กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

ทางแห่งความสุข

  1. #1

    สว่างใจ ทางแห่งความสุข


    ทางแห่งความสุข

    ทางแห่งความสุข

    โดย

    พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


    ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา เรามักมีความรู้สึกว่าชีวิตเราจะมีความสุขเมื่อได้ในสิ่งนั้น สิ่งนี้สมความปรารถนา แต่ความจริงแล้ว ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็เปรียบเหมือนมีดคม ๆ ถ้าเราขาดสติ หรือมีจิตใจที่ถูกครอบงำด้วยกิเลส ตัณหาแล้ว คมมีดนี้ก็จะทำร้ายเราและเป็นอันตรายแก่ผู้อื่นได้ความมียศ มีศักดิ์ มีอำนาจมาก สำหรับผู้ที่จิตใจไม่เข้มแข็งแล้ว ก็หลงได้ง่าย เป็นโอกาสให้ทำความชั่วได้มากเหมือนกัน

    สำหรับปุถุชน ความปรารถนาในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ความปรารถนาในอำนาจวาสนาก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม เราต้องมีสติปัญญา รู้จักตัวเอง รู้จักสันโดษ พอใจในสิ่งที่ได้ที่มี ที่เป็น ตามกำลังความสามารถของเราหากต้องประสบกับความเสื่อมลาภ เสื่อมยศนินทา ทุกข์ ก็ให้มีสติปัญญาที่จะเข้าใจว่า โลกธรรมแปด คือได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา ทุกข์ สุข เป็นอนิจจังไม่แน่นอน ได้มาก็ไม่หลงเพลิดเพลิน เสียไปก็ไม่เป็นไร ทำใจได้

    “พระพุทธเจ้าทรงสอนสาวกทั้งหลายว่า
    ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นอุปสรรค
    ต่อการปฏิบัติธรรม การได้ลาภ ได้ยศ
    สรรเสริญ สุข ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
    ไม่ใช่ความสุขที่แท้”



    ผู้มีปัญญาจึงไม่แสวงหาความสุขในทางโลกที่ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน แต่กลับมองเห็นโทษของโลกียสุข และแสวงหาความสุขที่แท้จริง ดังตัวอย่างในสมัยพระพุทธเจ้าบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระเตมีย์

    พระเตมีย์ราชกุมาร เมื่อมีพระชนมายุได้ 1 เดือน ทรงระลึกชาติได้ ขณะบรรทมอยู่บนตักของพระบิดาซึ่งทรงกำลังพิพากษาความผิดของโจร 4 คน พระเจ้ากาสีทรงพิพากษาด้วยพระสุรเสียงดุดัน โจรคนแรกมีความผิดน้อย ทรงตัดสินให้เฆี่ยนด้วยหวาย โจรคนที่ 2 มีความผิดมากกว่าคนแรก ทรงตัดสินให้คุมขัง โจรคนที่ 3 มีความผิดมากกว่าคนที่ 2 ทรงตัดสินให้ประหารชีวิต โจรคนที่ 4 มีความผิดมากกว่าใครและทำทารุณกรรมไว้มาก ทรงตัดสินให้เสียบหลาวทั้งเป็นแล้วปักประจานไว้หน้าประตูเมืองพระกุมารระลึกชาติได้ว่า ชาติหนึ่งในอดีต พระองค์เคยเกิดเป็นกษัตริย์ครองเมืองนี้อยู่ 20 ปี ตัดสินประหารชีวิตของผู้คนมาไม่น้อย ตายแล้วบาปกรรมส่งผลให้ไปเกิดในนรกนานถึง 80,000 ปี พ้นจากนรก บุญจึงส่งผลให้มาเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จากนั้นจึงลงมาเกิดเป็นมนุษย์ในราชตระกูลเดิมอีกครั้งหนึ่ง

    พระราชกุมารคิดได้ว่า หากเป็นฆราวาสต่อไปก็ต้องทำบาปอย่างเก่าอีก เพราะตำแหน่งหน้าทีบังคับให้ทำ แล้วผลของบาปก็จะส่งให้ตกนกรกอีก พระองค์ระลึกได้ว่าไม่มีทุกข์ทรมานใดจะร้ายกว่าทุกข์ทรมานในนรก จึงใคร่ครวญหาทางพ้นไปจากตำแหน่งกษัตริย์นักแต่เวลานั้น

    เมื่อพระเตมีย์ราชกุมารตัดสินพระทัยว่าจะไม่เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นพระมหากษัติย์อีก จึงทรงใช้วีธีแสร้งทำเป็นง่อยเปลี้ยหูหนวก เป็นใบ้ไม่พูดจากับใคร แม้จะถูกทดสอบต่าง ๆ ก็อดกลั้นไว้ ไม่ยอมแสดงอาการพิรุธให้ปรากฏ พระราชาปรึกษาพวกพราหมณ์ ก็ได้รับคำแนะนำให้นำราชกุมารไปฝังเสีย พระราชมารดาทรงคัดค้านไม่สำเร็จ ก็ทูลขอให้พระกุมารครองราชย์สัก 7 วัน แต่พระราชกุมารก็ไม่ยอมพูด ต่อเมื่อ 7 วันแล้ว สารถีนำราชกุมารขึ้นสู่รถเพื่อจะฝังตามรับสั่งพระราชา ขณะที่นายสารถีขุดหลุมอยู่พระราชกุมารก็เสด็จลงจากรถเดินไปหานายสารถีและตรัสแจ้งความจริงให้ทราบว่า มีพระประสงค์จะออกบวชอยู่ในป่าตามลำพัง นายสารถีกราบทูลว่า อยู่ในป่าอาจมีอันตรายได้ จึงขอให้ราชกุมารเสด็จกลับไปหาพระราชบิดา พระราชมารดา พระราชกุมารตรัสตอบว่า

    “ไม่มีอันตรายหรอก คนที่บวชแล้วย่อมปลอดภัย ไม่มีใครทำอันตรายหรอก คนที่บวชแล้วย่อมเสียสละทุกอย่าง ไม่แสวงหาผลประโยชน์ เมื่อไม่แสวงหาผลประโยชน์ก็ไม่มีการกระทบกระทั่ง และก็ไม่มีศัตรูที่จะมาทำร้าย”

    เมื่อแน่ใจว่าพระราชกุมารไม่เสด็จกลับแน่ และไม่ทรงห่วงใยราชสมบัติเลยแม้แต่น้อย นายสารถีเกิดศัทธาและขอออกบวชด้วย ราชกุมารจึงตรัสให้นำรถกลับไปคืนก่อน สารถีนำความไปเล่าถวายพระราชบิดา พระราชมารดาให้ทรงทราบ
    ทั้งสองพระองค์พร้อมด้วยอำมาตย์ราชบริพารจึงได้เสด็จออกไปหา เชิญให้พระราชกุมารเสด็จกลับไปครองราชย์สมบัติ แต่พระราชกุมารกลับถวายหลักให้ยินดีในเนกขัมมะ คือการออกจากกาม พระราชบิดา พระราชมารดา พร้อมด้วยบริวารทรงเลื่อมใสในคำสอน ก็เสด็จออกผนวชและบวชตามและได้มีพระราชาอื่นอีกเป็นอันมากสดับพระราโชวาทอออกผนวชตาม



    *********************


  2. #2
    พ่อครัวแม่ครัวบ้านมหา สัญลักษณ์ของ สาวบ้านแต้
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    1,066
    บล็อก
    28

    สาธุ

    การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง