กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

จอห์น เอฟ. เคนเนดี

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ จอห์น เอฟ. เคนเนดี


    จอห์น เอฟ. เคนเนดี



    จอห์น เอฟ. เคนเนดี
    (29 พฤษภาคม ค.ศ. 1917 ? 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963)


    จงอย่าถามว่าประเทศชาติจะให้อะไรแก่ท่าน แต่จงถามตัวท่านเองว่าท่านจะทำอะไรให้ประเทศชาติ" จอห์น เอฟ. เคนเนดี้-John Fitzgerald Kennedy หรือ เจเอฟเค ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา



    เกิดเมื่อ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1917 ที่เมืองบรูกลิน รัฐแมสซาชูเซตส์ อยู่ที่นั่นถึง 10 ขวบ ครอบครัวก็ย้ายเข้านิวยอร์ก เป็นคริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก ลูกคนที่ 2 ในจำนวน 9 คนของโจเซฟ แพทริก เคนเนดี คหบดีใหญ่อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหราชอาณาจักร
    จากโรงเรียนมัธยมในรัฐคอนเนตทิคัต เรียนต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าหน่วยนาวิกโยธิน รับเหรียญกล้าหาญจากวีรกรรมช่วยเพื่อนทหารให้รอดชีวิตจากเหตุเรืออับปางด้วยข้าศึกโจมตี เขาว่ายน้ำพยุงร่างเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บไปโดยไม่ทอดทิ้ง

    ลงสนามการเมืองได้เป็นวุฒิสมาชิกรัฐบ้านเกิด จากนั้นเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ค.ศ. 1960 สหรัฐอเมริกาได้ประธานาธิบดีที่หนุ่มที่สุดเพียง 43 ปี และเป็นคริสตังคนแรกที่ดำรงตำแหน่งยิ่งใหญ่นี้ เจเอฟเคบริหารประเทศด้วยพลังหนุ่ม (เป็นคำหนึ่งที่เขาชอบมาก) และมองโลกในแง่ดี

    วันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1961 เขาแถลงต่อสภาคองเกรสว่าอเมริกากำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่ธรรมดา ให้สภาอนุมัติงบประมาณเพื่อจุดมุ่งหมายของชาติคือ การส่งมนุษย์ไปลงบนดวงจันทร์ และเดินทางกลับอย่างปลอดภัย

    ด้านการต่างประเทศ เคนเนดี ยุติวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทางการเมืองด้วยการยื่นคำขาดให้สหภาพโซเวียตถอนฐานยิงขีปนาวุธในประเทศคิวบา ความสำเร็จอีกประการหนึ่งคือ สนธิสัญญาระหว่างประเทศในการห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตามนโยบายที่ผิดพลาดก็มีเช่นกัน การให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เวียดนามใต้ เป็นจุดเริ่มต้นสงครามเวียดนามที่โหดร้ายรุนแรง

    แรกทีเดียวประธานาธิบดีเชื่อข้อมูลฝ่ายทหารและนักค้าอาวุธสงคราม ว่าสหรัฐจะสามารถชนะกองกำลังคอมมิวนิสต์ในเวียดนามได้ไม่ยาก เพราะแสนยานุภาพทางทหารเหนือกว่า เฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังทางอากาศที่ใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นหลัก แต่นั่นไม่จริง สงครามเวียดนามยืดเยื้อ ทหารอเมริกันเข้าสมรภูมิเป็นจำนวนมหาศาล ความสูญเสียเกินบรรยาย ช่วงเวลาที่จะหมดวาระ เตรียมชิงเก้าอี้ผู้นำสมัยที่ 2 เขาตัดสินใจใช้การเจรจาทางการทูตยุติสงคราม

    แต่จากนั้นไม่นานเคนเนดีก็ถูกยิงเสียชีวิตที่เมืองแดลลัส รัฐเทกซัส ในเหตุการณ์การลอบสังหารฯ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 ประวัติศาสตร์บันทึกถึงประธานาธิบดีผู้มีอายุน้อยที่สุดของสหรัฐอเมริกา ผู้มีผลงานโดดเด่นมากมายท่ามกลางวิกฤตการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รอยต่อของยุคก้าวสู่สงครามเย็น




  2. #2
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"


    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"



    ยังคงเป็นความลับดำมืดอยู่แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 40 ปีแล้วก็ตาม หลักฐานที่ได้จากฟิล์มภาพยนตร์และรูปถ่ายในวันเกิดเหตุแสดงให้เห็นถึงชายลึกลับ 2 คนที่อยู่ใกล้กับเคนเนดี้ มากที่สุดในวินาทีที่เขาถูกยิงแต่กลับดูเหมือนว่าชายทั้ง 2 จะไม่มีตัวตน!

    วันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1963 ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ได้เดินทางไปยังเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสตามกำหนดการเดินสายหาเสียงในรัฐต่างๆ ทางใต้ เพื่อเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสมัยที่ 2 ของเขา

    เวลา 11:40 น. ประชาชนชาวดัลลัสต่างต้อนรับการเดินทางมาของเคนเนดี้และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างอบอุ่น ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส จอห์น คอนเนลลีย์ และภรรยานั่งในรถลิมูซีน คันเดียวกับท่านประธานาธิบดีเพื่อเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองเมื่อขบวนรถได้เคลื่อนมาถึง เดลีย์พลาซา

  3. #3
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"2

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"2


    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"2


    ณ เวลา 12:30 น. ก็เลี้ยวขวาจากถนนเมน เข้าถนนฮิวส์ตัน เพื่อที่เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเอล์ม
    ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารเก็บหนังสือโรงเรียนเท็กซัส (Texas School Book Depository)ทันทีที่รถคันที่เคนเนดี้นั่งแล่นผ่านป้ายบอกชื่อถนนทางด่วนสเตมมอนส์ ที่อยู่ข้างหน้าภรรยาของผู้ว่าจอห์นก็ได้ยินเสียงปืน เธอจึงเหลี่ยวหลังไปมองเคนเนดี้ที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถเธอเห็นท่านประธานาธิบดีเอามือกุมที่คอ วินาทีถัดมาผู้ว่าฯ จอห์นก็รู้สึกปวดที่ด้านหลังเขารู้ทันทีว่าเขาถูกยิงไม่กี่วินาทีต่อมาผู้ว่าจอห์น ก็ได้ยินเสียงปืนนัดที่ 3 ภรรยาของท่านประธานาธิบดียังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
    เธอคิดว่าเป็นเสียงประทัดหรือดอกไม้ไฟที่ประชาชนจุดต้อนรับขบวน แต่เมื่อเธอหันหน้ามามองสามีเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอก็ต้องตกใจที่เห็นท่านประธานาธิบดีถูกยิงเข้าที่ศรีษะ มันเป็นกระสุนนัดสุดท้ายที่สังหารเคนเนดี้เมื่อประชาชนที่คอยเฝ้าต้อนรับรถขบวนอยู่ 2 ข้างทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างก็แตกตื่นพากันนอนราบลงกับพื้นหรือไม่ก็วิ่งหนีออกไปจากบริเวณนั้น เพื่อหลบลูกกระสุนที่อาจเกิดการยิงขึ้นมาอีก ยกเว้นคน 2 คน!

  4. #4
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"3

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"3

    ปริศนาคนถือร่ม



    จากการวิเคราะห์ฟิล์มภาพยนตร์ขนาด 8 มม. ที่ถ่ายโดย อับราฮัม แชพรูเตอร์และภาพถ่ายจากกล้องของผู้อื่นที่อยู่ในเหตุการณ์ ประกอบกับคำให้การของพยานขณะที่ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ถูกลอบสังหารนั้นแสดงให้เห็นสิ่งผิดปรกติที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้นมากมาย ภาพถ่ายจากพยานที่ยืนอยู่ริมถนนตรงกันข้ามกับป้ายบอกชื่อถนนทางด่วนเสตมมอนส์ จับภาพชาย 2 คนนั่งอยู่ริมถนนบริเวณป้ายนั้นซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้กับประธานาธิบดีมากที่สุด ชายทั้ง 2 ดูเหมือนเป็นเพียงประชาชนธรรมดาๆ ที่มาต้อนรับประธานาธิบดีในดวงใจของพวกเขาเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่นั้น แต่เมื่อรถของประธานาธิบดีแล่นมาถึงหนึ่งในนั้นก็ลุกขึ้นยืนกางร่มที่มันน่าแปลกก็เพราะว่าวันนั้นเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ไม่มีเค้าว่าจะมีฝนหรือแดดก็ไม่จัด ที่สำคัญคือชายคนนั้นเป็นเพียงคนเดียวที่กางร่มในที่เกิดเหตุ เขากางร่มออกเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็หุบมันลงในขณะที่ชายคนที่นั่งข้างๆ เขาลุกขึ้นยืนโบกมือ และวินาทีเดียวกันนั้นเองเสียงปืนก็ดังขึ้น!สิ้นเสียงปืนความโกลาหลก็บังเกิดขึ้น ฝูงชนแตกตื่นไปคนละทิศละทาง ยกเว้นชาย 2 คนนี้ที่ทรุดตัวนั่งลงที่เดิม หนึ่งในนั้นหยิบวัตถุบางอย่างที่มีเสาอากาศออกมา เขาจ่อมันที่ปากเหมือนกับว่าเขากำลังพูดวิทยุรับ-ส่ง จากนั้นชายทั้ง 2 ก็แยกย้ายกันไปคนละทาง ชายที่ถือร่มเดินไปทางอาคารเก็บหนังสือโรงเรียนส่วนอีกคนเดินไปทางถนนลอดใต้ทางด่วน
    "ชายผิวคล้ำ" (Dark complected Man) หยิบวัตถุบางอย่างที่มีเสาอากาศมาจ่อที่ปากหลังจากที่เคนเนดี้ถูกยิงหลังจากที่เคนเนดี้ถูกยิง เขาก็ลุกขึ้นยืนเอาวิทยุเหน็บหลังแล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

  5. #5
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"4

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"4


    สัญญาณมรณะ


    เป็นไปได้ไหมว่า ชายทั้ง 2 คนกำลังส่งสัญญาณให้กับมือปืนที่ซุ่มรออยู่ เพื่อบอกให้เริ่มปฏิบัติการได้ที่ต้องให้สัญญาณก็เพราะมือปืนไม่ได้มีแค่คนเดียวอย่างที่เอฟบีไอ ได้ทำสรุปสำนวนการสืบสวนเป็นที่แน่นอนว่าเมื่อเสียงปืนดังขึ้น ความโกลาหลย่อมเกิดขึ้น หน่วยรักษาความปลอดภัยและ "เหยื่อ" จะต้องรู้ตัวดังนั้นเพื่อให้ปฏิบัติการสัมฤทธิ์ผล ปืนอย่างน้อย 3 กระบอกจะต้องถูกยิงในเวลาเดียวกันจากมุมต่างๆหลังจากนั้นชายทั้ง 2 จะหยุดดูผลงาน แจ้งข่าวและหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    มีผู้ตั้งข้อสังเกตุว่า สัญญาณ "ร่ม" อาจเป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายถึงปฏิบัติการส่งกองกำลังสนับสนุนทางอากาศ

    เวลาประมาณ 13:15 น. จอห์นนี่ เคลวิน บรูเวอร์ (Johny Calvin Brewer)พนักงานขายรองเท้าร้านฮาร์ดี้ แจ้งตำรวจว่าเขาเห็นคนยิงตำรวจเสียชีวิตที่บริเวณหัวมุมถนน 10 กับแพตตันขณะนี้ฆาตกรได้หลบหนีเข้าไปในโรงหนังเท็กซัส
    เมื่อได้รับแจ้งความ ตำรวจก็รุดมายังโรงหนังเท็กซัสทันที พวกเขามาถึงเมื่อเวลาประมาณ 13:50 น.และตรงเข้าไปจับคนร้ายได้โดยละม่อม
    ฆาตกรคนนี้ทราบชื่อภายหลังว่า ลี ฮาร์วี ออสวอลด์ ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นมือสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี้ที่ดีเลย์พลาซ่าจากการค้นตัวเจ้าหน้าที่ก็พบบัตรประจำตัวปลอมของ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Selective Service System)ที่ใช้ชื่อว่า อเล็ก เจมส์ ไฮเดลล์ (Alek James Hidell)

  6. #6
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"5

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"5



    ร่มเป็นอาวุธลับ


    โรเบิร์ท คัทเลอร์ นักวิจัยที่มีชื่อเสียงได้ตั้งข้อสังเกตุว่า "ร่ม" อาจเป็นปืนยิงลูกดอก ซึ่งทฤษฏีนี้ได้รับการยืนยันว่ามีความเป็นไปได้ เนื่องจากในปี ค.ศ. 1975 นักวิจัยทางด้านอาวุธของ ซีไอเอ ผู้หนึ่งได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนว่าในปี ค.ศ. 1963 ซีไอเอ ได้สั่งผลิตอาวุธลับปืนยิงลูกดอกที่เป็นรูปร่มจำนวน 50 กระบอกลูกดอกจะถูกยิงอย่างเงียบๆ ออกมาจากก้านร่มขณะที่ผู้ถือกางร่มออก

