| บ้านมหา | ชุมชนบ้านมหา | ดูผ่านมือถือ | คลังความรู้ | ศิลปะวัฒนธรรม | สถานที่ท่องเที่ยว | ครัวบ้านมหา | สถานีวิทยุออนไลน์ | ลูกทุ่งหมอลำ | สารบัญเว็บ |
|
|
|||||||
| วันสำคัญต่างๆ รวมความรู้เกี่ยวกับวันสำคัญ และประวัติความเป็นมาต่างๆ |
| กลุ่มและสังคม | ไดอารี่ | อัพโหลดรูปภาพ | บ้านมหาวาไรตี้ | กล่องขอเพลง | ห้องแชท | ศูนย์ไอที | บ้านมหาโปรโมชั่นฯ |
|
|
ลิ้งก์กลับมาเรื่องนี้ | คำสั่งเพิ่มเติม | เรียบเรียงคำตอบ |
|
|
#1 (permalink) |
|
ศึกษาหาความรู้
![]() วันที่สมัคร: Jan 2006
กระทู้: 3,987
ให้การขอบคุณ: 660
ได้รับการขอบคุณ 3,911 ครั้ง
จาก 357 หัวข้อ |
คริสต์มาสคืออะไร
![]() The History of Christmas In the Western world, the birthday of Jesus Christ has been celebrated on December 25th since AD 354, replacing an earlier date of January 6th. The Christians had by then appropriated many pagan festivals and traditions of the season, that were practiced in many parts of the Middle East and Europe, as a means of stamping them out. There were mid-winter festivals in ancient Babylon and Egypt, and Germanic fertility festivals also took place at this time. The birth of the ancient sun-god Attis in Phrygia was celebrated on December 25th, as was the birth of the Persian sun-god, Mithras. The Romans celebrated Saturnalia, a festival dedicated to Saturn, the god of peace and plenty, that ran from the 17th to 24th of December. Public gathering places were decorated with flowers, gifts and candles were exchanged and the population, slaves and masters alike, celebrated the occasion with great enthusiasm. In Scandinavia, a period of festivities known as Yule contributed another impetus to celebration, as opposed to spirituality. As Winter ended the growing season, the opportunity of enjoying the Summer's bounty encouraged much feasting and merriment. The Celtic culture of the British Isles revered all green plants, but particularly mistletoe and holly. These were important symbols of fertility and were used for decorating their homes and altars. New Christmas customs appeared in the Middle Ages. The most prominent contribution was the carol, which by the 14th century had become associated with the religious observance of the birth of Christ. In Italy, a tradition developed for re-enacting the birth of Christ and the construction of scenes of the nativity. This is said to have been introduced by Saint Francis as part of his efforts to bring spiritual knowledge to the laity. Saints Days have also contributed to our Christmas celebrations. A prominent figure in today's Christmas is Saint Nicholas who for centuries has been honored on December 6th. He was one of the forerunners of Santa Claus. Another popular ritual was the burning of the Yule Log, which is strongly embedded in the pagan worship of vegetation and fire, as well as being associated with magical and spiritual powers. Celebrating Christmas has been controversial since its inception. Since numerous festivities found their roots in pagan practices, they were greatly frowned upon by conservatives within the Church. The feasting, gift-giving and frequent excesses presented a drastic contrast with the simplicity of the Nativity, and many people throughout the centuries and into the present, condemn such practices as being contrary to the true spirit of Christmas. The earliest English reference to December 25th as Christmas Day did not come until 1043. ![]() บรรยากาศคริสต์มาสในเมืองไทย มักจะเริ่มด้วยห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ จะตกแต่งห้างด้วยสีสันต่างๆ รวมทั้งต้นคริสต์มาส อันเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส กันอย่างหรูหรา สิ่งเหล่านี้ เป็นบรรยากาศที่ ชักจูงให้เราคิดถึง วันสำคัญของชาวโลกวันหนึ่ง ก็คือ “วันคริสต์มาส” ซึ่งกำลังใกล้เข้ามาทุกนาทีนั่นเอง ประวัติการประสูติพระเยซูเจ้า ![]() ![]() ในเวลานั้น จักรพรรดิออกัสตัส รับสั่งให้ราษฎรทุกคนในอาณาจักรโรมัน ไปลงทะเบียนสำมะโนประชากร โยเซฟและมารีย์ ซึ่งมีครรภ์แก่ จึงต้องเดินทางไปยังเมืองเบธเลเฮม อันเป็นเมืองที่กษัตริย์ดาวิดประสูติ พอดีถึงกำหนดที่มารีย์จะคลอดบุตร เธอก็ได้คลอดบุตรชายหัวปี เธอเอาผ้าพันกายพระกุมารแล้ววางไว้ในรางหญ้า เนื่องจากตามโรงแรมไม่มีที่พักเลย Gloria in Excelsis Deo ทำไมจึงวันฉลองคริสต์มาสวันที่ 25 ธันวาคม ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ (ลก.2 ความสำคัญของวันคริสต์มาส คริสต์มาส เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่ง ในศาสนาคริสต์ มิใช่เป็นวันสำคัญฝ่ายร่างกาย จัดงานรื่นเริงภายนอกเท่านั้น ซึ่งเป็นแต่เพียงเปลือกนอก ของการฉลองคริสต์มาส แต่แก่นแท้อยู่ที่ความรักของพระเจ้าที่ มีต่อโลกมนุษย์ นั่นคือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์มากจน ถึงกับยอมส่งพระบุตรแต่องค์เดียวของพระองค์ ให้มาเกิดเป็นมนุษย์ มีเนื้อหนังมังสา ชื่อว่า “เยซู” การที่พระเจ้าได้ถ่อมองค์และเกียรติ ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น จากการเป็นทาสของความชั่ว และบาปต่างๆ นั่นเอง ดังนั้น ความสำคัญของวันคริสต์มาส จึงอยู่ที่การฉลองความรัก ที่พระเจ้ามีต่อโลกมนุษย์ อย่างเป็นจริงเป็นจัง และเห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น ฟังเพลงวันคริสมาสต์ |
|
|
|
| มี 5 สมาชิก ที่ให้การขอบคุณในหัวข้อที่ บ่าวคนเดิม ตั้งขึ้น |
|
|
#2 (permalink) |
|
ศึกษาหาความรู้
![]() วันที่สมัคร: Jan 2006
กระทู้: 3,987
ให้การขอบคุณ: 660
ได้รับการขอบคุณ 3,911 ครั้ง
จาก 357 หัวข้อ |
ประวัติวันคริสต์มาส![]() คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า “สุขสันต์วันคริสต์มาส” การร้องเพลงคริสต์มาส![]() เพลงคริสต์มาส เริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 ซึ่งในสมัยนั้น มีทั้งพระสงฆ์และฆราวาสเป็นผู้แต่ง ร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมา ของพระเยซูเจ้า แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีวิวัฒนาการใหม่ในด้านเพลงนี้ เริ่มในประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้มีส่วนในการสนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่ ซึ่งชาวบ้านชอบ คือมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดี ในโอกาสคริสต์มาสนี้ เพลงเหล่านี้เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ.1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาลาติน เพลงคริสต์มาส ที่เรานิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818 คุณพ่อโจเซฟ โมห์ เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวันเสีย ทำให้วงขับร้อง ไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ คุณพ่อเองตั้งใจ จะแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ หลังจากแต่งเสร็จ ก็เอาไปให้เพื่อนคนหนึ่งชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ ที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงใส่ทำนอง ในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดนี้ ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก ต้นคริสต์มาส![]() ในสมัยโบราณ “ต้นคริสต์มาส” หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน และทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า (ปฐก.3 ซานตาคลอส ![]() ![]() ซานตาคลอส เป็นจุดเด่นหรือสัญลักษณ์ ที่เด็กและผู้คนนิยมมากที่สุด ในเทศกาลคริสต์มาส แต่แท้ที่จริงแล้ว ซานตาคลอส แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ชื่อซานตาคลอส มาจากชื่อนักบุญนิโคลาส ซึ่งเป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์นับถือ เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ นักบุญองค์นี้ เป็นสังฆราชของไมรา (อยู่ในประเทศตุรกี ปัจจุบัน) มีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 4 เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่ง อพยพไปอยู่ในสหรัฐ ก็ยังรักษาประเพณีนี้ไว้ คือ ฉลองนักบุญนิโคลาส ในวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งหมายถึง นักบุญนี้จะมาเยี่ยมเด็กๆ และเอาของขวัญมาให้ เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ ที่อพยพมา ก็รู้สึกอยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้าง เพื่อรับของขวัญ ประเพณีนี้ จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก และแพร่หลายไปในอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างคือ ชื่อนักบุญนิโคลาส ก็เปลี่ยนเป็นซานตาคลอส และแทนที่จะเป็นสังฆราช ซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้น ก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วน ใส่ชุดสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นพาหนะ มีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมาทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กเหล่านั้น อันที่จริง ซานตาคลอสเป็นรูปแบบที่น่ารัก เหมาะสำหรับเป็นนิยายให้เด็กๆ เชื่อ แต่อาจจะทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจ ให้ความสำคัญในตัวนิยายนี้ แทนการบังเกิดของพระเยซูเจ้า ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเทศกาลคริสต์มาสนี้ การทำถ้ำพระกุมาร![]() ตามความในพระคัมภีร์ พระเยซูเจ้าเกิดในรางหญ้า (ลก.2:7) ซึ่งเราไม่แน่ใจว่า อยู่ตรงไหน แต่เนื่องจากในแถบเบธเลเฮม มีถ้ำอยู่มากมาย ที่พวกดูแลฝูงแกะ ใช้เป็นที่พักของสัตว์และตัวเอง เป็นความคิดของชาวคริสต์ธรรมดาว่า รางหญ้าที่พระวรสารอ้างถึงนั้น คงอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งในเบธเลเฮม ประเพณีการทำถ้ำนั้น มาจากอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี เป็นผู้ริเริ่มโดยในวันคริสต์มาส ปี ค.ศ. 1233 นักบุญฟรังซิส ชวนให้ชาวบ้านทุกคน ในหมู่บ้านที่ท่านอยู่ ร่วมแสดงละคร มีการเตรียมถ้ำพระกุมาร และใช้สัตว์จริงๆ เช่น วัวและลา อยู่ในถ้ำด้วย (การที่ใช้วัวและลา เพราะเป็นสัตว์ที่ชาวบ้านใช้เป็นประจำ) จากนั้นก็จุดเทียนมายืนรอบๆ ถ้ำที่ทำขึ้น ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า จนถึงสว่าง และฟังมิสซาด้วยกัน ตั้งแต่นั้นมา ประเพณีทำถ้ำพระกุมาร ทั้งในวัดและในบ้าน ก็แพร่หลายไปทั่วทุกหนแห่ง
ที่มา http://www.geocities.com/christmasthai/christmas.html#section5 |
|
|
|
|
|
#4 (permalink) |
|
Guest
กระทู้: n/a
|
คริสต์มาส แปลง่ายๆ เฮาสิแปลว่า "คริสบูชา" ได่บ่ครับนิ
บ้านเฮามี วันสำคัญพอๆกันกะคือ วัน วิสาขบูชา นอครับนอ คือว่าฮั่นหละคับคนไทเฮา วันไหนๆ กะม่วนหบดฮั่นล่ะ ุสุขสันต์วันคริสต์มาส สำหรับพี่น้องชาวคริสต์ทุกคนเด้อครับ คือกัน เตรียมตัวส่งท้ายปีเก่า ต้อนฮับปีใหม่สำหรับซาวพุทธเฮา |
|
|
|
|
#10 (permalink) |
|
ศึกษาหาความรู้
![]() วันที่สมัคร: Jun 2009
ที่อยู่: chonburi
กระทู้: 100
ให้การขอบคุณ: 160
ได้รับการขอบคุณ 75 ครั้ง
จาก 7 หัวข้อ |
ขอบคุณค่ะ...อ้ายบ่าวคนเดิมที่เป็นกระบอกเสียงประกาศข่าวดีสำหรับเรื่องราวความเชื่อของชาวคริสต์ นำความรู้เกี่ยวกับวันคริสต์มาสมาบอกพี่น้องบ้านเฮา ในฐานะที่เป็นลาวนับถือคริสต์กะขอส่งความสุขวันคริสต์มาสสำหรับพี่น้องบ้านมหาสุคนจ้า...ไปฟังหมอลำก่อน เขามีหมอลำคณะใหญ่จ้างมาลำใส่บุญคริสต์มาส แม่นจั๋งได๋กะบ่หนีประเพณีอีสานบ้านเฮาดอกจ้า...ไปก่อนเดี๋ยวปูสาดหน้าฮ่านบ่ทัน
|
|
|
|
| คำสั่งเพิ่มเติม | |
| เรียบเรียงคำตอบ | |
|
|
|
|
||||
| หัวข้อ | ผู้เริ่มหัวข้อ | ฟอรั่ม | ตอบกลับ | กระทู้ล่าสุด |
| สวัสดีปีใหม่ Merry Christmas and A Happy New Year | บ่าวคนเดิม | บ้านมหาพาแลง ประจำปี ๒๕๕๓ | 14 | 01-09-2010 04:40 AM |
| Valentine History วันวาเลนไทน์ | บ่าวคนเดิม | วันสำคัญต่างๆ | 52 | 02-13-2009 11:22 AM |
| Unix, Linux, and variant history | บ่าวคนเดิม | Unix and Linux Advance Server | 0 | 01-14-2009 02:48 PM |
| Merry Christmas | auddy228 | วรรณกรรม-บทกวี-นวนิยายเรื่องสั้น-Poetry | 11 | 12-20-2007 06:58 AM |