมือตามที่คิด เกิดเข้าห้องผิดไปเจอนางแก้วกิริยา ลูกสาวของเจ้าเมืองสุโขทัย ซึ่งทำเงินหลวงขาดหาย ต้องพานางมาขายฝากไว้กับขุนช้าง เพื่อเอาเงินสิบห้าตำลึงไปใช้หนี้หลวง แต่ขุนช้างรักเมียคนเดียวจึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วย ปล่อยให้คู่แค้นมาเจอเข้าจนได้ แล้วจะไปเหลืออะไร เพราะ

หรือจะเป็นเมียน้อยอ้ายขุนช้าง
ไยไม่วางห้องชมให้สมศักดิ์ พิเคราะห์ดูหน้านวลควรจะรัก
ถ้าชายชมก็จะชักให้นวลคลาย
คิดพลางทางแอบเข้าแนบน้อง
ต้องเต้านึกชมอารมณ์หมาย
เอนอิงพิงทับแล้วขับพลาย
ร่ายลมละลวยลงให้ลานใจ ฯ

นางแก้วกิริยาตื่นขึ้นมาเจอหน้า ชายที่ตนไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิตก็ตกใจ ถามไถ่ที่มาที่ไปอยู่เป็นเวลานาน หลายหน้ากระดาษ นางเจียมตนว่าเป็นทาสเขา แต่ขุนแผนก็ไม่ถอย คงพูดจาภาษาเจ้าชู้ หว่านล้อมให้นางใจอ่อน จนกระทั่ง

ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด
แขวนพาดฉากลงประจงจับ
อุ้มนางวางตักสะพักรับ
ก็ทอดทับระทวยลงดังท่อนทอง ฯ

ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องรักสามเส้า ระหว่างนางวันทองกับขุนช้างและขุนแผน ซึ่ง ยืดยาวไปอีกหลายบท แต่ขุนแผนก็มีเมียอยู่ห้าคนเพียงแค่นี้ นอกจากนางบัวคลี่ที่มีลูกเป็นกุมารทองแล้ว นางวันทองก็มีลูกกับขุนแผนชื่อพลายงาม และนางแก้วกิริยานั้นมีลูกชื่อพลายชุมพล นางลาวทองมีลูกชายชื่อพลายณรงค์ ซึ่งมาปรากฎตัวในบทที่ ๔๙

ส่วนนางสายทองนั้น ไม่ปรากฎว่ามีลูกกับขุนแผนแต่อย่างใด และในสมัยต่อมา ที่พลายงามกับพลายชุมพลโตเป็นผู้ใหญ่ และมีเรื่องราวพัวพันกันอีกหลายบทหลายตอนนั้น ก็ไม่ได้กล่าวถึงนางอีกเลย

ขุนแผนนั้นอายุยืนไปจนพระพันวษาสวรรคตแล้ว อีกไม่นานก็ถึงกาลกิริยาลงในบทที่ ๔๕

หลวงแผนนั้นก็แก่ชราภาพ
ตั้งแต่ปราบศัตรูหมู่ทหาร
ถึงกองกรรมที่แกทำมากประมาณ
กำหนดกาลแกก็ล่วงพิราลัย
ทั้งนางแก้วกิริยานางลาวทอง
เมียทั้งสองก็แก่ถึงตักษัย
ก็ตายสิ้นตามกันเพราะนานไป
พ่อแม่ใครลูกได้เผาตามเหล่ามา ฯ

พระเอกในวรรณคดีอมตะของไทย ซึ่งเดิมชื่อ พลายแก้ว แล้วรับราชการจนได้เป็น ขุนแผนแว่นไว ต่อมาได้เป็น พระสุรินทฦๅไชยมไหสูรย์ภักดี เจ้าเมืองกาญจนบุรีนั้น ก็หมดอายุขัยลงเพียงนี้

แต่ความเจ้าชู้ของขุนแผนนั้น เป็นที่เล่าลือและนับถือกัน ในหมู่ชายชาตรีทั้งหลายมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน ไม่มีวันเสื่อมคลาย.

ขอขอบคุณ : PANTIP.COM : M8572840 http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M8572840
 


11-22-2009, 10:49 AM   #2 (permalink)
ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม

อะนะ ยาย ผู้ชายเจ้าชู้นี่ยกย่องจัง ยกยกจัง ไหนๆ มีขุนแผนจักองค์ไหม จิเอาวางคู่กับนางกวัก

พูดเล่นเด้อ วรรณคดีก็ดีอยู่ดอกจ้า อ่านก็สนุกดี แหม กลอนแต่ละกลอน อ่านแล้วคิดเด้นี่
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > มานี มานะ จะปะ กะทะ ฯ


ป้ายกำกับ
ขุนแผน, พลายแก้ว, วันทอง

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว






Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:58 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน