กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

ห้องสวดมนต์ - ทำวัตรเย็น

  1. #1

    ห้องสวดมนต์ - ทำวัตรเย็น


    ห้องสวดมนต์ - ทำวัตรเย็น
    <object width="300" height="80"><param name="movie" value="http://media.imeem.com/m/39vWpOYJYt"></param><param name="wmode" value="transparent"></param><embed src="http://media.imeem.com/m/39vWpOYJYt" type="application/x-shockwave-flash" width="300" height="80" wmode="transparent"></embed></object>

    คำบูชาพระรัตนตรัย

    อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
    พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
    พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.
    ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
    (กราบ)

    สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
    พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว;
    ธัมมัง นะมัสสามิ.
    ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม.
    (กราบ)

    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
    พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว;
    สังฆัง นะมามิ.
    ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์.
    (กราบ)




    ปุพพภาคนมการ

    (หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะเส)

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,
    ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น;
    อะระหะโต,
    ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส;
    สัมมาสัมพุทธัสสะ.
    ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.
    (ว่า ๓ ครั้ง)



    ๑. พุทธานุสสติ

    (หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะเส)

    ตังโข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต,
    ก็กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า,
    อิติปิ โส ภะคะวา,
    เพราะเหตุอย่างนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น,
    อะระหัง,
    เป็นผู้ไกลจากกิเลส,
    วิชชาจะระณะ สัมปันโน,
    เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ,
    สุคะโต,
    เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี,
    โลกะวิทู,
    เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง,
    อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ,
    เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า,
    สัตถา เทวะมะนุสสานัง,
    เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย,
    พุทโธ,
    เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม,
    ภะคะวาติ.
    เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้.



    ๒. พุทธาภิคีติง

    (หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะเส)

    พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต,
    พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณ เป็นต้น,
    สุทธาภิญญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต,
    มีพระองค์ประด้วยพระญาณ และพระกรุณาอันบริสุทธิ์,
    โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร,
    พระองค์ใด ทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบาน, ดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน,
    วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง,
    ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ ผู้ไม่มีกิเลส พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า,
    พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,
    พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,
    ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,
    ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์
    ที่หนึ่งด้วยเศียรเกล้า,
    พุทธัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร ,
    ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
    พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,
    พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,
    พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญ ชีวิตัญจิทัง,
    ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระพุทธเจ้า,
    วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง,
    ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า,
    นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณํง วะรัง,
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน,
    ด้วยการกล่าวคำสัจจ์นี้, ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้เจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,
    พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ) ยังปุญญังปะสุตัง อิธะ,
    ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้,
    สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
    อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

    (กราบหมอบลงแล้วว่า)
    กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,
    ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,
    พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยายัง,
    กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระพุทธเจ้า,
    พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,
    ขอพระพุทธเจ้า จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,
    กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ.
    เพื่อการสำรวมระวังในพระพุทธเจ้าในกาลต่อไป.



    ๓. ธัมมานุสสติ

    (หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะเส)

    สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
    พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว;
    สันทิฏฐิโก,
    เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง;
    อะกาลิโก,
    เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล;
    เอหิปัสสิโก,
    เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด;
    โอปะนะยิโก,
    เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว;
    ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ,
    เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้;



    ๔. ธัมมาภิคีติง

    (หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะเส)

    สะวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย,
    พระธรรม เป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบด้วยคุณ คือความที่พระผู้
    มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นต้น;
    โย มัคคะปากะ ปะริยัตติวิโมกขะเภโท,
    เป็นธรรมอันจำแนกเป็น มรรค ผล ปริยัติ และนิพพาน,
    ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี,
    เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม, จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว,
    วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง,
    ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น, อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด,
    ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,
    พระธรรมใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,
    ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,
    ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก องค์ที่สองด้วยเศียรเกล้า,
    ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ ธัมโม เม สามิกิสสะโร,
    ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม, พระธรรม เป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
    ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,
    พระธรรม เป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,
    ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
    ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระธรรม;
    วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง,
    ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม,
    นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง,
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรม เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน,
    ด้วยการกล่าวคำสัจจะนี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,
    ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ(วันทะมานายะ)ยังปุญญังปะสุตัง อิธะ,
    ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้,
    สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
    อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

    (กราบหมอบลงแล้วว่า)
    กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,
    ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี;
    ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยายัง,
    กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระธรรม;
    ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,
    ขอพระธรรม จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น;
    กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม.
    เพื่อการสำรวมระวังในพระธรรมในกาลต่อไป.



    ๕. สังฆานุสสติ

    (หันทะ มะยัง สังฆา นุสสะตินะยัง กะโรมะเส)

    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
    สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว,
    อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
    สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว,
    ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
    สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่อง
    ออกจากทุกข์แล้ว,
    สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
    สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว,
    ยะทิทัง;
    ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ,
    จัตตาริ ปุริสะ ยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา,
    คู่แห่งบุรุษสี่คู่ นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ,
    เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
    นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
    อาหุเนยโย,
    เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา,
    ปาหุเนยโย,
    เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ,
    ทักขิเณยโย,
    เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน,
    อัญชะลี กะระณีโย,
    เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี,
    อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.
    เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้.



    ๖. สังฆาภิคีติง

    (หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะเส)

    สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต,
    พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม,ประกอบด้วยคุณมีความปฏิบัติดี
    เป็นต้น,
    โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ,
    เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลอันประเสริฐ แปดจำพวก,
    สีลาทิธัมมะปะวะระสะยะกายะจิตโต,
    มีกายและจิต อันอาศัยธรรม มีศีลเป็นต้นอันบวร,
    วันทามะหัง ตะมะริยานะคะนัง สุสุทธัง,
    ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้นอันบริสุทธิ์ด้วยดี,
    สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,
    พระสงฆ์ หมู่ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย,
    ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,
    ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์ หมู่นั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สาม
    ด้วยเศียรเกล้า,
    สังฆัสสาหัสมิ ทาโส (ทาสี) วะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร,
    ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์, พระสงฆ์ เป็นนายมีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
    สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม,
    พระสงฆ์ เป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,
    สังฆัส สาหัง นิยาเทมิ สะรีรัญ ชีวิตัญ จิทัง,
    ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระสงฆ์,
    วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) จะริสสามิ สังฆัสโส ปะฏิปันนะตัง,
    ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความปฏิบัติดีของพระสงฆ์,
    นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง,
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน,
    ด้วยการกล่าวคำสัจจะนี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา,
    สังฆัง เม วันทะมาเนนะ(วันทะมานายะ)ยังปุญญังปะสุตัง อิธะ,
    ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้,
    สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
    อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

    (กราบหมอบลงแล้วว่า)
    กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา,
    ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,
    สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยายัง,
    กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระสงฆ์,
    สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง,
    ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,
    กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ.
    เพื่อการสำรวมระวังในพระสงฆ์ในกาลต่อไป.


  2. #2
    BIG ASS
    Guest

    Re: ห้องสวดมนต์ - ทำวัตรเย็น

    มาคิดฮอด ตอนเป็นเณรน้อย แท้น้อ ผู้ข่าบาดด นิแ:g