กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

Mitsubishi Lancer 1.6 CNG ประหยัด...

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    เรื่องฮิตน่าอ่าน Mitsubishi Lancer 1.6 CNG ประหยัด...

    Mitsubishi Lancer 1.6 CNG ประหยัด...


    Mitsubishi Lancer 1.6 CNG ประหยัด...

    Mitsubishi Lancer 1.6GLX CNG เป็นรถที่เราคุ้นเคยพอสมควร เพราะเคยทดสอบขับมา 3-4 หน ครั้นเปลี่ยนมาเป็น Lancer 1.6 GLX CNG หน้าตาและภายในห้องโดยสารแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือยังโค้งมนและมีจมูกใหญ่ยาว ชุดไฟหน้าแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ กันชนหน้าแบบสปอร์ตชิ้นเดียวกัน ด้านหลังดีไซน์กลมกลืนกับด้านหน้า ไฟท้ายแบบ 2 ชั้นสีแดง/ขาวสะท้อน เลนส์แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ทรงกลม

    ภายในหรูหรา ใช้โทนสีทูโทน คอนโซลหน้ารูปตัว T ลาดเอียงในแนวตั้ง ตกแต่งลายไม้ ดูภูมิฐาน สวิตช์ควบคุมต่างๆ ที่วางแก้วน้ำ แผงคอนโซลตกแต่งลายไม้ดูภูมิฐาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ เช่น กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อก วิทยุ/CD/MP3 พร้อมติดตั้งสวิตช์ให้เลือกใช้พลังงานเชื้อเพลิงทางเลือก 2 ชนิด ทั้งแบบน้ำมันแก๊สโซฮอล์ชนิด E20 และระบบก๊าซธรรมชาติ CNG แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสกดขึ้นหรือลง

    ประหยัดจริง...แต่อุ้ยอ้ายอืดอาด

    การขับทดสอบครั้งนี้นอกเหนือจากความสะดวกสบาย ความคล่องตัวในการขับและใช้งานทั่วๆไป ทั้งในเมืองและระหว่างจังหวัด (กทม.-ชะอำ-กทม.) เรียกว่าทำได้ดีไม่ขี้ริ้ว...ขี้เหร่จากรุ่นเดิมนัก แต่มีโจทย์หลังในการทดสอบคือสมรรถนะขุมพลังกับการตอบสนองในการขับขี่ด้วยการใช้พลังงานทดแทนทั้ง 2 ชนิด (น้ำมันเบนซิน E20 และก๊าซ CNG) ปรากฏว่าขุมพลังรหัส 4G 18 แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 15.3 กิโลกรัม-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จ่ายเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG ด้วยระบบหัวฉีดมาตรฐานโรงงาน และรองรับเบนซินแก๊สโซฮอล์ E20 ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Invecs III CVT 6 สปีด

    ระบบ CNG เป็นแบบหัวฉีด ส่วนถังบรรจุก๊าซใบโตแบบ Type II น้ำหนักเบา (หุ้มไฟเบอร์) ขนาด 65 ลิตร เติมก๊าซได้ 13 กิโลกรัม และถ้าใช้ก๊าซอย่างเดียวจะวิ่งได้ 150-180 กิโลเมตร วางไว้ในห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง มีวัสดุปิดไว้ไม่ให้ดูรกตา ส่งผลให้พื้นที่เก็บของลดลง ส่วนการติดตั้งระบบ CNG ทำภายใต้มาตรฐานมิตซูบิชิ และเพิ่มความมั่นใจด้วยการประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เหมือนรถรุ่นปรกติ งานนี้สบายใจได้

    แม้จะให้ผลดีตรงที่ประหยัดตอนจ่ายตังค์ค่าเติมก๊าซ CNG ราว 1 ใน 3 (ทดสอบขับ กทม.-ชะอำ-กทม. ระยะทาง 389 กิโลเมตร จ่ายค่าเติมก๊าซไปราว 160 บาท) แต่การที่รถต้องแบกน้ำหนักร้อยกว่ากิโลกรัมที่เป็นผลมาจากการติดตั้งถังก๊าซ รวมถึงระบบกลไกที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้รถต้องรับภาระมากขึ้น แต่เมื่อปรับมาใช้ก๊าซ CNG ทำให้การออกตัวอืดอาด และการทำความเร็วปลายต้องใช้ระยะทางมากขึ้น แต่ก็ปีนไต่ความเร็วได้ราว 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขณะที่ความเร็วรอบระดับ 2,000 รอบ/นาที เป็นช่วงที่ช่วยในการเทคตัวไต่ความเร็วได้ดีขึ้น

    การทรงตัวและยึดเกาะถนนจัดว่าโอเค จากที่ขับด้วยความเร็วระดับ 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้การตอบสนองมั่นใจ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากน้ำหนักรถที่มากขึ้น และคุณสมบัติเด่นระบบกันสะเทือนที่ติดตั้งมาให้ แต่น้ำหนักที่มากก็ส่งผลให้อัตราเร่งช่วงต่างๆตั้งแต่ออกตัว เทคตัว และความเร็วปลายอุ้ยอ้ายขึ้น จากที่ทดสอบโดยใช้น้ำมัน (เกียร์ D) ระยะ 0-60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.2 วินาที ระยะ 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 19.3 วินาที ระยะ 60-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 18.3 วินาที และระยะ 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 14.6 วินาที

    ขณะที่อัตราเร่งเมื่อเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ CNG ระยะ 0-60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 6.7 วินาที ระยะ 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 13.4 วินาที ระยะ 60-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 11.7 วินาที และระยะ 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.8 วินาที ที่สำคัญเมื่อนำผลการทดสอบเก่าในรุ่นเดิมที่ใช้เชื้อเพลิงเบนซินล้วนๆที่ทีมข่าวเคยขับทดสอบมาเทียบเคียงยิ่งเห็นผลต่างชัดเจน เช่น อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 12.3วินาที และ 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.5 วินาที

    สรุปการทดสอบ Mitsubishi Lancer 1.6GLX CNG ที่มีสนนราคาค่าตัว 749,000 บาท เป็นซีดานมาดเฉี่ยวที่สลัดคราบความเร้าใจเดิมไป แต่ให้ความประหยัดและให้ความสะดวกสบายคันนี้ ย่อมไม่เป็นที่หมายตาของพวกขาซิ่งแน่ และเป็นธรรมดาหากอยากได้ความประหยัดก็ต้องสูญเสียความจัดจ้านไป



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 07-11-2010 at 18:05.


Tags for this Thread