กำลังแสดงผล 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

พร่ำ...รำพัน

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ พิณอิสระ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    ขอนแก่น อุดรธานี และสุรินทร์
    กระทู้
    541

    พร่ำ...รำพัน


    พร่ำ...รำพัน


    เคยได้ยินได้ฟังมาว่า ใครที่เดินทางมาที่สาลวโนทยาน เมื่องกุสินารา เข้าไปในมหาวิหารพุทธปรินิพพาน นั่งเจริญภาวนา สวดสรรเสริญพุทธคุณ เวียนประทักษิณแล้วเข้าไปกราบที่ฝ่าพระบาทของพระพุทธองค์ ทำจิตให้สงบแล้วระลึกถึงพุทธคุณเอนกอนันต์ประการ คนผู้นั้นจะอดน้ำตาไหลมิได้

    เคยได้อ่านเจอข้อความที่พระเถระผู้ใหญ่ซึ่งท่านเคยเดินทางมานมัสการพุทธสังเวชนียสถาน ได้เขียนเล่าความพรรณนาถึงบรรยากาศของการมาที่เมืองกุสินาราแห่งนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่ชวนให้เกิดความซาบซึ้งและใฝ่ฝันอยากจะมาสักครั้ง มิใช่อยากจะมาร้องไห้ เพราะโตแล้วจะร้องไปทำไม แต่อยากจะมาดื่มด่ำสัมผัสกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดังที่ท่านเหล่านั้นได้พรรณนาไว้ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ ผู้มีความเคารพสูงสุดในพระรัตนตรัย

    เมื่อมีโอกาสจึงได้เดินทางมากราบนมัสการพุทธสังเวชนียสถาน ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา อันเป็นที่ตั้งพระวิหารพุทธปรินิพพานแห่งนี้
    เมื่อข้าพเจ้าก้าวเดินเข้ามาสู่บริเวณอุทยาน ซึ่งมีสนามหญ้าเขียวขจีเป็นบริเวณกว้าง ดูแล้วสะอาดงามตา มองไปที่พระวิหารและพระมหาสถูป ซึ่งมีต้นสาละขึ้นอยู่ ๓-๔ ต้น แวดล้อมด้วยซากปรักหักพังของหมู่สังฆาราม ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความเจริญรุ่งเรือง กระทั่งถูกปล่อยให้ทิ้งร้างจมอยู่ใต้พื้นปฐพีมานานกว่า ๗๐๐ปี ข้าพเจ้าเริ่มมีจิตใจห่อเหี่ยวเมื่อได้เห็นความเสื่อมสลายของสิ่งที่เคยยิ่งใหญ่เหล่านั้น

    เมื่อเดินตามถนนอ้อมไปตามทางเดินที่ทางกรมโบราณคดีของอินเดียได้ทำเอาไว้ ผ่านซากปรักหักพังเหล่านั้นไปถึงด้านหน้า มองเห็นพระวิหารและพระมหาสถูปสูงใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินยกพื้นที่เด่นสง่า เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีให้เห็นได้ในที่อื่นใด นอกจากสาลวโนทยาน สถานที่พระพุทธองค์เสด็จเข้าสู่มหาปรินิพพาน ทิ้งร่างวางขันธ์ ละธาตุเหลือธรรมไว้ ณ เมืองกุสินาราแห่งนี้เท่านั้น

    ก้าวแรกที่เริ่มเดินขึ้นสู่พระวิหาร รู้สึกเย็นวูบเข้าในหัวใจ คล้ายกับน้ำหนักตัวจะลดลงเหลือน้อยนิด ตัวรู้สึกเบาหวิวคล้ายจะล่องลอยไปโดยมิได้ย่างก้าว จิตที่ตั้งมั่นด้วยสติ พร้อมใจที่จดจ่อต่อพระพุทธองค์ที่ประทับบรรทมอยู่เหนือพระแท่นภายในพระวิหาร กระทั่งลุเข้าถึงภายใน พอเหลือบตาเงยหน้าขึ้นมองจ้องไปเห็นพระพุทธรูปปางมหาปรินิพพาน บรรทมราบอยู่บนพระแท่นที่ประทับ สีเหลืองอร่ามดูงดงามยิ่งนัก มีผ้าห่มหลากหลายสีสันที่ผู้ศรัทธาทั้งหลายน้อมนำมาถวายบูชาพระพุทธองค์ บรรยากาศภายในคุกรุ่นไปด้วยสรรพสำเนียงแห่งการสาธยายธรรม สรรเสริญพุทธคุณมิได้ขาดสาย ข้าพเจ้าน้อมใจระลึกถึงพระพุทธบิดา จ้องดูพระพักตร์ที่ทรงหลับพระเนตร พระโอฏฐ์แย้มนิด ๆ เสมือนคนนอนหลับธรรมดา ๆ ช่างงามสุดจะพรรณนาเสียเหลือเกิน

    พระพุทธองค์ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์แม้ทุกอย่าง เพื่อออกบวชแสวงหาหนทางนำสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากห้วงแห่งวัฏฏะ ทนลำบากทุกข์ทรมานพระองค์ จนจิตได้หลุดพ้นจากกิเลสสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ประกาศสัจธรรมคือความจริงอันประเสริฐเที่ยงแท้นั้นแก่เวไนยสัตว์ทุกหมู่เหล่า ตลอดระยะเวลาที่ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น ได้เสด็จดำเนินไปตามหมู่บ้านคามนิคมน้อยใหญ่ ถิ่นรุ่งเรืองเมืองกันดารทั้งหลาย ด้วยสองพระบาทเปล่าที่ก้าวย่างอย่างทุ่มเท เพื่อที่จะชี้นำสัตว์โลกให้ถึงความหลุดพ้นจากทุกข์ บางครั้งพระองค์ถูกนินทาว่าร้าย ใส่ความ ถูกบริภาษด่าทอด้วยคำพูดดูถูกเหยียดหยาม ถูกลอบทำร้ายปลงพระชนม์นานาสาระพัดอย่าง จากพวกเดียรถีย์โมฆะบุรุษผู้มืดบอด สูญเสียผลประโยชน์ที่เกิดจากการตั้งตนเป็นผู้ลวงโลก แต่พระพุทธองค์ทรงอาศัยความมีเมตตาในหมู่สัตว์ไม่เลือกชั้นวรรณะ ฝ่าฟันอุปสรรคเอาชนะเหล่ามารร้ายด้วยความบริสุทธิ์ บางคราวพระองค์ทรงอาพาธ บางโอกาสทรงท้อพระทัยเมื่อเหล่าสาวกดื้นรั้นไม่ปฏิบัติตามคำที่พระองค์เพียรพร่ำสอน แต่พระองค์ก็ไม่ทรงท้อถอยและทอดทิ้ง ยังหลั่งรินน้ำพระทัยเมตตาธรรมนำจิตใจของชาวโลกตลอดมา กระทั่งพระชนมายุ ๘๐ ด้วยฝ่าพระบาทเปล่าทั้งสองที่ทรงย่ำเดินไปทั่วดินแดนชมพูทวีป พระองค์ตระหนักถึงธรรมชาติที่เที่ยงแท้ คือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งพระองค์ไม่อาจจะหลีกพ้นได้ สุดท้ายพระองค์เสด็จมาสู่สาลวโนทยานแห่งนี้ แล้วทรงเข้าสู่แดนปรินิพพาน ทิ้งร่างวางขันธ์ ทิ้งธาตุเหลือธรรมคือคุณงามความดีที่เคยบำเพ็ญมาตลอดเวลา ๔๕ พรรษา ให้อนุชนรุ่นหลัง ได้รักษาและประพฤติตาม แม้พระองค์จะปรินิพพานไปนานแล้ว แต่คำสอนยังคงแว่วอยู่ในโสตประสาท เสมือนหนึ่งพระองค์เพิ่งจะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปเมื่อไม่นานมานี่เอง

    ฝ่าพระบาททั้งสองที่ราบเรียบ แต่ทรงไว้ซึ่งพลังแห่งความเมตตา ยากจะหาสิ่งใดในโลกหล้ามาเปรียบปรานได้ ข้าพเจ้าค่อยๆก้มกราบลงที่ฝ่าพระบาททั้งสองนั้นด้วยความรูกสึกสำนึกในพระพุทธคุณอันยิ่งใหญ่เหลือหลายนั้น เมื่อหน้าผากแตะสัมผัสที่ฝ่าพระบาท พลันรู้สึกเย็นวาบหวิวเข้าสู่หัวใจ ขนตามสรรพางค์กายลุกซู่ กายเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น ความรู้สึกทั้งหมดดับวูบลงกับความสงบเยือกเย็นที่เข้ามาแทนที่ น้ำตาแห่งความปีติใจได้ไหลรินออกมาโดยมิรู้ตัว ข้าพเจ้ารำพันอยู่ในใจว่า นี่หรือหนอ....คือสิ่งที่ผู้คนต่างกล่าวขวัญถึง มันช่างดื่มด่ำชื่นฉ่ำใจเหลือเกิน เกิดมาชาตินี้ไม่เสียทีจริง ๆ

    ข้าพเจ้าขยับออกมาจากฝ่าพระบาททั้งคู่นั้น แล้วถอยมานั่งหลับตาอยู่ที่มุมเงียบ ๆของพระวิหาร ปล่อยเวลาและอารมณ์ให้ค่อยผ่านไปกับความรู้สึกที่อิ่มเอิบอยู่ในใจ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองไปที่ฝ่าพระบาททั้งสอง แล้วจ้องไปที่พระพักตร์ของพระองค์ พลันจิตก็ประหวั่นนึกไปถึงผู้มีพระคุณทั้งสอง ข้าพเจ้ารำพึงขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าข้าพเจ้ามีบุญวาสนามากกว่านี้ ขณะที่พ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะพาท่านทั้งสองมากราบที่ฝ่าพระบาทของพระพุทธองค์ให้จงได้ แต่บัดนี้ ท่านทั้งสองได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้แต่พร่ำ....รำพัน และคำนึงถึง น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาของตนได้ไหลรินออกมาอีกระลอกหนึ่ง พร้อมกับความคิดที่เตลิดไปเสียไกล

    พิณอิสระ
    ต้นมกราปี ๕๒
    กุสินารา อินเดีย


  2. #2

    Re: พร่ำ...รำพัน

    เด็กน้อยสิมีบุญได้กราบฝ่าพระบาทพระพุทธองค์บ่น้อ...สาธุ

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ พิณอิสระ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    ขอนแก่น อุดรธานี และสุรินทร์
    กระทู้
    541

    Re: พร่ำ...รำพัน

    ขอให้กำลังใจคุณเด็กน้อยนะครับ ถ้าเรามีความหวังและความตั้งใจ น่าจะมีโอกาสครับ สักครั้งหนึ่งในชีวิต ผมเองไม่เคยคิดว่าจะได้ไปกราบฝ่าพระบาทของพระองค์ท่านเลย เพราะองค์ประกอบทุกอย่างไม่เอื้ออำนวย ทั้งเรื่องครอบครัวเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แต่พอมีโอกาสผมก็ไม่ลังเลใจที่จะไป คุณเด็กน้อยเชื่อไหม๊ว่า ผมไปกราบมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามหรือสี่สิบครั้ง และก็ยังคิดอยากจะไปอีกจนกว่าจะกลับเมืองไทย ขอให้กำลังใจนะครับ มันมีอะไรที่พิเศษเกินกว่าที่จะบรรยายจริง ๆ ครับ

  4. #4

    Re: พร่ำ...รำพัน

    โอ้! ช่างเป็นบุญของพิณอิสระแท้จ้า ได้ไปกราบผ่าพระบาทของพระพุทธองค์ ตั้ง 40 ครั้ง สาธุ เจ้าค่ะ ...ขอสักครั้งหนึ่งในชีวิตเป็นของเด็กน้อย ด้วยเถอะสาธุ

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    Re: พร่ำ...รำพัน

    ได้ยินว่าพิณจะบวชไม่ใช่หรือคะ บวชเมื่อไหรบอกด้วยนะคะ สาธุจ้าสาธุ

  6. #6
    Wang
    Guest

    Re: พร่ำ...รำพัน

    ผมขออนุโมทนาในโอกาส ที่เป็นบุญเป็นกุศลยิ่ง กับเจ้าของกระทู้ด้วยนะครับ
    ผมอ่านแล้วรู้สึกยินดีปรีดา รับรู้ความสุขในอารมณ์ตามไปด้วย
    เป็นความรู้สึกที่ดี เป็นบุญกุศลยิ่งครับ ผมขออนุญาติเอาข้อความ
    ที่คุณเขียนนี้ไปเผยแผ่ต่อ ในที่ที่ผมประจำอยู่ คือเว็บพลังจิต
    อันเป็นเว็บที่เกี่ยวกับพระศาสนาโดยตรง ผมปักหลักทำบุญอยู่ที่นั่น
    ชอบสร้างพระพุทธรูป กับพระไตรปิฎก เป็นส่วนใหญ่

    ขณะนี้ผมกำลังสร้างพระพุทธรูป องค์ปฐมพร้อมวิหารแก้ว และสร้างโคมไฟระย้าด้วย
    ตามลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
    http://www.palungjit.com/
    http://board.palungjit.com/showthread.php?t=129070 กระทู้สร้างพระประธาน

    http://board.palungjit.com/showthread.php?t=126120 กระทู้โคมไฟระย้า


    http://board.palungjit.com/showthread.php?t=31306 กระทู้บุญหลัก

    ติดตามเยี่ยมชมได้ครับ

  7. #7
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ พิณอิสระ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    ขอนแก่น อุดรธานี และสุรินทร์
    กระทู้
    541

    Re: พร่ำ...รำพัน

    เห็นกระทู้ที่คุณ Wang นำไปลงที่เวบพลังจิต(เมื่อ ๑๕/๒/๕๒)แล้วรู้สึกยินดีมากที่ข้อเขียนซึ่งเป็นความรู้สึกจริง ๆ ของพิณอิสระได้ถูกนำไปเผยแผ่ และมีผู้ได้อ่านข้อความนี้ต่อไป ๆ อีก ขอขอบคุณบ้านมหา และขอขอบคุณพลังจิต ที่ให้โอกาสแก่ผู้เขียน และขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่อ่านบทความนี้แล้วมีความรู้สึกที่ดี ๆ เหมือนอย่างที่ผู้เขียนรู้สึก และยังคงรู้สึกอยู่เหมือนเดิม ....จนบัดนี้

  8. #8
    Membership renewed สัญลักษณ์ของ MADELA
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    299

    Re: พร่ำ...รำพัน

    ขออนุโมทนาบุญกับพิณอิสระที่ได้สัมผัส ปูชนียสถานที่สำคัญของเราชาวพุทธ อ่านแล้วรู้สึกปลาบปลื้มไปด้วย้ และก็ตรงกับความตั้งใจมานานถ้ามีบุญพอคงมีโอกาสไปแสวงบุญที่นั้นสักครั้ง นึงในชีวิต :gเป็นกำลังใจให้เสมอ