ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > ธรรมะ-รักษาจิต Religion > พระเกจิอาจารย์ภาคกลาง

ตอบกลับ
 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
01-01-2008, 06:37 PM   #1 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
 
 
ความเยือกเย็น วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)

วัดบางพระ(วัดหลวงพ่อเปิ่น)

มื้อนี้ฅนภูไทมีโอกาสได้ไปกราบมนัสการสังขารหลวงพ่อเปิ่นเลยเอามาให้เบิ่ง วัดบางพระมีชื่อเสียงทางด้านสักยันต์ ลงนะหน้าทองมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะ วัตถุมงคลกะขึ้นชื่อนำ



ประวัติวัดบางพระ

วัดบางพระ เป็นชื่อในทางราชการชื่อเดิมคือ วัดปากคลองบางพระ สังกัดมหานิกายอยู่ในการปกครองคณะสงฆ์ ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่วัด ๓๑ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา และธรณีสงฆ์ ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๑๙ ตารางวา

วัดบางพระสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๒๒๐จัดอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างที่แน่ชัดเพราะคนในยุคนั้นมิได้มีการบันทึกกันที่นำมาเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ในปัจจุบันก็คือภาพจิตกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถหลังเดิมซึ่งกว้างประมาณ๔วายาวประมาณ๘วาหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาธรรมดาสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางภายในพระอุโบสถหลังเดิมมีพระประธานเป็นพระปฏิมากรหินทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัยลงรักปิดทองหน้าตักกว้าง๓๐นิ้วชาวบ้านเรียกกันว่า"หลวงพ่อสิทธิมงคล"เป็นองค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเบื้องหน้าพระประธานเป็นพระพุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง๒๖นิ้วและยังมีพระพุทธปฏิมาประทับนั่งทางด้านขวามือองค์พระประธาน๓องค์และทางด้านซ้ายมือองค์พระประธานอีก๓องค์มองกันตามแบบแล้วพระอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระช่างทรงคุณค่ายิ่งนักลักษณะทั่วไปก่ออิฐถือปูนหลังคาลด๒ชั้นประกอบด้วยช่อฟ้าใบระกาที่สำคัญคือหลังคาอันมุงด้วยกระเบื้องดินธรรมดากรมศิลปากรจัดให้อยู่ในดินเผาสมัยอยุธยาตอนกลางพระประธานที่เป็นพระปฏิมากรหินทรายแดงจัดให้อยู่ในสมัยอโยธยาสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)

ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นภาพเก่าแก่เป็นผลให้ทราบถึงความเจริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนาเป็นภาพเทพชุมนุมสลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้ามีการปฏิสังขรณ์เมื่อสมัยรัชการที่๔คงมีการเขียนทับและแก้ไขเพียงเล็กน้อยแต่พื้นกราวน์ดูเบื้องหลังยังคงใช้สีอ่อนมีดอกไม้ร่วงอันเป็นคติของอยุธยาภาพที่น่าสนใจอีกภาพหนึ่งก็คือ"ภาพมารผจญ"เป็นภาพที่พระพุทธเจ้าทรงจีวรแดงประทับนิ่งบนดอกบัวแก้วแม่ธรณีบีบมวยผมนับเป็นศิลปะแบบเก่าที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งเป็นภาพที่เขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางสีในภาพเขียนใช้เพียง๔สีคือขาวดำแดงและเขียวใบแค

มาถึงช่วงตอนเจริญรุ่งเรืองอย่างสุดขีดของวัดบางพระในช่วงนั้นเมื่อเจ้าอธิการหิ่มอินทโชโตเข้ามาปกครองวัดบางพระในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายที่เหมือนกันของเจ้าอาวาสวัดบางพระทุกรูปคือจะเป็นพระนักปฏิบัติกัมมัฏฐานทรงซึ่งคุณธรรมมีเมตตาธรรมสูงมากเมื่อมาถึงหลวงปู่หิ่มเป็นยุคที่วัดบางพระเจริญอย่างยิ่งท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลและเป็นพระอุปัชฌาย์ นอกจากนี้แล้วหลวงปู่หิ่มยังสร้างพระพุทธบาทจำลองเพื่อช่วยเหลือในศรัทธาของชาวบ้านที่ใคร่จะไปนมัสการพระพุทธบาทจำลองณสถานที่ต่างๆที่อยู่ไกลต้องเสียค่าใช้จ่ายกันสูงพระพุทธบาทจำลองนี้มีขนาดกว้าง๑.๑๐เมตรยาว๔.๒๐เมตรสร้างด้วยโลหะทุกกลางเดือนสี่จะมีงานเทศกาลเพื่อให้ประชาชนชาวบ้านได้นมัสการปิดทองกราบไหว้พระพุทธบาทจำลองสร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๖๙นั้นเป็นไปในด้านวัตถุในด้านทางจิตใจในด้านทางสายวิชาแล้วหลวงปู่หิ่มนับเป็นหนึ่งในส่วนนี้ท่านเก่งในทางปรุงยาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์คนบ้าคนคลั่งหรือโรคมะเร็งเมื่อมาหาหลวงปู่หิ่มเพื่อให้ท่านรักษาหลวงปู่หิ่มจะให้คนปั้นหุ่นดินเหนียวแทนตัวคนป่วยลงวันเดือนปีเกิดพร้อมด้วยเงินค่าครู๑สลึง(สมัยนั้น)แล้วท่านจะนั่งตรวจดูอาการคืนหนึ่งก่อน
จึงจะปรุงยาให้ไปเมื่อคนไข้ได้รับยานั้นไปรับประทานแล้วจะหายแทบทุกราย



ในส่วนสายพระเวทด้านอักขระพระคาถาไม่เป็นที่เปิดเผยกันมากนักทราบเพียงแต่ว่าหลวงปู่หิ่มท่านสุดยอดในสายพระเวทคาถามีอะไรแปลกๆอยู่เสมอในส่วนการสักยันต์นั้นหลวงพ่อเปิ่นท่านรับมาจากหลวงปู่หิ่มเต็มๆพ.ศ.๒๔๙๕หลวงปู่หิ่มก็มรณภาพลงพ.ศ.๒๔๙๖-พ.ศ.๒๖๑๖พระอธิการทองอยู่ปทุมรตนเป็นเจ้าอาวาสพ.ศ.๒๕๑๘-พ.ศ.๒๕๔๕พระอุดมประชานาถ(หลวงพ่อเปิ่น)เป็นเจ้าอาวาส

ความเป็นมาของอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระนั้นไม่มีการบันทึกเอาไว้ว่าสร้างในสมัยใดมีเพียงการคาดคะเนเอาตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคำนวณเอาจากอายุของเนื้อแท้ของถาวรวัตถุลักษณะโบสถ์เป็นแบบมหาอุตม์พื้นที่ภายในกำแพลงแก้วยกดินสูงมีสถูปเจดีย์ล้อมรอบสี่ด้านด้านหน้าหันออกสู่แม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน)ด้านหน้ามีเรือสำเภาก่ออิฐถือปูนกลางลำเรือก่อขึ้นไปเป็นเจดีย์เป็นการบ่งให้ทราบว่าแถบถิ่นแถวนี้มีการค้าขายกันทางเรือเมื่อชุมชนขยายผู้คนเข้ามาอาศัยกันมากขึ้นล่วงมาจนหลวงปู่หิ่มท่านเล็งเห็นว่าอุโบสถหลังเก่านั้นเล็กเกินไปเมื่อทำสังฆกรรมจึงไม่ค่อยสะดวกไม่พอที่จะรองรับญาติโยมเป็นจำนวนมากและสภาพของโบสถ์นั้นก็ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาโบสถ์หลังใหม่ของวัดบางพระจึงกำเนิดขึ้นมาในสมัยนั้นในการสร้างโบสถ์หลังใหม่นั้นท่านได้เกณฑ์พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านมาช่วยกันทำโดยการชักลากไม้ในป่าแถวนั้นเล่ากันต่อๆมาว่าพื้นที่แถบนั้นยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้และสัตว์ป่านานาชนิดโดยมีชาวบ้านมาช่วยกันอย่างมืดฟ้ามัวดินทั้งนี้เป็นเพราะบุญบารมีของหลวงปู่หิ่มนั่นเองโบสถ์หลังใหม่ที่หลวงปู่หิ่มสร้างใหม่นั้นค่อนข้างใหญ่โตในละแวกคุ้งน้ำนครชัยศรีนับ
เนื่องแล้วเวลานั้นถือเป็นหนึ่งได้ทีเดียวเสาที่สร้างโบสถ์เป็นไม้ขนาดใหญ่ส่วนเพดานโบสถ์ปูด้วยแผ่นไม้กระดานทั้งหมดภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต(พระประธาน)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่๒เคยปรากฏว่ามีคนเห็นองค์หลวงพ่อโตมีน้ำตาไหลออกมาจากพระเนตรทั้งสองสาธุชนที่เข้าบนบานต่อองค์หลวงพ่อโตมักจะประสบผลสำเร็จในทุกอย่างการบนบานหลวงพ่อโตท่านชอบว่าวจุฬาและประทัด



หลวงปู่หิ่มสร้างโบสถ์หลังใหม่แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๗๐จนกระทั่งล่วงมาถึงยุคสมัยของหลวงพ่อเปิ่นปกครองวัดบางพระศาสนวัตถุเริ่มทรุดโทรมลงไปโบสถ์ที่ทำสังฆกรรมซึ่งทำมาจากไม้เริ่มผุกร่อนเพดานโบสถ์หักพังมีรูรั่วอยู่ทั่วไปฝนตกลงมาพระภิกษุสงฆ์ทำสังฆกรรมไม่สะดวกได้รับความเดือดร้อนกันมากจึงเริ่มที่จะทำการบูรณะกันใหม่เปลี่ยนจากเสาไม้มาเป็นเสาปูนเพดานก็เทคานพื้นเพดานเทปูนทั้งหมดเพื่อความคงทนในการบูรณะนั้นค่อนข้างจะเป็นงานใหญ่เพราะต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากช่วงนั้นสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีร้านค้าบริษัทโรงงานได้ปิดกิจการเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังหลวงพ่อเปิ่นในสมันนั้นยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากมายสักเท่าไหร่ถนนหนทางที่เข้าไปยังวัดบางพระยังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อพอฝนตกลงมาสภาพถนนกลายเป็นโคลนตมสาะชนที่เข้าไปในวัดบางพระในเวลานั้นเข้าไปด้วยพลังศรัทธาอันสูงส่งต่อหลวงพ่อเปิ่นเข้ากราบด้วยศรัทธาอันใสบริสุทธิ์ บุญบารมีของหลวงพ่อเปิ่นในการจรรโลงพระศาสนาในการสร้างศาสนวัตถุแม้ท่านจะลำบากตรากตรำทำงานหนักเพียงใดท่านไม่เคยบ่นหรือย่อท้อยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มไปด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่งเมตตาธรรมที่ท่านมอบให้กับสาธุชนที่เข้ากราบสาธุชนที่เดือดร้อนทุกข์ยากพระเครื่องเหรียญวัตถุมงคลที่ท่านมอบให้ไปนั้นเกิดเป็นประสบการณ์อย่างมากมายจนถึงปัจจุบันต่างยอมรับกันว่าหลวงพ่อเปิ่นท่านเป็นพระแท้ที่สร้างสมบารมีด้วยการพัฒนาจนลือเลื่องยอมรับกันไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศในเวลานี้



ลำดับเจ้าอาวาส
รูปที่ ๑ ฯลฯ พ.ศ. ถึง พ.ศ.
รูปที่ ๒ ฯลฯ พ.ศ. ถึงพ.ศ.
รูปที่ ๓ พระอธิการเฒ่า พ.ศ.๒๓๓๐ ถึง พ.ศ.๒๓๗๙
รูปที่ ๔ พระอธิการวัชร ์พ.ศ.๒๓๘๐ ถึง พ.ศ.๒๔๑๙
รูปที่ ๕ พระอธิการแพ พ.ศ.๒๔๒๐ ถึง พ.ศ.๒๔๔๐
รูปที่ ๖ เจ้าอธิการหิ่ม อินฺทโชโต พ.ศ.๒๔๔๑ ถึง พ.ศ.๒๔๙๕
รูปที่ ๗ พระอธิการอยู่ปทุมรัตน พ.ศ.๒๔๙๖ ถึง พ.ศ.๒๕๑๖
รูปที่ ๘ พระอุดมประชานาถ(เปิ่น ฐิตคุโน) พ.ศ.๒๕๑๗ ถึง พ.ศ.๒๕๔๕
รูปที่ ๙ พระครูอนุกูลพิศาลกิจ(สำอาง ปภสฺสโร) พ.ศ.๒๕๔๕ ถึงปัจจุบัน
สังกัดมหานิกาย อยู่ในการปกครองคณะสงฆ์ตำบลวัดละมุด(วัดศรีมหาโพธิ์) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมภาค ๑๔



อันนี้วังมัจฉา



 
4 ท่าน ที่ขอบคุณ ฅนภูไท
01-20-2010, 09:08 PM   #2 (permalink)
ศึกษาหาความรู้
มาตรฐาน ช่วยบอกหน่อยครับ

ผมอยากโพส รูปพระลงนะครับ แต่ทำไม่เป้นช่วยแนะนำหน่อยครับ ขอบคุณครับ
 
01-20-2010, 09:43 PM   #3 (permalink)
แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
มาตรฐาน

ขอบคุณครับที่เอาประวัติพระเถระที่ดีมาให้อ่านครับ
 
ชุมชนบ้านมหา > ห้องสมุดบ้านมหา > ธรรมะ-รักษาจิต Religion > พระเกจิอาจารย์ภาคกลาง

ตอบกลับ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:00 PM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ (ไม่สนับสนุนการคัดลอกข้อมูลมาจากที่อื่น) การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นฉบับฯ ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน