Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > อยู่แบบพอเพียง

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
12-01-2010, 01:17 PM   #1 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
 
 
ช่องทางทำกิน 1 มะนาวในบ่อซีเมนต์



ช่องทางทำมาหากิน 1 มะนาวในบ่อซีเมนต์




เปิดกระทู้ ช่องทางทำมาหากิน ตั้งใจว่า
ถ้าค้นพบอะไรที่ดีๆ แล้วจะนำมาฝากค่ะ


เริ่มกระทู้ที่ มะนาวในบ่อซีเมนต์ ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

เหตุผลเพราะสมัยนี้ เราทุกคนต้องเป็นตัวของตัวเอง
จำเป็นต้องมีกิจการของตัวเองอีกด้วย
เพราะเราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครในระบบอุตสาหกรรม

ในภาคเกษตรกรรม หรือ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นของเราเอง
สามารถเป็นช่องทางสร้างรายได้ ในการหาเลี้ยงครอบครัว
มีความสุข สงบ และเข้มแข็งในครอบครัว ชุมชน ของเราได้

ข้าพเจ้าเป็นคนช่างชอบซอกแซก เพราะอาชีพ
มีคนตั้งคำถามว่า ถ้าเราปลูกมะนาวสัก 1000 ต้น ในพื้นที่ 10 ไร่
สามารถดูแล ได้ด้วยตัวคนเดียว จะมีรายได้เท่าไรต่อปี
ข้าพเจ้าลองคิดคำนวณดูว่า

1 ถ้ามะนาวตามปกติ ออกลูกทั้งปี ไม่น่าจะต่ำกว่า 100 – 200 ลูก
ตีเสียว่า ลูกละ 2 บาท(มะนาวนอกฤดูและราคา ขายส่ง ก็จะมีรายรับ ต้นละ 200 – 400 บาท

2 ถ้า 1000 ต้น ประมาณ 200,000 - 400,000 ต่อปี สำหรับคำนวณแบบขั้นต่ำสุด

3 ถ้าทำได้ 2 รุ่น ก็น่าจะมีรายได้ เพิ่มขึ้น เพราะมะนาวเดี๋ยวนี้แพงทุกฤดูกาล

4 อยู่กับสวน ไม่ได้ออกไปไหน ลดรายจ่ายไปได้วันหนึ่งหลายบาท เมื่อไม่มีรายจ่าย ก็ถือว่า รายจ่ายส่วนนี้เป็นรายรับ อีกส่วนหนึ่ง


คิดว่าน่าจะอยู่รอด เพราะอยู่บ้าน อาจหารายได้เสริมอย่างอื่นได้อีก
ที่สำคัญ สามารถใช้ความเข้มแข็งและอดทนของตัวเราเอง ให้เป็นที่พึ่งของชุมชนได้เป็นอย่างดีค่ะ


คราวนี้มาศึกษาวิธีการจัดทำนะคะ






มะนาวในบ่อซีเมนต์

ขอเริ่มที่ 100 ลูกก่อนนะคะ





ไต่ฝันผ่านเกษตรพอเพียง
สองมืองเยี่ยมยลดินถวิลหวัง
ด้วยเดชะองค์พระอภิวัน
ให้แนวคิดลูกนั้นได้ทำกิน


จะไต่ดาวสู้ฟ้าก้องหล้า
สร้างและหาพลิกดินให้ถิ่น
ด้วยพลังพ่อหลวงสร้างให้หากิน
ให้มีกินถ้วนหน้าประสาไทย



จะยืนยั้งคงอยู่สู้พลิกฟื้น
จะกลับคืนสู่ดินสวนและนาไร่
จะหากินด้วยสองมือเป็นข้าไท
เทอดไท เอกองค์ราชัญ


กราบเบื้องพระบาทเจ้า
พระองค์ดังอมรินทร์สรรค์
ชี้เส้นทางพอเพียงดังเทวัญ
ประทานขวัญพสกนิกรไทย






สำหรับใครที่คิดจะปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จำนวน 100 บ่อ จะใช้เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เท่านั้น ซึ่งจะใช้เงินลงทุนมากในช่วงเริ่มแรก ส่วนค่าใช้จ่ายหลักจะอยู่ที่วงบ่อซีเมนต์และฝารองซึ่งเมื่อรวมค่าใช้จ่ายกิ่งพันธุ์มะนาว, ระบบน้ำ ฯลฯ รวมเป็นเงินในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จำนวน 100 วงบ่อ เป็นเงิน 30,000 - 40,000 บาทโดยประมาณ คิดว่าปีเดียวน่าจะคุ้มทุน และมีกำไรนะคะ ส่วนผลิตสามารถเก็บขายได้ โดยติดต่อแม่ค้าที่รับซื้อโดยตรง หรือ ใส่ถุงพลาสติกนำไปส่งตามร้านค้าที่ขายส่งในตลาดแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังสามารถนำไปขายในตลาดโดยตรงได้ ค่ะ ส่วนใหญ่ ถ้าแม่ค้ารู้ว่ามีมะนาว ที่มีปริมาณมากๆๆ จะมาติดต่อรับซื้อเองค่ะ










ต้นมะนาวในวงบ่อเมื่อมีอายุต้นเพียง 8 เดือน จะบังคับให้ต้นออกฤดูแล้งได้โดยใช้หลักการเดียวกับการปลูกลงดินคือคลุมพลาสติกให้กับต้นมะนาวในช่วงเดือนกันยายนและกระตุ้นการออกดอกในเดือนตุลาคม จะได้ผลผลิตมะนาวแก่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวราคาแพงที่สุด เท่ากับว่าในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์จะใช้เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นสามารถเก็บผลผลิตได้ในช่วงฤดูแล้ง






การเริ่มต้นจัดผังปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์


การเริ่มต้นการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ จะต้องวัดพื้นที่ กว้าง x ยาว ก่อน เพื่อจะหาพื้นที่ เว้นทางเดินประมาณ 2 เมตร ระยะปลูกระหว่างต้น 1.20 เมตร ระยะระหว่างแถว 1.50 เมตร ปลูกแบบแถวคู่แล้วเว้นเป็นทางเดิน 2 เมตร

สภาพพื้นที่ปลูกจะต้องปรับให้เรียบเหมือนกับลานตากข้าว วัดระยะการวางวงบ่อ การวางวงบ่อซีเมนต์พยายามวางให้เป็นเลขคู่เพื่อง่ายต่อ การวางระบบน้ำและคำนวณแรงดันน้ำ แท็งก์จะแบ่งออกเป็น 2 ชุด

ชุดแรกจะก่อซีเมนต์ให้สูง ประมาณ 5 วงบ่อ หรือมีความจุน้ำได้ 1,200 ลิตรจะใช้แท็งก์นี้เพื่อผสมปุ๋ยน้ำชีวภาพแล้วเปิดน้ำดีเข้าไปผสมปล่อยไปให้ต้นมะนาวในวงบ่อได้โดยตรง

ส่วนแท็งก์อีกชุดหนึ่งจะก่อให้สูงประมาณ 9 วงบ่อ จำนวน 2 แท็งก์ เพื่อกักเก็บน้ำสะอาดแล้วช่วยในเรื่องของแรงดัน

(หมายเหตุ วงต่อที่ก่อควรใช้น้ำยากันซึมผสมซีเมนต์ในการก่อวงบ่อด้วยค่ะ เพราะจะช่วยไม่ใช้น้ำซึมออกมาค่ะ






การเตรียมดินปลูกมะนาวและขนาดของวงบ่อซีเมนต์


ขนาดของวงบ่อซีเมนต์ จะใช้ขนาดวงเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร แต่เดิมฝาวงบ่อที่ดีควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร เท่ากับขนาดของวงบ่อ เมื่อปลูกไปนาน 2-3 ปี พบว่า รากของต้นมะนาวจะโผล่ออกมานอกวงและชอนลงไปในดิน ทำให้ควบคุมในเรื่องของการบังคับให้ออกนอกฤดูได้ยากมากขึ้น จึงแก้ไขให้ซื้อฝาวงบ่อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของวงบ่อ ใช้ฝาวงบ่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 90 เซนติเมตร กว้างกว่า 10 เซนติเมตรดิน มาวางด้านล่างวงบ่อ


ส่วนผสมของดินที่จะใช้ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ จะใช้วัสดุปลูกหลัก 3 ชนิด คือ
หน้าดิน 3 ส่วน
ขี้วัวเก่า 1 ส่วน
เปลือกถั่วเขียว 2 ส่วน (บางคนใช้เปลือกถั่วลิสง หรือใยมะพร้าวผสม
ผสมคลุกเคล้ากัน


การใช้เปลือกถั่วเขียวจะช่วยให้สภาพดินมีการระบายน้ำที่ดี ถ้าใช้แค่หน้าดินผสมกับขี้วัวจะทำให้ดินปลูกแน่นทำให้เวลาเวลาที่เราให้น้ำไป 3 - 4 วัน น้ำยังไม่ถึงข้างล่างของวงบ่อ

ปริมาณของดินที่จะใช้ในการปลูกมะนาว จำนวน 100 วงบ่อ จะต้องใช้หน้าดินประมาณ 1 คันรถสิบล้อ

เทคนิคในการผสมวัสดุปลูกจะต้องปูพื้นด้วยหน้าดินเป็นขั้นแรก หลังจากนั้น ใส่ขี้วัวเก่าเป็นชั้นที่ 2 แล้วตามด้วยเปลือกถั่วเขียวเป็นชั้นบนสุด หลังจากนั้นใช้เครื่องตีพรวนติดรถไถในการผสมดิน จะเร็วกว่าใช้แรงงานคน



การใส่วัสดุปลูกลงบ่อซีเมนต์มีเทคนิค


จากปัญหาของการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ เดิมเกษตรกรส่วนใหญ่จะใส่วัสดุปลูกในวงบ่อซีเมนต์เพียงเสมอกับวงบ่อเท่านั้น จึงทำให้เมื่อเรารดน้ำไปได้เพียงแค่สัปดาห์เดียว วัสดุปลูกจะยุบตัวลงมาประมาณ 1 คืบมือ ถ้าเกษตรกรเติมวัสดุปลูกลงไปจะไปกลบลำต้นมะนาว ปัญหาเรื่องโรคโคนเน่าจะตามมา

ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาให้เราใส่ ให้พูนเป็นภูเขาเลย และขึ้นเหยียบวัสดุปลูกขอบๆ วงบ่อ ส่วนบริเวณตรงกลางไม่ต้องเหยียบ

การใส่วัสดุปลูกให้เป็นภูเขาจะช่วยในเรื่องดินยุบลงมาเสมอวงบ่อได้นานถึง
1 ปี



วิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ถูกต้อง

หลังจากที่ใส่วัสดุปลูกลงในบ่อซีเมนต์เรียบร้อยแล้ว ให้ขุดเปิดปากหลุมให้มีขนาดเท่ากับขนาดของถุงที่ใช้ชำต้นมะนาว (โดยปกติถ้าใช้กิ่งตอนมะนาว ควรจะชำต้นมะนาวไว้นานประมาณ 1 เดือน เท่านั้น ไม่แนะนำให้ซื้อต้นมะนาวที่ชำมานานแล้วหลายเดือน หรือชำค้างปี เนื่องจากจะพบปัญหาเรื่องรากขด ทำให้เจริญเติบโตช้าหรือต้นแคระแกร็น)

รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น สูตร 16-16-16 อัตราประมาณ 1 กำมือ ถอดถุงดำปลูกต้นมะนาวให้พอดีกับระดับดินเดิม กลบดินแล้วใช้เท้าเหยียบรอบๆ ต้น เพื่อไม่ให้โยกคลอน ปักไม้เป็นหลักกันลมโยกและให้ใช้ตอกมัดต้นมะนาวไว้กับหลัก ตอกจะผุเปื่อยหลังจากปลูกไปนานประมาณ 2 เดือน เมื่อต้นมะนาวตั้งตัวได้แล้ว
(การใช้ปอฟาง หรือ พลาสติคทาบกิ่ง มัดกับหลักจะอยู่ได้นานก็จริง แต่ปัญหาที่จะตามมาจะทำให้ลำต้นมะนาวคอด มีผลต่อการเจริญเติบโตของต้น)


หลังจากปลูกเสร็จให้เดินท่อ PE เจาะหัวมินิสปริงเกลอร์และวางท่อ PE พาดไปกับวงบ่อเลยเพื่อสะดวกต่อการทำงาน



ปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ได้ตลอดทั้งปี


ในการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ปลูกไปแล้วนับไปอีก 8 เดือน เราก็จะสามารถบังคับให้ต้นออกดอกได้

ถ้าต้องการบังคับให้มะนาวออกฤดูแล้งในรุ่นแรกแนะนำ ให้ปลูกต้นมะนาวในช่วงเดือนมกราคม จากนั้นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ในปีเดียวกันก็สามารถบังคับต้นให้ออกดอกได้ โดยใช้หลักการเหมือนกับที่ปลูกลงดิน ผลผลิตมะนาวฤดูแล้งจะไปแก่และเก็บผลผลิตขายได้ราคาแพงในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของปีถัดไป

เท่ากับว่าการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ใช้เวลาปลูกเพียงปีเศษเท่านั้น เกษตรกรสามารถเก็บมะนาวฤดูแล้งขายได้




วิธีการรดน้ำต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์


ในการผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์

1 ให้ใช้พลาสติคคลุมปากบ่อซีเมนต์เพื่อป้องกันน้ำหรือฝนที่ตกลงมาในช่วงแรกๆ แต่พบปัญหาว่าเมื่อเกษตรกรนำพลาสติคไปคลุมกลับรักษาความชื้นให้กับต้นมะนาวใช้เวลานานวันกว่าดินจะแห้ง

2 หรือเลือกใช้หลักการ "ฝนทิ้งช่วง" ในแต่ละปีช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ของทุกปี จะมีช่วงเวลาที่ฝนทิ้งช่วง ในการผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์ ถ้าฝนไม่ตกติดต่อกัน 3 - 4 วัน ดินในวงบ่อจะเริ่มแห้ง ใบมะนาวจะเริ่มเหี่ยว หลังจากนั้นฉีดกระตุ้นให้ต้นมะนาวออกดอกและติดผลได้


ผลิตมะนาวฤดูแล้งในวงบ่อซีเมนต์ 2 รุ่น ต่อปี


ในช่วงเริ่มแรกของการบังคับมะนาวฤดูแล้งจะทำให้ต้นมะนาวออกดอกเพียงรุ่นเดียวคือ ช่วงเดือนตุลาคมและไปเก็บผลผลิตในช่วงเดือนเมษายนเท่านั้น

เมื่อก่อนหน้านี้หลังจากนั้นค่อยปลิดดอกมะนาวทิ้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนสิงหาคม-กันยายน

แต่ปัจจุบัน ช่วงเวลา 3 - 4 ปีที่ผ่านมาสภาวะตลาดมะนาวผลผลิตจะเริ่มมีราคาดี ตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยไปจนถึงเดือนเมษายน จึงปล่อยให้มะนาวให้ผลผลิต 2 รุ่น


1 คือมีผลผลิตขายในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์รุ่นหนึ่ง (บังคับให้ต้นออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม)

2 มีผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนอีกรุ่นหนึ่ง (บังคับให้ออกดอกในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม) พอเข้าสู่เดือนพฤษภาคมของทุกปีราคามะนาวจะถูกลง จะตัดแต่งกิ่งมะนาวในช่วงเวลานี้ พร้อมทั้งปลิดผลมะนาวที่ติดอยู่บนต้นทิ้งให้หมด


ตัดแต่งกิ่งมะนาวในวงบ่อซีเมนต์อย่างหนัก ทุกๆ 3 ปี


ตัดแต่งกิ่งมะนาว ในวงบ่อซีเมนต์อย่างหนัก ทุกๆ 3 ปี


1 โดยจะเริ่มตัดแต่งกิ่งและปลิดผลทิ้งทั้งหมดภายในเดือนพฤษภาคม ในช่วงปีที่ 1 - 2 จะตัดแต่งบ้างแต่ไม่มากนัก

2 ตัดแต่งหนักเมื่อต้นมีอายุประมาณ 3 ปี ซึ่งในช่วงนั้นมักจะพบว่าต้นมะนาวเริ่มโทรม มีกิ่งแห้งเป็นจำนวนมาก การตัดแต่งกิ่งมีผลทำให้ต้นมะนาวแตกกิ่งออกมาใหม่และได้ผลผลิตมะนาวที่มีคุณภาพ หลังจากตัดแต่งกิ่งเสร็จในเดือนพฤษภาคม ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เป็นช่วงบำรุงต้นและสะสมอาหารเพื่อจะกระตุ้นการออกดอกรุ่นแรกในเดือนสิงหาคม


เทคนิคการเปิดตาดอก


เมื่อใบมะนาวเหี่ยวและเริ่มร่วงหรือเหลือใบยอดเพียง 1 คืบ จะเปิดตาดอกโดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่มีตัวกลางสูง เช่น สูตร 15-30-15 หรือ 12-24-12 อัตรา 1 กำมือ ใส่ให้กับต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

รดน้ำจนเห็นว่าปุ๋ยละลายจนหมด (ช่วงการให้ปุ๋ยนี้ไม่แนะนำให้เปิดน้ำด้วยหัวสปริงเกลอร์ ควรจะให้น้ำด้วยสายยางจะดีกว่า) ก่อนที่จะให้ปุ๋ยควรเปิดน้ำให้กับต้นมะนาวจนดินชุ่มเสียก่อน จะรดน้ำด้วยสายยาง 2-3 ครั้ง ทุกๆ 3-5 วัน

สำหรับการฉีดพ่นฮอร์โมนหรือธาตุอาหารทางใบควรฉีดพ่นอย่างเต็มที่ ฉีดพ่นด้วยฮอร์โมน โปรดั๊กทีฟ อัตรา 20 ซีซี ผสมกับสารเทรนเนอร์ อัตรา 10 ซีซี และปุ๋ยทางใบ สูตร 0-52-34 อัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ (20 ลิตร) ฉีดพ่นต่อเนื่องทุก 5-7 วัน หลังจากนั้นต้นมะนาวจะเริ่มออกดอกและติดผลไปแก่ในช่วงฤดูแล้ง



การทำมะนาวนอกฤดู


การบังคับมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์


1. พันธ์มะนาว คือ มะนาวพันธุ์ตาฮิติ และพันธุ์แป้น อายุประมาณ 4 ปี ทั้งหมด 600 วงในเนื้อที่ 2 ไร่เศษ

2. การให้น้ำระบบมินิสปริงเกอร์ ให้น้ำเช้า - เย็น

3. มะนาวจะราคาแพงที่สุดคือช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ของทุกปี ดังนั้นเมื่อเก็บผลผลิตหมดในเดือน พฤษภาคม ให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

