กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

เกิดมาเพื่อพัฒนาจิตใจ

  1. #1

    ฟังเพลงที่เล่นด้วยแฟลท เกิดมาเพื่อพัฒนาจิตใจ


    เกิดมาเพื่อพัฒนาจิตใจ

    เกิดมาเพื่อพัฒนาจิตใจ

    โดย

    พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


    ตามธรรมดาความปรารถนาของมนุษย์ทุกคนอยากเกิดมาสบาย สุขภาพสมบูรณ์ สติปัญญาดี ฐานะดี ครอบครัวอบอุ่น แต่ตามความเป็นจริงแล้วก็เป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครสมบูรณ์พร้อมทุกด้าน บางครั้งเมื่อเราประสบปัญหา มีประสบการณ์ทุกข์ เรามักน้อยใจ ท้อใจ บางคนที่สรุปเอาว่าชีวิตนี้เกิดมาเชื่อชดใช้กรรม อาจารย์รู้สึกว่า ข้อสรุปแบบนี้เป็นการเข้าใจกฎแห่งกรรมในแง่ลบ ถ้าเราพิจารณาด้วยปัญญาแล้วก็ไม่ใช่ การเกิดมานั้นเป็นกรรมเก่าก็จริงอยู่ ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือกรรมเก่า แต่พระองค์ก็ทรงสอนด้วยว่า เราเกิดมาเพื่อศึกษา "ไตรสิกขา" ศึกษาเพื่อที่จะพัฒนาชีวิตจิตใจและสติปัญญาอันจะนำไปสู่ความรู้แจ้งเพื่อความดับแห่งทุกข์ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่มนุษย์ทุกคนสามารถบรรลุได้

    เกิดมาเพื่อพัฒนาจิตใจ

    "หากเราพิจารณากฎแห่งกรรม
    ด้วยปัญญาชอบแล้ว เราจะเข้าใจว่า
    กรรมปัจจุบันสำคัญที่สุด"


    อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล
    ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผล



    เราต้องยอมรับความจริงว่า อดีตผ่านไปแล้ว เราไม่อาจแก้ไขอะไรได้ อนาคตก็ยังไม่มาถึง แต่ปัจจุบันเราสามารถเลือกได้ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไร

    เมื่อหลายปีก่อน อาจารย์ได้อ่านเรื่องราวของชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ผ่านงานเขียนของเขาซึ่งติดอันดับขายดีในญี่ปุ่น หนังสือของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ หลายภาษาทั่วโลก ในภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า No One's Perfect เมื่อแปลเป็นภาษาไทยเขาก็ใช้ชื่อตามต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นว่า "ไม่ครบห้า"

    "ไม่ครบห้า" เป็นชีวิตของจริงของฮิโรทาดะ โอโตตาเกะ ชายชาวญี่ปุ่นเกิดที่โตเกียว เขาไม่มีแขนขามาตั้งแต่เกิด แต่น่าแปลกตรงที่เขากลับมองความพิการของตัวเองว่านั่นคือ ลักษณะพิเศษทางกาย ไม่ต่างไปจาก คนอ้วน คนผอมคนสูง คนเตี้ย คนตัวดำ หรือ ตัวขาว ความพิการของเขานั้นเป็นแต่เพียง ความไม่สะดวก แต่ไม่ใช่ความไม่สบาย

    โอโตเกะเล่าว่า วันแรกที่หมออนุญาตให้แม่ของเขาได้พบกับเขาเป็นครั้งแรกหลังจากที่คลอดเขาออกมาได้ 3 สัปดาห์นั้น ทางโรงพยาบาลเตรียมการไว้พร้อม เตรียมเตียงว่างไว้หนึ่งเตียง เผื่อกรณีที่แม่เห็นเขาแล้วเกิดเป็นลมไปด้วยความตกใจทุกฝ่ายเคร่งเครียดกันไปหมดทั้งทางโรงพยาบาลพ่อและแม่ของเขา แต่ปรากฏว่าประโยคแรกที่คุณแม่เขาอุทานเมื่อได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรกคือ เธอช่างเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกิน อารมณ์ครั้งแรกที่คุณแม่มีต่อโอโตตาเกะไม่ได้เป็นอารมณ์ของการตกใจหรือเศร้าโศก แต่เป็นอารมณ์ของความปีติยินดีที่มีต่อตัวลูก ความรักที่ถ่ายทอดจากแม่มาสู่เขาเป็นพลังผลักดันให้เขาสมารถพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น



    เกิดมาเพื่อพัฒนาจิตใจ


    พ่อแม่ เลี้ยงดูโอโตตาเกะให้เป็นเด็กที่เข้มแข็งมาตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่ให้หนีจากสิ่งต่าง ๆ โดยเอาความพิการเป็นข้ออ้าง ไม่ให้คิดว่าความพิการเป็นปมด้อย ด้วยเหตุนี้ โอโตตาเกะ จึงเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมแพ้แต่อะไรง่าย ๆ พยายามที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้ได้ด้วยตัวเอง เขียนหนังสือได้ ใช้คอมพิวเตอร์เป็น เล่นกีฬาได้หลายอย่าง เขานั่งรถเข็นที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ไปไหนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร เขาสามารถใช้ชีวิตทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นโดยไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างไปจากคนอื่น เรียนหนังสือจนจบปริญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำโดยไม่ใช้อภิสิทธิ์ใด ๆ เลย


    โอโตตากะ ไม่ได้มองว่าการไม่มีแขนขาเป็นปมด้อย แต่เขากลับมองในแง่บวกว่าสิ่งนี้ต่างหากที่เป็นจุดแข็งของเขาที่ไม่มีใครเหมือน เขาไม่เคยโทษโชคชะตาฟ้าลิขิตที่สร้างเขามาให้มีรูปร่างไม่สมประกอบ ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ภูมิใจในสิ่งที่ตนเป็น เขามีความคิดว่าโลกนี้ไม่ควรมีพรมแดนและสิ่งกีดขวางระหว่างมนุษย์ด้วยก้น เพียงเพราะคนใดคนหนึ่งเกิดมาพิการเท่านั้น เขาได้เรียกร้องให้สังคมเปิดใจให้กว้าง ให้ทุกหัวใจในสังคมหัวใจที่ไร้สิ่งกีดขวาง

    เขาใช้ชีวิตได้สง่างามอย่างน่าชมเชย


    ทุกวันนี้ โอโตตาเกะ กำลังใช้ร่างกายเล็ก ๆ ของเขาขับเคลื่อนสังคมอยู่ เขาช่วยเหลือให้กำลังใจแกคนพิการ เขาต้องการสร้างโลกแบบหัวใจไร้สิ่งกีขวางให้ได้ ด้วยการเขียนหนังสือและเดินทางไปเผยแพร่แนวความคิดดังกล่าวทั่วญี่ปุ่น

    เรื่องของ ฮิโรทาดะ โอโตตาเกะ น่าจะเป็นตัวอย่างให้คนอีกหลาย ๆ คนที่คิดท้อแท้หันกลับมามองตัวเองแล้วมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไปด้วยใจที่เข้มแข็ง


    **********


  2. #2
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,753
    อนุโมทนาสาธุนำหลายๆ เด้อครับที่เอาธรรมะดีๆ มาฝาก
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน