กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

พระสุธน- มโนห์รา

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    พระสุธน- มโนห์รา


    พระสุธน- มโนห์รา


    วรรณกรรมสมัยอยุธยาที่สำคัญ
    อีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมกันมาก ในสมัยอยุธยาและไม่ทราบผู้แต่ง
    ได้แก่ เรื่องพระสุธน ซึ่งได้นำเค้าเรื่องเดิมมาจาก ปัญญาสชาดก
    ที่เรียกว่า "สุธนชาดก" และได้นำมาทำเป็นบทละคร
    เรื่องนางมโนห์รา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย



    [yflash]http://www.youtube.com/v/3uYyJHM1G2I&hl=en&fs=1[/yflash]



    ตำนานพระสุธน-มโนห์รา เรื่องย่อ


    พระเจ้าอาทิตยวงศ์ กษัตริย์แห่งเมืองปัญจาลนคร พระมเหสีชื่อ
    พระนางจันทราเทวี ต่อมาพระมเหสึประสูติพระราชโอรส
    ก็บังเกิดขุมทองสี่ขุมขึ้นที่มุมปราสาทสี่มุม พระเจ้าอาทิตยวงศ์จึง
    ประทานนามว่า " พระสุธน " (แปลว่ามีทรัพย์ประเสริฐ-มีทรัพย์มาก)
    บ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรืองเป็นอันมาก พระสุธนราชกุมารก็ศึกษาวิชาการ
    มีฝีมือทางการยิงธนู


    วันหนึ่งนายพรานบุณฑริกชาวเมืองปัญจาลนครเข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึก
    พบกลุ่มนางกินนรพี่น้องเจ็ดตนมาเล่นน้ำที่สระอโนดาต
    นายพรานแอบเก็บปีกหางของนางกินนรไว้ชุดหนึ่ง เมื่อนางกินนรทั้งเจ็ด
    เมื่อเล่นน้ำเสร็จก็กลับขึ้นมาใส่ปีกใส่หาง นางมโนห์ราน้องสาว
    คนสุดท้องหาปีกหาหางของตนไม่พบจึงไม่สามารถบินกลับได้ พี่ ๆ
    ทั้งหกก็จำต้องทิ้งนางไป


    พรานบุณฑริกจึงนำบ่วงมาคล้องนางไปและนำไปถวายพระสุธน
    พระสุธนยินดีมากจึงประทานทองคำและแก้วแหวนเงินทองให้แก่
    นายพราน พระเจ้าอาทิตยวงศ์และนางจันทราเทวีก็จัดงานอภิเษกสมรส
    พระสุธนกับนางมโนห์รา


    ต่อมามีข้าศึกยกมาตีเมืองปลายเขตแดน พระสุธนจึงต้องยกทัพไปปราบ
    พราหมณ์ปุโรหิตผู้หนึ่งซึ่งเคยคุ่นเคืองใจกับพระสุธนก็แกล้งเพ็ดทูล
    พระเจ้าอาทิตยวงศ์ว่านางมโนห์ราเป็นกาลกิณี ควรจะจัดบูชายัญ
    เพื่อให้บ้านเมืองเป็นสุข พระเจ้าอาทิตยวงศ์ไม่เต็มพระทัย เพราะทรงทราบ
    ว่าดีนางมโนห์ราเป็นที่รักอย่างยิ่งของพระสุธน แต่ขัดข้อเสนอแนะของ
    เสนาอำมาตย์ไม่ได้ จึงจำพระทัยจัดพิธีบูชายัญ นางมโนห์ราเมื่อทราบก็
    ยินยอมให้ฆ่าบูชายัญ แต่ขอปีกขอหางมาประดับเพื่อร่ายรำบูชา
    พระนางจันทราเทวีก็รีบนำปีกและหางของนางกินนรซึ่งพระสุธนฝากไว้มาให้
    นางมโนห์ราร่ายรำแล้วบินหนีบินกลับไปยังเขาไกรลาสถิ่นที่อยู่


    ระหว่างทางนางได้แวะมากราบพระฤๅษีกัสสปในป่า และฝากผ้ากัมพล
    และพระธำมรงค์ไว้ให้พระสุธน และได้ฝากความไปถึงพระสุธนว่า
    ไม่ควรตามนางไปเพราะหนทางยากลำบากมาก แต่ถ้าพระสุธนยังดื้อดึง
    ที่จะไปก็ขอให้มอบยาผงนี้ให้แก่พระสุธน และให้บอกวิธีการติดตาม
    ไปอย่างปลอดภัยให้ไว้ดังนี้


    1. ถ้าพระสุธนเดินทางไปถึงป่าไม้มีพิษให้จับลูกลิงไปตัวหนึ่ง
    เมื่อจะเสวยผลไม้ใดต้องปล่อยให้ลูกลิงกินก่อนแล้วจึงเสวย

    2. เมื่อถึงป่าหวายใหญ่ ให้เอาผ้ากัมพลคลุมตัวให้แน่น นกหัสดีลิงค์จะเข้าใจว่า
    เป็นเนื้อกวางก็จะโฉบลงมาคาบตัวไป พอถึงรังนกก็ให้ตบมือ นกตกใจบินหนีไป

    3. ถ้าพระสุธนเดินทางต่อไป พบพญาช้างสองตัวต่อสู้กันขวางทางอยู่
    ให้เอายาผงทาทั่วตัว แล้วเดินลอดไประหว่างขาช้าง


    4. เมื่อเดินทางต่อไปจะพบภูเขาชนกัน ก็ให้ใช้ยาผงทาตัวแล้วเดินไป
    ระหว่างช่องเขา


    5. เดินทางต่อไปจะพบยักษ์สูงเจ็ดชั่วลำตาลยืนขวางทางให้ใช้ยาผงโรยลูกศรแล้ว
    ยิงให้ถูกอกยักษ์ เมื่อยักษ์ล้มให้เดินไปทางหัวของยักษ์ ต่อไปจนถึงป่าทึบไม่มี
    ทางออก ให้ขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในรังนกยักษ์ และเมื่อนกยักษ์บินออกหากินก็ให้
    ซ่อนตัวอยู่ในปีกของนก พอนกลงหากินก็รีบลงเพราะที่นั่นจะเป็นเขาไกรลาส


    แล้วนางมโนห์ราก็กราบลาพระฤษีบินกลับไปยังเขาไกรลาส
    ท้าวทุมราชบิดาของนางถึงแม้จะยินดีที่นางกลับมาแต่เนื่องจากนางไปอยู่
    โลกมนุษย์เป็นเวลานาน จึงให้นางอยู่ในปราสาทแยกไปต่างหาก
    และเมื่อครบเจ็ดวันตามเวลาของเขาไกรลาสก็จะทำพิธีมงคลชำระสระสรง
    เพื่อให้นางมดกลิ่นสาบของมนุษย์


    ฝ่ายพระสุธนเมื่อกลับพระนคร พอรู้ว่านางมโนห์ราบินหนีไปแล้วก็เสียพระทัยมาก
    รีบทูลลาพระราชบิดาและพระราชมารดาเพื่อติดตามนางมโนห์รา พระสุธนเดินทาง
    ไปพบพระฤๅษีกัสสปและได้ทราบความที่นางฝากไว้


    พระสุธนมิได้ย่อท้อ ออกเดินทางและปฎิบัติตามที่นางบอกไว้ทุกประการ
    พระสุธนเดินทางเช่นนี้เป็นเวลาถึงเจ็ดปี เจ็ดเดือน เจ็ดวัน พอถึงวันที่เจ็ด
    ก็มาถึงเขาไกรลาส พระสุธนจึงซ่อนตัวอยู่ที่ใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ ไม่ช้าก็มีนางกินรี
    บริวารถือหม้อทองคำมาตักน้ำที่สระ พอถึงคนสุดท้ายพระสุธนก็บันดาล
    ให้นางยกหม้อทองคำไม่ขึ้น แล้วออกมาช่วยยกให้และได้แอบใส่พระธำรงค์
    ลงในหม้อน้ำนั้น

    เมื่อนางกินรีบริวารสรงน้ำให้นางมโนห์ราถึงนางกินรีคนสุดท้ายรดน้ำเหนือศีรษะ
    นางมโนห์รา พระธำรงค์ก็หล่นลงมากับสายน้ำ นางมโนห์รายกมือขึ้นลูบหน้า
    แหวนธำรงค์ก็สวมเข้าที่นิ้วก้อยพอดี นางทราบทันทีว่าพระสุธนตามมาถึงแล้ว
    จึงให้นางกินรีดูแลพระสุธน และส่งเครื่องนุ่งห่มและเครื่องประดับไปให้
    แล้วนางมโนห์ราก็นำความทูลพระบิดาและพระมารดา ท้าวทุมราชจึงให้
    พระสุธนมาเข้าเฝ้าและให้แสดงฝีมือยิงธนู ซึ่งเป็นที่ถูกพระทัยท้าวทุมราช
    แต่ก็ยังมีการทดสอบอีกขั้นหนึ่ง โดยให้พระธิดาทั้งเจ็ดพระองค์แต่งกายงดงาม
    เหมือนกันและมานั่งสลับกันอยู่ ท้าวทุมราชให้พระสุธนชี้นางมโนห์ราให้ถูกต้อง
    ธิดาทั้งเจ็ดองค์เหมือนกันมากจนยากที่จะชี้ตัวได้ พระสุธนจึงตั้งสัจจาธิษฐานว่า
    ถ้าในชาติก่อนไม่เคยคบหากับภรรยาของผู้อื่นมีจิตใจมั่นคงที่นางคนเดียวแล้ว
    ขอให้จำนางได้ พระอินทร์จึงแปลงกายเป็นแมลงวันทองบินรอบศีรษะนางมโนห์รา


    พระสุธนก็ชี้นางมโนห์ราได้ถูก ท้าวทุมราชมีความยินดีจัดงานอภิเษก
    พระสุธนกับนางมโนห์รา แล้วพระสุธนก็ขอลาท้าวทุมราชพานางมโนห์รา
    กลับไปเมืองปัญจาลนคร พระอาทิตยวงศ์ดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
    จัดการตกแต่งพระนคร และทำการอภิเษกพระสุธนกับนางมโนห์รา
    ให้ครองราชสมบัติเมืองปัญจาลนคร สืบต่อไป.





  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23

    Re: พระสุธน- มโนห์รา

    เป็นภาคต่อของเรื่อง นางสิบสองค่ะ ..ที่พระรถเสน..ไปหลอกเอาดวงตาของแม่และป้าทั้งสิบสองคนกับนางเมรี โดยนางก็แต่งงานและหลงรักพระรถเสนอย่างสุดหัวใจ สุดท้ายพระรถเสนได้หลอกให้นางดื่มเหล้าจนเมามาย(ดั่งที่มีคนใช้เปรียบชื่อนางเมรีว่า ขี้เมา จริงๆแล้วนางเป็นหญิงที่ดี ซื่อสัตย์และรักสามีเป็นที่สุด จึงยอมดื่มเหล้าที่สามีเป็นคนขะยั้นขะยอ อิอิ..กลับไปที่นางเมรีต่อค่ะ..)
    ..จากนั้นพระรถเสนก็ขโมยดวงตาหนีนางมา แต่แล้วนางก็ติดตามสามีมาจนถึงที่สุด และสุดท้ายไม่สามารถติดตามต่อไปได้ด้วยเพราะมนต์ของสามี นางร้องไห้เสียใจจนขาดใจตาย ก่อนตายได้อธิฐานว่า..ชาตินี้น้องตามพี่มา..ชาติหน้าขอให้พี่ญาตามน้องไป.. จึงเกิดเป็นภาคต่อของ พระสุธน มโนราห์ค่ะ.. อิอิ..


Tags for this Thread