Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน

 
คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
02-15-2008, 10:06 AM   #1 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
 
 
ประเพณีบุญเดือนสามของชาวภูไท



ประเพณีบุญเดือนสามของชาวภูไท


ประเพณีบุญเดือนสามตรงกับขึ้นสามค่ำเดือนสามของทุกปี ชาวภูไทถือว่ามื้อนี้เป้นมื้อดี เป็นมงคล สิยกบ้านใหม่หรือแต่งงานกะจัดในช่วงนี้ ถือได้ว่า เป็นปีใหม่ของชาวภูไทหรือตรุษภูไทกะว่าได้ ในวันขึ้นสามค่ำเดือนสามสิมีการสู่ขวัญให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นการระลึกถึงบุญคุณพ่อแม่แล้วกะอวยพรให้พ่อแม่อายุมั่นขวัญยืนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน นอกจากนี้ผุเฒ่าผุแก่เพิ่นกะสิให้พรและผูกแขนให้ลูกให้หลานเพื่อเป็นศิริมงคลคือกัน
พอถึงตอนเช้าของวันขึ้นสามค่ำเดือนตื่นเช้ามาผุเฒ่าผุแก่ เพิ่นกะสิไปเปิดประตูเล้าข้าวไว้ เอาเทียนกับดอกไม้5คู่เพื่อไหว้พระแม่โพสพให้ปีหน้าได้ข้าวได้น้ำหลายกว่าเก่า เสร็จแล้วกะสิเอาน้ำอบน้ำหอมไปรดงัวควายระลึกถึงบุญคุณที่ซ่อยเฮาเฮ็ดไฮ่เฮ็ดนา พอสายๆประมาณเก้าโมงกะเริ่มผูกแขนผุเฒ่าผุแก่ พิธีของแต่ละเฮือนกะสิจัดไล่ๆกันไปตามเครือญาติ พอผูกแขนเสร็จแล้วกะมีการเลี้ยงข้าวปลาอาหารตามที่เจ้าภาพเพิ่นจัดหามาให้



ในพีธีกะสีจัดพาขวัญ ประกอบด้วย ไก่ขวัญ เสือ้ผ้าของผู้เจ้าของพิธี ผ้าไหมแพรวา ไข่ ข้าวเหนียว ฝ้ายผูกแขน น้ำอบน้ำหอม แล้วกะขันหมากเบ็ง ขันห้า



พิธีกะเริ่มขึ้น หมอสูตรขวัญกะสิสูตรขวัญ แล้วกะให้ลูกๆแต่งขันห้ามาขอขมาพ่อแม่ที่ได้ล่วงเกินทั้งกายวาจาใจ โดยมีหมอสูตรขวัญพากล่าว



พอลูกๆขอขมาเสร็จแล้วพ่อแม่กะสิกล่าวคำให้อภัยพร้อมทั้งอบรมสั่งสอนแล้วกะให้พรแก่ลูกๆ




เสร็จแล้วลูกๆกะสิผูกแขนให้พ่อแม่และอวรพรให้พ่อให้แม่อายุมั่นขวัญยืน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน



พอผูกพ่อแม่เสร็จแล้วกะสิผูกผุเฒ่าผุแก่ญาติผุใหญ่คนอื่นๆนำ




ที่นี้ผุเฒ่ากะสิผูกให้ลูกให้หลาน



พอเสร็จพิธีกะจัดเหล้ายาปลาปิ้งมาสู่กันกินคุยกันตามประสาญาติพี่น้อง บางคนกะสิไปแอบคุยกันสองต่อสองคือจั่งในรูปนั่นหละ








 
02-15-2008, 11:25 AM   #2 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์

อบอุ่นดีเนาะครับ พ่อไหย่แม่ไหย่ กะสิดีใจคักเนาะครับที่ลูกหลานมาตุ้มมาโฮมกัน
 
02-15-2008, 11:51 AM   #3 (permalink)
ส.มักม่วน
Guest

เป็นตาอุ่นใจเนาะอ้าย เมือบ้านพ่อแม่พี่น้องอยู่กันครบ
 
02-15-2008, 09:51 PM   #4 (permalink)
ฝ่ายบริหารระดับสูง

ป้าด/เป็นตาอบอุ่นเน๊าะเป็นตาไปอยู่นําเด้/ บ้านจําปาดง อิอิๆๆ
 
02-15-2008, 10:12 PM   #5 (permalink)
นักการภารโรง

โอ้..บัดใด่แท้เผิ่นพาลูกใภ้ ไปสมมาย่าน้อ ฅนภูไท ฮ่าๆๆ

อั่นภาพสุดท้ายนั้นแหม อาว.. หว่าแม่นพากันลักตับไก่ดิบไปกินแท้
 
02-16-2008, 07:23 PM   #6 (permalink)
Super Moderator

เห็นแล่วกะอบอุ่นนำจ้า...ญาติพี่น้องเต็มบ้าน
ถ้าเป็นเด็กน้อยกลับไปยามบ้านยามใด๋กะบ่อยากกลับ
มาทำงานอีกแล่ว...อิอิอิ
:)
 
02-17-2008, 04:59 AM   #7 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา

:) ลูกหินก็แวะมาที่กระทู้นี้ของอ้าย...ทุกวันตั้งแต่อ้ายโพส...เห็นแล้วก็นึกถึงตัวเจ้าของตอนแม่ของลูกหินยังอยู่ พวกเราพี่น้องก็จะต้องกลับบ้านไปเจอกัน ไปรวมกันสนุกสนาน แม่ลูกหินจะเป็นเหมือนศูนย์รวมใจของญาติๆ เลยนะ ช่วงสงกรานต์ทุกปีจะสนุกมาก ๆ เลยหละ ตอนนี้แม่ลูกหินเสียชีวิตแล้ว เห็นภาพแบบนี้ก็คิดฮอด อบอุ่นดีเน๊าะอ้ายเน๊าะ...
 
02-17-2008, 08:14 AM   #8 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา



เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวันขึ้นสามค่ำเดือนสาม

เล่ากันว่า วันขึ้นสามค่ำเดือนสามตามจันทรคติจีนเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระแม่เจ้าตะวันตกผู้เป็นเทวี ชาวจีนถือพระแม่เจ้าเป็นสัญลักษณ์แห่งอายุยืนและคงความงามตลอดไปไม่ชรา ในหนังสือ "พระราชประวัติพระเจ้าฮั่นหวู่ตี้" จักรพรรดิของราชวงศ์ฮั่นบันทึกไว้ว่า พระแม่เจ้าตะวันตกพระราชทานผลท้อพันธุ์ "ผานถาว" ซึ่งมีผลสามพันปีครั้งหนึ่งแก่พระเจ้าฮั่นหวู่ตี้ จากนั้น มีการสร้างวัด "ผานถาวกง" ซึ่งเป็นวัดลัทธิเต๋าขึ้นในกรุงปักกิ่ง แต่ละปีพอถึงวันขึ้นสามค่ำเดือนสามวันคล้ายวันประสูติของพระแม่เจ้าตะวันตกทางวัดผานถาวกงดังกล่าวก็จะจัดงานวัดอย่างมโหฬาร

วันขึ้นสามค่ำเดือนสามยังเป็นเทศกาลเที่ยวชมธรรมชาติช่วงฤดูใบไม้ผลิสำหรับชาวจีนด้วย เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ สามารถย้อนไปถึงสมัยราชวงศ์โจวเมื่อหลายพันปีก่อน ในวันมะเส็งแรกของเดือนสาม ผู้คนจะไปชำระร่างกายให้สะอาดที่ริมน้ำ เพื่อให้หายเจ็บไข้ได้ป่วย ชำระจิตใจให้สะอาดและปัดเป่าสิ่งอัปมงคลให้ออกไป ในสมัยราชวงศ์ฮั่น วันมะเส็งแรกเดือนสามได้กลายมาเป็นเทศกาลหนึ่ง

ต่อมาในสมัยราชวงศ์เว่ยและราชวงศ์จิ้นเมื่อพันกว่าปีก่อน มีการกำหนดให้วันขึ้นสามค่ำเดือนสามเป็นวันชำระร่างกายแทนที่จะเป็นวันมะเส็งแรกของเดือนสาม แล้วค่อยๆ พัฒนามาเป็นเทศกาลเที่ยวชมธรรมชาติช่วงฤดูใบไม้ผลิ และจัดงานเลี้ยงชุมนุมกันที่ริมน้ำ เป็นต้น เช่น หวางซีจือ นักอักษรศิลป์จีนสมัยราชวงศ์จิ้นเคยจัดงานเลี้ยงเพื่อนๆ ที่ศาลาหลานถิง ณ วันขึ้นสามค่ำเดือนสามปีที่ 9 รัชกาลหย่งเหอของพระเจ้าจิ้นมู่ตี้ บทกวีที่เพื่อนๆ แต่งขึ้นมานั้นได้รวบรวมเป็นเล่ม หวางซีจือได้เขียนบทนำในหนังสือเล่มนั้น บทนำดังกล่าวเรียกว่า "บทนำหนังสือรวบรวมหลานถิง" เป็นผลงานชิ้นเอกของหวางซีจือ จากนั้นก็มีประเพณีการแต่งกวีกันในวันขึ้นสามค่ำเดือนสาม

เดือนสามตามจันทรคติเป็นช่วงที่พิภพตื่นจากหลับไหล อากาศกำลังอุ่นขึ้น ดอกไม้เริ่มบานสะพรั่ง เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้คนในภาคเหนือที่จะสามารถชมดอกไม้นานาพันธุ์ เช่น ดอกท้อ ดอกอิ๋งชุนหรือดอกต้อนรับวสันต์ และดอกสาลี่ เป็นต้น สำหรับชาวชนชาติจ้วงนั้น วันขึ้นสามค่ำเดือนสามเป็นเทศกาลที่คึกคัก จะมีการจัดงานร้องเพลงกันในวันนั้น หนุ่มสาวจะถือโอกาสนี้ร้องเพลงโต้ตอบกัน โยนลูกช่วงและเกี้ยวพาราสีกัน เป็นต้น ส่วนอาหารที่จะขาดเสียไม่ได้ในวันนั้นคือข้าวเหนียว

นอกจากนี้ในบางพื้นที่จะถือเอาวันขึ้นสามค่ำเดือนสามเป็นวันสมโภชพระภูมิเจ้าที่และเจ้าแห่งภูเขา ส่วนชนชาติหลีถือเอาวันขึ้นสามค่ำเดือนสามเป็นวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ รอบกองไฟ เช่น การร้องเพลงชาวเขา การแข่งขันมวยปล้ำและการโล้ชิงช้า เป็นต้น หนุ่มสาวจะพูดคุยความในใจสู่กันฟัง ให้ของขวัญแก่กันและกัน และนัดกันว่าจะมาพบกันใหม่ในวันขึ้นสามค่ำเดือนสามในปีถัดไป












เอาภาพบรรยากาศมาให้เบิ่งอีกครับ เหอๆ งานนี้นักร้องลูกทุ่งคู่แฝด โอ สายัญ เอ สัญญา กะมาแจมนำ
 
02-17-2008, 08:25 AM   #9 (permalink)
Super Moderator

ขอบคุณหลายๆสำหรับความรู้ใหม่ๆกับประเพณีทางภูไท คล้ายๆกับเอิ่นขวัญ ทางกาสินยุจ้า .
.ปล..เเจ่มๆๆ โอ-เอ แฮะๆ มักๆ .. มาพ้อคนสวยโสภีๆ สาวโคโยตี้เข้าตาอย่างเเร้งง
::)
 
02-17-2008, 09:07 AM   #10 (permalink)
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา

เจ้าถูกสเปคพ่อใหญ่ใส่หมวกอีโม่งไหมพรมนั่นติสาวไก่...ติดต่อคนภูไทซะตี้..งึ..งึ..
 
02-17-2008, 09:28 AM   #11 (permalink)
Super Moderator

คั่นมักบ่ให้ยากไผดอกจ้า .. หายากตั่วผุเฒ่าสมัยนิ ส่วนมากสิตายตะยังทันเฒ่า เหอ เหอ ... ::)
 
02-17-2008, 09:30 AM   #12 (permalink)
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
ช่างภาพอิสระ

อยากกินไก่ขวัญเด้ ฉีกตัมใส่ใบขิงใส่พริกคั่ว คือสิแซบ เบิ่ดหยั่งน้อตนภูไท อิ อิ
 
02-17-2008, 09:44 AM   #13 (permalink)
ท่องเวบ

บรรยากาศอบอุ่นเนาะ บ้านเจ๊คือบ่เป็นแบบนี่หล่ะ
 
02-17-2008, 09:47 AM   #14 (permalink)
นักปราชญ์เมืองอีสาน
ศิลปินนักแต่ง ผญา

เห็นฮูปแล้ว ออนซอนนำแท้นอ มีแฮงใจอบอุ่นแบบบ้านเฮา ศรีกะบ่อค่อยได้พ้อนำเพิ่นดอกบรรยากาศแนวนี้กะดาย แนวคนจรหมอนหมิ่น ซำเพาะซำพอย ไปเรื่อยๆ ปานหมอลำขอข้าว
 
02-17-2008, 10:22 AM   #15 (permalink)
Super Moderator

เบิ่งรูปแล่วเห็นผุบ่าวหล่อ...อิอิอิ
อ้ายปอบติดต่อผุบ่าวให้เด็กน้อยแนะเด้อจ้า
เอาคนที่อยู่ในภาพสุดท้ายก่อนกะได้...
คนที่บ่มองกล้องนั่นน้า....ตาฮักแท้ ๆ
 
Way of life > ภาษาศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน


คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ
แบบตามยาว แบบตามยาว



Custom Search


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:28 AM


Powered by vBulletin รุ่น 3.8.7 Copyright ©2000-2014, Jelsoft Enterprises Ltd.
Content Relevant URLs by vBSEO
© บ้านมหา.com เว็บไซต์ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม