โอเมก้า 3 ช่วยรักษาโรค ชี้คนไทยบริโภคเพียง 32 กก./ปี




จากงาน “อร่อย ปลอดภัย ได้สุขภาพ” ณ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ โดยบริเวณบู๊ทโครงการปลาน้ำจืดฯ หน้าห้อง Ballroom โซน A ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของโอเมก้า 3 ในปลา โดย นพ.ฆนัท ครุฑกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ และโภชนาวิทยาคลินิก ศูนย์หัวใจหลอดเลือดและเมแทบอลิซึม จาก .ร.พ.รามาธิบดี

นพ.ฆนัท ครุฑกูล กล่าวว่า ผลจากการสำรวจ พฤติกรรมการบริโภคปลากของประชากรไทยในกลุ่มตัวอย่าง 260 คน ช่วงอายุ 18-82 ปี ที่เป็นญาติและผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาที่ ร.พ.รามาฯ พบว่า มีอัตราเฉลี่ยทานปลา 1 วันต่อ 1 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะอย่างน้อยควรทาน 2 มื้อต่อสัปดาห์ จึงต้องการให้คนไทยรับประทานปลาให้มากขึ้น เพราะจากกลุ่มตัวอย่างจะได้รับปริมาณโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยพัฒนาเซลล์สมอง ลดไขมันในเลือดและให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ เฉลี่ยต่อวัน 335.35 มิลลิกรัม เนื่องจากปลาเป็นอาหารที่มีปริมาณกรดไขมันมันโอเมก้า 3 สูงกว่าสัตว์บก หรือสัตว์ปีก แต่ปริมาณไขมันไม่สูงมากยกเว้นปลาสวาย อย่างไรก็ตามโอเมก้า 3 ก็แตกต่างกันไปตามชนิดและฤดูกาล งานวิจัยพบว่า การบริโภคเนื้อปลาช่วยป้องกัน และลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเทียบคุณค่าสารอาหารในปลาทะเลและปลาน้ำจืด พบว่าไม่แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของเนื้อปลา โดยเฉพาะโอเมก้า 3 ปลาที่มีไขมันมากจะมีโอเมก้า 3 มากกว่า เช่น ปลาสวาย สวนปลากลุ่มที่มีไขมันน้อยก็จะมีโอเมก้า 3 น้อยกว่าจะมีจะมีโปรตีนมากกว่า เช่นปลากะพง ปลานิล จึงไม่จำเป็นว่าปลาทะเลจะมีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาน้ำจืดเสอม ต้องดูลักษณะของเนื้อปลา ข้อดีของปลาทะเล คือ มีโปรตีนและไอโอดีนสูง ช่วยป้องกันภาวะขาดสารไอโอดีน ข้อเสีย คือ อาจมีสารตกค้างจำพวกปรอทและตะกั่วได้ ขณะที่ปลาน้ำจืดสามารถควบคุมได้ เพราะส่วนใหญ่เลี้ยงในฟาร์ม

“แต่สิ่งที่น่าห่วงคือการสำรวจพบว่า คนไทยเกือบครึ่งคือ 47.9% ทานปลาด้วยวิธีการทอดอีก 26.8% นึ่ง-อบ / 16.9% ต้ม-ต้มยำ / 6.5% ปิ้ง-ย่าง / 5% ผัด-ผัดเผ็ด เพราะการทอดจากทำให้มีไขมันเพิ่มขึ้น ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากการในน้ำมันทอดซ้ำ ทั้งนี้งานวิจัยของกรมประมงยืนยันว่า ผู้ที่ทานปลาน้ำจืดจะไม่มีอาการแพ้ ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรเลือกทานปลาน้ำจืดแทน ส่วนการทานปลาดิบ ไม่ได้ให้คุณค่ามากกว่าปลาที่ปรุงสุก เป็นค่านิยมที่เชื่อว่ารสชาติดีกว่า ทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นพยาธิด้วย ทางเครือข่ายคนไทยไร้พุงจึงอยากเชิญชวนให้คนไทยบริโภคปลาอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์”นพ.ฆนัท กล่าวปิดท้าย

ดังนั้นเพื่อการพัฒนาและการบำรุงสุขภาพของสมอง ดวงตา และประสาทตาอย่างเหมาะสม ในทุกๆ วัยจึงควรได้รับ โอเมก้า 3 ในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันเพื่อสุขภาพที่ดีต่อตัวคุณเอง