กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

  1. #1
    ฝ่ายเทคนิคและโปรแกรม สัญลักษณ์ของ บ่าวโจ่โล่
    วันที่สมัคร
    Dec 2006
    กระทู้
    1,961

    ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...



    บัดนั้น..........พระยาพิเภกยักษี
    เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี..........อสุรีกราบลงกับบาทา
    ทูลว่าพระลักษณ์สุริยวงศ์..........ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์
    อันโมกขศักดิ์อสุรา..........พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้
    ทรงอานุภาพฤทธิรุทร..........ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว
    แต่มียาคู่หอกชัย..........ให้ไว้สำหรับแก้กัน
    แม้นละไว้จนรุ่งราตรี..........ต้องแสงพระระวีจะอาสัญ
    ขอให้ลูกพระพายเทวัญ..........ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า
    อย่าเพ่อรีบรถบทจร..........ข้ามยุคนธรภูผา
    แล้วให้ไปเก็บตรีชวา..........ทั้งยาชื่อสังขรณี
    ยังเขาสรรพยาบรรพต..........ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี
    กับปัญจมหานที..........สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน
    แม้นว่าได้บดชโลมลง..........องค์พระอนุชาไม่อาสัญ
    จะดำรงคงชีพชีวัน..........หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา

    เสียงท่องอาขยานของนักเรียน ดังเจื้อยแจ้วแบบ ขึ้น ๆ ลง ๆ ทำนองเร่งรีบน่าดู นั่นบอกได้ว่า นักเรียนเร่งรีบอยากกลับบ้านน่าดู
    "พรุ่งนี้ท่องอาขยานบทต่อไป คือ สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม
    ตามด้วยนะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน" เสียงครูเอก ดังสั่งการบ้านนักเรียน ก่อนเสียงของหัวหน้าห้องจะบอก

    "นักเรียนเคารพ , สวัสดีค่ะ(ครับ) คูณณณครู"

    "อ้าววววววว กลับบ้านก็รีบไปช่วยพ่อ ช่วยแม่ทำงานบ้านนะ อย่า ถะเล ถะไหล ไปไหนเสียหล่ะ สงสารพ่อแม่บ้าง นะ"

    "คร๊าบ (ค่ะ)" นักเรียนส่งเสียงขานรับเสียงดัง

    เสียงสวัสดีในช่วงเย็น ของทุกวันจะเป็นแบบนี้เสมอ จากนั้นก็จะได้ยินเสียงโต๊ะ เสียงเก้าอี้ครืนคราน ไม่นานก็เห็นเด็กนักเรียน
    วิ่งกรู ออกนอกห้องเรียน อย่างรีบเร่ง เหลือทิ้งไว้แค่ห้องเรียนว่าง ๆ ที่เก่า ๆ ซอมซ่อ เสียงนักเรียนเล็กใหญ่คุยกันจอแจ
    ค่อย ๆ ห่างไปเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่เดินออกนอกโรงเรียน ก่อนจะเหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า หมดภาระกิจของครูคนหนึ่ง

    ที่ทำหน้าที่เป็นเรือจ้าง ส่งนักเรียนข้ามฝั่งฝันของชีวิตในแต่ละชั้นเรียน ในแต่ละปี โดยสั่งสอนลูกศิษย์ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
    ครูหยิบแปลงมาค่อย ๆ ลบกระดานออก และเคาะป๊อก ๆ เป็นจังหวะ เพื่อไม่ให้ทิ้งรอยคราบบนกระดานสีเขียวนั้น
    และบรรจงเขียนข้อความลงในบรรทัดบนสุดของกระดาน วันที่จันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ.2524
    เรียบร้อย ก็เดินไปปิดประตู หน้าต่าง ลงกลอนไส่กุญแจ เรียบร้อย

    "เฮ๊ย เพียงใจ แสวงศรี" เสียงนั้นดังมากจากได้ร่มมะม่วง ไกลไปสักระยะ

    "อ้าววววว เฮ๊ย สมชาย ไขสำอาง" ครูกำธร ร้องสวนกลับมาตามชื่อที่เพื่อนล้อเลียน

    "อ้าว อ้าว สมชายหน่ะ มันชื่อพ่อกูนะโว๊ย" เสียงดังจากสถิตย์ รีบแย้งแล้วหัวเราะ

    "มึงก็เล่นของสูงนี่หว่า เพียงใจหน่ะ มันใคร กวนอีกหล่ะไอ้เกลอ" เสียงครูกำธร ก็หัวเราะประสานเสียงกันกับเพื่อนเกลอ

    "ไปไงมาไงวะเนี่ย โอ้โห นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย แกถึงได้มาถึงนี่ได้วะ ปลื้มมากเลยหว่ะที่แกยังหาเราเจอ"

    "เออ ดีใจจังหว่ะ ที่เจอแกซะทีไอ้กำธร นี่นึกว่าจะพลาดอีกแล้วนะเนี่ย แต่ถ้าเราไม่เจอนายวันนี้ ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนเจอแล้วหว่ะ"

    "หมายความว่าไงวะ นึกว่าจะพลาด เฮ๊ยแสดงว่านายเคยมาหาเราแล้วหาไม่เจอหรือไงวะ"

    "เปล่าเลย ยังไม่เคยมาถึงที่นี่ แต่เคยมาที่ อ.เขื่องใน เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มาถามหาแก แต่ไม่เห็นมีใครรู้จักหน่ะสิ"

    "อ้าว ก็แล้วมันจะมาเจอเราได้ไงวะ เราไม่ได้ดังขนาดคนในอำเภอจะได้รู้จักเราซะหน่อย " ครูกำธร ชักฉงน กับคำพูดเพื่อน

    "เอ๋า ใครจะไปรู้วะ ว่ามันจะมีโรงเรียนบ้านโพนสิม อยู่ตั้งสองที่ ในอำเภอเดียวกัน สับสนตายเลยหว่ะเพื่อน"

    "จริงเหรอเพื่อน เฮ๊ย เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนนะว่ามี โรงเรียนบ้านโพนสิมอยู่สองที่ ในอำเภอนี้"

    "เอ๋า ไอ้เกลอ แล้วใครมันจะรู้ได้วะเนี่ย ขนาดเจ้าถิ่นยังไม่รู้เลย ไว้ค่อยไปถามใครดูก็แล้วกันวะ แต่กว่าเราจะมารู้เนี่ย
    ก็แวะไปถามที่ สภอ.เขื่องในหน่ะแหละ จ่าแกบอกทางว่า ให้ถามชาวบ้าน ที่สูงอายุหน่อยก็ได้ว่าบ้านขี้ฮาด ไปทางไหน
    เนี่ยขนาดเรา มาถึงหมู่บ้านนี้แล้ว เรายังไม่เห็นบ้านขี้ฮาดเลยหว่ะ เจอป้ายว่าไปโรงเรียนบ้านโพนสิม เราก็แวะเข้ามาเนี่ยแหละ
    ไม่งั้นหล่ะ วันนี้เป็นต้องได้นอนวัดแน่เลย ฮ่า ๆ ๆ " สถิตพูดเสร็จก็หัวเราะแบบได้ใจทีเดียว

    "เอา เอา งั้นพอดีแหละ วันนี้ไม่ต้องนอนวัดหล่ะ นายไปพักกับเราที่บ้านพักครูได้เลยเพื่อน รายละเอียดเราค่อยว่ากัน"

    "ดี ๆ หว่ะ เราขี่มอเตอร์ไซด์มาซะเหนื่อย อยากอาบน้ำ อาบท่า นอนคุยกับแกให้มันถึงเช้าเลย โครตคิดถึงแกเลยไอ้เพื่อนเอ๊ย"
    สถิตย์ พูดพลางเอามือกอดไหล่ ครูกำธร เขย่า สองสามที

    "ได้เลยไอ้เกลอ แต่เราขี่จักรยานมาหว่ะ"

    "ไม่ได้ ไม่ได้มาขี่มอเตอร์ไซด์ ไปกับเรานี่แหละ อยากให้เพื่อนนั่งเป็นบุญให้มันหน่อยหว่ะ นี่เพิ่งออกมาใหม่ ๆ เลยนะเว๊ย
    ขับแรงได้ถึงใจจริง ๆ เพื่อน แต่รับรอง เราจะพานายค่อย ๆ ไปหรอก" สถิตย์พูดไปยิ้มไป

    ครูกำธร มองซ้าย มองขวา ก่อนจะวิ่งออ้มไปด้านหลังอาคารเรียน เห็นเด็กนักเรียน สองสามคน คนหนึ่งกำลังไล่เด็ดมะม่วงหิมะพานบนต้น
    อีกสองคนกำลังเก็บ เม็ดกันอยู่ข้างล่างอย่างเมามัน ครูเห็นจึงตะโกนร้องออกไป

    "นักเรียน มาหาครูหน่อย"

    เด็กนักเรียนสองคน พอได้ยินเสียงครู ก็ตกใจวิ่งจะหลบเข้าป่าไม้หลังโรงเรียน ส่วนอีกคนก็รูดตัวเอง ลงจากต้นมะม่วงดังแอ๊ก

    "เอ๊ย เอ๊ย ใจเย็น ๆ ไม่ต้องวิ่ง นั่งอยู่เฉย ๆ เดี๋ยวบาดเจ็บขาหักกันพอดี"

    "ผมไม่ได้ขโมยนะครับครู ผมเห็นมันสุกแล้ว ก็จะเก็บเม็ดไปขาย ผมไม่ได้โขมยนะครับ"

    "ใจเย็น ๆ เด็กชายนนท์ นี่เรา ไม่เป็นไรครูไม่ได้ว่าอะไรพวกเธอหรอก" พอเห็นเด็กชายนนท์ ยกมือไว้ผงก ๆ ครูก็เดินเข้าไปหา
    สักพัก ก็เห็นอีกสองคน เดินยกมือไหว้ หลบออกมาจากป่าหลังโรงเรียน ประหนึ่งว่าจะมาดูว่าเพื่อนเป็นอะไร มากไม๊

    "ครูไม่ได้ว่าอะไรพวกเธอหรอก ครูจะขอใช้พวกเธอหน่อยแค่นั้นเอง" ครูกำธรพูดยิ้ม ๆ

    "อ้าววววววว งั้นเหรอครับ" เด็กชายนนท์ อุทานพร้อมค่อย ๆ ลุกเอามือลูบก้นตัวเอง แบบรู้สึกว่าเจ็บแก้มก้นทีเดียว

    "ใช้ไปไหนครับครู ถ้าครูจะฝากผมเอาเม็ดมะม่วงไปขายหล่ะก็ เดี๋ยวพวกผมจะไปช่วยกันขนไปขายให้ครูเองครับ"

    "เปล่าหรอก เธอขี่จักยานเป็นไม๊นนท์"

    "เป็นครับ " เด็กชายนนท์ ตอบตาตื่น

    "ช่วยขี่จักรยานครู ไปไว้ที่บ้านครูหน่อยสิ"

    "เอ่อ รถครูหน่ะผมไม่กล้าหรอกครับ ผมกลัวขี้กรากจะขึ้นหัวเอา อีกอย่างถ้าล้มมาหล่ะผมซวยเลย"

    "เอาน่า ครูให้ขี่ ไม่เป็นไร ล้มก็เอามันขึ้นมาปั่นต่อ ให้ถึงบ้านครูนะ แต่ก็ระวังเอาละกันได้ไม๊"

    "โห สบายครับ ถ้าครูอนุญาต"

    "อืม ขี่ระวัง ระวังหน่อยก็แล้วกัน อย่าโอ้เอ้หล่ะ เอาเพื่อนสองคนหน่ะ ซ้อนกันไปด้วย ไปส่งเพื่อนให้ถึงบ้านก่อนหล่ะ
    แล้วค่อยเอารถครูไปเก็บ เออ ครูฝากบอกแหล่ด้วยนะ ถ้าเจอที่บ้านครู ว่าครูรบกวนนึ่งข้าวไว้ให้ด้วย บอกว่าครูมีเพื่อนมาหานะ"

    สั่งการเสร็จ ครูกำธร กับนายตำรวจหนุ่มมาดเทห์ ก็ออกเดินจากไป เด็กชายนนท์ ก็ตื่นเต้นและดีใจทีเดียว ที่ครูกำธรให้โอกาส
    ขี่จักรยานไปเก็บที่บ้าน พร้อมน้อมรับคำสั่งครูเป็นอย่างไร

    "เฮ๊ย ไอ้เขียด ไอ้ทิน ครูใช้ให้เอารถไปเก็บที่บ้าน ไปโว๊ยพวกเรา วันนี้เป็นบุญแล้วหล่ะ ได้ขี่รถครูเอก"

    จากนั้น เด็กตัวใหญ่ ก็วิ่งไปที่รถครูกำธร แล้วกราบครั้งหนึ่ง จับจักรยานพร้อมยกขาตั้งขึ้น และให้เพื่อนสองคน นั่งซ้อนท้าย
    ออกตัวแบบมือสั่น ๆ โยกซ้าย โยกขวาสักพัก วิ่งออกไปอย่างภาคภูมิใจ โอยมีมอเตอร์ไชด์ ของสถิต วิ่งตามหลังไปช้า ๆ

    "อย่าเถล ไถลนะ รีบส่งเพื่อนแล้วเอารถมาส่งไว้ที่บ้านครู เออ อย่าลืมบอกแหล่ ให้ด้วยหล่ะถ้าเจอ"

    "คร๊าบบบบบบ ครู"

    ต้นหว้าใหญ่ และต้นมะขาม สูงตะหง่านอยู่ด้านทางออกนอกเขตโรงเรียน แสงอาทิตย์ช่วงเวลา สี่โมงเย็นกว่า ๆ ยังคงความร้อน
    อยู่ไม่น้อย แต่กิจกรรมของชาวบ้านโพนสิม ก็ยังต้องดำเนินไปตามปรกติ สาวแก่ แม่หม้าย เด็กสาว ทั้งหลาย ต่างเริ่มหาบคลอน

    ถึงน้ำ และตระกร้าสานด้วยหวาย หรือ ไม้ไผ่ซึ่งเคลือบด้วยครั่ง กันร่องรอยน้ำไหลซึมออก เพื่อเป็นภาชนะในการตักน้ำอีกอย่าง
    หนึ่ง ซึ่งจะเห็นใช้กันมากเป็นส่วนใหญ่ คงเป็นเพราะมีน้ำหนักเบากว่าถึงสังกะสี และบรรจุน้ำได้มากกว่า

    เด็กนักเรียนบางกลุ่ม บางคนถือตระกล้าเก็บหอย เก็บปู เดินกันไปสอง สามคน ต่อกลุ่ม บ้างก็ถือสวิงสำหรับช้อนหาปลา บ้างก็ถือ
    กับดักกบ เพื่อไปผังดักกบตามที่เป็นเลนตมในที่ลับหู ลับตาคน และอีกหลายคนมีเบ็ดกบ สำหรับไว้ดักกบก็มื
    นี่คือบรรยากาศท้องไร่ ท้องนาในเวลานี้ของเด็ก ๆ หลังจากเลิกเรียน สุดแท้แต่ใครจะมีกิจกรรมอะไร เป็นของตัวเองเพื่อช่วยเหลือครอบครัว

    มอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสีดำ คันเทห์ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนในหมู่บ้าน ค่อย ๆ ขับอย่างช้า ๆ ตามถนนทางเท้าที่หมู่บ้านใช้สัญจร
    เป็นปรกติ ครูหนุ่มชี้นิ้วให้วิ่งตรง เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เพื่อจะกลับบ้าน คนขับก็ขับไปอย่างช้า ๆ เพราะสายตาของเขานั้นมีความ
    เพลิดเพลินไปกับการจ้องดูสาว ๆ หมู่บ้านที่เดินหาบน้ำ สวนกัน เข้าออกหมู่บ้านระหว่างทางอย่างเจริญหู เจริญตาทีเดียว

    "เฮ๊ย สาวบ้านนี้งาม ๆ ทั้งนั้นเลยหว่ะ"

    "เออ รู้อยู่แล้วหล่ะ"

    "เฮ๊ย แกหาเมียที่หมู่บ้านนี้ ไว้สักคนสิวะ"

    "ไม่ดีม้างเพื่อน เดี๋ยวจะหาเหตุให้วุ่นเปล่า ๆ "

    "อะไรวะ หล่อออกอย่างนายเนี่ย มีที่นี่ไว้คน มีที่บ้านในจังหวัดไว้คนมันจะเป็นไรวะเพื่อน"

    "ใครมันจะรวดเร็ว ประดุจกามนิตหนุ่ม เหมือนแกหล่ะ ไอ้เสือโหย"

    "เออ เราก็แทบตาย มาหลายรอบแล้วหว่ะ เรื่องนี้หน่ะ"

    "อ้าว ทำไมวะ"

    "ก็เมียเราหน่ะสิ จับได้ว่ามีสาวมาคุยด้วย โห ไม่อยากจะพูดแกเล่นบุกถึงโรงพัก ตบตีเราซะไม่ไว้หน้า
    เฮ้อ สารวัตร จนต้องมาสั่งการ อายเค้าบางเลยเนี่ย"

    " ฮ่า ๆ ๆ เฮ๊ย ๆ เราว่านายหน่ะ ให้มันเบา ๆ หน่อยเรื่องเจ้าชู้เนี่ย"

    "โห หล่ะอย่างท่านอาจารย์กำธร ไม่ได้เจ้าชู้เลยนะ คุยได้คุย หลบได้หลบ ยังดีน๊าที่ลูกสาวคุณพยาบาล
    เธอเป็นคนใจเย็น ไม่เห็นออกฤทธ์ ออกเดช หนำซ้ำยังมีเพื่อนผู้ใจดี คอยรับผิดให้ซะทุกครั้ง ฮ่า ๆ ๆ"

    "เออ เออ นั้นมันตอนเรียน แหม๋"

    "แล้วตอนนี้มันเป็นไงเหรอวะ ชื่อแซ่ก็ขนาดต้องเปลี่ยนเลยเหรอไงวะเพื่อน "

    "ตอนนี้ก็ต้องคิดดี ๆ จะหาเมียมาเป็นคู่ชีวิตหน่ะ มันไม่เหมือนสมัยเรียนหนังสือนะเพื่อน อีกอย่างเราก็โตแล้วแถมตอนนี้ เราก็เป็นครูบา
    อาจารย์ คนเค้านับหน้าถือตา ให้เกียรติ ให้ความเคารพ ก็ต้องรู้จักกรอบกฎิกาในหน้าที่ ความรับผิดขอบหล่ะเพื่อน อีกอย่างเราก็ไม่ใข่
    ว่าโดดเดี่ยว เดียวดาย เพียงใจ เค้าก็รอเราอยู่ที่จังหวัดโน่น คิดเล่น ๆ เหมือนแต่ก่อนนี้คงไม่ได้แล้วแหละเพื่อน"

    "โอ้โห เพื่อนเรา นี่ถ้าไม่คิดว่าแกเป็นเพื่อนนั่งมากับเรา เรานึกว่าเรากำลังรับพราะไปส่งวัดนะเนี่ย ความเจ้าชู้เก่า ๆ เนี่ยมันไม่หลุด
    ออกมาให้เห็นเลยหรือไงวะ"

    "ไม่มีหว่ะเพื่อน"

    "สุดยอดแล้วพ่อคุณ นับถือหว่ะ นับถือ นี่มันก็ไกลหู ไกลตาคนทางในเมืองอยู่โขนะ ไม่เห็นต้องเกรงใจเลยนี่หว่า "
    สถิตพูดแบบออกเสียงเบา ๆ เหมือนหยอกล้ออยู่ในลำคอ

    โป๊กกกกกกก ครูกำธร แท่นกระบานเพื่อนแบบหยอกล้อ

    "ครูบาอาจารย์เว๊ย เพื่อน "

    ........... เขียนไป เขียนมา มันกลายเป็นเรื่องยาว ไปซะแล้วพี่น้อง
    ........... ก็ค่อย ๆ ติดตามกันไปนะครับ เรื่องนี้ มี ผู้หญิง อยู่ด้วยกัน 3 คน
    ........... ไกล้แล้วแหละ แต่ยังไม่ไกล้จบเลย ใจเย็น ๆ คร๊าบบบบบบ ฮ่า ๆ ๆ
    ........... ครูกำธร กับ เพื่อนอีกตอน ก็คงจะจบแล้ว จะได้ไปหาสาวซักที



  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
    แม่ครัวคุ้มบูรพา
    สัญลักษณ์ของ คนงามเมืองโพนทอง
    วันที่สมัคร
    Feb 2009
    กระทู้
    75

    Re: ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

    ได้บรรยากาศบ้านนอกอีหลีจ้าคิดฮอดสมัยเป็นเด็กน้อยนักเรียนกับคิดฮอดสมัยฝึกสอนคัก สู่มื้อนี่บรรยากาศแบบนี้บ่มีอีกแล้วเด้อจ้า

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ แจ่มใสยิ้มสวย
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ที่อยู่
    USA
    กระทู้
    1,014
    บล็อก
    18

    Re: ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

    คุณครู กำธร คงแก่ มากแล้วเนาะตอนนี้ สมัยนี้ ไม่มีกลอนนี้ แล้ว

    เคยท่องตอน ป 4 บรรยากาศ อย่างนี้ เป๊ะเลยค่ะ รีบท่องกลอน สูตรคูณ สวดมนต์ สวัสดี เก็บโต๊ะ กลับบ้าน

    สูตรคูณ ถ้าเผลอ ออก ซอง หนึ่งเป็น ซอง หละไม่ได้กลับบ้านแน่ ต้อง สอง ชัด

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ พิณอิสระ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    ขอนแก่น อุดรธานี และสุรินทร์
    กระทู้
    541

    Re: ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

    บรรยากาศเป็นตาม่วนเนาะอ้าย ผู้ข่าเข้าโรงเรียนมากะจักแม่นหยัง มานี มานะ ชูใจ ปีติ เจ้าแก่.......บ่มีคือว่านี้ จั่งแม่นเสียดายเนาะ

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    Re: ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

    อาจารย์คะ เล่นมีบทอาขยานด้วย

    สุดยอดอีหลีน้อจ้า

  6. #6
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ แจ่มใสยิ้มสวย
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ที่อยู่
    USA
    กระทู้
    1,014
    บล็อก
    18

    Re: ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

    รออ่านตอนที่ 7 อยู่จ้า รีบปั่นต้นฉบับหน่อยนะ

  7. #7
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ nuzing
    วันที่สมัคร
    May 2007
    ที่อยู่
    ตกฟากอยู่อุบล เป็นคนชราบางแคแล้ว
    กระทู้
    2,550
    บล็อก
    5

    Re: ...ความรักของครูบ้านนอก ตอน 6 ...

    ฮ่วย....พระเอกกับนางเอกคือบ่มาสุยกันพอให้ดีใจแหน่...จบบ่ดีสินำตีหัวฮอดอำเภอเขื่องเด้อ ::)


Tags for this Thread