    โรเบิร์ท ยังได้ให้ความเห็นอีกว่า รอยบาดแผลที่คอของประธานาธิบดีเคนเนดี้ นั้นอาจเป็นบาดแผลที่เกิดจากกระสุนลูกดอก แต่มันถูก "ตกแต่ง" เสียใหม่ระหว่างที่มีการชันสูตรศพ
    และเจ้าลูกดอกอาบยาพิษนี่เองที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านประธานาธิบดีไม่แสดงอาการตอบสนองและนั่งเป็น "เป้านิ่ง" ขณะที่เสียงปืนดัง

    ข้อสังเกตทั้งหลายที่กล่าวมานี้ยังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะยืนยันได้ว่าถูกต้อง ดูเหมือนทฤษฏีกางร่มเป็นสัญญาณนั้นจะฟังดูเป็นไปได้มาก แต่คำตอบที่ดีที่สุดก็คือ การนำเอาตัวชายลึกลับทั้ง 2 คนมาสอบสวนปากคำ แต่ว่าจะหาตัวพวกเขาได้ที่ไหน?

  7. #7
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ auddy228
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    ที่อยู่
    THAILAND
    กระทู้
    1,197
    บล็อก
    1

    สว่างใจ ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"6

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"6

    ปริศนาคดีลอบสังหาร "เคนเนดี้"6


    หลักฐานชิ้นแรก


    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นทั่วทั้งบริเวณทางรถไฟที่อยู่ด้านหลังของดีเลย์พลาซ่า ด้านหลังของรั้วไม้ที่อยู่ทางตอนเหนือของถนนเอล์ม ที่ภายหลังถูกเรียกว่าเนินหญ้า (Grassy Noll)แต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรจนกระทั่งเวลา 13:12 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นในอาคารเก็บหนังสือ
    โรงเรียนเท็กซัส
    พวกเขาก็พบปลอกกระสุนปืนไรเฟิลที่ยิงแล้วจำนวน 3 ปลอกที่ชั้น 6 ของอาคารหลังนี้
    อีก 10 นาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบปืนไรเฟิล ซุกอยู่ในซอกที่มีกล่องบังอยู่ที่บริเวณชั้น 6 ของอาคารเช่นกันจากการตรวจลายนิ้วมือในภายหลังพบว่าลายนิ้วมือที่อยู่บนกล่องนั้นตรงกับลายนิ้วมือของ ลี ฮาร์วี ออสวอลด์(Lee Harvey Oswald)

    หลักฐานมัดตัว
    จากการสอบสวนของเอฟบีไอ พบหลักฐานมัดตัว ลี ฮาร์วี ออสวอลด์ แน่นหนาชนิดดิ้นยังไงก็ไม่หลุดประวัติเขาพัวพันกับเคจีบี รัสเซีย และคิวบา
    วันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1963 ออสวอลด์ เคยถูกจับที่นิวออร์ลีนส์ในข้อหาทะเลาะวิวาทหลังจากมีปากมีเสียงกับชาวคิวบา 3 คนที่พยายามจะให้เขาหยุดแจกใบปลิวต่อต้านรัฐบาลสหรัฐในการแทรกแซงการเมืองคิวบาย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1959 ออสวอลด์ ได้เดินทางไปที่มอสโคว์ ประเทศรัสเซียและได้อาศัยอยู่ที่นั่นจนกระทั่งวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1960 ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมินส์ก
    (สมัยนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) และที่นี่เองเขาก็มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เคจีบี และที่นี่ออสวอลด์ ก็รู้จักกับหญิงสาวชาวรัสเซียที่ชื่อ มารีน่า นิโคลาเยฟนา พรูซาโคว่า (Marina Nikolaevna Prusakova) ทั้งคู่แต่งงานกัน เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1961 ออสวอลด์และภรรยาเดินทางกลับมาสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1962 เขาอาศัยอยู่ที่เมืองฟอร์ทเวิร์ทในรัฐเท็กซัส จากนั้นเขาก็เริ่มหางานทำ เขาย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ และเปลี่ยนงานบ่อย จนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1963 เขาก็ได้งานที่อาคารเก็บหนังสือโรงเรียนเท็กซัส ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกระบุว่าเขาใช้เป็นที่ซุ่มยิง (Snipers Nest) ประธานาธิบดีเคนเนดี้


Tags for this Thread