กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

เชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินัม ในหน่อไม้ปี๊บ

  1. #1

    เชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินัม ในหน่อไม้ปี๊บ


    เชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินัม ในหน่อไม้ปี๊บ

    กรณีชาวบ้านกินหน่อไม้ปี๊บ ที่นำมาทำเป็นอาหารกลางวันเลี้ยงผู้ไปร่วมงานจนเกิดมีอาการปวดท้องคลื่นไส้อาเจียน หายใจติดขัด
    นำส่งโรงพยาบาลจำนวนมาก โดยผู้ป่วยบางรายอาการหนักมาก ต้องได้รับการรักษาในห้องไอซียู เพื่อทำการบำบัดเยียวยาช่วยชีวิตอย่างเต็มที่
    พบว่าสาเหตุของการป่วยเกิดมาจากการกินหน่อไม้อัดปี๊บที่มีเชื้อคลอสตริเดียมบูโทลินัม (Clostridium botulinum)

    หากกรรมวิธีการผลิตไม่สะอาดพอ ผู้บริโภคจะได้รับเชื้อและปรากฏอาการขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว
    ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพิษของเชื้อโรคจะทำลายระบบประสาทและกล้ามเนื้อ


    คลอสตริเดียม บูโทลินัม

    สำหรับเชื้อคลอสตริเดียมบูโทลินัมเป็นเชื้อแบคทีเรียที่สร้างสปอร์และเจริญได้ในสภาวะไม่มีออกซิเจน มีรูปร่างเป็นท่อน ติดสีแกรมบวก
    สร้างสปอร์รูปไข่อยู่ค่อนทางปลายเซลล์ เจริญได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 25-40 องศาเซลเซียสในสภาวะไม่มีออกซิเจน
    จากการย้อมสีพบว่าเป็นชนิดแกรมบวกทรงแท่ง รูปร่างตรงหรือโค้งเล็กน้อย เคลื่อนไหวได้ความกว้าง 0.5-2.0 ไมครอน
    ความยาว 1.6-22.0 ไมครอน ลักษณะเฉพาะคือพบสปอร์ทรงรีที่ส่วนท้ายใกล้ปลายเซลล์

    มักพบในอาหารบรรจุปี๊บ อาหารกระป๋อง เนื่องจากเป็นแบคทีเรียที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องชนิดที่มีความเป็นกรดต่ำ
    เช่น อาหารหมักดองกระป๋อง ผักผลไม้กระป๋อง และไส้กรอก เป็นต้น

    โดยทั่วไปพบเชื้อนี้ได้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ ผัก เนื้อ นม ลำไส้ของปลา และสัตว์ทะเลอื่นๆ
    อาหารที่อยู่ในสภาพไร้ออกซิเจนและผ่านความร้อนไม่เพียงพอ เชื้อสามารถที่จะสร้างเกราะหุ้มเซลล์ที่เรียกว่า สปอร์

    ซึ่งอาจปนเปื้อนในกรรมวิธีการผลิต การเก็บเกี่ยว หรือ ขั้นตอน การทำลายเชื้อเพื่อประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนไม่เพียงพอ
    สปอร์จะเจริญกลายเป็นเซลล์ มีการเพิ่มจำนวนและสร้างสารพิษได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
    เชื้อจะเพิ่มจำนวนเป็นสองเท่าทุกๆ 20-30 นาที โดยเพิ่มจาก 1 เซลล์เป็น 2 เซลล์
    ดังนั้นถ้าอาหารมีเชื้อปนเปื้อนเพียง 1 เซลล์ ภายในเวลา 10 ชั่วโมง เชื้อจะมีจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านเซลล์


    เชื้อคลอสตริเดียมบูโทลินัมชนิดต่างๆ

    เชื้อคลอสตริเดียมบูโทลินัม พบได้ในดินและแหล่งน้ำทั่วโลก
    มีทั้งหมด 7 ชนิด C. botulinum (A-G) ชนิดที่ร้ายแรงคือ types A, B, และ E
    สปอร์ของเชื้อนี้พบกระจายได้ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนผิวดิน ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อไม่มีแรง
    อ่อนเปลี้ย อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยมีอาการหายใจไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อได้รับสารพิษชนิดนี้ จะเริ่มมีอาการเสียงเปลี่ยน
    กลืนลำบากและแขนขาอ่อนแรง ในปริมาณที่ใช้ในการทำสงครามชีวภาพอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
    แตกต่างจากการได้รับเชื้อจากธรรมชาติ เช่น ที่เกิดจากการกินอาหารทีปนเปื้อนเชื้อ เป็นต้น

    โดยทั่วไปเชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินัมจะอยู่ตามดินและปนเปื้อนอาหารเข้าไป อีกส่วนหนึ่งพบได้ในบาดแผล
    เชื้อคลอสตริเดียมนี้จะตายเมื่อถูกความร้อนในน้ำเดือด 100 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีขึ้นไป
    หากกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจะมีผลต่อระบบประสาท ทำให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อสูญเสียไป
    มีอาการตาพร่ามัว หนังตาตก ลืมตาไม่ขึ้น ตากระตุก กลืนลำบาก แขนขาอ่อนแรง
    หากเป็นที่กล้ามเนื้อกระบังลมซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบหายใจจะทำให้เกิดภาวะการหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้
    หากนำมาใช้ในสงคราม ผู้ที่ได้รับสารพิษชนิดนี้จะเสียชีวิตด้วยอาการหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว
    การทดลองในห้องปฎิบัติการพบว่าเมื่อให้สัตว์ทดลองสูดดมสปอร์สารพิษของเชื้อนี้ อาการทางระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นทันทีทันใด
    และอาจเกิดผลในเวลาต่อมาได้อีกด้วย


    อันตรายจากสารพิษ

    การสร้างสารพิษของเชื้อคลอสตริเดียม บูโทลินัม มีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนปลาย
    โดยสารพิษจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตและไปสู่เซลล์ของระบบประสาทส่วนกลาง
    สารพิษออกฤทธิ์ที่ส่วนเชื่อมต่อระหว่างปลายประสาทกับกล้ามเนื้อ โดยจะไปสกัดการหลั่งสารสื่อประสาทชนิดอะซิทิลโคลีน
    หรือขัดขวางการสร้างอะซิทิลโคลีน ทำให้กระแสประสาทไม่สามารถผ่านจากประสาทสู่กล้ามเนื้อได้
    จึงเกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เป็นสาเหตุของการเกิดอัมพาต
    ถ้าเกิดอัมพาตของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจส่งผลทำให้ระบบการหายใจล้มเหลวซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้


    หน่อไม้อัดปี๊บ

    สำหรับหน่อไม้อัดปี๊บที่พบการปนเปื้อนของสารพิษต่อระบบประสาท คาดว่าสาเหตุมาจากหน่อไม้ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ
    อาจมีการปนเปื้อนด้วยสปอร์ของเชื้อคลอสตริเดียมบูโทลินัม
    ซึ่งในขั้นตอนการผลิตอาจให้ความร้อนที่ไม่ทั่วถึงทำให้ไม่สามารถทำลายสปอร์ของเชื้อได้
    การต้มในขณะผลิตจะช่วยไล่ออกซิเจนออกจากปี๊บ หลังจากทำการปิดปี๊บจะทำให้ สภาวะภายในปี๊บอยู่ในสภาพไร้ออกซิเจน
    จึงเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสปอร์และกลายเป็นเซลล์ที่มีชีวิตสร้างสารพิษต่อระบบประสาทปนเปื้อนในหน่อไม้นั่นเอง


    อาการของโรค

    เนื่องจากเชื้อสามารถสร้างสารพิษที่มีผลต่อการทำลายระบบประสาท
    หากบริโภคอาหารที่มี สารพิษชนิดนี้ปนเปื้อนเพียงหนึ่งไมโครกรัม จะทำให้เกิดอาการป่วยที่เรียกว่า "botulism”
    ซึ่งมีลักษณะอาการ คือ อาการกลืนลำบาก และพูดไม่ชัด อาการปากแห้ง หนังตาตก เสียงแหบ แขนขาอ่อนแรง
    คลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ เห็นภาพซ้อน ปวดท้อง และอุจจาระร่วง หน้ามืด เป็นอัมพาต หายใจขัด
    และเสียชีวิตเนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว อาการจะเกิดภายใน 12-36 ชั่วโมง หลังการบริโภคอาหาร และอาจเสียชีวิตภายใน 3-6 วัน


    แนวทางการรักษา

    เนื่องจากสารพิษจะออกฤทธิ์ภายในเวลาอันรวดเร็ว การรักษาจำเป็นต้องใช้ยาแก้พิษ antitoxin ที่เฉพาะเจาะจงและทันท่วงที
    การใช้ยาแก้พิษต้องให้ก่อนที่จะเริ่มมีอาการทางระบบประสาทที่ชัดเจน
    อย่างไรก็ตามหากไม่ทันก็ยังจำเป็นต้องให้ยาเพื่อบรรเทาความรุนแรงของพิษที่เกิดขึ้น
    มีการคาดประมาณกันว่าในการก่อการร้ายหรือทำสงครามอาวุธชีวภาพ ปริมาณสารพิษ botulinum toxin ชนิดพ่นเพียงหนึ่งกรัม
    สามารถทำลายชีวิตมนุษย์ได้ถึง 1.5 ล้านคน



    ขอบคุณที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
    ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ติ๋ม เปอร์โย; 10-10-2009 at 03:52.


  2. #2
    เอ๋า..คือว่าซั่นน้อบาดนี่ ฮังต้มหน่อไม้จะทำซูปหน่อไม้ไปวัดอยู่แหม, แต่ว่ามีวิธีการทำแบบนี้ค่ะรู้สึกกลิ่นเปรี้ยวๆและกลิ่นหืนๆหายไปนะคะ(หน่อไม้ปี๊ป) คือได้หน่อไม้มาแล้วก็เอามาขูดๆๆๆๆเสร็จแล้วก็เอามาคั้นกับเกลือซัก 2-3 ครั้งแล้วก็ล้างออก ลองชิมดูก่อนและหลังทำนะคะ และก็ต้มในน้ำเดือดครั้งหนึ่ง แล้วค่อยเอามาต้มกับใบย่านาง และก็ใส่ใบผักอีตู่ลงไป จะได้กลิ่นหอมของหน่อไม้กับใขย่านาง+ผักอีตู่ คะนี้ก็นำไปทำซูปได้ อร่อยค่ะ หลายคนอาจมองข้ามวิธีแบบนี้นะคะ ได้หน่อไม้มาขูดๆแล้ก็ต้มกับใบย่านางเลย พอเอาไปทำซุปหน่อไม้ ก็จะมีกลิ่นหืนๆ แล้วก็บูดเร็วด้วย, เคล็ดไม่ลับค่ะ นำมาฝากทุกท่าน

  3. #3
    ฝ่ายกิจการพิเศษ สัญลักษณ์ของ กำพร้าผีน้อย
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    รัตนาธิเบศร์..ใกล้แยกแคราย
    กระทู้
    2,330
    ผู้ข้าแฮงมักกินหน่อไม้ แต่ส่วนมากกะสิเอามาต้มน้ำเดือดๆประมาณ 20 นาที แล้วจังสิเอามาปรุง หรือกินกับป่น..
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กำพร้าผีน้อย; 10-10-2009 at 17:34.

  4. #4
    ติ๋มกะมักกินคือกันจ้าหน่อไม้...แห่งแต่อยู่ไกลบ้านกินแต่หน่อไม้ปี๊บหั่นหละ....
    เฮ็ดให้สุกๆ ต้มโดนๆ จังเอามาประกอบเป็นอาหารแนวมัก...กินมา10กว่าปีแล้ว...กะอยู่ดีสบายอยู่จ้า....


Tags for this Thread