Way of life > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > หยิบยกมาฝาก

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
10-21-2012, 04:11 AM   #1 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
 
 
หยิบยกมาฝาก 2555



หยิบยกมาฝาก

เปิดตัวกระทู้นี้ด้วยเรื่องผลงานวิจัยที่ทรงคุณค่าและมีประโยชน์ต่อคนชนบทมาก



ผลงานวิจัย เครื่องสีข้าวขนาดจิ๋วสำหรับครัวเรือน







เครื่องนี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงาน เกษตรแฟร์ ปี 2555 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-8 กันยายน 2555 ณ ด้านหลังหอประชุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสาตร์ บางเขน


รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย ภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยทีมคณะนักวิจัย ได้ทำการพัฒนาเครื่องสีข้าวเล็กครัวเรือน รุ่น มกวศ. 2555 เป้าหมายการออกแบบเพื่อการใช้งานในระดับครัวเรือน ในเขตชนบทและเขตเมือง เป็นเครื่องที่ส่งเสริมการเรียนรู้การแปรสภาพข้าวเปลือกในห้องปฏิบัติการภายในสถานศึกษาทั่วไป


เครื่องสีข้าวเล็กครัวเรือน มีลักษณะ
1 ขนาดเครื่องกะทัดรัด ความกว้างขนาด 277 มิลลิเมตร ยาว 340 มิลลิเมตร สูง 585 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 15 กิโลกรัม

2 สามารถไปใช้สีข้าวเปลือกและข้าวกล้องในระดับครัวเรือน ซึ่งจุข้าวเปลือกที่จะสีได้ประมาณ 300 กรัม (เติมปริมาณได้ตลอดเวลา) เป็นเครื่องที่สะดวกและตรงกับความต้องการผู้บริโภค เครื่องสีข้าวนี้ ได้ทำการพัฒนาให้เหมาะกับการสีข้าวพันธุ์พื้นเมือง เช่น ข้าวพันธุ์สังข์หยด เป็นต้น

เครื่องสีข้าวเล็กครัวเรือน หรืออาจจะเรียกได้ว่า เครื่องสีข้าวจิ๋ว ได้ทำการพัฒนาหลักการทำงานและชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญคือ
1 เริ่มจากการนำข้าวเปลือกหรือข้าวกล้องบรรจุลงในถังป้อนข้าวซึ่งติดตั้งอยู่ส่วนบนของเครื่อง

2 จากนั้นทำการดึงเลื่อนตำแหน่งลิ้น ปล่อยข้าวเปลือกให้อยู่ในตำแหน่งเปิด ข้าวเปลือกจะไหลลงสู่ช่องว่างภายในระหว่างเพลาขัดกับชุดห้องขัดด้วยน้ำหนักของตัวข้าวเปลือกเอง

3 ข้าวเปลือกที่ไหลลงมาในตำแหน่งนี้จะถูกลำเลียงด้วยเกลียวลำเลียงที่อยู่ตรงปลายเพลาขัด ทำให้ข้าวเปลือกเคลื่อนที่ผ่านเข้าสู่บริเวณตะแกรงขัด ซึ่งตะแกรงขัดจะถูกติดตั้งอยู่ภายในชุดห้องขัดที่ไม่สามารถหมุนได้ โดยมีตำแหน่งจุดศูนย์กลางของแกนตะแกรงอยู่ร่วมกับจุดศูนย์กลางการหมุนของเพลาขัดข้าวเปลือก

4 ณ ตำแหน่งนี้ข้าวเปลือกจะถูกทำการขัดด้วยความเสียดทานที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของข้าวเปลือก ผ่านชิ้นส่วนตะแกรงขัดและเพลาขัด โดยที่เพลาขัดจะมีครีบขัดให้ข้าวเปลือกเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาของการขัดสีข้าวเปลือก

5 เวลาที่เหมาะสมในการขัดข้าวเปลือกจะใช้เวลาประมาณ 1 นาที

6 โดยที่ส่วนล่างของตะแกรงขัด มีช่องแกลบและรำของข้าวเปลือกที่ถูกขัดสี ข้าวที่ถูกขัดสีแล้วจะถูกลำเลียงออกมาเป็นข้าวสารทางด้านหน้าของชุดครอบภายนอกเครื่องสีข้าว

7 ส่วนระบบต้นกำลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1/3 แรงม้า ที่มีความเร็วรอบในการทำงาน 1,350 รอบต่อนาที ติดตั้งอยู่ที่ด้านล่างของโครงสร้างเครื่อง ส่งกำลังผ่านสายพานมู่เล่ย์ ไปยังส่วนชุดเพลาขัดเพื่อใช้เป็นกำลังหมุนในการขัดข้าวเปลือกต่อไป
ส่วนหนึ่งของงานวิจัย ของภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งนี้ เป็นแนวทางใช้สำหรับการพัฒนาเครื่องสีข้าวในครัวเรือนที่สามารถสีได้ทั้งข้าวธรรมดา และข้าวกล้อง ได้โดยการพึ่งพาตนเอง เคลื่อนย้ายได้ง่าย
สามารถแปรรูปข้าวเปลือกได้โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง


+++++++++++++++++++



อ้างอิง

บทความเรื่อง นักวิจัย ม.เกษตร พัฒนาเครื่องสีข้าวสำหรับครัวเรือน
ผู้เขียน หนังสือพิมพ์ บ้านเมือง
www.banmuang.co.th




 
10-21-2012, 04:45 AM   #2 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
ความคิด...ลิขิตเอง


*****************
ความคิด...ลิขิตเอง
*****************










ความคิด..ลิขิตเอง


ทางเดินของคน วกวนเปลี่ยนผัน
มากมีสารพัน ความคิดหลากหลาย
ในความเป็นจริง มีความคิดสองสิ่งได้
วัตถุนิยมมากมาย หรือเส้นทางว่างเปล่า


วัตถุนิยม เสพสมความสุข
พัฒนาครอบครองรุก ซึมซับในคนเรา
มุ่งพัฒนาแข่งขัน ช่วงชิงประโยชน์เฝ้า
เพื่อตัวตนของเรา จะได้ครองครองวัตถุที่สมบูรณ์



ในความว่างเปล่า วิถีชนพื้นฐานจักรวาล
มีพลังมหาศาล ปรับเปลี่ยนมนุษย์
ว่างเปล่าเหนือชั้น กว่าครองครองวัตถุ
มนุษย์จะทุกข์หรือสุข ด้วยวิถีแห่งธรรมชาติ...วิถีแห่งการปล่อยวาง

เข้าใจตนเอง เข้าใจการดำรงชีวิต
เข้าใจมองจิต ด้วยชีวิตธรรมดา
ปล่อยวางว่างเปล่า หาความสงบนำพา
มองชีวิตที่ปรารถนา ชีวิตพึ่งพากัน


อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพธรรมชาติเป็นวิถี
ความสุขรอบกายที่มี ร่มเย็นสงบสุขสันต์
เสียงหัวเราะข้างกาย สบายด้วยรอยยิ้มฝัน
จิตนาสร้างสรรค์ เกิดได้เมื่อจิตปล่อยวาง




....................


กฎวิถีแห่งธรรมชาติ จากคัมภีร์เต้าเต๋อ ของเหล่าจือ นักปราชญ์จีนผู้ยิ่งใหญ่



พลังและวิถีแห่งความว่างเปล่า ซึ่งมนุษย์จะต้องเข้าใจ และปฏิบัติตามกฎวิถี
แห่งธรรมชาติ โดยหลักแล้ว มีดังนี้
1 ความว่างเปล่ามีพลังอันมหาศาล มีศักยภาพสูงและมีประโยชน์มาก เหนือกว่าวัตถุและควบคุมวัตถุ

2. สิ่งที่เสียสละตัวเอง ไม่เห็นแก่ตัว อยู่ได้ยาวนาน

3. สิ่งที่อ่อนแออ่อนโยน มีชีวิตชีวาอยู่ได้ยาวนาน สิ่งที่อ่อนแอชนะสิ่งที่เข้มแข็ง สิ่งที่อ่อนนุ่มชนะสิ่งที่แข็งแกร่ง

4. กฎวิถีแห่งธรรมชาติที่สำคัญอีกกฎหนึ่ง ก็คือ ไม่กระทำ (ด้วยความอยากนิยม และหลงใหลวัตถุ ไม่กระทำด้วยความเห็นแก่ตัว ใช้ผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก ทำให้ผู้อื่นและส่วนรวม ได้รับความเสียหาย ไม่กระทำด้วยการใช้ความเข้มแข็ง แข็งแกร่งบีบบังคับ หรือทำตัวอยู่เหนือผู้อื่น)
.......(และไม่หมายความว่า ไม่กระทำอะไรเลย ต้องการสอนให้มนุษย์เรา รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตัว วางตัวให้ถูกต้อง เคารพและปฏิบัติตามกฎวิถีแห่งธรรมชาติอย่าเข้าใจตัวเองผิด ยกตัวเองให้เหนือธรรมชาติ)
...... แต่ให้กระทำด้วยการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตัว วางตัวในตำแหน่งต่ำ ยอมเสียสละเพื่อผู้อื่นและส่วนรวม ยอมรับฝ่ายตรงกันข้ามใช้ตนเองเป็นแบบอย่างในการแก้ปัญหา

5. สรรพสิ่งประกอบด้วยสิ่งตรงกันข้าม หรือเรียกว่า อิน และหยาง และมีความ สมดุล มีชีวิตชีวาด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างอ่อนโยน เสียสละ
.......(อิน หมายถึง ความเป็นหญิง ความอ่อนโยน นุ่มนวล ความว่างเปล่า ไม่กระทำ ความมืด หรือสิ่งที่ยังไม่ปรากฏออกมา
.......หยาง หมายถึง ความเป็นชาย ความเข้มแข็ง ความแข็งแกร่ง ความเคลื่อนไหว การกระทำ และสิ่งที่ปรากฏออกมา)

6. ชีวิตของมนุษย์ดำเนินไปทางทิศทางด้านกลับ
วิถีชีวิตของมนุษย์และสรรพสิ่งเป็นวัฏจักรทางด้านกลับ คือ กำเนิดมาจากความว่างเปล่า และดำเนินไปบนทางหวนกลับ กลับไปที่ความว่างเปล่า แล้วกลับมามีชีวิตใหม่ หมุนเวียนกลับไปกลับมาอย่างไม่หยุดยั้ง และเมื่อยังมีชีวิตอยู่ การดำเนินชีวิตดำเนินไปทางด้านกลับ มีความสำเร็จมีความสุขแล้วกลับไปที่มีความไม่สำเร็จจนกระทั่งล้มเหลว ไม่มีความสุข แล้วกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นอีก แล้วกลับไปมีชีวิตที่ไม่สมหวังด้อยลงอีก หวนกลับมาจนกระทั่งถึงความตาย

จิตของคนเรา ยิ่งว่างเปล่า ยิ่งปลดปล่อยจากการเป็นทาสของวัตถุ ความอยากยิ่ง
น้อย ก็ยิ่งสงบ มีความสุข เพราะว่าไม่มีอะไรต่อให้เกิดความยุ่งยาก ไม่ต้องคอย
ระวังปกป้อง ไม่ต้องกลัวอะไรต้องสูญเสียไป ทำให้ผ่อนคลาย มีความสมดุล ตาม
ธรรมชาติ ประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ร่างกายสมบูรณ์มีความสุข

ดังนั้น คนเราควรพยายามขจัดความนิยมและหลงใหลวัตถุ รู้จักเพียงพอ นิยมชีวิตที่เรียบง่าย แสวงหาความว่างเปล่าให้กับจิต จะมีประโยชน์มากสำหรับชีวิต



สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้
สุดแต่ทางเดินของมนุษย์จะพึงเลือกทางเดือนของตน
ว่าจะอยู่อย่างไร จะทำอะไรกับชีวิต
จะให้อะไรกับสังคม....

เพราะสมองและสองมือคือ...ทุกคนลิขิตตนเอง









แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 10-21-2012 เมื่อ 05:24 AM
 
10-21-2012, 05:05 AM   #3 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

ดีเลยครับ สุดยอด เยี่ยมไปเลยยยย
 
10-21-2012, 05:10 AM   #4 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
วอร์เรน บัฟเฟตต์ กับวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการอ่าน อ่าน อาน และ อ่าน

วอร์เรน บัฟเฟตต์ กับวิถีชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการอ่าน อ่าน อาน และ อ่าน






วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีของโลก
วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren E. Buffett)
จัดได้ว่าบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก
โดยมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ประมาณ 50 พันล้านดอลลาร์ (มากกว่า GDP ของประเทศต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 100 ประเทศ ในโลกนี้ทีเดียว)
1) บัฟเฟตต์ ตื่นนอนตามปกติก็ประมาณ 6 โมงเช้า
แล้วก็อ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับ บางครั้งก็อ่านจากอินเตอร์เน็ตบ้าง

2) ไปถึงที่ทำงาน ประมาณ 9 โมงเช้า เขาไม่มีตารางเวลาตายตัว เหมือนกับ
CEO คนอื่น ๆ ในแต่ละวัน จะอ่านหนังสือพิมพ์ รายงานประจำปีของบริษัท
จดทะเบียน รายงานผลประกอบการรายไตรมาส และนิตยสารต่าง ๆ

3) นอกนั้น ก็ใช้เวลากับการพูดโทรศัพท์ สั่งซื้อขายหุ้นหรือเงินตราต่างประเทศ
ซึ่งใช้เวลาไม่มากนัก กลับไปบ้านประมาณ 6 โมงเย็น

4) ชีวิตในตอนค่ำ ก็มักจะอ่านหนังสือต่อ หรือไม่บางวันก็เล่นบริดจ์กับบิลล์ เกตส์
และน้องสาวของเขาที่อยู่ต่างเมืองทางอินเตอร์เน็ต นี่คือความบันเทิงหลัก
ของบัฟเฟตต์

ชีวิตประจำวันของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งดูผิวเผินก็จะเห็นว่า เขามีเวลา
ว่างมากมาย ทำงานไม่หนักเหมือนกับ CEO คนอื่น ๆ ทำงานแบบสบาย ๆ
ส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือและพูดโทรศัพท์


ในชีวิตของ บัฟเฟตต์
ไม่เคยล้างรถ ไม่เคยตัดหญ้า ไม่เคยทำงานบ้าน
โดยที่บัฟเฟตต์เคยให้เห็นผลว่า เวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ไม่อยากให้เสียเวลาไปกับสิ่งอื่น ควรเอาเวลา ให้กับการลงทุนจะดีกว่า


แต่ความเป็นจริงนั้น

งานการลงทุน แตกต่างจากงานธุรกิจโดยทั่วไปมากมาย
การลงทุนเป็นเรื่องของความคิดล้วน ๆ
ซึ่งจะต้องนำไปสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพมาก
จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง


การลงทุนมิได้หมายว่าไม่ต้องทำงาน
แต่งานการลงทุนที่ดีนั้นก็คือ
การจะต้องเพิ่มคุณภาพของการตัดสินใจให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
และวิธีเพิ่มคุณภาพ ก็คือ การอ่าน อ่าน และอ่านหนังสือและข้อมูล
สารพัด



นี่คือการแอบดูวิถีชีวิตของมหาเศรษฐีของโลก ที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา



+++++++++++++



อ้างอิง :
นิเวศน์ เหมวชิรวรากร. Super Stock : มหัศจรรย์ของหุ้น VI.
กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2554.





 
10-21-2012, 05:17 AM   #5 (permalink)
Banned

สุดยอด..ความคิดลิขิตเอง..รวมทั้งกฏของธรรมชาติ ไม่ได้มีจริงอย่างที่เราปรุงแต่งขึ้นมา สุดท้ายคือ ความว่างเปล่า แม้แต่ร่างกายวิญญาณก็มีอยู่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง

ขอบคุณสิ่งดีๆที่ให้ไว้เตือนสติค่ะ
 
10-21-2012, 05:43 AM   #6 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
ตัน ภาสกรนที – ใช้การถามที่นำไปสู่ความคิดไม่เคยตัน


ตัน ภาสกรนที – ใช้การถามที่นำไปสู่ความคิดไม่เคยตัน







ตัน ภาสกรนที เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2502 ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนมีฐานะปานกลาง บิดาอพยพมาจากประเทศจีน มาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ตันจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3

งานที่ทำครั้งแรก เป็นพนักงานแบกของ ต่อมาเป็นพ่อค้าแผงหนังสือที่ชลบุรี และเริ่มต้นซื้อห้องแถว ขยายกิจการจนมาเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ต่อมาทำธุรกิจภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น “โออิชิ” และทำธุรกิจอื่น เช่น สตูดิโอถ่ายภาพแต่งงาน จนกระทั่งมาทำธุรกิจเครื่องดื่ม ชาเขียวโออิชิ และอะมิโน โอเค

หลังจากออกจากโออิชิ เมื่อ 9 กันยายน 2553 ตันได้ตั้งบริษัทใหม่ชื่อว่า
บริษัท ตันไม่ตัน จำกัด

แต่เมื่อศึกษาจริงแล้ว
1 สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุด ก็คือเรื่อง ความคิดที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ถึงแม้จะเรียนไม่สูงแต่คุณตัน มีความสามารถในการคิด ที่ระดับปริญญาเอกหลายคน ยังคิดสู้เขา
ไม่ได้ เขาริเริ่มสร้างธุรกิจแนวใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

ความรู้ที่นำมาเป็นพื้นฐานในการคิดของคุณตันนั้น ไม่ได้มีแต่ในห้องเรียนในโรงเรียน หรือมีแต่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ความรู้นั้น มีอยู่ทุกหนแห่ง

ความคิดและความสำเร็จของเขา มาจากการ “ถาม” แทบทั้งสิ้น เกือบทุกธุรกิจของเขามาจากการถาม เป็นการเรียนลัดทางธุรกิจที่ได้ผลดียิ่ง


2 ในอดีต ช่วงที่ก่อนที่เขาจะเริ่มธุรกิจของตัวเองในการขายหนังสือเขาไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับหนังสือเลยสักนิด เขาเป็นเพียงคนอ่านหนังสือคนหนึ่งเท่านั้น เรื่องอื่นไม่รู้เลยว่า ในวงการขายหนังสือนั้น ต้องมีอะไรบ้าง

เขานั่งลงถามเอเย่นต์ขายหนังสืออย่างละเอียด ย่นระยะเวลาจากที่หลายคนต้องเรียนรู้เป็นปีมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง
- ประเภทหนังสือประเภทไหนขายดี
-ใครเป็นคนซื้อ เด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้หญิงหรือผู้ชาย
- ทำไมต้องซื้อ
- ทำไมขายดี
เป็นต้น

3 เวลาที่เขาเปิดร้านถ่ายภาพแต่งงานเขาลงทุนบินไปถึงมาเลเซีย และไต้หวันที่ตลาดกำลังเติบโตมากเขาลุยไปทุกร้าน ถามเจ้าของร้านอย่างละเอียดยิบถามทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ชุดใส่ถ่ายรูป ไปจนถึงกรอบรูป เรียกว่า ถามตั้งแต่ต้นจนจบก็ว่าได้

4 คุณตัน ชอบทำธุรกิจอนาคต ไม่ใช่ธุรกิจแฟชั่น ที่วูบวาบตามกระแสแฟชั่นถ้ามีคนทำน้อย และดูว่าเป็นธุรกิจมีอนาคต เขาจะลุยทันที เขากล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเป็นไปไม่ได้

5 คุณตัน ไม่เคยเขียนแผนธุรกิจ ตามแบบฉบับที่หลักสูตรบริหารธุรกิจเขาเรียนกันแต่เขามีแผนอยู่ในสมอง ทั้งการเลือกทำเล การผลิต การตลาด จากประสบการณ์ของคุณตัน บอกว่า บางคนมัวแต่วางแผน ทุกอย่างก็อยู่แต่ในกระดาษไม่เคยได้ทำจริง ๆ

6 เขาไม่อายที่จะถาม เขาต้องการความรู้ จึงต้องถาม และก็ถาม ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆและไม่เฉพาะด้านความสำเร็จอย่างเดียวเท่านั้น ด้านความล้มเหลวก็ต้องถามเพราะคุณตันเชื่อว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนั้นสำคัญกว่าความสำเร็จที่เห็น
เสียอีก เพราะความล้มเหลวช่วยเขาปิดประตูแพ้ในการทำธุรกิจ

7 และการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่งของคุณตัน ซึ่งคนที่จะทำธุรกิจจะต้องมีเป็นอย่างยิ่งเพราะการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง จะทำให้เกิดความคิด นำมาซึ่งการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและนำมาซึ๋งความสำเร็จที่ต่อเนื่องยาวนานอีกด้วย




 
10-21-2012, 05:56 AM   #7 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์

ขอบคุณครับ อาหารสอมงชั้นเลิศ
 
10-21-2012, 06:14 AM   #8 (permalink)
ผู้ใช้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่สรรหามาฝากพี่น้องเราครับเพราะในขณะนี้ยิ่งเศรษฐกิจ
กำลังซบเซาเขาและเราไม่รู้สิ้นในทางเดินการตลาดเมื่อได้มาอ่านเรื่องราวเหล่า
นี้อาจจะมีการจุดประกายนักงทุนหน้าใหม่ๆก็เป็นได้ครับ.เพราะคนที่เป็นสมาชิก
บ้านมหามาจากหลายๆอาชีพครับ
 
10-21-2012, 07:06 AM   #9 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
โลกก้าวไกล ด้วยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากอากาศ

โลกก้าวไกล ด้วยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากอากาศ






กระบวนการพัฒนาน้ำผสมน้ำมันเชื้อเพลิง โดย บริษัท อังกฤษ ผู้บุกเบิกสร้าง น้ำมันจากอากาศในการพัฒนาที่สามารถแก้วิกฤติพลังงานของโลก
19 ตุลาคม 2012

บริษัท อังกฤษ (Pioneering British firm produces) ได้เปิดตัวเอง ในการผลิต 'น้ำมันจากอากาศ” เป็นครั้งแรก ในก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เป็นผู้บุกเบิก
ที่อาจจบการพึ่งพาของมนุษย์ในเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ลดลง

โดยการสังเคราะห์เชื้อเพลิงอากาศใน Stockton-on-Tees, Teesside ซึ่งอ้างผลการวิจัย ว่าได้ผลิตน้ำมันได้ปริมาณ “ห้าลิตร” จากการทดลองการผลิตน้ำมันโดยปฏิกิริยากันก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2012 โดยใช้โรงกลั่นขนาดเล็กที่สังเคราะห์เชื้อเพลิงจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำ

การวิจัยครั้งนี้ ถือว่าเป็นการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิธีการแก้วิกฤตพลังงานของโลกที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าขณะนี้การผลิตน้ำมันยังไม่คุ้มทุนที่ดำเนินการก็ตามที
เพราะว่าบริษัทอ้างว่าได้ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สกัดโดยตรงจากอากาศในการเกิดปฏิกิริยาของพวกเขาก็เป็นส่วนใหญ่ใช้แหล่งอุตสาหกรรมของก๊าซ

ก็หวังว่าพัฒนาการต้นแบบนี้าจะมีความสามารถที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ คาร์บอน ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้น






แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 10-21-2012 เมื่อ 07:12 AM
 
10-21-2012, 07:58 AM   #10 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
นักวิทยาศาสตร์งงงัน ไม่สามารถค้นหาบรรพบุรุษเจ้าแมงมุมขายาว ได้

นักวิทยาศาสตร์งงงัน ไม่สามารถค้นหาบรรพบุรุษเจ้าแมงมุมขายาว Harvestman ได้







เจ้าแมงมุมขายาว ถูกค้นพบว่า อาศัยอยู่ในถ้ำที่ประเทศลาว
เป็นแมงมุมตัวเล็ก แต่มีขาที่ยาวมากเกินกว่าฟุต

ถูกค้นพบโดย Dr Peter Jäger จาก the Senckenberg Research Institute in Frankfurt, Germany โดยค้นพบเจ้า harvestman Collossal ขณะที่การสำรวจถ้ำในระหว่างการเดินทางในประเทศลาว

โดยที่ช่วงขาของ harvestman จะมีความยาวมากกว่า 33cm (เกือบ 1.1ft)

มันเป็นแมงมุมที่ไม่สามารถค้นหาบรรพบุรุษได้ แม้ผู้เชี่ยวชาญจาก Ana Lucia Tourinho ซึ่งเป็นสถาบันแห่งชาติเพื่อการวิจัยของ Amazon ใน มาเนาส์, บราซิลก็ได้แต่ถสรุป ว่ามันอาจจะเป็นจำพวก Gagrella ในครอบครัว Sclerosomatidae



 
10-21-2012, 08:21 AM   #11 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

ขอบคุณครับครูเล็กที่นำสาระดีๆมาฝากพี่น้องครับ ชอบคำๆนี้มากเลยครับบบบ

จิตของคนเรา ยิ่งว่างเปล่า ยิ่งปลดปล่อยจากการเป็นทาสของวัตถุ ความอยากยิ่ง
น้อย ก็ยิ่งสงบ มีความสุข เพราะว่าไม่มีอะไรต่อให้เกิดความยุ่งยาก ไม่ต้องคอย
ระวังปกป้อง ไม่ต้องกลัวอะไรต้องสูญเสียไป ทำให้ผ่อนคลาย มีความสมดุล ตาม
ธรรมชาติ ประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ร่างกายสมบูรณ์มีความสุข
 
10-21-2012, 10:27 AM   #12 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

ฝากอีกรายการดีทางจานดาวเทียมครับ

นี่กะเป็นนวัตกรรมภูมิปัญญาไทย มีเครื่องมือหลายอย่าง
 
10-21-2012, 10:41 AM   #13 (permalink)
ศึกษาหาความรู้

ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลความรู้ต่างๆที่นำมาฝากครับ ทั้งแฝงไว้ด้วยแง่คิดการดำเนินชีวิตของคนเรา เพื่อที่จะให้มีความสุขอยู่ในสังคมที่สับสนวุ่นวายในปัจจุบัน ชอบมาก "ความคิด...ลิขิตเอง"....
 
10-21-2012, 04:54 PM   #14 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
โยคะต้านแรงโน้มถ่วง


โยคะต้านแรงโน้มถ่วง






โยคะต้านแรงโน้มถ่วง

เป็นผลิตผลของนักออกแบบท่าเต้นชาวอเมริกันคริสแฮร์ริสัน, ผู้ร่วมก่อตั้งของ Cirque du Soleil สถานที่ตั้งของชั้นที่จะย้ายโลดโผนมักจะอยู่ในกลางอากาศด้วยความช่วยเหลือของเปลญวนที่ทำจากผ้าไหมร่มชูชีพ

โยคะต้านแรงโน้มถ่วงที่โลดโผนมักจะอยู่ในกลางอากาศด้วยความช่วยเหลือของเปลญวนที่ทำจากผ้าไหมร่มชูชีพ เกือบทุกคนสามารถลองโพส ท่ายากขึ้นเช่นเปลี่ยนคว่ำโดยไม่มีความเสี่ยง

ซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้กล้ามเนื้อจะทำงานในรูปแบบที่ไม่คุ้นเคยเพื่อให้พวกเขามีกล้ามเนื้อที่กระชับ แข็งแรงมากขึ้น







แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 10-21-2012 เมื่อ 04:58 PM
 
10-21-2012, 05:22 PM   #15 (permalink)
Maximum learning
ศิลปิน นักเขียน
การรรับประทานปรุงเองดีกว่าทานขนมปัง

การรับประทานอาหารเช้าจากการปรุงอาหารด้วยตนเองให้คุณค่าทางสมองมากกว่ากินขนมปัง





จากการวิจัย

พบว่าคนที่มีอายุมาก ถ้ากินอาหารที่สูงในคาร์โบไฮเดรตสูงมาก
จะมีแนวโน้มที่จะพัฒนาอ่อนด้อยทางปัญญา
เพราะคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลจะมีสารตั้งต้นที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์

Rosebud Roberts,อาจารย์ในภาควิชาระบาดวิทยาที่ the Mayo Clinic.

พบว่า สาร MCI เป็นตัวที่ถูกกำหนดให้เป็นสูญเสียความจำ จนไปถึงอาการสมองเสื่อมอื่น ๆและการเปลี่ยนแปลงในบุคลิกภาพและอารมณ์

งานวิจัยก่อนหน้าบอกว่าร้อยละ 10-15 ของผู้ที่มี MCI ในร่างกายจะสามารถทำให้นำไปสู่การพัฒนาของสมองเสื่อมลงได้

และไอดี คาร์โบไฮเดรตสูง อาจจะไม่ดีสำหรับคุณเพราะคาร์โบไฮเดรตส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลและการเผาผลาญอินซูลิน

ระดับน้ำตาลสูงอาจส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดสมองและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาของ beta amyloid plaques, proteins ที่เป็นพิษต่อสุขภาพสมองที่พบในสมองของคนที่มีอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดโรค

เราสามารถหยุดการพัฒนา MCI ที่ทำให้เกิดภาวการณ์พัฒนาของภาวะสมองเสื่อม ได้ โดย การรับประทานไขมันที่มีคุณประโยชน์สูง เช่นที่พบในถั่วและน้ำมันที่ดี
เพราะพบว่าสามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง ร้อยละ 42 ผู้ที่มีการบริโภคสูงของโปรตีน (เช่นเนื้อสัตว์และปลา) มีการลดความเสี่ยงจากอัตราร้อยละ 21




 
Way of life > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > หยิบยกมาฝาก


ป้ายกำกับ
หยิบยกมาฝาก 2555

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว



Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:15 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม