กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

ผีอำ

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ jobloi
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    333

    เรื่องฮิตน่าอ่าน ผีอำ


    ผีอำ
    จากเวบสีทันดร โดยเป็นเรื่องเล่าจาก อ.สมบัติ ศรีสิงห์ อักษรศาสตร์จุฬา...รู้ไว้ใช่ว่า..ใส่บ่าแบกหามครับ
    ผีอำทุกท่าน คงทราบดีอยู่แล้วว่า คืออะไร...ถ้าไม่ทราบจะอธิบายให้เข้าใจ สักเล็กน้อย... อำ ก็คือ ปกปิดความจริงเอาไว้ มักใช้เพื่อแกล้งคนอื่น ดังนั้น อำ ก็คือการโกหก การโกหก ก็คือการหลอก ... การอำ ก็คือการหลอก... สรุป ผีอำ ก็คือผีหลอก...... ใช่ป่าว...... ไม่ช่าย.. คนละอย่างแล้วทั่น...

    แล้วผีอำ เป็นยังไงล่ะ... อ้าว.. ก็ไหนว่าทราบดีแล้วมิใช่หรือ?...

    สมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็นเณรน้อย วันหนึ่ง นานมาแล้ว แต่ยังจำความได้... ช่วงนั้น ข่าวผีแม่ม่ายมาพรากวิญญาณผู้ชาย หรือมาพาวิญญาณผู้ชายไปอยู่ด้วย กำลังดัง มีคนไหลตาย หรือนอนหลับแล้วไม่ตื่นตลอดกาล เกิดขึ้นบ่อยๆ ข่าวเขาว่าอย่างนั้น... แต่ละหมู่บ้าน ก็จะพากันสร้างของลับของผู้ชายไว้หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านบ้าง สร้างไว้แล้วแขวนตามใต้ถุนบ้านบ้าง เป็นเครื่องรางป้องกันผีแม่ม่าย ว่างั้น...

    วันหนึ่ง วันนั้น ข้าพเจ้านอนคิดในใจว่า ผีแม่ม่าย มีจริงป่าว? ก็ไม่รู้... แล้วก็เคลิ้มหลับไป และก็เข้าสู่ความฝัน ...สักพัก ได้ยินหัวเราะแหลมๆ แสบแก้วหู ข้าพเจ้าตกใจกลัว จึงตื่น แต่ตื่นไม่เต็ม เป็นแบบครึ่งหลับ ครึ่งตื่น ข้าพเจ้าพยายามจะขยับตัว แต่ขยับไม่ได้ พยายามจะตวัดแขน ก็ขยับเขยื้อนไม่ได้ เสียงหัวเราะแหลมเล็ก ยังดังก้อง จนปวดแก้วหู ปวดจนยากจะทานทน... จะขยับกายลุกขึ้น ก็ขยับไม่ได้... แม้ตาหลับอยู่ แต่ความรู้สึกเหมือนตาลืมอยู่ เพราะยังมองเห็นหน้าต่าง มองเห็นผ้าม่าน อยู่ แต่ร่างกายกระดุกกระดิกไม่ได้เลย

    หัวใจเริ่มถูกอัดแน่น ถูกบีบแน่น ประหนึ่งหัวใจจะระเบิด ยิ่งท่องสวดมนต์ หัวใจยิ่งเจ็บปวด แก้วหูก็ประหนึ่งจะขาดสะบั้น... ลมหายใจข้าพเจ้าเริ่มแผ่วเบาลง บางเบาลง เหมือนจะขาดใจ... ณ ขณะนั้น ข้าพเจ้า เข้าใจทันทีถึงความรู้สึกของคนที่กำลังจะตาย เข้าใจถึงอาการของคนที่หลับตาย หรือไหลตาย ว่าเป็นเช่นไร... นั่นคือ พยายามขัดขืนแล้ว พยายามดิ้นหนีแล้ว ก็ดิ้นหนีไปไม่ได้ จนลมหายใจกำลังจะหมด หากข้าพเจ้าเป็นคนที่จะตาย ก็คงหมดกำลังใจจะทานทน หมดกำลังจะสู้ต่อ และสุดท้าย ก็คงขาดใจตายทั้งๆ ที่หลับอยู่ กระมัง.... แต่ เสี้ยววินาทีสุดท้าย เหมือนมีอะไรบางอย่างมากระตุ้นจิตใจข้าพเจ้า ว่าข้าพเจ้ายังตายไม่ได้ ยังมีอะไรต้องทำอยู่อีกมากในชาตินี้.... จากนั้น ข้าพเจ้า จึงฮึดสู้ต่อไป พยายามหายใจต่อ และจากนั้น ก็ทำใจให้สงบ ไม่ดิ้นรน แผ่เมตตาในใจเบาๆ

    ไม่นาน ข้าพเจ้าก็เห็นใบหน้าของหญิงคนหนึ่ง (ไม่รู้ว่าสาวหรือไม่สาว) เงยออกจากใบหน้าข้าพเจ้า และร่างของหญิงคนนั้น ก็ปลิวลอยหายไปทางหน้าต่าง... ณ ขณะนั้น ตัวข้าพเจ้า เบาหวิว และตื่นขึ้นมาจริงๆ ลืมตาขึ้น มองดูผ้าม่าน มองดูหน้าต่าง ก็อยู่ในลักษณะแบบเดียวกับเมื่อกี้นี้... ข้าพเจ้าขยับร่างกายได้ตามปกติแล้ว... ผีแม่ม่ายไปแล้ว ข้าพเจ้าชนะแล้ว....


    **************

    อาการของคนถูกผีอำ ก็คือ อยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น และไม่สามารถขยับเขยื้อนอวัยวะใดๆ ได้ดังใจปรารถนา ต่อเมื่อตื่นแล้ว เท่านั้น จึงสามารถขยับได้.....

    การเกิดอาการผีอำ มีสองลักษณะคือ ผีอำจริงๆ อย่างหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องของการสื่อสารระหว่างร่างกายกับจิต หรือเป็นเรื่องของการส่งสัญญาณคำสั่งของจิตสู่กาย บกพร่อง นั่นเอง

    คนที่ถูกผีอำโดยมาก ข้าพเจ้าคิดว่า เกิดจากแบบที่สอง คือความสัมพันธ์ระหว่างจิตกับกาย บกพร่องชั่วคราว... ประเภทนี้ มักจะเกิดในกรณีที่ ร่างกายเหน็ดเหนื่อย เพลีย แต่บังเอิญจิตเกิดตื่นจากภวังค์มาครึ่งหนึ่ง จิตยังตื่นไม่เต็มที่ ยังไม่มีพลังพอจะส่งสัญญาณไปบังคับร่างกายได้ หรือส่งไป แต่ไปไม่ถึง เพราะถูกขวางกั้นด้วยอะไรบางอย่าง... ท่านอน ก็มีส่วนเป็นอย่างมาก เพราะท่านอนบางท่า เช่น นอนทับแขน อาจทำให้แขนชา และเกิดอาการผีอำได้... นอนเอามือวางทับอก มืออาจไปทับขวางอะไรบางอย่าง และเกิดอาการผีอำได้

    ส่วนผีอำ ประเภทที่เกิดจากผีจริงๆ ก็อาจเกิดจาก ไปนอนในที่ที่มีผี หรือไปนอนทับที่เขา โดยไม่ขออนุญาต หรือท้าลองของ เป็นต้น ผีก็เลยมานอนทับ ซะเลย....

    วิธีการแก้ไข อาการผีอำ ไม่ว่าจะเป็นผีอำประเภทไหนก็ตาม คือ... ไม่ต้องไปดิ้นรนขัดขืน ไม่ต้องทำใจขัดขืน ต่อสู้ ไม่ต้องไปดันทุรังให้เหนื่อย เพราะการที่เราขยับกายไม่ได้ เกิดจากจิตส่งสัญญาณคำสั่งไม่ถึงกายหยาบ มันไปติดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง.... ดังนั้น เพียงแค่เราถอยกลับ แล้วก้าวเข้าไปใหม่ในช่องทางที่ถูกต้อง จิตก็จะส่งสัญญาณหากายหยาบได้... หมายถึงว่า ให้เรา ทำใจให้สงบ ไม่ต้องไปกังวลกับอาการที่ดิ้นไม่ได้ ขยับกายไม่ได้ ทำใจให้สบายเพื่อให้จิตก้าวเข้าสู่ความหลับ แล้วตื่นใหม่... หากเป็นคนที่เคยฝึกกรรมฐานมา ก็ให้กำหนดกรรมฐานไป เช่นกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก แบบเบาๆ ไม่เกร็ง เพื่อให้หลับได้ง่าย... หรือไม่ ก็แผ่เมตตาในใจว่า “ขอให้สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด” คิดคำนี้ในใจซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าจะหลับแล้วตื่นใหม่

    แม้จะเป็นผีอำแบบที่เป็นผีจริงๆ หากเราวางจิตให้นิ่ง ทำจิตให้จดจ่ออยู่กับจุดใดจุดหนึ่ง จิตเราจะกล้าแข็ง ผีก็ทำอะไรเราไม่ได้ เมื่อเจอแรงอันเข้มแข็งของจิตเราเข้า ผีจะถูกผลักออกไป...


    ดังนั้น ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว...


  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,718

    Re: ผีอำ

    ผีนี่กะบ่อย้านปานได๋ดอก..ย้านแต่พ่อใหญ่ จอบหลอย นั่นล่ะสิปลอมเป็นผีไปหาบายขะเจ้ายามมืด บายนำหัว นำโตไปจั่งซั่น ::)::)::)

  3. #3
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ หล่อร้อยเมตร
    วันที่สมัคร
    Feb 2007
    กระทู้
    1,944

    Re: ผีอำ

    ซงคือยุครับแห่งดิ้นแห่งบ่มีแฮง ลังเทื่อกะยอมๆไปกะสะเดิดขึ้นมาเอง แต่ส่วนมากในควมฝันกะสินอนนิ่งๆเอิ้นหาคุณอิพ่ออิแม่ ให้ส่อยคือจั่งส่วงไปยุเด๋

    อั่นผีกะโพดเนาะครับอ้ายคนตระการ หาบายนำหัว นำโต บายนำหัวนี่ บายๆคลำๆยุบ่ย่านเฮาหนหวยเลยผีกะดาย อิอิ


Tags for this Thread