![]() |
| บ้านมหา | ชุมชนบ้านมหา | เว็บบนมือถือ | คลังความรู้ | ศิลปะวัฒนธรรม | สถานที่ท่องเที่ยว | ครัวบ้านมหา | วาไรตี้ | ลูกทุ่งหมอลำ | สถานีวิทยุ | สารบัญเว็บ |
|
|
|||||||
| กลุ่มและสังคม | ไดอารี่ | อัพโหลดภาพ | ป้ายหัวข้อ | ทีมงาน | ศิลปินบ้านมหา | กล่องขอเพลง | ห้องแชท | ศูนย์ไอที | ทำเนียบดีเจ |
|
|
LinkBack | คำสั่งเพิ่มเติม | เรียบเรียงคำตอบ |
|
|
#1 (permalink) | |
|
นักการภารโรง
![]() วันที่สมัคร: Jan 2006
กระทู้: 4,031
ให้การขอบคุณ: 666
ได้รับการขอบคุณ 3,737 ครั้ง
คะแนน: 10 จาก 351 หัวข้อ |
แคน เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมือง ที่เป็นมรดกภาคอีสานที่เก่าแก่ที่สุด แคนเป็นเครื่องดนตรีที่มีความไพเราะ มีความซับซ้อนของเสียงมาก แคนเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่าเป็นเพลง ใครเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีนี้ขึ้นมานั้น ไม่สามารถบอกได้หรือไม่มีหลักฐานที่แน่นอนยืนยันได้ แต่มีเพียงประวัติตำนานที่เล่าขานกันสืบเรื่อยต่อมา ดังนี้ครั้งก่อนนั้นมีพราหมณ์คนหนึ่งได้เข้าไปในป่าเพื่อหาล่าสัตว์ตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน และพราหมณ์นั้นได้เดินเข้าไปในป่าลึก ก็ได้ยินเสียงแววๆ มา มีความไพเราะมาก มีทั้งเสียงสูง เสียงต่ำ บ้างสลับกันไป แล้วพราณห์ก็ได้เข้าไปดูว่าเสียงนั้นมาจากที่ใด ทันใดนั้น ก็มองเห็นเป็นเสียงร้องของนกชนิดหนึ่ง เรียกว่า “นกการเวก” จากนั้นก็ได้เดินทางกลับบ้าน แล้วนำเรื่องที่ตนได้ยินมานั้นไปเล่าให้ชาวบ้านได้ฟัง และมีหญิงหม้ายคนหนึ่งพอได้ฟังแล้วเกิดความสนใจอย่างมาก เลยขอติดตามนายพราณห์เข้าไปในป่าเพื่อไปดูนกการเวก ว่ามีความไพเราะจริงหรือไม่ ครั้งหญิงหม้ายได้ฟังเสียงนกการเวกร้องก็เกิดความไพเราะ เพลิดเพลินและติดอกติดใจ มีความคิดอย่างเดียวว่า จะทำอย่างไรดีถ้าต้องการฟังอีก ครั้งจะติดตามนกการเวกนี้ไปฟังคงจะยากแน่นอน จึงคิดที่จะทำเครื่องแทนเสียงร้องนกการเวก ให้มีเสียงเสนาะออนซอนจับใจ ดุจดังเสียงนกการเวกนี้ให้จงได้ เมื่อหญิงหม้ายกลับถึงบ้าน ก็ได้คิดทำเครื่องดนตรีต่างๆ เช่น ดีด สี ตี เป่า หลายๆ อย่าง ก็ยังไม่มีเสียงดนตรีชนิดใดมีเสียงไพเราะเหมือนกับเสียงนกการเวก ในที่สุดนางก็ได้ไปตัดไม้ชนิดหนึ่ง เอามาประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นเครื่องเป่าชนิดหนึ่ง รู้สึกว่าค่อนข้างไพเราะ จึงได้พยายามดัดแปลงแก้ไขอีกหลายๆ ครั้ง จนกระทั่งเกิดเป็นเสียงไพเราะ เหมือนเสียงร้องของนกการเวก จนในที่สุดเมื่อได้แก้ไขครั้งสุดท้ายแล้วลองเป่ารู้สึกไพเราะ ออนซอนจับใจ ดุจดังเสียงนกการเวก นางจึงมีความรู้สึกดีใจในความสำเร็จของตนเป็นพ้นที่ได้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีได้เป็นคนแรก จึงคิดที่จะไปทูลเกล้าถวายพระเจ้าปเสนทิโกศล และนางยังได้ฝึกหัดเป่าลายต่างๆ จนเกิดความชำนาญเป็นอย่างดี จึงนำเครื่องดนตรีไปเข้าเฝ้าฯ ถวาย แล้วนางก็ได้เป่าลายเพลงให้พระเจ้าปเสนทิโกศลฟัง เมื่อฟังเพลงจบแล้วพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงมีความพึงพอใจอย่างมากที่มีเครื่องดนตรีประเภทนี้เกิดขี้นและทรงตั้งชื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้ว่า “แคน” ด้วยเหตุนี้เครื่องดนตรีที่หญิงหม้ายที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้ไม้ไผ้น้อยเรียงติดต่อกันใช้ปากเป่า จึงได้ชื่อว่า “แคน” มาตราบเท่าทุกวันนี้และ แคน ยังมีหลายท่านที่ให้ความหมายของคำว่าแคน บ้างกล่าวว่าแคนเรียกตามเสียงของแคน โดยเวลาเป่าเสียงแคนจะดังออกมาว่า แคนแล่นแคน แล่นแคน แล่นแคน แต่บางท่านก็ให้ความหมายว่า แคน เรียกตามไม้ที่นำมาทำเต้าแคน คือ ไม้ที่ทำเต้าแคนนั้น นิยมใช้ไม้ตะเคียน หรือภาษาอีสานเรียกว่าไม้แคนจากการสันนิษฐานจากนิยายเรื่อง หญิงหม้าย แล้วยังสันนิษฐานว่าแคนได้รับอิทธิพลมีที่มาอยู่ 2 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง ทางด้านโบราณคดี ในประเทศจีนซึ่งเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ได้บ่งบอกว่า เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทย ได้มีการขุดพบหลุมฝังศพของหญิงสาวราชินีกุลคนหนึ่ง แถวมณฑลฮูนาน ราว 2,000 ปี ได้ค้นพบเครื่องดนตรีจำนวนมากมาย เช่น ขลุ่ย และเครื่องดนตรีสำหรับเป่าที่มีรูปร่างคล้ายกับแคน แต่มีเต้ายาวมาก เหมือนแคนชาวเขา เผ่ามูเซอ แถบภาคเหนือของไทย นั้นแสดงว่า เครื่องดนตรีประเภทนี้เคยมีอยู่แล้วในประเทศจีน ประการที่สอง ด้านวรรณคดี จากวรรณคดีพื้นบ้านอีสานได้พบการใช้แคนอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องท้าวฮุ่งท้าวเจือง และท้าวก่ำกาดำ และเรื่องท้าวก่ำกาดำ มีตอนหนึ่งว่า กาดำใช้แคนเป่าจีบสาว ดังว่า ท้าวก็เป่าจ้อยๆ คือเสียงเสพเมืองสวรรค์ จนว่าฝูงคนเฒ่าเหงานอนหายส่วง จนว่าสาวแม่ฮ้าง คะนงโอ้อ่าวผัว ฝูงพ่อฮ้างคิดฮ่ำคนึงเมีย เหลือทนทุกข์ผู้เดียวนอนแล้ว เป็นที่อัศจรรย์แท้เสียงแคนท้าวก่ำ ไผ่ได้ฟังม่วนแม้งในสว่างว่างเว ฝูงกินข้าวคาคอค้างอยู่ ฝูงอาบน้ำป๋าผ่า แล่นมา ในปัจจุบันนี้ แคน เป็นเครื่องดนตรีที่มีความเก่าแก่มากที่สุด เป็นเครื่องดนตรีที่มีความนิยมเป่ากันมาก โดยเฉพาะชาวจังหวัดขอนแก่น ถือเอาแคนเป็นเอกลักษณ์ชาวขอนแก่น รวมทั้งเป็นเครื่องดนตรีประจำภาคอีสานตลอดไป และในปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้มีการประดิษฐ์ทำแคนเป็นอาชีพอย่างมากมาย เช่น อ.นาหว้า จ.นครพนม จะทำแคนเป็นอาชีพทั้งหมู่บ้าน รวมทั้ง จังหวัดอื่นๆ อีกมากมาย และแคนยังเป็นเครื่องดนตรีที่นำมาเป่าประกอบการแสดงต่างๆ เช่นแคนวง วงโปงลาง วงดนตรีพื้นเมือง รวมทั้งมีการเป่าประกอบพิธีกรรมของชาวอีสาน เช่า รำผีฟ้า รำภูไท เป็นต้น รวมทั้งเป่าประกอบหมอลำกลอน ลำเพลิน ลำพื้น รวมทั้งหมอลำซิ่ง ยังขาดแคนไม่ได้ อ้างถึง:
| |
|
|
||
|
|
|
| รายชื่อผู้ให้การขอบคุณในหัวข้อที่ บ่าวคนเดิม ตั้งขึ้น: |
|
|
#4 (permalink) |
|
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
![]() ![]() ![]() ![]() วันที่สมัคร: Sep 2007
กระทู้: 1,550
ให้การขอบคุณ: 85
ได้รับการขอบคุณ 242 ครั้ง
คะแนน: 67 จาก 55 หัวข้อ |
อั่นที่ฝารางงเขาเลียนแบบเป็น อ๊อแก๊นนั่น ฮ่าาาาา
แคนเป็นเครื่องดนตรีอิสานขนานแท้เลยครับ ไผเลียนแบบบ่ได้ครับ เอกลักษ์เฉพาะโตอิหลี |
|
*-*รัก และ ห่วงใย ด้วยใจ...บ่าวดอนโบม*-*
|
|
|
|
|
|
|
#8 (permalink) |
|
สุดยอดแฟนพันธุ์แท้
![]() วันที่สมัคร: May 2007
ที่อยู่: Loei
กระทู้: 41
ให้การขอบคุณ: 14
ได้รับการขอบคุณ 36 ครั้ง
คะแนน: 0 จาก 3 หัวข้อ |
เข้าท่าครับ ที่มาประวัติ
กะเคยสั่งมาแต่ นาหว้า ของกำนันสุนทร ชาสงวนคือกัน ดีครับ ถูกดี บ่เปลืองลม มีหลายคีย์(แล้วแต่สั่ง) แต่ขี้สูดอ่อนเร็วไปครับ |
|
|
|
| Tags (ป้ายบอกทาง) |
| ตำนานแคน |
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
| เรียบเรียงคำตอบ | |
|
|
