ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > เรียนภาษาอังกฤษ

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
08-24-2010, 09:44 AM   #1 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
 
 
ภาษาอังกฤษ จาก Hotel californai



เป็นอีกผลงาน อมตะของ The Eagle เซียงเหมี่ยงฯ ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกตอนเรียน ปวช. ฟังบ่ฮู้เรื่อง แต่ว่ารู้สึกชอบมาก ๆ เลยลองหาเนื้อ หาคอร์ดมาเล่นกีตาร์ เป็นเพลงที่อ่านเนื้อแล้ว แปลความหมายบ่ออกเลย จากนั้นใช้ความพยายามในการแปลความหมายเพลงนี้ กะบ่สามารถ ปะติดปะต่อให้เป็นความหมายและ เรื่องราวได้เลย เมื่อความพยายามยังบ่เกิดผล เลยคิดถึง อาจารย์ กูเกิ้ล เห็นความหมายจาก บล๊อก OKNATION ให้ความหมายได้น่าสนใจ และ เซียงเหมี่ยงฯ เพราะคิดว่าเพลงนี้น่าจะแอบแฟงความหมายในเพลงไว้มากกว่าที่จะสื่อความหมายตรงไปตรงมา อย่างบางคนบอกว่าเพลงนี้หมายถึงโรงแรมผีสิง เซียงเหมี่ยงฯ แปลเบิ่งแล้วกะบ่เห็นจุดไหนที่บ่งบอกว่าเพลงนี้เขาสิกล่าวไปในแนวนั้น ลองมาเบิ่งเนื้อเพลงกันครับ....

Hotel California Lyrics

On a dark desert highway, cool wind in my hair
Warm smell of colitas, rising up through the air
Up ahead in the distance, I saw a shimmering light
My head grew heavy and my sight grew dim
I had to stop for the night
There she stood in the doorway;
I heard the mission bell
And I was thinking to myself,
’this could be heaven or this could be hell’
Then she lit up a candle and she showed me the way
There were voices down the corridor,
I thought I heard them say...

Welcome to the hotel california
Such a lovely place
Such a lovely face
Plenty of room at the hotel california
Any time of year, you can find it here

Her mind is tiffany-twisted, she got the mercedes bends
She got a lot of pretty, pretty boys, that she calls friends
How they dance in the courtyard, sweet summer sweat.
Some dance to remember, some dance to forget

So I called up the captain,
’please bring me my wine’
He said, ’we haven’t had that spirit here since nineteen sixty nine’
And still those voices are calling from far away,
Wake you up in the middle of the night
Just to hear them say...

Welcome to the hotel california
Such a lovely place
Such a lovely face
They livin’ it up at the hotel california
What a nice surprise, bring your alibis

Mirrors on the ceiling,
The pink champagne on ice
And she said ’we are all just prisoners here, of our own device’
And in the master’s chambers,
They gathered for the feast
The stab it with their steely knives,
But they just can’t kill the beast

Last thing I remember, I was
Running for the door
I had to find the passage back
To the place I was before
’relax,’ said the night man,
We are programmed to receive.
You can checkout any time you like,
But you can never leave!

ความหมาย คัดลอกมาจาก OKNATION.NET วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2550

Hotel California - สังคม Dystopia ของพญาอินทรี
Hotel California เป็นเพลงมือวางอันดับหนึ่งที่แฟนเพลงสากลทุกคนรู้จักดี สำหรับผมเพลงนี้มันมีความอมตะอยู่ในตัวตรงที่ท่วงทำนองอันเวิ้งว้างและเนื้อหาที่ตีความไปได้มากมายหลายแบบ - ผมทั้งอ่านหนังสือ พูดคุย และดูในอินเตอร์เนต มีคำอธิบายต่อเพลงนี้ตั้งแต่ เป็นเรื่องสยองขวัญ / เป็นความฝันของพวกเมากัญชา / ผู้หญิงหากิน / การค้นหาแดนศิวิไลย์ ไปจนถึง กับดักศิลปินและการล่มสลายของวงการดนตรี

ผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกอยู่ ม.ปลาย ฟังอย่างไม่ทราบความหมายอะไรชัดเจน พอโตมาเรื่อยๆ จึงพอเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น จนถึงปัจจุบันนี้ผมคงตีความเพลงนี้ได้นับสิบแบบแต่รูปแบบที่ผมออกจะเชื่อถือที่สุดในขณะนี้ คงเป็นเรื่องการพูดถึงสังคม Dystopia ของนักแสวงหาที่อ่อนล้ากันเต็มทน

อนาคตจะถูกมองกัน 2 แบบสำหรับฮิปปี้ยุคแสวงหา utopia คืออนาคตแห่งความหวัง มีแต่ความสุข ไม่มีความอดอยาก ไม่มีอาชญากรรม ไม่มีการกดขี่ ไม่มีสงคราม มีเสรีภาพทุกหนแห่ง ส่วนดินแดน Dystopia คือทุกอย่างที่ตรงกันข้าม

คณะ ดิ อีเกิ้ล ก็ไม่เคยบอกถึงความหมายแน่นอนของเพลงนี้แต่มีระบุความหมายบางประโยคให้ตีความกันไปเอง - ซึ่งเมื่อมองถึงสังคมอันวังเวงในปัจจุบัน ผมคิดว่า.......

On a dark desert highway, cool wind in my hair
Warm smell of colitas, rising up through the air
Up ahead in the distance, I saw a shimmering light
My head grew heavy and my sight grew dim
I had to stop for the night

ท่อนแรกพูดถึงบุปผาชนหรือคนที่หวังจะปฎิวัติโลกเก่าไปสู่ยุคใหม่ ( colitas - หมายถึงยอดกัญชา ของโปรดพวกบุฟผาชน) ความเหน็ดเหนื่อยและอยากพักผ่อนเต็มทน โรงแรมหมายถึงจุดพัก - ในที่นี้คือระบบทุน ธุรกิจที่ชาวแสวงหาต้องยอมรับ - ส่วนท่อนที่ 2 น่าจะหมายถึงโลกทุนนิยมในตัวแทนของ"หญิงสาว" ที่เชิญชาวแสวงหาให้มาลองทางธุรกิจเงินทุนดู - There she stood in the doorway

เมื่อแรกพวกเขาคงจะลังเลใจอยู่ จึงไม่แน่ใจว่าเป็นสวรรค์หรือนรก - And I was thinking to myself, this could be heaven or this could be hell

แต่เสียงเชิญชวนก็ยั่วใจเหลือเกิน ว่ามันยังมีพื้นที่พอให้มากอบโกยกันนะ - Welcome to the hotel california - Such a lovely face - Plenty of room at the hotel california - Any time of year, you can find it here
ระบบนี้ทำให้จิตใจบิดเบี้ยว (tiffany twisted - ดอกไม้ที่บิดเบี้ยว) แต่มันมีทั้งรถเบนซ์ ฯลฯ ตอบแทน โอเค คุณต้องเหน็ดเหนื่อยหน่อย และบางทีก็น่าจดจำ บางทีก็ลืมๆมันไป ยอมขายวิญญาณไปเถอะน่า

Her mind is tiffany-twisted, she got the mercedes bends
She got a lot of pretty, pretty boys, that she calls friends
How they dance in the courtyard, sweet summer sweat.
Some dance to remember, some dance to forget

อันนี้สืบต่อในท่อนสุดเด็ดท้ายตรงประโยคที่ว่า -So I called up the captain please bring me my wine He said, we havent had that spirit here since nineteen sixty nine - ผมคิดเหมือนกับหลายๆคนว่าหมายถึงเหตุการณ์ วู๊ดสต๊อก แต่ในแง่มุมที่ว่า หลังจากนั้น( ปี 1969 ) ก็ไม่มีใครทำอะไรเพื่อ "จิตวิญญาณ"อีกต่อไป หลังจากนั้นอะไรๆมันคือธุรกิจ ระบบทุนนิยมล้วนๆ !!!


They livin it up at the hotel california What a nice surprise, bring your alibis
Mirrors on the ceiling, The pink champagne on ice
โลกระบบทุนที่ฉาบด้วยความสวยงาม แต่ให้คนกินคนด้วยกัน และยอมรับว่าพอเข้ามาในระบบนี้ เราก็คือนักโทษดีๆนี่เอง - we are all just prisoners here, of our own device

ก่อนจะปิดท้ายเพลงด้วยการบอกว่า เมื่อคุณยอมรับทุนนิยมมันแล้ว การดิ้นรนจะหนี เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะมันมีอะไรยั่วใจให้คุณทำอยุ่ตลอดเวลา
Last thing I remember, I was Running for the door
I had to find the passage back To the place I was before
relax, said the night man, We are programmed to receive.
You can checkout any time you like, But you can never leave!


อัลบั่มนี้ออกปี 1977 แสดงความสิ้นหวังของการเปลี่ยนสังคมของบุฟผาชนอย่างชัดเจน ระบบทุนนิยมสยายปีกชนะอย่างเด็ดขาดในต้นยุค 80 จนถึงปัจจุบัน - ทั้งในตัวเพลงและอัลบั่มเหมือนจะบอกว่า ภารดรภาพ ไม่มีทางเป็นไปได้ถ้าเราจะไปมั่วกับทุนนิยมสามานต์

มองไปทุกวันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ ผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆทั้งไทยและทั่วโลก ใช่หรือไม่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นผู้ที่แสวงหาโลกแห่งเสรีแต่พอเดินตามระบบทุนแล้ว เขาก็กลายเป็นคนที่เราจำแทบไม่ได้


หากพี่น้องบ้านมหา ท่านได๋ที่มีคำแปลเพลงนี้ในอีกมุมมอง อีกแง่ กะขอให้มาแบ่งปันกันเนาะครับ เพราะว่าผู้แต่งเองเผิ่นกะบ่เคยปริปากถึงความหมายที่แท้จริงที่เผิ่นต้องการสื่อผ่านเพลงนี้คือหยัง
หรือว่าความคลุมเคลือที่ปล่อยไว้แบบนี้เป็นเสน่ห์ให้เพลงนี้คงความเป็นอมตะตลอดไป...

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์; 08-25-2010 เมื่อ 09:18 AM เหตุผล: remove video clip...
 
6 ท่าน ที่ขอบคุณ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์


08-24-2010, 10:54 AM   #2 (permalink)
ท่องเวบ

ขอบคุณมากจ้าน้องเซียงนำความหมายมาให้อ่าน พี่ปุ้ยก็เพิ่งรู้นะนิ
 
08-24-2010, 11:15 AM   #3 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

ขอบคุณมากมายครับ เพิ่งรู้คือกันล่ะครับ
 
08-24-2010, 11:55 AM   #4 (permalink)
Banned
ชอบมากมาย

ชอบฟัง The Eagles มานานเหมือนกันครับ โดยเฉพาะชุดแรกๆชอบเพลง Peaceful Easy Feeling เป็นพิเศษครับความหมายก็โดนใจอยู่แล้ว
 
08-24-2010, 12:46 PM   #5 (permalink)
ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด

ฟังเอาม่วนอย่างเดียวจักเขาว่าจั่งได๋แปลบ่ออกครับ ขอบคุณหลายๆครับ สำหรับความหมาย
 
08-25-2010, 07:47 AM   #6 (permalink)
ท่องยุทธภพ

ฟังเพลงนี้มีมาโดนเติบแล้ว หลายversion แต่ก็บอเคยสนใจรู้ความหมายจริงๆจักที รุ่นพี่สมัยก่อนชอบดีดกีตาร์ ไผเริ่มหัดกีตาร์สมัยก่อนต้องเกาเพลงนี้ก่อนจักเป็นหยัง ป้ากะเป็นเด็กน้อยอยู่เนาะ จนมาเจอ fw mail อธิบายความหมายของเพลง
ในเมล์บอกว่า The Eagles แต่งเพลงนี้ เพื่อสะท้อนอุตสาหกรรมดนตรีในอเมริกา ในยุคนั้น

ลองเอามาให้อ่านกันดูอีกแบบ จริงเท็จยังไง ต้องให้ ไผ๋เกิดยุคนั้นมาอธิบายเองเด้อ จ้า

On a dark desert highway, Cool wind in my hair
ท่อนแรกนี้ ดึงภาพของความหวัง คนหนุ่มสาวในยุคแสวงหา
ด้วยภาพของการเดินทางผ่านทะเลทราย เพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

Warm smell of colitas, Rising up through the air
คำว่า Colitas ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ บางคนบอกว่า มันเป็นภาษาสเปน
แปลว่า "little tails" ซึ่งเป็นส่วนยอดของใบกัญชา เป็นส่วนที่ดีที่สุด
บางคนบอกว่า Colitas อาจหมายถึง Clitoris ซึ่งเป็นส่วนนั้น ตรงนั้นของผู้หญิง

ดังนั้น Warm smell of colitas, Rising up through the air มันก็คืออะไร
ถ้าคุณก้าวเข้ามาสิ่งที่คุณจะได้ คือภาพมายาดุจฝัน (drugs) คุณจะได้ผู้หญิงมากมาย (**)


จากนั้นบอกว่า มีหญิงสาวยืนอยู่ที่ประตู ส่งสัญญาณ ให้เข้าไปข้างใน ซึ่งมีที่ว่างมากมาย
อันนี้ หญิงสาว เป็นตัวแทนของ salesperson คนที่เป็นคล้ายๆตัวแทนของค่ายเพลง
เชื้อเชิญ ให้นักฝันหนุ่มสาว ก้าวเข้ามาในวงการ

Her mind is Tiffany twisted --> อันนี้เขาต้องการด่าเสียดสีค่ายเพลงซึ่งไม่มีความจริงใจ

She's got the Mercedes bends---> อันนี้เขาเล่นคำ Benz กลายเป็น bends
เป็นการกระแนะกระแหนไงครับ ว่า สิ่งมีค่า Mercedes Benz สำหรับเขา(คนแต่งเพลง)
เขากลับเรียกมันว่า Mercedes bends -- bend แปลว่า งอ

She's got a lot of pretty, pretty boys That she calls friends
She = ค่ายเพลง , pretty boys = ศิลปินในสังกัด ตรงนี้เสียดสีค่ายเพลง
ว่า พวกเขาเห็นศิลปินในสังกัด เป็น " เพื่อน"
How they dance in the courtyard Sweet summer sweat
Some dance to remember Some dance to forget

Dance = ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน กับค่ายเพลง
Some Dances to remember = บางทีก็ดี น่าจดจำ
Some Dances to forget = บางทีก็ไม่น่าจำ

Please bring me my wine
He said We haven't had that spirit here since 1969

ในภาษาอังกฤษ บางทีจะเรียก wine ว่า spirit แล้วปี 1969 คือปีที่มีคอนเสริท WoodStock
เขาแค่อยากบอกว่า วิญญาณของดนตรีจริงๆ มันตายไปแล้วตั้งแต่คอนเสริทครั้งนั้น

Mirrors on the ceiling- กระจก เป็นภาพสะท้อน เป็นสัญญลักษณ์ของตัวตนที่หายไป
Pink champagne on ice - ความหรูหรา ความสำเร็จ เงิน

We are all just prisoners here -Of our own device
แต่พวกเขาก็เป็นเหมือนแค่นักโทษ จองจำอยู่ เป็นทาสเป็นเครื่องมือของตัวเอง

And in the master's chambers They gathered for the feast
They stab it with their steely knives But they just can't kill the beast

The Beast ก็คือสัญญาที่เซ็นต์ไป สิ่งที่คุณไม่มีวันหนีจากไปได้ you can't kill it.
ส่วนคำว่า steely knives รู้สึกว่า อ่านจากปกซีดี The best of เค้าบอกว่า
เป็นการล้อเล่นกับวง SteelyDan ในตอนนั้น คือแค่ใส่เข้ามาให้มันฟัองกัน

You can check out any time you like, But you can never leave.
ส่วนท่อนจบ อันนี้ก็คงเดาได้ พวกเขาพยายามหนีกลับไปเป็นคนๆเดิม แต่ทำไม่ได้
ถ้าคุณก้าวเข้ามาเป็น rock stars แล้ว คุณไม่สามารถกลับไปเป็นคนธรรมดาได้





มันก้อน่าคิดน่อ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ป้าอินเตอร์; 08-26-2010 เมื่อ 09:52 AM
 
08-25-2010, 09:16 AM   #7 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์

ขอบคุณครับคุณป้าที่แบ่งปันกันเนาะครับ ส่วนคลิปได้เอาออกไปแล้วล่ะครับ มื่อเดียวคงบ่ทันแวะมาเห็นเนาะครับ เจ้าของเผิ่นนา ฮ่า ๆ...
ปล.มัก MV ทีคุณป้าเอามาให้เบิ่งอยู่ครับ...
 
08-27-2010, 03:10 PM   #8 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

บางทีแปลแบบหนุกๆเบาๆดีกว่ามั๊งคับ เอาแบบฟังแล้วรู้สึกสะบายๆ ผมว่าเพลงทุกเพลงจะสื่อต่อความรู้สึกของแต่ละคนได้แตกต่างกันนะครับ มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ และก็บรรยากาศในขณะที่ฟังครับ ความรู้และประสบการณ์ของคนฟังก็ก็มีส่วนไม่น้อย สรุปฟังเพื่อความบันเทิงครับ
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > เรียนภาษาอังกฤษ


ป้ายกำกับ
Hotel California

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว


หัวข้อที่คล้ายกัน
หัวข้อ ผู้เริ่มหัวข้อ ฟอรั่ม ตอบกลับ กระทู้ล่าสุด
มาจกตา ภาษาอังกฤษ เอาแบบบ้านเฮา เจ้าข่อย...! ป้าอินเตอร์ เรียนภาษาอังกฤษ 10 06-13-2010 03:33 AM
Hotel California pui.lab คอร์ดเพลงลูกทุ่ง-หมอลำ 2 06-09-2009 02:10 PM
ภาษาอังกฤษ Red Alert pui.lab เรื่องตลก Joke Board 8 11-04-2008 03:27 PM
ราคาค่าบริการ จาก ตจว. คนตระการ... โพสต์รูปภาพสวยๆ Pic Post 2 07-11-2008 07:50 PM
สิจ่าย ผญา ภาษาอังกฤษ จักหน่อย บ่าวเต็งคนโก้ คำผญา สุภาษิต 37 01-29-2008 08:44 PM





Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:27 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน