กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

พระพุทธเจ้าท่านไม่ขัดคอใคร

  1. #1

    ฟังเพลงที่เล่นด้วยแฟลท พระพุทธเจ้าท่านไม่ขัดคอใคร


    พระพุทธเจ้าท่านไม่ขัดคอใคร

    พระพุทธเจ้าท่านไม่ขัดคอใคร



    • บางคนตอนธรรมะเกิดนี่หัวมันรุนแรง ใครพูดอะไรไม่ถูกมันขวางหมดแหละ เหมือนนักศึกษาที่เรียนหนังสือใหม่ ๆ นี่หัวจะรุนแรง ใครจะบริหารอยู่ไม่ถูกหลักล่ะ ขวางหมดเลย ขัดหมด! จะเอาใจตัวเองเป็นใหญ่


    • เช่นเดียวกับนักธรรมะที่ฝึกใหม่ ๆ พออะไรมันเกิดขึ้นมาก็อยากจะพูดออกไป โดยไม่พิจารณาเลยว่า...ขัดใจเขาหรือเปล่า... แต่ถ้าอยู่ไปนาน ๆ แล้วใจมันก็จะเย็น พอเรียนจบไปเป็นครูบา อาจารย์ มันก็มีเหตุมีผล ไม่อยากจะไปขัดใคร รู้ว่าผลการกระทำที่แล้วมา มันไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมา มันมีแต่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีแต่ศัตรู


    • เราอยู่สังคมก็ต้องขัดคอเรา ไอคำพูดที่จะพูดออกไปตามใจตนเอง ถ้ามันขัดคอคนอื่น เราก็หยุดซะ มาหัด “พุทโธ” แล้วจะขัดคอตนเอง ขัดใจตนเอง แต่เราไม่ชอบขัดใจตนเอง ชอบตามใจตนเอง มันก็เลยมีปัญหาร้อยแปดที่ตามมาในชีวิตของเรา


    • พระพุทธเจ้าท่านไม่ขัดคอใครนะ! ไม่ขัดคอใคร ท่าน “อือ ๆ” แต่สรุปแล้วท่านให้เหตุผลกับบุคคลนั้น จนได้ตาสว่างขี้นมา เพราะท่านไม่ขัดคอ โจรมาหาท่าน ท่านก็ไม่ขัดคอโจร โสเภณีมาหาท่าน ท่านก็ไม่ขัดคอโสเภณี คนกินเหล้ามาหาท่าน ท่านก็ไม่ขัดคอคนกินเหล้า


    • เพราะอะไร? ท่านรู้ว่าคนพวกนี้ไม่ชอบขัดคอตัวเอง เป็นคนที่ไม่ชอบขัดใจตัวเอง แต่ชอบขัดใจคนอื่น เมื่อเป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็เป็นมิตรที่ดี เป็นอาจารย์ที่ดี ไม่ขัดคอเสีย คล้อยตามไปเพื่อให้เขาได้สติทีหลัง เช่น ไม่ขัดคอโจร โจรมันก็เลยรักพระพุทธเจ้า


    พระพุทธเจ้าไม่ขัดคอโจรเป็นไง?

    • “หม่อมฉันเป็นโจรก็ต้องปล้นต้องฆ่า ต้องทำบาปทุกอย่าง ต้องใช้ความหยาบคายทั้งหมด”
    • พระพุทธเจ้าบอก...”เธอเป็นโจรก็เป็นโทรที่ดีสิ! ก็ต้องรักษาสัจจะโจร เธอต้องการอะไร? ต้องการทรัพย์ใช่ไหม? เมื่อเธอปล้นก็เอาแต่ทรัพย์อย่างเดียว เธออย่าไปฆ่าสิ! เจ้าของบ้านไม่ใช่ทรัพย์นี่ ฆ่าเจ้าของบ้านแล้วมีประโยชน์อะไร? เธออย่าไปเผาบ้านเขาสิ! ให้เขามีบ้านอยู่ เธอเอาแต่ทรัพย์อย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องฤาเจ้าของ ไม่จำเป็นต้องเผาบ้าน และเธอไม่จำเป็นต้องไปฉุดคร่าลูกสาวเขาให้เดือดร้อนเพราะเธอปรารถนาทรัพย์อย่างเดียว ก็เอาแต่ทรัพย์สิ! นั่นแหละเป็นโจรที่ดี ไม่ต่อสู้เจ้าหน้าที่ ไม่เบียดเบียน เธอเป็นโจรได้นาน”


    • โจรก็นึก “เอ...กูจะเป็นโจร ไม่ฆ่าคนบ้านนี้ได้ยังไง ก็เจ้าของบ้านมันเอาเราก่อน เราก็ต้องฆ่ามัน เมื่อมาปล้นกันแล้วมันก็ต้องมีคบเพลิงอะไรต่ออะไรมาเหวี่ยงมาขว้างกัน มันก็ต้องไหม้บ้านคน ไอ้ลูกเมียมันไม่ยอมเราต้องแดคร่า คิดแล้วเรามันมีความชั่วทั้งนั้น เราจะเป็นโจรที่ดีคงไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ให้เป็นโจรที่ดีจึงจะดี ถ้าหากว่าจะเป็นที่ดี ไม่เป็นซะดีกว่า เป็นคนดีเลย จะได้ไม่ต้องหลบซ่อน”


    • ผลที่สุด พอฟังพระธรรมพระพุทธเจ้าก็เลิกเลย เป็นโจร ไปบวชจนได้เป็นพระอรหันต์ เพราะพระพุทธเจ้าไม่ขัดคอใคร โจรก็เลยยอม
    • ลองขัดคอโจรสิ! โจรมันเอาเรื่องเลย โจรเลวอย่างนั้น โจรเลวอย่างนี้ พรรณนาความเลยของโจร มันโกรธพระพุทธเจ้าตายเลย ที่นี้เจอพระเป็นศัตรูหมดเลย


    นี่! คนเราก็ไม่ขัดคอกันก็เป็นมิตรกัน
    แม้เป็นโจรกับกับอยู่กันได้ เข้ากันได้

    เป็นโสเภณีท่านก็บอกว่า

    • “เธอเป็นโสเภณีไม่เป็นไร เขาสร้างเธอมาอย่างนั้นแล้ว เธอก็อย่าไปแย่งสามีเขาสิ! ‘นี่ภรรยาเธอ หวงไหม? เธอหลบหลีกภรรยาเธอมาหรือเปล่า?’ ถ้าเขาบอกว่า ‘ฉันเป็นชายโสด อิสระ พ่อแม่ไม่ห่วง ภรรยาไม่ว่าอะไร’ เธอก็หลับนอนกับเขาได้ แต่ถ้าภรรยาเขาตามหวงหึง เธออย่าไปทำนะ! มันเป็นบาป เธอต้องเป็นโสเภณีที่ดี”


    โสเภณีก็คิด

    • “เราจะเป็นโสเภณีทีดีได้ยังไงหนอ ไอ้ผู้ชายมันก็บอกว่าไม่มีเมียทั้งนั้นเลย แต่จริง ๆ แล้วมันมีเมียทั้งนั้น มันโกหกเรา ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเป็นบาป เพราะเราผิดศีลข้อกาเมฯ เสียแล้ว งั้นก็อย่าเป็นโสเภณีดีกว่า ไม่งั้นก็ต้องบาปอยู่นั่นเอง” คิดแล้วก็เลยเลิกดีกว่า

    • โสเภณีบางคนฟังธรรมของพระพุทธเจ้าก็บรรลุโสดาบันก็มี ดีกว่าคนที่ไม่เป็นโสเภณีเสียอีก เพราะมีปัญญา
    • ผลจากการที่พระพุทธเจ้าไม่ขัดคอนั่นเอง คล้อยตามโสเภณี จนโสเภณีนั้น เกิดความเมตตา เกิดความเคารพรักพระพุทธเจ้าว่ามี เมตตาต่อตน จึงได้ปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรม


    มีคนถามพระพุทธเจ้าว่า

    “พระองค์เป็นคนไม่ลุกรับใครเลย
    พระองค์เป็นคนมีทิฏฐิไม่ลุกรับใคร ไม่ต้อนรับใคร จริงไหม?”

    • พระองค์บอก “จริง เราไม่ลุกรับใครเลย เพราะเราไม่เห็นว่า ใครมีคุณธรรม พอที่จะเราจะลุกรับเลย ไม่มีความรู้ที่จะเป็นผู้สละกิเลสได้เราจะลุกรับเฉพาะผู้ที่มีคุณธรรมเหนือเราเท่านั้น แต่เราก็มองไม่เห็นเลยผู้มีมา แม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ไม่รู้อะไร เขายังสั่งสอนอะไรเราไม่ได้เลย”


    “เออจริง! เราเข้าใจพระพุทธเจ้าผิด”

    “พระพุทธเจ้าเป็นคนรังเกียจใช่ไหม...ตัดเยื่อใยต่อรูป เสียง กลิ่น รส!”

    • พระองค์ก็บอก “ใช่! เราไม่มีเบื่อใยต่อรูป เสียง กลิ่น รส เพราะเราเห็นว่าโทษมันมาก ถ้าเราไปมีเยื่อแล้ว เราก็มีแต่โทษทุกข์ เราจึงตัดออก ฆ่าออก ทั้งออก เราไม่ได้รับเกียจหรอก แต่เราไม่ต้องการที่จะให้มันเป็นทุกข์กับเรา”


    นี่คำสอนของพระพุทธเจ้า
    พระองค์จะคล้อยตา แล้วค่อยให้เหตุผลทีหลัง


    จาก หนังสือทำอย่างไรใจเป็นหนึ่ง….หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
    วัดสังฆทาน 100/1 หมู่ 3 ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี


  2. #2
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,753
    สาธุ อนุโมทามิ สติปัญญาจงเกิดแด่ผู้ให้ ความสุขใจเกิดแก่ผู้รับ

    ท่านให้ท่านก็ได้ เป็นทวีคูณ
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน

  3. #3
    บาวศักดิ์
    Guest
    ดีหลายคับ พอสิมีเวลานังอ่านแนจักหน่อย กะมีงานเข้าอีกแล้ว ขอบคุณเด้อที่นำมาหั้ยอาน

  4. #4
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ มั่วหน่าฮ่าน
    วันที่สมัคร
    Jan 2007
    กระทู้
    1,963
    ขัดหม้อไห ยังได้ ประโยชน์บ้าง

    อย่าเที่ยวขวาง ขัดคอ หนอใครใคร

    ขัดประโยชน์ มีแต่โทษ จำใส่ใจ

    อย่าจังไร ไปชอบขัด อัตคัดเอง



  5. #5
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ โด้ไดอารี่
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    ที่อยู่
    Manchester, Uk
    กระทู้
    739
    ขัดกิเลส ออกจากตน คนนับถือ

    ชูเลื่องลือ ว่าคนมี ความดีพร้อม

    เป็นที่รัก ของเหล่าชน คนมักตอม

    ธรรมถนอม ประคองให้ พ้นภัยพาล


    :g:g