กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

วิธีคิดไม่ให้หวั่นไหวกับคำนินทาว่าร้าย

  1. #1

    ฟังเพลงที่เล่นด้วยแฟลท วิธีคิดไม่ให้หวั่นไหวกับคำนินทาว่าร้าย


    คำสอนของหลวงตา

    ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
    จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า “ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
    แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ”

    หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า “เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน
    คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
    คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
    คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ “

    ลูกศิษย์หยุดร้องไห้นิ่งฟังหลวงตา

    “คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
    คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
    บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย
    เป็นดารา ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน
    เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ
    ”



    “มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น
    บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย
    เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
    แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์
    จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น
    มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้”



    “อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี ทั้งที่ศพนั้นถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
    บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร”

    “สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวชเคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีผัวแล้ว เพราะเห็นว่าบ้านเป็นซอยเปลี่ยว
    ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง ชาวบ้านซุบซิบนินทา หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน


    คนที่เห็นนั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า
    ไร้วิจารณญาน ใจแคบ มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง
    คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม

    เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี
    ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
    เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
    นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล”



    “แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ “ ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา


    “เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใตมนุษย์
    เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ เราห้ามใจใครไม่ได้
    สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
    เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง
    ใจเราควรสงบนิ่ง ยังไม่ต้องชำระ
    ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
    เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไปเข้าใจใช่ไหม”



    “เข้าใจครับหลวงตา” เด็กน้อยยิ้มมีความสุขอีกครั้ง


    ที่มา : www.budpage.com


  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    Re: วิธีคิดไม่ให้หวั่นไหวกับคำนินทาว่าร้าย

    ขอบคุณมากนะคะ สำหรับสาระดีๆ ที่มอบให้แก่กันและกันค่ะ