กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

ประวัติคณะรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ 1"ใหม่ถอดด้าม

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ประวัติคณะรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ 1"ใหม่ถอดด้าม

    ประวัติคณะรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ 1"ใหม่ถอดด้าม ใครหน้าตาอย่างไร เป็นใครมาจากไหน ตรวจสอบได้ทีนี่


    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 17 ธันวาคม พุทธศักราช 2551 แล้วนั้น

    บัดนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีดังต่อไปนี้

    1. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

    2. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

    3. พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี

    4. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    5. นายวีระชัย วีระเมธีกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    6. พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

    7. นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    8. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

    9. นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

    10.นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

    11.นายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    12.นายวิฑูรย์ นามบุตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์

    13.นายธีระ วงศ์สมุทร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    14.นายชาติชาย พุคยาภรณ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    15.นายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

    16.นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

    17.นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

    18.นายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    19.ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

    20.นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    21.นางพรทิวา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    22.นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

    23.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

    24.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    25.นายถาวร เสนเนียม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    26.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

    27.นายไพฑูรย์ แก้วทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

    28.นายธีระ สลักเพชร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

    29.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    30.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    31.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    32.น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    33.นายวิทยา แก้วภราดัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    34.นายมานิต นพอมรบดี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    35.นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    สำหรับประวัติรัฐมนตรีใหม่ มีดังนี้

    นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี

    เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2504 ที่ จ.ตรัง ปริญญา (ป.) ตรี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ป.โท เกียรตินิยมอันดับ 1 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    ลงเลือกตั้งครั้งแรกในนามพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2538 ที่ จ.ตรัง ฐานเสียงของนายชวน หลีกภัย เป็น ส.ส.ติดกัน 5 สมัย เคยเป็นเลขานุการนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ระหว่าง 2541-2543 เป็นโฆษกพรรคระหว่างปี 2541-2544

    หลังพรรคพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งทั่วไปปลายปี 2550 นายสาทิตย์คุมเกมในสภา ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นอกจากนี้ ยังเป็นคนยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ถอดถอน ครม.นายสมัคร สุนทรเวช ทั้งคณะ จากกรณีเขาพระวิหารด้วย
    สมรส กับนางสุพร วงศ์หนองเตย มีบุตร 2 คน

    นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย

    เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2490 จบ ป.ตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ (มธ.) เนติบัณทิตไทย และ ป.โทรัฐประศาสนศาสตร์ จากนิด้า ทำงานด้านกฎหมายอยู่ 19 ปี เป็นอัยการจังหวัดกระบี่และพัทลุง ก่อนที่ปี 2538 จะสมัคร ส.ส.สงขลา ในนามพรรคประชาธิปัตย์

    เติบโตในสายสนามบินน้ำ ในช่วงเรืองอำนาจของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ สมัยเป็นเลขาธิการพรรค กระทั่งได้เป็นผู้ช่วย รมว.มหาดไทยสมัย พล.ต.สนั่นเป็น มท.1

    ถูกตั้งสมญา "ตุ๊กแกผี" จากลักษณะการทำงานแบบเกาะติด และมีวิธีหาข้อมูลเชิงลึกมาอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบพิสดาร

    ผลงานสร้างชื่อ คือการบันทึกเสียง นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวหว่านล้อมผู้ว่าฯพัทลุง สงขลา สตูล ให้ช่วยพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2548 แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งชุด พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ สั่งไม่ฟ้อง โดยอ้างว่าเสียงไม่ชัด
    สมรสกับ พล.ต.(หญิง)จันทิมา เสนเนียม มีบุตร 3 คน เป็นลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน

    นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

    เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2492 เป็นบุตรของนายประมวล สภาวสุ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จบการศึกษาระดับมัธยม จากโรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล ป.ตรี ด้านวิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียโพลีเทคนิค และได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด
    เป็น ส.ส.นครราชสีมาหลายสมัย แต่สอบตกในพื้นที่ กทม. เมื่อปี 2548 จึงผันตัวมาเขียนหนังสือ เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ทั้ง กระทรวงคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม และยังเป็น รมช.พาณิชย์สมัยรัฐบาลชวน 1

    ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายวาระประชาชน ซึ่งพรรคใช้หาเสียงในระหว่างการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 นอกจากนี้ ยังได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรค สายตรงนายอภิสิทธิ์

    หลังแพ้เลือกตั้ง นายกอร์ปศักดิ์เก็บตัวเงียบเพื่อซุ่มทำนโยบาย แต่เมื่อประชาธิปัตย์สลับขั้วเป็นรัฐบาล จึงปรากฏตัวพร้อมบทบาทรองนายกฯอีกครั้ง
    สถานภาพสมรส "หย่า"


    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม

    เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2488 จบโรงเรียนเซ็นต์คาเบรียล เตรียมทหารรุ่น 6 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 17 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 40 เป็นพี่ชาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเป็นพี่รักของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน เนื่องจากเติบโตสายนักรบบูรพาเช่นเดียว จน พล.อ.อนุพงษ์ต้องเข้าขอคำแนะนำและปรึกษาอยู่บ่อยครั้ง

    เริ่มต้นการเป็นทหารที่กองพันทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ คือ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 แม่ทัพน้อยที่ 1 แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กระทั่งปี 2547 เป็นผู้บัญชาการทหารบก
    สถานภาพสมรส "โสด"

    นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

    เกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2487 เป็นบุตรของศาสตราจารย์พลเรือตรีสมภพ ภิรมย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) กับนางจุนเจือ ภิรมย์ จบการศึกษาด้านกิจการต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Institute of Social Studies ประเทศเนเธอร์แลนด์

    รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ทั้งประเทศรัสเซีย อินโดนีเซีย เยอรมนี ญี่ปุ่น ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา

    หลังเกษียณเข้ามาช่วยงานพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีเงา และเคยลงชิงตำแหน่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่พ่ายแพ้ให้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส.ส.กทม.

    แต่การที่นายกษิตขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง นับแต่ปี 2549 จนถึงช่วงยึด 2 สนามบิน ทำให้ถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีโควต้าพันธมิตร
    สมรสกับนางจินตนา มีบุตรสาว 1 คน

    นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์

    เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2499 ป.ตรี รัฐศาสตร์ มธ. ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    หลังเรียนจบไปทำงานเหมืองอยู่พักหนึ่ง จากนั้น เป็นนักข่าวให้กับหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ก่อนกระโจนลงสนามการเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์ หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ จ.เพชรบุรี เป็น ส.ส.เพชรบุรี ครั้งแรกปี 2535

    ถูกจับตาว่าจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรค จึงถูกนายชวน หลีกภัย เก็บไว้ช่วยงาน โดยเป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้าน 2540-2541 และเลขานุการนายกรัฐมนตรี 2541-2544

    สมัยรัฐบาลทักษิณมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ โครงการเช่าซอฟต์แวร์ของ กฟภ. และโครงการต่างๆ ในสนามบินสุวรรณภูมิ จนถูกฟ้องกว่า 20 คดี นอกจากนี้ นายอลงกรณ์ยังเป็นผู้ผลักดันพลังงานทดแทน คือเอทานอลเป็นคนแรก จนได้รับตำแหน่งประธานสถาบันพลังงานทดแทนเอทานอล-ไบโอดีเซลแห่งประเทศไทย
    สมรสกับนางคมคาย เฟื่องประยูร อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคชาติพัฒนา มีบุตร 3 คน เป็นลูกชาย 1 คน ลูกสาว 2 คน

    นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์

    เกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2491 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ป.ตรี จากวิศวกรรมศาสตร์ สาขาชลประทาน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ป.โท ด้านบริหารธุรกิจจาก มหาวิทยาลัยเดียวกัน
    หลังเรียนจบเข้ารับราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอด เริ่มจากตำแหน่งเล็กๆ อย่างนายช่างก่อสร้าง จากนั้นก็เติบโตตามลำดับ กระทั่งปี 2541 ได้รับแต่ตั้งเป็นรองอธิบดีกรมชลประทาน และผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ กระทั่งก้าวกระโดดเป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯในปี 2549 และได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เป็นอธิบดีกรมชลประทาน

    ถือว่าเป็นคนที่เก้าอี้แข็งที่สุดคนหนึ่ง เนื่องจากไม่เคยมีข่าวว่าจะมีการโยกออกจากตำแหน่งเลย แถมยังมีข่าวว่าอาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ เคยร่วมงานกันกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.เกษตรฯ จากพรรคชาติไทย ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางจนประสบความสำเร็จ

    หลังจากพรรคชาติไทยถูกยุบ และกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ นายธีระถึงได้รับตำแหน่งแบบ "ส้มหล่น"
    สมรสกับนางวรัญญู วงศ์สมุทร

    นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม

    เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2506 จบ ป.ตรี นิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนักธุรกิจเจ้าของกิจการโรงแรมชื่อดังกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผันตัวเป็นนักการเมืองเมื่อโดดลงสมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ในนามพรรคไทยรักไทย ปี 2544 และ 2548 และได้เป็น ส.ส.กรุงเก่าอีกสมัย ในปี 2550 แม้จะเปลี่ยนมาสังกัดพรรคชาติไทย

    รอดพ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ขณะที่ยังใจแข็งทนแรงดูดจากตัวเลขเจ็ดหลักของอดีตพรรคการเมืองใหม่ได้
    ว่ากันว่าการใจแข็งครั้งนั้น เข้าตานายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ถึงขนาดมอบตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับ ส.ส.ที่เพิ่งเป็น ส.ส.ได้แค่ 3 สมัยคนนี้

    สมรสกับนางนลินี แต่ไม่มีบุตร

    นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง

    เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2507 ที่ประเทศอังกฤษ มีชื่อเล่นว่า"ดอนช" เป็นบุตรของนายไกรสีห์ จาติกวณิช อดีตอธิบดีกรมศุลกากร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กับนางรัมภา จบการศึกษาระดับประถมต้นที่โรงเรียนสาธิตปทุมวัน

    จากนั้นไปเรียนต่ออังกฤษ จนจบปริญญาตรี สาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จบออกไปทำงานในสายการเงินมาโดยตลอด กระทั่งได้เป็นผู้บริหารเจพีมอร์แกน ในวัย 36 ปี ถือเป็นคนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จสูงคนหนึ่ง

    ลงเล่นการเมืองโดยการชักชวนของนายอภิสิทธิ์ อดีตเพื่อนนักเรียนอังกฤษในวัย 40 ปี ชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม. 2 สมัย มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปของตระกูลชินวัตร และดามาพงศ์ การเคยเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทชื่อดังหลายแห่ง ทำให้คนในแวดวงธุรกิจค่อนข้างมั่นใจ ส.ส.ที่มีส่วนสูง 193 เซนติเมตร คนนี้จะเป็น รมว.คลังได้ในอนาคต

    สมรสกับนางวรกร มีลูกชายและลูกสาว รวม 2 คน

    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม

    เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2502 จบ ป.ตรีจากคณะนิติศาสตร์ มธ. เนติบัณฑิตไทย เนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโททางด้านกฎหมาย มหาวิทยาลัยทูเลน สหรัฐอเมริกา

    เป็นอดีตผู้พิพากษา เข้าสู่การเมืองหลังลงเลือกตั้ง ส.ส.กทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2539 เป็น ส.ส.กทม.หลายสมัย การทำหน้าที่ในสภาส่วนใหญ่เน้นไปที่การตรวจสอบทุจริต

    สมรสกับนางสุนงค์ มีบุตรด้วยกัน 4 คน

    นายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

    เกิดวันที่ 23 กันยายน 2502 ที่ ต.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ป.ตรี นิติศาสตร์ มธ. ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์ จากนิด้า เป็นทนายความมาก่อนที่จะเล่นการเมืองในปี 2528

    เป็น ส.ส.อุบลราชธานีมาหลายสมัย และเป็น 1 ใน 2 ส.ส.อีสานของพรรค ที่เหลือรอดมาจากยุคตกต่ำที่สุดของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสาน หลังการเลือกตั้งปี 2548 จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองหัวหน้าพรรค เป็นขุนพลภาคอีสาน และ ส.ส.สัดส่วนในการเลือกตั้งปี 2550

    เผชิญวิกฤตชีวิตหลังถูกนายสมบัติ รัตโน อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พลังประชาชน ร้องเรียนต่อ กกต.เรื่องที่ทีมผู้สมัคร แจกตั๋วหนังและฉายภาพยนตร์ จนทำให้ชะตากรรมของพรรคประชาธิปัตย์ 62 ปีอยู่บนเส้นด้าย แต่ท้ายสุดก็รอดเฉียดฉิว

    สมรสกับนางสุจรรยา มีบุตรสาว 1 คน

    นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข

    เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2498 จบ ป.ตรีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบอาชีพทนายความ ก่อนหันเข้าสู่แวดวงการเมืองในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยลงสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช และได้รับเลือกครั้งแรกเมื่อปี 2531

    ทำงานร่วมกับนายสุเทพ และแกนนำพรรคคนอื่นๆ จนได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้า ดูแลภาคใต้ ไม่เคยมีตำแหน่งทางการเมืองสูงๆ ยกเว้นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯเมื่อปี 2537-2538 แต่ก็ทำงานให้กับพรรคอย่างขันแข็ง เคยเป็นประธาน ส.ส.ของพรรค เนื่องจากความอาวุโส และได้รับตำแหน่ง รมต.เป็นครั้งแรกหลังจากเล่นการเมืองมา 21 ปี

    สมรสกับนางจิระประไพ มีบุตร 3 คน

    นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม

    เกิดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2500 จบปริญญาตรี สาขาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    เข้าสู่การเมืองสมัยแรกเป็น ส.ส.ตราด พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2539 และผูกขาด ส.ส.นับแต่นั้น ชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง แม้แต่การเลือกตั้งปี 2548 ซึ่งพรรคไทยรักไทยครองพื้นที่ภาคตะวันออกเกือบทั้งหมด แต่นายธีระก็ยังหลุดรอดเป็น ส.ส.ตราดคนเดียวของพรรคได้

    เป็นคนเงียบขรึม แต่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูง เคยเป็นทั้งที่ปรึกษารองนายกฯ ที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์ เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ประธาน กมธ.สาธารณสุข และรองประธาน กมธ.การท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเติบโตในพรรคอย่างเงียบๆ ใต้ปีกนายสุเทพ จนได้เป็นรองเลขาธิการพรรค

    สมรสกับนางกรพินธ์ ยังไม่มีบุตร

    คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2483 ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นดอกเตอร์ด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์ เนื่องจากจบปริญญาเอกสาขาดังกล่าว จากวิทยาลัยอิมพีเรียล ในเครือมหาวิทยาลัยลอนดอน เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (Nectec) นอก

    นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข

    เป็น ส.ส.ราชบุรีเขต 2 พรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งถือเป็น ส.ส.สมัยแรก และเป็นสามีของนางกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี ที่ถูกยิงเสียชีวิต วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2549 และเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของจังหวัดราชบุรี และเซียนพระเครื่องที่มีชื่อเสียงหนึ่งในจังหวัดราชบุรี

    จบ ป.ตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาการโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเพื่อนรักกับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กันตั้งแต่สมัยเรียนวิศวะ ม.เกษตรฯ ก่อนมาเกี่ยวดองเป็นญาติกัน

    มีบุตรธิดาร่วมกับนางกอบกุล 3 คน คือ คน นางสาว กุลวลี นพอมรบดี อายุ 22 ปี จบปริญญาตรี จากประเทศออสเตรเลีย นายมานะ นพอมรบดี อายุ 19 ปี ศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 2 RMIT ประเทศออสเตรเลีย และเด็กหญิงกรณิศ นพอมรบดีอายุ 14 ปี ศึกษาระดับไฮสคูล เกรด 10 ประเทศออสเตรเลีย

    นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    ส.ส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย อายุ 47 ปี เกิดวันที่ 6 มิถุนายน 2504 สมรสกับนายอนุชา นาคาศัย อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและ ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย ภายหลังนายอนุชาถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ได้ลงสมัครในนามพรรคมัชฌิมาธิปไตย ในสายกลุ่มนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน (กลุ่มวังน้ำยม) และเป็นเลขาธิการพรรคมัชฌิมาฯ ก่อนที่จะถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา

    นางพรทิวา มีบุตรธิดา 2 คน คือ น.ส.ณิชาบูล นาคาศัย อายุ 15 ปี ศึกษาอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนสาธิตปทุม และ ด.ช.ณภัทร นาคาศัย อายุ 11 ปี ศึกษาอยู่เกรด 6 โรงเรียนร่วมฤดีอินเตอร์เนชั่นเนล

    น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ

    อายุ 40 ปี การศึกษาปริญญาโท (MA) สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ สหรัฐอเมริกา เคยเป็นคณะกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รับตำแหน่งใน ครม.ครั้งนี้ในโควต้าบ้านริมน้ำของนายสุชาติ ตันเจริญ แทนนายพิเชษฐ์ ตันเจริญ เครือญาติอีกคนของนายสุชาติ

    นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย

    เกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2504 จบการศึกษาปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นิด้า เริ่มต้นชีวิตการเมืองท้องถิ่น โดยเป็น สจ.อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ติดต่อกัน 2 สมัย เป็นเวลา 10 ปี จากนั้นขึ้นมาเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และก้าวขึ้นมาเล่นการเมืองระดับชาติในนามของพรรคไทยรักไทย และได้เป็น ส.ส.นครราชสีมา สมัยแรกในปี 2544

    จากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย อีกครั้งในปี 2548 จนกระทั่งเป็น ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ในปี 2550

    โดยในระหว่างอยู่ร่วมพรรคพลังประชาชน "บุญจง" ถือเป็น ส.ส.คนหนึ่งที่มีบทบาทในการคุมมวลชนในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็น "แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ" (นปก.) หรือ "คนรักทักษิณไม่เอาเผด็จการ" ทำให้สนิทสนมกับ "เนวิน ชิดชอบ" หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งมีบทบาทสูงในการสลับขั้วไปตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์
    สมรสกับนางกาญจนา มีบุตร 2 คน

    นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม

    เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2494 จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาศิลปศาสตร์, ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาไทยศึกษาเพื่อการพัฒนา และศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เริ่มงานการเมืองจากการเป็นเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2533 จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นนายกเทศมนตรี เทศบาลนครขอนแก่น 2 สมัย ในปี 2540 และ 2542 จากนั้นลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคไทยรักไทย ในปี 2544 และได้รับการเลือกตั้งติดต่อกันมาอีกในปี 2548 และ 2551 แต่ชื่อของ "ประจักษ์" ก็ยังไม่เคยมีอยู่ในโผ ครม.ชุดใด

    จนกระทั่ง "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ตัดสินใจสลับขั้วมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ "ประจักษ์" ซึ่งเป็น 1 ใน 23 ส.ส.อดีตสมาชิกพลังประชาชนที่ก้าวออกมาจากพรรค มีโอกาสรับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเบียดมากับ "ศุภชัย โพธิ์สุ" แต่มาเฉือนกันในช่วงโค้งสุดท้าย

    สมรสกับนางลักษณา มีบุตร 2 คน

    นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง

    เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2506 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ สถาบันศศินทร์แห่งจุฬาฯ ปี 2533 "นพ.พฤฒิชัย" สร้างชื่อด้วยการบุกเบิกก่อตั้งคลีนิครักษาคนไข้ในนาม "มูลนิธิทานตะวัน 19" ซึ่งเป็นคลีนิครักษาคนไข้ที่มีรายได้น้อย ผู้ยากจน และผู้ด้อยโอกาส ร่วมกับคณาจารย์และผองเพื่อน เมื่อปี 2533 แต่มาพบจุดหักเหในชีวิตตอนปี 2535 ในช่วงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จนทำให้เกิดความสนใจทางการเมือง โดยชื่นชม "พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" หัวหน้าพรรคพลังธรรม เป็นพิเศษ

    "หมอ 19 บาท" ก้าวเข้าสู่การเมืองแบบเต็มตัวในฐานะ ส.ส.กทม. พรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2544 จากนั้นได้รับแต่งตั้งให้ทำงานการเมืองในสายสาธารณสุขเช่นเดิม อาทิ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฯลฯ

    ผ่านงานที่ปรึกษารัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ
    หลังย้ายสังกัดมาลงสมัคร ส.ส.กทม.ในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) โดยมีสถานะเป็นรองหัวหน้าพรรค เคยมีชื่อติดโผนั่งเก้าอี้ รมช.คลังในรัฐบาล "สมชาย" มาแล้ว แต่สุดท้ายถูกแกนนำพรรคพลังประชาชน (พปช.) ตีกลับ จนต้องรับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีปลอบใจไปพลางๆ เพิ่งมาสมหวังในครั้งนี้

    นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์

    เข้ามาในโควต้าภาคกลาง กลุ่มของนายสรอรรถ กลิ่มประทุม จำนวน 4 เสียง เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยบริหารธุรกิจพณิชยการ

    ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต แต่ได้รับการบรรจุชื่อเป็น ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2548 และวนเวียนอยู่กับคนการเมืองเสมอ ปี 2544

    ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นเลขานุการ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมัยเป็น รมว.พลังงานในรัฐบาลนายสมชาย

    ทว่าชื่อของ "ชาติชาย" ปรากฏบ่อยครั้ง ในแวดวงกีฬามากกว่า โดยเข้าเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยต่อจากนางนฤมล ศิริวัฒน์ ที่ผันตัวไปเป็น ส.ว.อุตรดิตถ์ โดยตั้งเป้าให้ทีมฟุตบอลหญิงของไทยไปเตะในกีฬาโอลิมปิค กรุงลอนดอน ที่จะจัดขึ้นในปี 2012 ให้ได้

    หลังจากที่ชิมลางเป็นแค่ทีมงานหรือผู้ช่วย รมต. ในที่สุดก็สานฝันด้วยการเป็นเสนาบดีเสียเอง!



    แหล่งข้อมูล : http://www.rssthai.com/reader.php?t=politic&r=12870

  2. #2
    ไผเข้ามาบริหารบ้านเมื่องกะขอให้พัฒนาเด้อครับเศรฐกิจซิใด่ดีขึ้น