กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา


    เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา


    แผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก แต่เนื่องจากพระเจ้าเป็นผู้จัดวางและสร้างความสมดุลย์ทางธรรมชาติให้กับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ประเทศไทยไม่มีพายุทอนาโด ไม่มีแผ่นดินไหว (ถึงไหวก็ไม่รุนแรง) มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรร์ ดังนั้น พระเจ้าจึงเห็นว่าดินแดนแห่งนี้ มีความสุขมากเกินไป จึงได้ส่งคนไทย มาอยู่ เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ ถ้าคิดดูแล้ว ทุกอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ข้าพเจ้า คนฟังเพลงเห็นแล้ว บอกคำเดียวว่ากลัวมาก


    เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา




    ที่มา

    เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา เป็นบทกลอนทำนายตามแบบอย่างมหาสุบินชาดกและนิทาน"พระยาปัถเวน(ปเสนทิโกศล)ทำนายฝัน อันเก่าแก่ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุบินนิมิตร 16 ประการของพระเจ้าปเสนทิโกศล และได้ทูลถามคำพยากรณ์จากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา นี้ นำมาจากหนังสือ"อธิบายแผนที่พระนครศรีอยุธยา" โดยมหาอำมาตย์โท พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา อุปนายกราชบัณฑิตยสภา แพนกโบราณคดี พิมพ์ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีทรงบวงสรวงอดีตมหาราชเจ้า ที่พระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2469 สันนิษฐานว่าเพลงยาวนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่นักวิชาการยังไม่อาจสรุปแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่ง แม้ในตอนท้ายของบทกลอนได้บันทึกกำกับไว้ว่า "พระนารายณ์เป็นเจ้านพบุรีทำนาย..." หากว่าเป็นจริงตามนั้น "พระนารายณ์" ก็หมายถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วน"นพบุรี"คือเมืองลพบุรี สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายไว้ในคำนำหนังสือดังกล่าว มีความตอนหนึ่งว่า

    “……เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา อ้างไว้ข้างท้ายว่าเป็นพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพลงยาวนี้มีหลักฐานควรเชื่อแต่ว่าแต่งเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี ด้วยในคำให้การของพวกชาวกรุงเก่าที่พม่าจับไปถามคำให้การเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวอ้างถึง แต่ข้อที่ว่าเปนพระราชนิพนธ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้นไม่มีหลักฐานอย่างอื่นนอกจากที่มีเขียนอ้างไว้กับเพลงยาว ปลาดอยู่ที่เพลงยาวบทนี้ยังมีผู้ท่องจำกันมาได้แพร่หลายจนในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ แต่เรียกกันว่าเพลงยาวพุทธทำนาย ……”

    ในหนังสือ “คำให้การชาวกรุงเก่า” ก็มีเรื่องคำพยากรณ์กรุงศรีอยุธยานี้เช่นกัน กล่าวว่าเป็นพระราชนิพนธ์ของพระพุทธเจ้าเสือ มีเนื้อความสั้นกว่าและปรากฏความเป็นร้อยแก้ว ซึ่งสันนิษฐานเพิ่มเติมได้อีกว่า อาจถูกแต่งเพื่อใช้ทำลายขวัญ และเป็นเหตุผลทางการเมืองเพราะบทกลอนดังกล่าวมีเนื้อความคล้ายกับร่ายของพระเจ้าสุริเยนทราธิบดีหรือพระเจ้าเสือ ที่ทรงประพันธ์ขึ้นมาเพื่อเป็นหนึ่งในปฏิบัติการทางด้านจิตวิทยา ทางการเมืองในปลายรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งต่อมาผู้นำในสมัยรัตนโกสินทร์ก็สามารถใช้ประโยชน์จากบทกลอนดังกล่าวมาอธิบายเหตุการณ์การเสียกรุงศรีอยุธยา โดยมีเป้าหมายในทางการเมืองที่ต่างไปจาก พระเจ้าเสือ


    เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา




    จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา
    เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา มหาดิเรกอันเลิศล้น
    เป็นที่ปรากฎรจนา สรรเสิญอยุธยาทุกแห่งหน
    ทุกบุรีสีมามณฑล จบสกลลูกค้าวานิช
    ทุกประเทศสิบสองภาษา ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุธยาเป็นอัคคนิษฐ์
    ประชาราษฎร์ปราศจากภัยพิศม์ ทั้งความพิกลจริตแลความทุกข์
    ฝ่ายองค์พระบรมราชา ครองขันธสีมาเป็นสุข
    ด้วยพระกฤษฎีกาทำนุก จึงอยู่เย็นเป็นสุขสวัสดี
    เป็นที่อาศัยแก่มนุษย์ในใต้หล้า เป็นที่อาศัยแก่เทวาทุกราศี
    ทุกนิกรนรชนมนตรี คหบดีพราหมณพฤฒา

    ประดุจดั่งศาลาอาศัย ดั่งหนึ่งร่มพระไทรอันสาขา
    ประดุจหนึ่งแม่น้ำพระคงคา เป็นที่สิเนหาเมื่อกันดาร
    ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ อาจปราบไพรีทุกทิศาน
    ทุกประเทศเขตขันธบันดาล แต่งเครื่องบรรณาการมานอบนบ
    กรุงศรีอยุธยานั้นสมบูรณ์ เพิ่มพูนด้วยพระเกียรติยศขจรจบ
    อุดมบรมสุขทั้งแผ่นภพ จนคำรบศักราชได้สองพัน
    คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น
    ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม์ จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ

    คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพท อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
    มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
    พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
    ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองนั้นจะออกไปสู่ไพร
    พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาลกุลีจะเข้ามาเป็นไส้
    พระธรณีจะตีอกไห้ อกพระกาลจะไหม้อยู่เกรียมกรม
    ในลักษณะทำนายไว้บ่ห่อนผิด เมื่อวินิศพิศดูก็เห็นสม
    มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด
    มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ
    ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด เกิดวิบัตินานาทั่วสากล

    เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
    สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
    ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
    ลูกศิษย์จะสู้ครูนัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
    ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
    กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม

    ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจันฑาลมันเข้ามาเสพสม
    ผู้มีศีลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์ เพราะสมัครสมาคมซึ่งมารยา
    พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา
    อาสัจจะเลื่องลือชา พระธรรมาจะตกลึกลับ
    ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ จะสาปสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
    ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์ สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ

    ทั้งอายุศม์จะถอยเคลื่อนจากเดือนปี ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย
    ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป ผลหมากรากไม้จะถอยรส
    ทั้งแพทย์พรรณว่านยาก็อาเพศ เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
    จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส จะถอยถดไปตามประเพณี
    ทั้งเข้าก็จะยากหมากจะแพง สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
    จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน
    กรุงประเทศราชธานี จะเกิดการกุลีทุกแห่งหน
    จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล จะสาละวนทั่วโลกหญิงชาย
    จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์ จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
    จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
    ทางน้ำก็จะแห้งเป็นทางบก เวียงวังจะรกเป็นป่าเสือ
    แต่สิงห์สาระสัตว์เนื้อเบื้อ นั้นจะหลงเหลือในแผ่นดิน

    ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย จะสาปสูญล้มตายเสียหมดสิ้น
    ด้วยพระกาฬจะมาผลาญแผ่นดิน จะสูญสิ้นการณรงค์สงคราม
    กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
    ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
    กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
    จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ



    คัดลอกมาจาก http://www.geocities.com/thailiterature/pypyk.htm และ http://www.panyathai.or.th/


  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,941
    ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เอาอีก ๆ ๆ ๆ :g

  3. #3
    หญ้าคมปาว
    Guest
    เป็นพุทธทำนายจริงๆครับผมก็เคยอ่านเจอ. แล้วทุกวันนี้ผู้คนก็กำลังเป็นไปอย่างนั้นเสียด้วยสิ ...ทางรอดของเราคือ ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ครับ..ยังพอมีทาง เพียงแต่เราต้องรีบรุดออกเดินด้วยตัวเอง...ขอยืนยันว่าแม้ในต้นทางนี้ท่านก็จะได้สัมผัสกับความงดงามในเบื้องต้น เหมือนที่สวด อาทิกัลยานัง จริง( แต่ต้องต่อเนื่องหน่อยนะครับ ).
    ขอให้ศรัทธา( อันนี้สำคัญเปรียบเหมือนรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องแรง )ในพระพุทธศาสนาจงเกิดมีกับทุกท่านอย่างแรงกล้า วันนี้วันพระสวดมนต์แล้วดูลมหายใจสักห้านาทีครับ....สวัสดีครับ