4 ตัดแต่งกิ่ง เด็ดผลที่เหลือบนต้นออก เพื่อบำรุงต้น เร่งการสร้างยอดใหม่ ใบใหม่โดย ผลมะนาวที่คุณภาพดีที่สุดคือผลที่เกิดจากยอดใหม่ ผลที่เกิดจากกิ่งเก่าคุณภาพจะด้อยลงมา ผลที่คุณภาพต่ำสุดคือผลที่เกิดติดกิ่ง หลังตัดแต่งกิ่งเสร็จใช้ปุ๋ยเคมี 15 – 15 – 15 ใส่หนึ่งกำมือต่อวง เพราะหากไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย ต้นจะไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควร และพบอาการผลเหลืองที่ไม่ได้เกิดจากอาการม้านแดดมากกว่าปกติ เนื่องจากการให้ผลผลิตในปีที่ผ่านมาต้นมะนาวใช้ธาตุอาหารในการเลี้ยงลูกในปริมาณที่มาก


5 เพิ่มวัสดุปลูกในวงบ่อเนื่องจากในแต่ละปีวัสดุปลูกจะยุบลง เพิ่มกาบมะพร้าวบริเวณโคนต้น เนื่องจากาบมะพร้าวผุพังไปบ้างในปีที่ผ่านมา กาบมะพร้าวเป็นวัสดุที่ช่วยเก็บรักษาความชื้นได้อย่างดี และยังเป็นวัสดุที่ช่วยเก็บรักษาปุ๋ยที่จ่ายมาทางระบบน้ำก่อนจะค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้ต้นมะนาวใช้ ป้องกันการสูญเสียธาตุอาหารอันเกิดจากการไหลบ่า หรือการระเหย


6 การให้ปุ๋ยชีวภาพซึ่งได้จากการหมักหอยเชอรี่3 0 กก. เศษผลไม้ 10 กก. กากน้ำตาล 10 กก. เชื้อพด.2 จำนวน 25 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร สูตรนี้สามารถใช้ฉีดพ่นทางใบ ในอัตรา 20 - 25 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรได้ ในส่วนของการให้ทางระบบน้ำนั้น เทคนิคคือใช้ปุ๋ยชีวภาพในอัตรา 5 ลิตร ต่อน้ำ 1,250 ลิตร ให้ทุก 5 - 7 วัน โดยใน การให้จะให้ครั้งละ 3 – 5 นาทีเพื่อให้กาบมะพร้าวบริเวณโคนต้นชุ่มก็พอ หลังจากนั้นก็ให้น้ำตาม รอบปกติ น้ำจะ
ค่อย ๆ ละลายธาตุอาหารลงไปให้ต้นมะนาวใช้ เป็นการจัดการที่ประหยัดปุ๋ย ใช้ปุ๋ยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


7 ในระยะนี้ต้องรักษาใบและยอดให้ดี เนื่องจากมีโรค แมลงที่สำคัญเข้าทำลายในระยะยอดอ่อนถึงเพสลาดคือ เพลี้ยไฟ และโรคแคงเกอร์ ในเรื่องสารเคมีให้แนวคิดว่าบางระยะยังต้องมีการใช้อยู่ แต่ต้องเลือกใช้ในระยะที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค คือใช้ในระยะก่อนเก็บเกี่ยวไม่น้อยกว่า 2 เดือน เนื่องจากแปลงเรียนรู้นี้ปลูกทั้งพันธุ์ตาฮิติ และพันธุ์แป้นคละกันไป พันธุ์แป้นอ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์มาก

8 หลักการใช้สารเคมีในแปลงมะนาว นอกจากเพลี้ยไฟ โรคแคงเกอร์แล้วยังมีโรคและศัตรูอื่น ๆ อีก เช่น หนอนชอนใบ หนอนกัดกินใบ แมลงค่อม โรคยางไหล โรคราเข้าขั้ว การเลือกใช้ชนิดของสารเคมีและระยะที่ใช้จึงมีความจำเป็น หากอยู่ในระยะที่ใช้สารเคมีได้ เพลี้ยไฟ และหนอนชอนใบมีสารเคมีที่ โดยให้เลือกใช้ในการป้องกันกำจัดคือ อะบาแม็กติน อัตรา 3 – 10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ( ทั้งนี้อัตราการใช้แล้วแต่ความเข้มข้นของแต่ละบริษัทที่ผลิต ) หากพบการระบาดมากจะใช้สาร อิมิดาคลอพริด อัตรา 3 – 5 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร แมลงค่อมหรือด้วงปีกแข็งใช้สารคาร์โบซัลแฟน อัตรา 20 – 30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไซเปอร์เมทริน อัตรา 5 – 10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร โรคราเข้าขั้วใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราแมนโคเซ็บ อัตรา 20 – 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์เบ็นดาซิม อัตรา 10 – 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ความถี่ในการฉีดพ่น ทุก 7 - 15 วัน หรือแล้วแต่สภาพการระบาดของโรคแมลง นอกเหนือจากระยะนี้แล้ว 2 เดือนก่อนเก็บเกี่ยว โดยใช้น้ำหมักชีวภาพที่มีฤทธิ์ไล่ และกำจัดแมลง โดยใช้น้ำหมักที่หมักจากสมุนไพรที่ มีรสเผ็ด ขม เหม็น เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด บอระเพ็ด สะเดา ใช้สมุนไพรดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง30 กก. กากน้ำตาล 10 กก. พด. 7 จำนวน 25 กรัม ต่อน้ำ 30 ลิตร หมัก 20 วัน นำมาฉีดพ่นในอัตรา 25 ซีซีต่อน้ำ 20ลิตรทุก 7 - 15 วัน

9 เนื่องจากมะนาว มีอายุ ประมาณ 5 เดือนสามารถเก็บขายได้ในเดือนที่ 6 การวางแผนการบังคับให้ออกนอกฤดู คือต้องทำให้ออกดอก เดือนตุลาคม เดือนกันยายนต้องงดปุ๋ย งดน้ำ โดยใช้จังหวะฝนทิ้งช่วงประมาณ 7 – 15 วัน เป็นการงดน้ำไปในตัว

10 งดน้ำจนใบเหี่ยว สลด และหลุดร่วงประมาณ 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นให้น้ำตามปกติ ปุ๋ยเคมีที่ใช้เพื่อเปิดตาดอกในระยะนี้คือ ปุ๋ยที่มีตัวกลางสูงเช่น 12 – 24 – 12 หรือ 15 – 30 -15 ปริมาณ 1 กำมือต่อวงรดน้ำให้ชุ่มเพื่อให้ปุ๋ยละลาย

11 หลังติดดอกแล้วให้น้ำตามปกติเช้า – เย็น เวลาละ 5-10 นาที

12 ปุ๋ยทางดินที่ใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี ตลอดฤดูการผลิตคือปุ๋ยอินทรีย์ที่หมักจากเศษพืช มูลสัตว์ กากหอยเชอรี่ เป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดภาวะดินเสื่อมโทรม ปรับสภาพดินให้สมบูรณ์ อย่างยั่งยืน









แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 12-03-2010 เมื่อ 11:10 AM
 


12-01-2010, 02:23 PM   #2 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

ผมกำลังคิดยุครับครูเล็กระหว่าง มะนาวกันหน่อไม้ว่าสิเห็ดแนวได๋ก่อนทุนน้อยครับผม
 
12-01-2010, 02:26 PM   #3 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

สนใจซิเฮ็ดอยู่ครับ...แต่ยังทันมีโอกาสและเวลา คาดว่าซิได้เฮ็ดเร็วๆนี่แหละครับ ตอนนี้ปลูกลงดินไว้ดูแลยากอยู่ครับ แบบนี้น่าซิดีกว่า ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล
 
12-01-2010, 02:32 PM   #4 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

[IMG]250047.jpg[/IMG]

เมืองไทยเรานี้แสนดีนักหนา ในน้ำมีปลาในนามีข้าว มีพ่อหลวงที่แสนประเสริฐปกครองบ้านเมือง มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ร่มเย็นเป็นสุขอยู่ได้ด้วยพระบารมี
 
Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > อยู่แบบพอเพียง


ป้ายกำกับ
ช่องทางทำกิน, มะนาว

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว






Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:37 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน