ชุมชนบ้านมหา > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ศิลปะวัฒนธรรมภาคเหนือ > ภาษาเหนือ


ตอบกลับ
 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
09-11-2011, 12:23 PM   #1 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
ช่างภาพอิสระ
 
 
มาตรฐาน สุภาษิตล้านนา

สุภาษิตล้านนา



โฟล์คซองคำเมือง - น้อยใจยา


ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป็นแต่ไห มันเป็นแต่ไฟ บ่าใจ้กับหม้อ
(อย่าด่วนตัดสิน สาเหตุของปัญหา ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน)

กบไกล้ปากงู หนู้ใกล้บอกไม้ ชิ้นเกลือดังแมว
(ชายหยิงที่อยู่ใกล้ชิดกันมาก ย่อมยากที่จะหักใจ)

กล้วยคาง่าม ง่ามคากล้วย
( คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน)

กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ
(ให้รู้จักเก็บและจดจำประสบการณ์เอาไว้)

กิ๋นหวอม ผอมจ้อค่อ
(ทุ่มเททำอะไรลงไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น)

เก็บผักหลวดหักหลัว ตกขัวหลวดอาบน้ำ
(รู้จักใช้ประโชชน์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์จะไม่เสียเวลา)

เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น
(ทำอะไรให้เรียบร้อย อย่าเอาส่วนที่มีประโยชน์แล้วทิ้งส่วนอื่นไว้ )

เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก
(ทำให้ถึงที่สุด )

แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด
(ของมีค่าอยู่กับตนไม่รู้จักใช้ แต่ไปหาสิ่งไร้ค่ามาแทน)

แก่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน
( คนสูงอายุที่มีคุณค่าสมกับวัย)

ไก่เกยจน คนเกยฟ้อน
(ตนที่มีประสบการณ์ย่อมย่อมทำงานที่เคยทำมาแล้วได้)

ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ของจักฮักอยู่ที่เปิงใจ
(อะไรดีไม่ดีอยู่ที่ใจ)

ขอนบ่มีเห็ด ไผตึงบ่เข้าไกล้
( สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ย่อมไม่มีใครสนใจ)

ข้ามขัวยังบ่ป้น อย่าฟั่งห่มกันแยงเงา
( ทำอะไรยังไม่สำเร็จอย่าเพิ่งโอ้อวด)

ขี้ควายไหลตวยน้ำ
(โลเล ไม่แน่นอน)

คนง่าวบ่มี คนผะหยาดีก็ง่อม
( เป็นธรรมดาความโง่ความฉลาดเป็นคู่กัน)

คนใบ้ใช้หลายเตื่อ
( คนโง่ต้องใช้หลายครั้ง)

คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว
(ยากนักที่จะห้ามคนพูดมากให้หยุดพล่าม)

คนเฮาใหญ่แล้ว บ่ถ้าไผสอน จิ๊ฮี๋ดแมงจอนไผสอนมันเต้น
(คนเรามีสามัญสำนึกรู้ชอบชั่วดีเอง ไม่ต้องรอให้คนสอน)

คิดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว คิดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก
(อวดรู้อวดฉลาดคือคนโง่ คนฉลาดมักอ่อนน้อมถ่อมตน)

จ๊กกล่องเข้า จุ๊หมาเฒ่าแกว่งหาง
(สาวหลอกชายแก่ให้หลงรัก)

จิ้นบ่เน่าหนอนบ่จี คำบ่มีเขาบ่ว่า
(ถ้าไม่มีเหตุคงไม่มีผล)

เฒ่าหัวเฒ่าหาง ตางกลางยังบ่เฒ่า
( แก่แต่ตัวหัวใจไม่ยอมแก่)

ดั๊กจื้อกื้อ เหมือนลื้อฟังธรรม
(นั่งเงียบไม่พูดไม่จา)

ตกต่าเปิ้นเป็นดีไคร่หัว ตกต่าตัวเป็นดีใคร่ไห้
( อย่าหัวเราะเยาะผู้อื่น)

ตูบน้อยไผว่าบ่มีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้าของ
( คนดีย่อมเป็นที่ปราถนาของผู้อื่น)

ปลาแห้งไกล้แมว แมวบ่กิ๋นแมวง่าว สาวใกล้บ่าว บ่าวบ่าหยุบก็ซวาม
(อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน)

เผื่อฮุ้คิง น้ำปิงปอแห้ง
(รู้ตัวอีกที่ก็สายไปแล้ว)

ใคร่ หื้อเปิ้นฮักยากนักจักหวัง ใครหื้อเหิ้นจังกำเดียวก็ได้
(การที่จะทำให้คนอื่นมารักเรานั้นทำได้ยาก ต้องอาศัยเวลา และความพยายาม
ความอดทน แต่การทำให้คนอื่นเกลียดนั้น
เพียงแค่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อยที่ขัดใจเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนอื่นเกลียดเราได้)

ต๋ามีหน้าผ่อหน้าบ่หัน
บุคคลที่ชอบจับผิดบุคคลอื่นอยู่เสมอ กล่าวหา หรือ นินทา ให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย
โดยที่ไม่มองดูตนเอง เรื่องราวหรือความผิดต่าง ๆ ที่ตนเองได้กระทำซึ่งมีมากมายนัก
อาจจะมากกว่าบุคคลที่ตนเองกล่าวถึงก็ได้

ตุ๊มผ้าลายหมาเห่า ค้นกำเก่าจ้างผิดกั๋น
สุภาษิตที่ใช้สอนบุคคลอื่นไม่ให้พูดในสิ่งที่ผ่านมาแล้วในอดีต
เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรื้อฟื้นมาพูดกันอีก อาจเกิดการทะเลาะวิวาทกันได้

ปากว่าบ่ดายใจ๊ก๋ารบ่ได้
คนที่ดีแต่พูด แต่ไม่สามารถทำให้สิ่งที่พูดเป็นความจริงขึ้นได้

ปากได้ไปเปลื๋อง
การพูดมากจนเกินไป เป็นสุภาษิตที่กล่าวถึง คนที่พูกเก่ง พูดคล่อง
สามารถใช้คำพูดแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
กับตัวเองจากเหตุการณ์ที่ไม่ดีให้กลายเป็นดีได้
บุคคลประเภทนี้จะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสามารถเข้ากับคนได้ทุกประเภท

แมวขึ้นค่วน บ่ม่วนใจ๋หนู
เปรียบกับผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่จัดขึ้นสำหรับผู้น้อย
ย่อมเป็นที่อึดอัดใจของบุคคลเหล่านั้น ทำให้เกิดความเกรงใจ
และรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมที่จัดขึ้น

ไม้สอดต๋าก๋วย
คนที่ทำผิดย่อมถูกตำหนิ เหมือนกับไม้ที่สอดตาตะกร้าที่สอดตาใดก็สามารถเข้าได้หมด

แลกต๋ามแลกได้แจ้กก้นปุด
เป็นความไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ชอบแลกเปลี่ยนสิ่งของกับบุคคลอื่นเรื่อย ๆ
จนในที่สุดมักจะได้สิ่งที่ไม่ดีมาเป็นของตน

กบบ่หื้อเกี้ยด เขียดบ่หื้อต๋าย
เป็นสุภาษิตที่สอนเกี่ยวกับการถนอมน้ำใจของทั้งสองฝ่าย
เตือนคนที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารให้รู้จักถนอมน้ำใจลูกน้องยามที่มีปัญหาขัดแย้งกัน

เค่งนักมักปุด
การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเคร่งครัดเกินไปมักจะไม่ได้ผล เช่น สายเครื่องดนตรี
ตึงเกินไปสายก็จะขาด ถ้าหย่อนเกินไปก็จะไม่ได้ยินเสียง
ฉะนั้นเองกระทำการสิ่งใด ไม่ควรรีบร้อนและเร่งรีบกระทำลงไป

งัวลากเฟืองก็กิ๋นเฟือง
การทำสิ่งใดที่มีผลประโยชน์ ก็ต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากกิจการงานนั้น ๆ

นกบ่บินบ่จ้างก๋ำปีกมันอ้า ควายบ่กิ๋นหญ้าบ่จ้างข่มเขามันลง
นกที่ไม่ชอบบิน ถึงแม้จะใช้มือจับปีกมันอ้า มันก็ไม่บิน
ควายไม่กินหญ้าถึงข่มเขาให้มันลงกินหญ้ามันก็ไม่กิน เปรียบเหมือนกับคน
สิ่งใดงานใดที่เขาไม่ชอบไม่ควรจะบังคับฝืนใจ ผลที่ออกมาจะไม่ดีเท่าที่ควร

หางหมาลอดรั้ว ถุดถู้ถุดถุน คนเนรคุณ ร้ายหลังดีหน้า
(คนเนรคุณมักหน้าไหว้หลังหลอก เหมือนหมา ที่ลอดรั้วต้องหรุบหางเสมอ)

หน้าซื่อเหมือนหมาขี่รถ หน้าชดเหมือนหมาขี่ล้อ
(คางคกขึ้นวอ)

มดง่ามมักมันหมู สัตรูมักกล่าวโทษ โปรดฅนทุกข์ช่างลืมคุณ
(คนจนมักลืมคุณของคนอื่น)

เว้นงัวเว้นฅวายเว้นหื้อพอสอก เว้นวอกหื้อเว้นพอวา เว้นฅนพาลาหื้อพอแสนโยชน์
(ผิดใจกันก็อย่าได้ผูกเวรพยาบาท)

น้ำมันบ่เตมต้น มันทึงดัง
(คนโทที่น้ำไม่เต็มนั้น เมื่อเขย่าจะมีเสียงดัง, คนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้)

ไม้ต้นเดียวบ่เปนกอ ปอต้นเดียวบ่เปนเหล่า
(ไม้ต้นเดียวเป็นกอไม่ได้ ปอเพียงต้นเดียวจะเป็นป่าไปไม่ได้) (ควรสามัคคีกัน)

ใคร่เปนเจ้าหื้อหมั่นเรียนคุณ ใคร่เปนขุนหื้อหมั่นเข้าเฝ้า
(อยากเป็นเจ้าเป็นนายให้ขยันเล่าเรียนหาความรู้
อยากเป็นขุนนางให้ขยันประจบประแจง)

ใคร่กินเข้าหื้อหมั่นไพโท่งไพนา ใคร่เปนเสฏฐีหื้อหมั่นค้า
ใคร่เปนขี้ข้า หื้อหมั่นเหล้นภ้ายหลังหลาย

(อยากมีข้าวกินต้องทำนา อยากเป็นเศรษฐีให้ขยันค้าขาย
อยากเป็นขี้ข้าให้เล่นการพนัน)

ใคร่เวยหื้อกาน ใคร่นานหื้อต่อ
(อยากให้ยาวนานก็ให้ต่อ-ไมตรี)

ใคร่นั่งแท่นม่อ ค็หื้ออด
(อยากนั่งแท่นเสวยเมืองโดยง่าย ก็ให้มีความอดทน)

เมื่อรู้ค็พอวาย เมื่ออายค็พอเถ้า เมื่อรู้คำพระเจ้าค็พอเข้าอยู่ในหล้อง
(กว่าจะรู้ก็สาย กว่าจะอายก็แก่ กว่าจะรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าก็เมื่อเข้าโลง)

ฅนหมั่นยากไร้ มีฅนสงสาร ขี้คร้านแอวยาน ใผบ่ผ่อหน้า
(ขี้เกียจเอวยาว,หลังยาว ไม่มีคนใส่ใจ)

หนังแห้งบ่เคยพอง
(คนตกยากมานาน พอได้ดีมักจะลืมตัว)

อู้หื้อเพิ่นรัก ยากนักจักหวัง อู้หื้อเพิ่นชัง คำเดียวค็ได้
(พูดให้คนรักนั้นทำได้ยาก พูดให้คนชังทำได้ง่าย)

ค่อยอยู่ไพตามน้ำ ทำไพตามตัว น้ำเพียงใด ดอกบัวเพียงอั้น
(ทำสิ่งใดก็ให้พอควรแก่ฐานะ)

ยามเปนดีมีเก้าป้าสิบป้า เสื้อปุดหลังขาดหน้า ป้าฅนเดียวค็หาย
(มั่งมีก็มีญาติ พอผ้าขาด<ยากจน>ญาติก็หาย)

ลูกใพ้กับแม่ผัว เหมือนดุ้นหลัวกับไม้ก้อม
(ลูกสะใภ้ เหมือนฟืนกับท่อนไม้-กระแทกกันเสมอ)

อย่าไพกินก่อนทาน อย่าไพมานก่อนแต่ง
(อย่ากินก่อนทำบุญ อย่ามีท้องก่อนแต่งงาน)

กินเข้าแล้วนอน ผีปันพอรวันละเจ็ดเทื่อ
(กินข้าวมื้อเย็นแล้วนอน ผีอวยพรวันละเจ็ดครั้ง)

เมื่อรู้ค็พอวาย เมื่ออายค็พอเถ้า เมื่อรู้คำพระเจ้าค็พอเข้าอยู่ในหล้อง
(กว่าจะรู้ก็สาย กว่าจะอายก็แก่ กว่าจะรู้ธรรมของพระพุทธเจ้าก็เมื่อเข้าโลง)

ฅนหมั่นยากไร้ มีฅนสงสาร ขี้คร้านแอวยาน ใผบ่ผ่อหน้า
(ขี้เกียจเอวยาว,หลังยาว ไม่มีคนใส่ใจ)

หนังแห้งบ่เคยพอง
(คนตกยากมานาน พอได้ดีมักจะลืมตัว)

อู้หื้อเพิ่นรัก ยากนักจักหวัง อู้หื้อเพิ่นชัง คำเดียวค็ได้
(พูดให้คนรักนั้นทำได้ยาก พูดให้คนชังทำได้ง่าย)

ค่อยอยู่ไพตามน้ำ ทำไพตามตัว น้ำเพียงใด ดอกบัวเพียงอั้น
(ทำสิ่งใดก็ให้พอควรแก่ฐานะ)

ยามเปนดีมีเก้าป้าสิบป้า เสื้อปุดหลังขาดหน้า ป้าฅนเดียวค็หาย
(มั่งมีก็มีญาติ พอผ้าขาด<ยากจน>ญาติก็หาย)

ลูกใพ้กับแม่ผัว เหมือนดุ้นหลัวกับไม้ก้อม
(ลูกสะใภ้ เหมือนฟืนกับท่อนไม้-กระแทกกันเสมอ)

อย่าไพกินก่อนทาน อย่าไพมานก่อนแต่ง
(อย่ากินก่อนทำบุญ อย่ามีท้องก่อนแต่งงาน)

กิ๋นของเปิ้น ไว้ของตั๋ว
(เปรียบเหมือน คนเห็นแก่ตัว หากเป็นของคนอื่นใช้ประโยนช์ใช้อย่างเต็มที่
แต่ถ้าเป็นของตัวเอง เอาไว้ใช้คนเดียว)

กำบ่อมีแป๋งใส่ กำบ่อใหญ่แป๋งเอา
(คือการใส่ร้ายป้ายสี เรื่องที่ไม่มีความจริง ก็เอามาพูด)

กึ้มงึ้มขรึมใน น้ำบ่อไหล เจี่ยวปื้น
(เปรียบดังคน เก่งคนที่มีความสามารถ แต่ไม่แสดงตัวไม่อวดอ้างไม่โอ้อวดให้ผู้คนเห็น)

จับใจ๋แฮ้ง บ่อจับใจ๋ก๋า จับใจ๋หมอยา พยาธิบ่อสู่
(เปรียบเหมือน ความพึงพอใจ ในแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
บางคนชอบ แต่อีกคนกลับไม่ชอบ)

ขอนบ่อมีเห็ด บ่อมีไผไกล้ เฒ่าขี้ไร้ ลูกหลานจัง
(เปรียบเหมือน คนไม่มีประโยชน์ ย่อมไม่มีใครเหลียวแล
เช่นเป็นคนแก่แต่ไม่มีสมบัติอะไร ลูกหลานจึงไม่สนใจ)

จิฮาง ต่อ ฮางแต๋น
(เปรียบเหมือนการที่ไปยุ่งกับ เรื่องที่อันตราย
หรือส่งผลให้ตัวเองเดือดร้อน หรือ แกว่งเท้าหาเสี้ยน)

ลุกเจ้าได้กิ๋นผักหยอด ป๋าย ลุกขวาย ได้กินผักหยดเก้า
(เปรียบเหมือน คนที่ทำงานเริ่มต้นก่อน จะได้ดีกว่าคนกว่าคนที่ทำทีหลัง
ย่อมเสียเปรียบคนที่ทำก่อนเนื้อบ่อเน่า หนอนบ่อจี คำบ่อมีเขาบ่อว่าเปรียบเหมือน
เรื่องราวต่างๆ ถ้าหากไม่มีมูล ไม่มีเค้าจะไม่มีคนเอามาพูดกัน)

ตางหนู หนูไต่ ตางไน่ไน่เตียว
(เปรียบเหมือนหนทางหากิน ทางใครทางมันตามความสามารถ
เช่น พ่อค้าก้อค้าขายใครเป็น ช่างซ่อมก้อซ่อมไปคนละอาชีพ)

หันนกไคร่ขี่ หันก่ำปี้ใคร่บิน
(เปรียบเหมือนคนเห็นเขาทำอะไรก้อยากทำตามเขาเห็นเขามีก็อยากมีตามเขา
เหมือนเห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง)

กำปากเหมือนผีสอน ตี้นอนเหมือนโหม้งกระต่าย
(คำพูดเหมือนดังกับผีสอนมา ที่นอนเหมือนกับรังนอนของกระต่าย
เป็นสุภาษิตกล่าวถึงบุคคลที่พูดเก่งเหมือนดั่งผีสอนมาให้พูด
แต่จะเป็นคนเกียจคร้านในการทำงาน
แม้แต่ที่นอนของตนเองก็ยังไม่เก็บปล่อยให้รกรุงรังเหมือนดังรังกระต่าย)


ของกิ๋นแมวจะไปเอาไว้ใกล้ฝา ของกิ๋นหมาจะไปเอาไว้ต่ำ
(อาหารที่เป็นของชอบของแมวอย่าเอาไว้ใกล้กับฝา อาหารที่สุนัขชอบอย่าเอาไว้ในที่ต่ำ
เพราะแมวและสุนัขสามารถที่จะเอาไปได้
เป็นสุภาษิตใช้สอนคนในเรื่องการจัดวางข้าวของให้เป็นระเบียบต้องพิจารณาว่า
ควรเอาไว้ตรงไหนจึงจะเหมาะสม ของที่มีค่าหรอืมีราคาควรระมัดระวังเก็บไว้ให้มิดชิด
อย่าวางให้เป็นเครื่องล่อใจขโมย)

คนเฒ่าปากหวานลูกหลานฮัก คนเฒ่าปากนักลูกหลานจัง
(คนแก่พูดจาไพเราะ อ่อนหวานน่าฟัง ลุกหลานมักจะรักและชอบไปมาหาสู่เสมอ
คนแก่ที่พูดจากไม่ไพเราะ ชอบบ่นให้ลูกหลานฟังบ่อยๆ
มักเป็นที่รำคาญของลูกหลาน ลูกหลานไม่อยากเข้าใกล้)

ใคร่หื้อเปิ้นฮักยากนักจักหวัง ใคร่หื้อเปิ้นจังกำเดียวก้อได้
(อยากให้คนอื่นรักยากมากที่จะหวังให้เขารักได้ อยากให้คนอื่นเกลียดชัง เดี๋ยวเดียวก็ได้
การที่จะทำให้คนจำนวนมากมารักชอบนั้นเป็นสิ่งที่ยากมากต้องอาศัยเวลา
และความพยายามความอดทนอย่างสูงที่จะทำให้บุคคลอื่นเกิดความรักและไว้วางใจเรา
แต่การทำให้คนจำนวนมากเกลียดนั้น
เพียงแค่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อยที่ขัดใจพวกเขาก็ทำให้บุคคลเหล่านั้นเกลียดได้แล้ว)

จะไปอยู่คนเดียว จะไปเตียวเป๋นหมู่ จะไปอู้กันดัง จะไปฟังคำส่อ
(อย่าอยู่คนเดียว" เพราะการอยู่คนเดียวย่อมคิดฟุ้งซ่าน หรือบุคคลอื่นที่ไม่ประสงค์ดีอาจทำอันตรายเอาได้ "อย่าเดินเป็นกลุ่ม" เพราะการเดินเป็นกลุ่มเป็นการเดินแบบมั่วสุมและมักกีดขวางทางเดินของผู้อื่น "อย่าพูดเสียงดัง"
เพราะการพูดเสียงดังย่อมเป็นการรบกวนคนอื่น และ "อย่าฟังคำส่อเสียด" เพราะอาจก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันได้)

ปากหวานก้นส้ม ตางในขมเหมือนบ่าแคว้ง
(ปากหวาน หมายถึง พูดจาไพเราะ .. ตางใน หมายถึง ภายในบ่าแคว้ง หมายถึง มะเขือพวง) "ปากหวานก้นส้ม" การที่ปากกับใจไม่ตรงกัน คือ ต่อหน้าพูดจาไพเราะพูดดี แต่ในใจตรงกันข้ามกับคำพูด "ตางในขมเหมือนบ่าแคว้ง"
หมายถึง บุคคลที่มีจิตใจไม่บริสุทธิ์ต่อผู้อื่นมีแต่ความคิดอิจฉาริษยา มุ่งร้ายผู้อื่นตลอดเวลา ตรงกับสุภาษิตภาคกลาง "ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ"

ฟังกำธรรมกิ๋นน้ำพริกดำกับข้าว ฟังกำขี้เหล้ากิ๋นเข้ากับจิ้นลาบตึงวัน
ความหมาย .. "ฟังคำธรรมะ จะกินข้าวกะน้ำพริก .. ฟังคำขี้เหล้ากินข้าวกะลาบเนื้อทุกวัน เป็นคำพูดของคนที่ไม่รู้เรื่องในศีลในธรรมที่เรียกว่า "คำป่าคำเครือ" คือพูดเพื่อให้เกิดความตลกเท่านั้นเอง

ใคร่ฮู้หื้อถาม ใคร่งามหื้อแต้ม
(แต้ม หมายถึง แต่ง..เสริมสวย)"อยากรู้ให้ถาม อยากงามให้แต่ง" อยากรู้สิ่งใดควรจะถามเพื่อให้เข้าใจชัดเจน เช่นเดียวกับผู้หญิงถ้าต้องการสวยก็ต้องหาเครื่องสำอางมาเสริมแต่งเพื่อให้เกิดความสวยงามขึ้น

ใจ๋สูงไปก่อน ใจ๋อ่อนไปทีหลัง
"ใจเข้มแข็งให้ไปก่อน ใจอ่อนให้ไปทีหลัง"การกระทำสิ่งใดก็ตามถ้าขาดประสบการณ์ หรือมีความรู้น้อย จำเป็นต้องศึกษาโดยการสังเกตจากบุคคลผู้มีความรู้และประสบการณ์สูง ขณะเดียวกันต้องมีความกล้าและจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งแน่วแน่ในการกระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย


ก้นหม้อบ่ฮ้อน บ่เป็นแต่ไห มันเป็นแต่ไฟ บ่าใจ้กับหม้อ
(อย่าด่วนตัดสิน สาเหตุของปัญหา ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน)

กบไกล้ปากงู หนู้ใกล้บอกไม้ ชิ้นเกลือดังแมว
(ชายหยิงที่อยู่ใกล้ชิดกันมาก ย่อมยากที่จะหักใจ)

กล้วยคาง่าม ง่ามคากล้วย
( คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน)

กิ๋นแล้วหื้อเก็บ เจ็บแล้วหื้อจำ
(ให้รู้จักเก็บและจดจำประสบการณ์เอาไว้)

กิ๋นหวอม ผอมจ้อค่อ
(ทุ่มเททำอะไรลงไปแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น)

เก็บผักหลวดหักหลัว ตกขัวหลวดอาบน้ำ
(รู้จักใช้ประโชชน์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์จะไม่เสียเวลา)

เก็บผักหื้อเอาตึงเครือ เก็บบ่าเขือหื้อเอาตึงขวั๊น
(ทำอะไรให้เรียบร้อย อย่าเอาส่วนที่มีประโยชน์แล้วทิ้งส่วนอื่นไว้ )

เกิดเป็นคนขึ้นห้วยหื้อสุด ขุดฮูไหนหื้อตึก
(ทำให้ถึงที่สุด )

แก่นตาควักออก เอาบ่ากอกเข้ายัด
(ของมีค่าอยู่กับตนไม่รู้จักใช้ แต่ไปหาสิ่งไร้ค่ามาแทน)

แก่เพราะกิ๋นข้าว เฒ่าเพราะเกิดเมิน
(คนสูงอายุที่ไม่มีคุณค่าสมกับวัย)

ไก่เกยจน คนเกยฟ้อน
(ตนที่มีประสบการณ์ย่อมย่อมทำงานที่เคยทำมาแล้วได้)

ของกิ๋นลำอยู่ที่คนมัก ของจักฮักอยู่ที่เปิงใจ
(อะไรดีไม่ดีอยู่ที่ใจ)

ขอนบ่มีเห็ด ไผตึงบ่เข้าไกล้
(สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ย่อมไม่มีใครสนใจ)

ข้ามขัวยังบ่ป้น อย่าฟั่งห่มกันแยงเงา
( ทำอะไรยังไม่สำเร็จอย่าเพิ่งโอ้อวด)

ขี้ควายไหลตวยน้ำ
(โลเล ไม่แน่นอน)

คนง่าวบ่มี คนผะหยาดีก็ง่อม
( เป็นธรรมดาความโง่ความฉลาดเป็นคู่กัน)

คนใบ้ใช้หลายเตื่อ
( คนโง่ต้องใช้หลายครั้ง)

คนอู้ได้ปากนัก อมแพะเต็มปากยังบ่ฮู้ตัว
(ยากนักที่จะห้ามคนพูดมากให้หยุดพล่าม)

คนเฮาใหญ่แล้ว บ่ถ้าไผสอน จิ๊ดแมงจอนไผสอนมันเต้น
(คนเรามีสามัญสำนึกรู้ชอบชั่วดีเอง ไม่ต้องรอให้คนสอน)

คิดว่าตั๋วหล๊วกคือคนง่าว คิดว่าตั๋วง่าวคือคนหล๊วก
(อวดรู้อวดฉลาดคือคนโง่ คนฉลาดมักอ่อนน้อมถ่อมตน)

จ๊กกล่องเข้า จุ๊หมาเฒ่าแกว่งหาง
(สาวหลอกชายแก่ให้หลงรัก)

จิ้นบ่เน่าหนอนบ่จี คำบ่มีเขาบ่ว่า
(ถ้าไม่มีเหตุคงไม่มีผล)

เฒ่าหัวเฒ่าหาง ตางกลางยังบ่เฒ่า
( แก่แต่ตัวหัวใจไม่ยอมแก่)

ดั๊กจื้อกื้อ เหมือนลื้อฟังธรรม
(นั่งเงียบไม่พูดไม่จา)

ตกต่าเปิ้นเป็นดีไคร่หัว ตกต่าตัวเป็นดีใคร่ไห้
( อย่าหัวเราะเยาะผู้อื่น)

ตูบน้อยไผว่าบ่มีผี คนงามคนดีไผว่าบ่มีเจ้าของ
( คนดีย่อมเป็นที่ปราถนาของผู้อื่น)

ปลาแห้งไกล้แมว แมวบ่กิ๋นแมวง่าว สาวใกล้บ่าว บ่าวบ่าหยุบก็ซวาม
(อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน)

เผื่อฮุ้คิง น้ำปิงปอแห้ง
(รู้ตัวอีกที่ก็สายไปแล้ว)

ซื้อแปงกิ๋นตึงดูก ซื้อถูกกิ๋นบ่ ดี บ่ ลำ
(คนรุ่นเก่าๆ ท่านสอนไว้ว่า ซื้อของใช้ของอุปโภค บริโภค
ถ้าของดีถึงจะแพงไปหน่อยก็ จะไปขี้เหนี้ยว ของดี มีคุณภาพ
ไม่เหมือนของที่ราคาถูก ซื้อมาใช้ไม่กี่ครั้งก็เสีย เป็นเพราะคุณภาพของมันไม่ดี)

ฝนจะตก จะไปเจื้อใจ๋ดาว มีลูกสาว จะไปเจื้อใจ๋มัน
(คนเก่าคนแก่สอนไว้ว่า อย่าเชื่อว่ามีดาวเต็มท้องฟ้าแล้วฝนจะไม่ตก
อย่าเชื่อใจลูกสาว เพราะสมัยนี้วัยรุ่นพ่อแม่จะตามความคิดไม่ทัน)

เจ๊าก็ว่างาย ขวายก็ว่าแดด
(เช้าก็บอกว่ายังไม่สาย สายแล้วก้บอกว่าแดดร้อน
เป็นสุภาษิตที่ใช้กล่าวถึงคนชอบผลัดผ่อนเวลาในการทำงานตลอด
โดยมีข้ออ้างหรือหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเสมอ)

ปล๋าตั๋วเดียวเน่าตึงซ้า
(ปลาที่อยู่ในตะกร้าเดียวกัน เมื่อมีปลาตัวหนึ่งเน่าก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งตะกร้า
เปรียบได้กับการทำงานเป็นหมู่คณะ เมื่อมีคนใดคนหนึ่งก่อเรื่องหรือทำให้เสื่อมเสีย
ก็จะทำให้คนทั้งหมู่คณะเสียหายไปด้วย)

สอนเปิ้นไต่ขัว ตั๋วกลั๋วตกน้ำ
(สอนคนอื่นให้ข้ามสะพาน ตัวเองกลัวตกน้ำ
เปรียบเทียบกับคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
บอกกล่าวให้คนอื่นกระทำในสิ่งที่ตนเองไม่กล้าทำทั้งๆที่ตัวเองสามารถทำได้
แต่กลับให้คนอื่นทำแทน)

หลับลุกขวาย ฉิบหายเมื่อลูน
(นอนตื่นสายมักจะฉิบหายภายหลัง เป็นสุภาษิตที่สอนคนเกียจคร้าน
ซึ่งตามธรรมดามักชอบนอนตื่นสายและไม่ชอบทำงาน
คนจำพวกนี้มักไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต)

เล่นหมา หมาเลียหน้า เล่นข้า ข้าหยุบหัว
(ควรวางตัวให้เหมาะสม)

สี่สิบลืมหน้า ห้าสิบลืมหลัง
(คนที่มีอายุมากเกินสี่สิบปี ระบบความจำเริ่มเสื่อม ทำให้หลงลืมได้ง่าย)


ขอขอบคุณที่มา สุภาษิตล้านนา จากโพสท์จังดอทคอม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ฅนภูค่าว; 09-11-2011 เมื่อ 01:15 PM เหตุผล: จัดวรรคใหม่
 
09-11-2011, 01:54 PM   #2 (permalink)
Banned
มาตรฐาน

ขอบคุณค่าสุภาษิตพาให้คิด
ได้ข้อคิดไว้สกะกิดติดเตือนตน
สิ่งไหนดีไม่ดีมีเหตุผล
คอยเตือนตนให้เลือกทางก่อนย่างกราย
 
09-12-2011, 12:46 AM   #3 (permalink)
ศิลปินแดนไกล
มาตรฐาน

สุภาษิต ล้านก็มีความหมายดีเนาะจ้า กะสิคือกันกับบ้านเฮา แบบเพินเว้าผญานี่แมนบอหือ
 
ชุมชนบ้านมหา > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ศิลปะวัฒนธรรมภาคเหนือ > ภาษาเหนือ

ตอบกลับ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว




เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:53 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม