ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > หยิบยกมาฝาก

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
06-13-2013, 01:47 PM   #1 (permalink)
ศึกษาหาความรู้
 
รูปส่วนตัว lungyai1123
 
การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ


การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ


การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ


การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ

BREATHING THERAPY-การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ

จมูกคนเรามีรูจมูกซ้ายและขวา รูจมูกซ้ายและขวามีหน้าที่เหมือนกัน คือ หายใจเข้าและหายใจออกใช่
หรือไม่? ความจริงแล้วมันไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกัน และเราสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างได้ กล่าวคือ


รูจมูกด้านซ้ายแทนด้วยพระจันทร์ รูจมูกด้านขวาแทนด้วยพระอาทิตย์
เมื่อมีอาการปวดหัวลองใช้นิ้วปิดรูจมูกขวา และใช้รูจมูกซ้ายหายใจเป็นเวลา 5 นาที
อาการปวดหัวก็อาจจะหายได้ ถ้ารู้สึกตัวว่ามีอาการเหนื่อยมาก ๆ ทำตรงกันข้ามคือ
ปิดรูจมูกซ้ายและหายใจด้วยรูจมูกขวา หลังจากนั้นคุณก็จะมีอาการสดชี่นขึ้นอีกครั้ง
ส่วนด้านซ้ายก็ได้รับความเย็นได้ดี
นั่นเป็นเพราะว่าจมูกขวาทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับความร้อนในร่างกายของเรา
ดังนั้นจึงได้รับความร้อนโดยง่าย
ผู้หญิงหายใจด้วยรูจมูกซ้ายเป็นหลัก ดังนั้นจึงได้รับความสงบโดยง่าย
ผู้ชายใช้รูจมูกขวาหายใจ เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงมีอารมณ์โกรธได้ง่าย


เมื่อคนเราตื่นนอน จะสังเกตเห็นว่าเราหายใจเร็วขื้นใช่หรือไม่? ใช้รูจมูกซ้ายหรือขวา?
ถ้ารูจมูกซ้ายหายใจเร็วขึ้น คุณอาจจะรู้สึกเหนื่อยมาก
ปิดรูจมูกซ้ายและใช้รูจมูกขวาหายใจ คุณก็จะมีความรู้สึกว่าสดชื่นอย่างรวดเร็ว


ถ้าคุณนำเรื่องประโยชน์ที่ได้รับจากบำบัดโรคด้วยการหายใจไปสอนเด็ก ๆ จะสอนได้ดีกว่าผู้ใหญ่
ฉันเคยมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง เมื่อไปปรึกษากับหมอ หมอพูดกับฉันแบบติดตลกว่า
“คุณจะมีอาการหายปวดหัว ถ้าคุณแต่งงาน”

หมอไม่พูดความจริงกับฉันเหมือนในทฤษฎีอย่างมีหลักการและยืนยันด้วยหลักฐานระหว่างนั้น
ฉันเคยมีอาการปวดหัวทุก ๆ คืน โดยไม่ทราบสาเหตุ ฉันรับประทานยาแต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้
คืนหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งลงเพื่อให้อาการปวดหัวบรรเทาลงด้วยการใช้นิ้วปิดรูจมูกขวา
และหายใจด้วยรูจมูกซ้าย ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

มันดูเหมือนว่า ปัญหาจากอาการปวดหัวหายไป ฉันทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งเดือน
และหลังจากนั้นเป็นต้นมา อาการปวดหัว ไม่เกิดขึ้นอีกเลย นี่คือประสบการณ์ของฉัน
ฉันเคยบอกคนอื่น ๆ ที่มีอาการปวดหัวและรักษาด้วยวิธีนี้ ซึ่งมีผลดีต่อฉันและก็ยังมีผลดีต่อผู้ที่ใช้วิธีนี้

นี่คือการบำบัดโรคด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่เหมือนกับการรับประทานยาเป็นเวลานานซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียง
ดังนั้น ทำไมคุณไม่พยายามทำให้หายจากอาการปวดหัว?
การฝึกปฏิบัติการหายใจในทางที่ถูกต้อง (หายใจเข้า หายใจออก)
จะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก



การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ


การบำบัดโรคอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ


รู้ไว้นิสสัย 10 อย่างที่ทำให้สมองพัง

ต้นเหตุของสมองเสื่อม ความจำสั้น อัลไซเมอร์สมอง
คืออวัยวะสำคัญ มีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว,
พฤติกรรม และรักษาสมดุลภายในร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ,
ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น



หน้าที่ของสมองยังมีเกี่ยวข้องกับการรับรู้ อารมณ์ ความจำ
การเรียนรู้การเคลื่อนไหว และความสามารถอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้
แต่คนเรามักไม่รู้ตัวเองว่าพฤติกรรมบางอย่างที่กระทำลงไป
นอกจากจะเป็นการทำร้ายร่างกายไม่พอยังทำร้ายสมองด้วยเช่น


1. ไม่ทานอาหารเช้า
หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม

2. กินอาหารมากเกินไป
การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว
เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น


3. การสูบบุหรี่
เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

4. ทานของหวานมากเกินไป
การกินของหวานมาก จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีน
และสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหาร
และขัดขวางการพัฒนาของสมอง


5. มลภาวะ
สมอง เป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย
การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไป จะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อย
ส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง

6. การอดนอน
การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน
การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้


7. นอนคลุมโปง
การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น
และลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง

8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย
การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพ
การทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว


9. ขาดการใช้ความคิด
การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองการขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ

10. เป็นคนไม่ค่อยพูด
ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง


รู้หรือยังค่ะว่าสมองมีความสำคัญมากแค่ไหน
ดังนั่นเราควรที่จะหันมาบำรุงสมองแทนการทำร้ายสมองกันดีกว่ามั้ยค่ะ







ที่มา... http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_05525.php
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=24562
บ้านมหา.คอม
 

ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > คลังความรู้ > หยิบยกมาฝาก


ป้ายกำกับ
สาระน่ารู้


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:20 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2015, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม
'