กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

ผญา บทที่ 1

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ โป้ยก่าย
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    1,619

    ผญา บทที่ 1

    คนอี่สานรู้จักแต่งผญามาตั้งแต่เมื่อไรไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดได้แต่คาดเดาเอาว่า
    คงเกิดมีขึ้นพร้อมๆกับการรูจักคำความหมายของคำทั้งภาษาบาลีสันสกฤตที่แผ่ขยาย
    มาพร้อมอิทธิพลของศาสนา และภาษาโบราณอี่สานเองที่มีเป็นเอกลักษณะอยู่ก่อนแล้ว
    ความจริงแล้วภาษานั้นมีการพัฒนาคลี่คลายขยายตัวมาเป็นลำดับตามความเปลี่ยนแปลง
    ทางการศึกษา เมื่อคำและความหมายของคำมากขึ้นคนมักจะพูดหรือนำคำมาเชื่อมติด
    ต่อกันให้มีความสละสลวยไพรเราะมากขึ้นตามลักษณะของคนไทยที่เรียกว่า เป็นคน
    เจ้าบทเจ้ากลอน ซึ่งคนอี่สานก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่คำคล้องจองของชาวอี่สานนั้นได้เรียกว่า
    กาพย์ กลอน ฉันท์ แต่เรียกว่าผญา คำที่คนโบราณอี่สานนำมาเชื่อมต่อเป็นผญานั้นก็เช่น
    เดียวกันกับที่นักฉันทลักษณ์ไทยนำคำมาแต่งเป็นคำประพันธ์ชนิดต่างๆนั้นเอง ซึ่งจะให้ทั้ง
    ทั้งสาระและความไพรเราะ
    คำภาษาอี่สานมีลักษณ์พิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ สามารถสื่อความและเปรียบเทียบได้ลึกซึ้ง
    มองเห็นภาพพจน์ได้ชัดเจนกว่าภาษาไทยทั่วไปเช่นคำว่า มิดซีลี มืดตึ้ดตือ ดำขื่อหลื่อ
    ดำปี้ปี้ แดงจ่ายวาย แดงจืงคืง แจ้งจ้างป้าง ฮูจิงปิง ยาวโคดโลด คำที่มีลักษณะเช่นนี้แหละ
    ที่คนโบราณคิดขึ้น นำมาผูกพูดกันแล้วกลายเป็นผญาในที่สุด แรกๆนั้นอาจพูดกันชนิดปาก
    ต่อปากสืบต่อกันไปเรื่อยๆต่อเมื่อมีการประดิษฐ์อักษรขึ้นมาใช้คำผญาจึงถูกจารึกลงในใบลาน
    ซึ่งคนอี่สานรู้ดีในนามหนังสือผูก หรือหนังสือก้อม หรือหนังสือข่อยตามแต่จะเรียกหนังสือ
    ดังกล่าวบรรจุเรื่องราววรรณคดีคำสอน ภาษิต ผญา นิทาน ตลอดจนตำนานต่างๆไว้มากมาย
    เป็นตำราคำภีร์แหล่งความรู้ของชาวอี่สานอย่างแท้จริง

  2. #2
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ โป้ยก่าย
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    1,619
    ว่าโอ่น้อ
    หล่านางเอ้ย

    อ้ายนี้ฮักนาดน้องจั้งดั้นด่นมาหา
    ปราภนานวลนางดั่งใจมะโนแม้ง
    แพงสรีสร้อยสาวงามสมส้า
    วาสนาส้ำอ้ายสิมซู้คู่ครองบ่นัอ....


Tags for this Thread