หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 5 หน้า 123 ... หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 49

ดินสีอรุณ ตอน 11 - จบเรื่อง

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ศรีเวฬุคามมุนี
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    64

    ดินสีอรุณ ตอน 11 - จบเรื่อง

    เว้ากับผู้อ่าน :


    “ดินสีอรุณ” ปรากฏต่อสายตาผู้อ่านมาแล้ว 10 ตอน
    ดำเนินเรื่องผ่านไปแล้วเกือบครึ่ง
    แต่ละตอนผู้เขียนได้แยกโพสต่างหากจากกัน
    เป็นเหตุให้ “ดินสีอรุณ” เรื่องเดียวแต่มีหลายกระทู้


    ซึ่งกะมีประโยชน์ในแง่ว่า
    ผู้อ่านสามารถเสนอแนะในแต่ละตอนแยกจากกันโดยอิสระ
    แต่ว่ากะมีผลเสียคือมีกระทู้หลายเกินไปเบิ่งแล้วรุงรังไปหน่อย
    (หรือหนักเข้าอาจโดนข้อหาป่วนบอร์ด)


    ผู้เขียนจึงคิดว่า
    ดินสีอรุณ ตั้งแต่ตอนที่ 11 เป็นต้นไปจนถึงจบเรื่อง
    สิทยอยลงรวมอยู่ในกระทู้เดียวกันคือกระทู้นี้


  2. #2
    รับทราบคับ สิรอติดตามเด้อคับ ขอเป็นกำลังใจให้คับ8):g:g

  3. #3
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ แหลวแดง
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    2,194
    ขอบคุณคับอาจารย์ ตั้งตารอด้วยความระทึกในหทัยคับ :g:g:g

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ศรีเวฬุคามมุนี
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    64

    ดินสีอรุณ ตอนที่ 11

    ต่อจากตอนที่แล้ว

    ดินสีอรุณ
    นิทานธรรมบท สำนวนอีสาน
    ตอนที่ ๑๑


    คนจน คนจร


    ขอสาธกยกเรื่อง เผดียงกลอนอีสานพากย์
    หากว่าผิดพลาดพลั้ง อภัยให้ผู้แสดง

    ลางตอนว่าบ่แจ้ง แปลงใส่ให้ลงเสียง
    ทั้งสำเนียงขาดเขิน หากบ่เพลินอภัยบ้าง

    บัดนี้ หันมาฟังชายผู้เดินดงดั้น ได้เดินเดียวดันดุ่ง
    มุ่งหน้าไปหนองน้ำ ได้กินข้าวพักเซา

    ออกย่างตั้งแต่เช้า ตอนนี้เที่ยงเลยเพล
    แสนลำเค็ญทนทุกข์ ได้เหมือยวินอิดล้า

    ในตอนนั้น บาเลยเปิดห่อข้าว หยิบเอามาปั้นป่อน
    พลันพ้อคนพเนจร คือลำบากยากฮ้ายแพรผ้าบ่ซักถู

    บอกผู้ฟังให้ฮู้ ว่าคนทุกข์พ้อคนจน
    อย่าสับสนเด้อยาย บัดจ่ายกลอนทอนบั้น

    ฟ้าเอ้ยหนอ..
    ฟ้าฮ้องจั้นสองคนทุกข์เลยคุยกัน แบ่งปั้นข้าวให้มิตรใหม่
    บาบ่าวแสนสุขใจ ได้ทำบุญข้าวปั้น แกงกับนั้นหากบ่มี

    เดชผลทานครั้งนี้ ขอให้เกิดอานิสงส์ แน่เด้อ..
    มโนตรงสรรพ์ใด๋ ได้ดั่งใจประสงค์ไว้

    ครั้นเว้าไปได้คิดเห็นหัวข้อ นี้ละหนอผู้ฟังท่าน
    ยามเฮาทุกข์ทรมาน ยังมีคนทุกข์กว่านั้นหลายซั้นหากต่างกัน

    คือดังเทศน์มื้อนี้นั้น บาบ่าวได้ทนทุกข์
    พลันมาเจอคนอุก อั้งกว่าโตอีกคนแล้ว
    อาศัยแถวป่าหว้า หากินหมากผลผลาบ่สู้หน้าคนเพิ่น

    น่าสงสารเหลือเกิน บาเลยแบ่งข้าวให้ใจน้อมประพฤติทาน
    แล้วเล่าเจรจาต้าน ถามบ่อนทางสิไป
    อยู่ใสน้อวังหนอง หม่องที่มีบัวโป้ง

    หลุดจากดงคงพ้อหนองน้ำ บากะเลยสั่งคำ ย่างหน้ารีบด่วน
    เว้ากันพอสมควร จำต้องลาจากจ้อย เวลาหน่อยต้องฮีบไป

    นี้แม่นคนทุกข์ไฮ้ มีไมตรีต่อกัน
    สองบาสร้างสัมพันธ์ แบ่งปันข้าวเหนียวก้อน

    ใจคนจรกับคนจนโฮมกันไว้
    มิตรภาพภายใน ข้าวเหนี่ยวปั้นผูกจ่อง
    ต่างฮักกันปองดอง ดั่งข้าวเหนียวปั้นจ้ำ บ่คือน้ำผ่าข้าวเหนียว

    บาบ่าวเลยเลาะเลี้ยว เล็งใส่หนองน้ำใส
    ย่างไวๆ สองขาซื่นอุราบัดฟังแล้ว
    เสียงแซวๆ.. พวกนกเป็ดเล่นน้ำ
    บาแยกคอเหลียวนำ เห็นนกน้อยบินเป็นคู่
    ยินเสียงแว่วเข้าหู คือน้ำโตนโสกก้องมองแล้วหากบ่ไกล

    ตอนนั้น ชายผู้ทุกข์ไฮ้ ได้ข่วมป่าถึงวังหนอง
    สมใจปองมโนนึก แล้วละน้อตอนนี้

    ในนทีวังน้ำ เขาซากันมีนาคใหญ่
    ไผล่วงเกินลืนเข้า นาโคเจ้าไล่กิน

    ข้าวเหนียวปั้นยังบ่สิ้น บาบ่าวสิทำบุญ ก่อนแหล่ว
    แล้วจึงทูลใสหัว ยกถวายภูมิเบื้อง
    ประกาศเสียงดังก้อง ยินกันไปทั่วหนอง วังน้ำเขตด่าน

    ว่าข้าน้อยขอทำทาน
    ยอข้าวเหนียวเป็นปั้น
    แล้วหันหน้าขึ้นว่ากลอน

    สาธุเด้อ.. ข้าวปั้นก้อน ผู้ติดต่อนโตงเตง
    ข้าถืกคนข่มเหง ให้ย่างมาถึงน้ำ

    บ่มีคำมีบ่แก้ว บ่มีหยังจักแนว สิทานได้ถวายท่าน
    มีแต่ข้าวเหนียวปั้น เมียปันให้ส่งใส่มือ

    ข้านี้บ่คิดดื้อ สิถือล่วงเกินครอง
    สัตว์ในหนองทุกตน ให้อยู่สุขสบายบ้าง

    ว่าแล้ววางปั้นข้าว ทั้งใจเบาปานปุ่ยนุ่น
    ย้านนาคสูญไล่ฆ่า ชีวามวยมุดมรณ์

    สาธุเด้อ.. ข้าวปั้นก้อน ข้าขอยกเป็นทาน
    เป็นอาหารเต่าปลา หมู่มัจฉาในวันนี้
    ผลามีจงส่งยู้ ไปถึงนกถึงหนู งูเงี้ยวปลาใหญ่
    ไปถึงไทเทพฟ้า เทวาไท้ให้รับบุญ

    แผ่ไปถึงสาวัตถีเมืองพุ้น ให้คนอยู่สุขีแน่เด้อ
    อย่าได้เพลอฮักเมียเขา สิเก่าศรีราคีมั่ว

    ผู้เป็นผัวขอให้ฮักเมียเค้า ผู้เป็นเมียให้นอนเนาว์เทียมข้างผัวมิ่ง
    มวลสัตว์สานาคาสิงห์ ขอให้โมทนาน้อม
    ยามข้า แต่งถวายนั่นละน่า พ่อคุณเอ้ย ฯ


    โปรดติดตามตอนต่อไป

    เผยแผ่ครั้งแรกที่นี่

    ศรีเวฬุคามมุนี
    sriwaylakammunee@hotmail.com
    ๒๖ ก.ย ๒๕๕๑

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    ขอบคุณมากค่ะ ทำไมอาจารย์เก่งจังเลย ศึกษาแล้วยิ่งรู้สึกยิ่งใหญ่มากค่ะ

  6. #6
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    มิสบ้านมหา 2012
    สัญลักษณ์ของ ติ๊กต็อค
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    กระทู้
    2,197
    บล็อก
    3

    .
    .
    ให่ ...นำผญาธรรมอาจารย์จักบาดก่อน --------

  7. #7
    ถึงสิทุกข์ยากปานได๋พ้อคนที่มีทุกข์กว่ากะยังซอยเหลือกัน ถือเป็นผู้มีจิตใจอันประเสริจเนาะ8):g:g:g

  8. #8
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ศรีเวฬุคามมุนี
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    64
    โมทนา คนฟังเพลง ที่ตั้งใจศึกษา
    แต่ว่าน้ำตาคุณติ๊กต็อค
    เป็นน้ำตาไหลย้อยหรือว่าเอาแนวอื่นมาแปะ
    น้ำลายแตะตื่มนำ ถึกกับคำโบราณเว้า แม่นบ่หนอ


    แม่นแล้ว คนเมืองแปะ
    อาจารย์เพิ่นว่า...


    เห็นใจทางยามหลงบ้าน
    เห็นใจงานบัดหัวปั่น
    คนสิเห็นใจกันกะบัดทุกข์ยากไฮ้..

  9. #9
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ หลานพระรถ
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    ที่อยู่
    เมืองพระรถธานี, ชลบุรี
    กระทู้
    376
    ขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงคะ ที่นำเสนอผญาธรรม ภูมิปัญญาปรัชญาถิ่นที่ได้รักษ์ไว้...
    หลานพระรถไม่ทราบคำภาษาถิ่นอีสานมากนัก ต้องอ่านจบทั้งประโยค ทั้งกระบวนความ
    แล้วจึงนำมาตีความตามเจตนาของผู้เขียนที่ต้องการสื่อให้ทราบ...ก็พอเข้าใจบ้าง
    บ้างครั้งก็พิมพ์ออกมา แล้วให้พ่อเสี่ยวเพิ่นช่วยอธิบายให้...ขอบพระคุณด้วยใจจริงคะ :g

  10. #10
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ พิณอิสระ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    ขอนแก่น อุดรธานี และสุรินทร์
    กระทู้
    541

    ทุกข์ปานใด๋แฮ่งทุกข์ซ้ำ

    ทุกข์ปานใด๋แฮ่งทุกข์ซ้ำ
    ทุกข์อยู่ในภาคพื้นหนแห่งปฐพี
    บ่ห่อนมีหยังทุกข์ปานถืกคนเขาแกล้ง
    มันสังทุกข์แฮงแท้บ่มีแนวทุกข์ส่ำ...ท่านศรีเอ๊ย...
    บาดแฮ่งทุกข์แฮ่งซ้ำเวรกรรมแท้..ทุกข์เอ๋ย...
    ขอบคุณท่านศรีมาก สำหรับดินสีอรุณตอนนี้ ผู้ข่าบ่มีหยังหลาย ขอแถมสมภารด้วยดอกบัวน้อยเด้อผู้ข่า ฯ


Tags for this Thread