หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 17

หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

  1. #1
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    ที่อยู่
    สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, และ สปป.ลาว
    กระทู้
    896

    เกาทัณฑ์ หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ


    ช่วงเมื่อปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา เซียงเหมี่ยงฯ ได้รับหน้าที่ แกมบังคับให้ไปเบิ่งงาน อบรม เกี่ยวกับเครื่องจักร ที่เยอรมัน เมือง ดอร์มุนด์ เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ งานนี้ถือเป็นโอกาส ในการได้เดินทางไปต่างประเทศ และ สิมีวาสนาได้ขี่เรือบินเนาะครับ เพราะว่าถ้าให้ไปเองคงบ่มีวาสนาดอกเนาะครับ หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ ...
    ครั้งนี้สิเป็นครั้งแรก ของเซียงเหมี่ยงฯ ล่ะครับที่สิได้เดินทางไปเมืองนอกเมืองนา บ่เคยขี่เรือบินมาก่อน นอนบ่หลับตั้งหลายมื่อครับ ฮ่า หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ ....
    พอไปฮอด สุวรรณภูมิ กะเก๊กถ่ายฮูปสาก่อน ครั้งที่สองที่เข้าสนามบิน ก่อนหน้านี่ไปรับหมู่อยู่สนามบินอุดรฯ แต่ว่า สุวรรณภูมิ ใหญ่คักหลาย โอ๊ย ตื่นเต้นครับ ฮ่า ๆ ....

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    เดินทางด้วยเครือข่าย Star Aliance โดยสายการบิน Lufthansa พอขึ้นไปแล้วจั่งฮู้ว่าภายในเรือบินมันเป็นจั่งซี่นี่เองเนาะครับ ส่วนหลายเป็นฝรั่ง เที่ยวบินเที่ยวนี้บ่ได้เริ่มขึ้นจากเมืองไทย มาจากทางอืนก่อนนั้นแล้ว แต่ว่ามาจากใสกะบ่ฮู้เนาะครับเซียงเหมี่ยงจำบ่ได้ การเดินทางครั้งนี้ เป็นที่แน่นอนว่า บริษัท จัดให้เดินทางในชั้น economy class เบาะคับแคบพอ ๆ กับเบาะรถ ป. 2 บ้านเฮาในความคิดของเซียงเหมี่ยงฯ ฝรั่งเองเผิ่นคงคิดคือกันเนาะครับ เบิ่งสีหน้าของแต่ล่ะคนเอากะแล้วกันครับ คงสิเดินทางมาจากไกลคือกัน...

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    เครื่องเริ่ม Take off จาก สุวรรณภูมิ ตอนหกทุ่ม ขึ้นไปบนเครื่องเผิ่นกะมี แอร์โฮสเตท สจ๊วตมาแนะนำเกี่ยวกับสายการบิน รวมทั้งจุดหมายปลายทาง พร้อมทั้งวิธีปฏิบัติหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน อืม ๆ ๆ ประสบการณ์ใหม่เนาะครับ เดี๋ยวนี้รถประจำทางบางสายของบ้านเฮาเผิ่นกะเอามาประยุกต์ใช้แล้ว จุดหมายปลายทางคือ สนามบิน แฟรงเฟิร์ต ตอนหกโมงเซ่า แต่จริง ๆ แล้วการเดินทางใช้เวลา 12 ชั่วโมง เพราะว่าเวลาห่างกัน 6 ชั่วโมงพอเครื่องเริ่มขึ้นไดสักระยะ กะสิมีจอมอนิเตอร์แสดงตำแหน่งว่าเครื่องบินมีเพดานบินสูงจากพื้นโลกถ่อได๋ ห่างจากจุดหมายอีกส่ำได๋ โตเลขแรกที่เซียงเหมี่ยงเห็น คือ 6,000 ไมล์ ถ้าจำบ่ผิด เลยติดว่า โฮ้ จากบ้านจากเมืองไปไกลแท่น๊อ เซียงเหมี่ยงเอ๊ย สักพักด้วยความที่เบาะคับแคบพอสมควร เซียงเหมี่ยง ถูกขนาบข้างด้วยฝรั่งโตใหญ่ ๆ รู้สึกบ่ค่อยสบายตัวปานได๋ แต่กะได้ความเย็นภายในเครื่อง ซ่อยบ่ให้รำคาญ และสามารถหลับได้จากความอ่อนเพลีย เวลาผ่านไปพอประมาณล่วงเลยไปโดนปั่นได๋จำบ่ได้ และกะบ่ฮู้ว่าเจ้าของหลับช่วงเวลาถ่อได๋ พอเครื่องซิ Landing จั่งรู้สึกตัว เพราะว่าทางสายการบินประกาศ บอกทุกคนเตรียมตัวเข้าประจำที่และ รัดเข็มขัด ถึงจุดหมายปลายทาง สนามบิน แฟรงเฟิร์ตกะเป็นเวลาตอนเซ่า ๆ ซึ่งนาฬิกาของเซียงเหมี่ยง เข็มสั้นกับยาวชี้ตรงกันเลข 12 พอดีครับ เวลาท้องถิ่นคือ 6 โมงเซ่า ความรู้สึกแรกหลัง เครื่องถึงจุดหมาย และ ประตูลงทางบันไดถูกเปิด ความรู้สึกคือลมเย็นเยียบพัดมากระทบหน้า ความเย็นนั้นแทบเฮ็ดให้หน้าเซียงเหมี่ยงฯ ชาหมดความรู้สึก เพราะว่าตอนอยู่เมืองไทยยังฮ้อนอยู่เลย นี่คือความรู้สึกแรกของการสัมผัส เยอรมันครับ...

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    ปรากฎว่าพอฮอดแล้ว ยังบ่ถึงจุดหมาย ต้องต่อเครื่อง จาก แฟรงเฟิร์ต ไปมิวนิค แต่คนจองตั๋ว ไปจองตั๋วให้แบบเป็นตาซัง เครื่องถึงเวลา 6.00 แต่ เครื่องที่ต้องต่อนั้น เวลา 6.40 ซึ่ง เป็นไปบ่ได้ที่การดำเนินเรื่องสำหรับการแจ้งเอกสาร ต.ม. จะเสร็จในระยะเวลาแต่ซ่ำนั้น สรุปแล้ว อากาศ เย็น ๆ เฮ็ดให้เซียงเหมี่ยงฯ เหงื่อแตกได้ เพราะว่าบ่ฮู้ว่าสิเฮ็ดแนวได๋ บ่เคยเดินทางมาต่างประเทศมาก่อน มากับอ้ายอีกผู่หนึ่งกะบ่ค่อยได้ภาษา เอาล่ะบาดนี่ งานเข้าเต็ม ๆ แหล่นซ้ายแหล่นขวาด้วยความรีบเร่ง (เซียงเหมี่ยงฯ รู้สึกว่าช่วงระยะเวลานั้น เป็นหยังที่วุ่นวายมาก ๆ ครับ สนามบินแฟรงเฟิร์ตเป็นสนามบินที่ผู้โดยสารหนาแน่นมาก ๆ น่าอึดอัด คนปานว่างานซ้างเมืองสุรินทร์บ้านเซียงเหมี่ยงเลย ฮ่า ๆ ...) ทุกอย่างที่เกิดจาความรีบเร่ง ตื่นเต้น กะเลยกลายเป็นการผิดพลาดไปกันหมด แหล่นไปทางซ้าย ย้ายแหล่นไปขวา สอบถามจากเจ้าหน้าที่สนามบินกะบ่ค่อยได้ความปันได๋ หัวจิตหัวใจและวิญญาณการให้บริการกับ ความกระตือรือร้นในการให้ความช่วยเหลือน้อยเหลือเกิน เวลากะเดินไวมาก ๆ เซียงเหมี่ยงฯ จนใจ สุดท้ายเลยไปหาเจ้าหน้าที่ของ Lufthansa กะเลยได้ความว่าต้องดำเนินการหยังแหน่ แต่ว่าตอนนี้ตกเครื่องเสียแล้ว ต้องรอเที่ยวบินต่อไป คือ รอถ่าเที่ยวบินรอบ บ่ายโมง ซึ่งหมายความว่าเซียงเหมี่ยงต้อง รออีกหกชั่วโมงอย่างต่ำ โอ๊ยน๊อ ชีวิต ฮ่า ๆ ๆ กะเลยบ่มีทางเลือก เลยต้องหาหยังรองท้องก่อน หางบัตรมูลค่า 12 ยูโร(ช่วงนั้น หนึ่งยูโรประมาณ 48 บาท) สามารถแลก ขนมในสนามบินได้ กะได้เท่าที่เห็นล่ะครับพี่น้อง เงินห้าร้อยกว่าบาท ฮ่า ๆ ๆ ....

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    จากร้านนี้ครับผม...

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    หลังจากกินเสร็จแล้วกะนั่งรอครับเหลือเวลาอีกโดน กะเบิ่งฝรั่งเผิ่นหย่างไปหย่างมา สังเกตได้อย่างหนึ่ง คุยกับอ้ายที่เดินทางไปนำกัน กะพอสิเห็นเป็นอย่างเดียวกันว่า ฝรั่งชาวเยอรมัน เป็นฝรั่งที่มีค่าเฉลี่ยของคนหน้าตาดีสูงมาก ๆ หย่างผ่านหน้ามาจักคน ๆ ส่วนมากสวยหล่อ ลักษณะดี ๆ ทั้งนั้นครับ สิว่าเซียงเหมี่ยงฯ ตื่นฝรั่งกะบ่น่าแม่น เพราะว่าก่อนสิมานี่กะเฮ็ดงานกับฝรั่งมาตลอดเนาะ กะเลยเบิ่งนั้นเบิ่งนี่ในสนามบินไปเรื่อย ๆ ครับ...

    อินเตอร์เนตหยอดเหรียญ กะมีครับ

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    สงสัยช่วงนี้สิมีการออกงานโชว์ของค่ายรถนำครับ ค่ายนี้ KIA

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    นี่ Benz มาแบบ คลาสสิค ครับ...

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    เก็บภาพนำจักหน่อยครับ...

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    กับอ้ายที่ไปนำกันครับ...

    หกพันไมล์ไกลบ้าน กับประสบการณ์ขี่เรือบินของเซียงเหมี่ยงฯ

    เดี๋ยวมาต่อครับ รูปเกินโควต้าแล้ว...
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์; 03-01-2010 at 19:49.


  2. #2
    ขอเเสดงความยินดีนำอ้ายเซียงเด้อครับการงานเจริญเดินทางไปฮอดเยอรมันน้ออ้ายอย่าลืมเก็บภาพทางเยอรมันมาเบิ่งนำเด้อครับเเต่ว่ายามใด๋ซิมาเบิ่งงานทางเกาหลีน้ออ้ายพ้อใด้ตังวงเเน่น้อ อิอิ

  3. #3
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    ที่อยู่
    สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, และ สปป.ลาว
    กระทู้
    896

    ฮ่า บ่ฮู้ว่าสิมีวาสยาได้ไปบ่อดอกครับบ่าวพี ทางเกาหลีนั่นน๊า อยากไปหา wonder girl ขวัญใจอยู่ครับ ฮ่า ๆ ๆ ...
    ต่อเนาะครับ...
    หลังจาก นั่ง หย่าง เบิ่งนั้นเบิ่งนี้สักระยะจนได้เวลา กะเดินไปเพื่อดำเนินการทางเอกสาร ตรวจเอกสารตามขั้นตอน ต.ม. ขั้นตอนนี้เฮ็ดให้เซียงเหมี่ยง อึดอัดรู้สึกบ่ดีนิด ๆ กับเจ้าหน้าที่ ต.ม. ที่นี่ เพราะว่าขั้นตอนสำหรับการสอบถามใช้เวลานานมาก แทบเรียกได้ว่าเซ้าซี้ อาจจะเนื่องจากหน้าตาเซียงเหมี่ยงออกไปทางแขกกะบ่จัก กะคิดแต่ว่าบ่เป็นหยังต่างคนต่างทำหน้าที่ ถามมากะให้ข้อมูลไป มาถูกต้องทุกอย่าง วีซ่าถูกต้อง มีหนังสือเชิญ รับรองจากบริษัทที่เชิญเฮามาอบรม ครบทุกอย่าง แต่สิ่งที่เซียงเหมี่ยง ค่อนข้างฉุน ทั้ง ๆ ที่เป็นคนใจเย็น คือ ถามว่า How much money you have now? (เจ้ามีเงินมานำจักบาทตอนนี้) ฮ่วยเซียงเหมี่ยงกะเลยกุกกักนิดหน่อย บ่นึกว่าสิได้ยินคำถามแบบนี้ กะเลยตอบไปว่ามีถ่อได๋ (แลกมาไว้พันเหรียญ) พอบอกแล้วยังมีการสั่งแบบห้วน ๆ ว่า Show me.. (จกออกมาเบิ่งแหน่) เซียงเหมี่ยงฯ กะเลยจำเป็นต้องจกออกมาให้เบิ่งโดยดี แต่ในใจกะนึกว่า คือมาเหยียดกันคักแท้น๊อฝรั่งซุมนี่ แต่ว่าโชคดี อ้ายที่มานำกัน ต่อแถวข้างหลังเซียงเหมี่ยง เขาบ่ได้ถามหยังหลาย ย่อนฮู้ว่ามานำกัน...
    เงินที่ต้องแสดง กับ ต.ม. บ่ทราบว่าพี่น้องท่านอื่นเคยเจอแบบนี้บ่ครับ ที่เจ้าหน้าที่ถามแบบนี้ เป็นเงินที่ทางบริษัทให้ติดกระเป๋าครับ บ่แม่นเงินตะของดอกครับ...



    หลังจากผ่านความอึดอัดใจแล้ว พอพ้นออกมากะลืม ๆ ไปครับบ่คิดหยัง ต้องขึ้นเครื่องเพื่อไปยัง มิวนิค เพื่อต่อไป ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมันเป็นการนั่งเครื่องย้อนไปอีกทางหนึ่งเพื่อต่อเครื่องของ Lufthansa เพราะสายการบินนี้บ่มีเครื่องโดยตรงจาก แฟรงเฟิร์ต ไป ดอร์ทมุนด์ กะเลยต้องนั่งไปนั่งมา คือกันกับว่ามาฮอดสุวรรณภูมิ แล้วต้องไปขอนแก่นก่อนถึงต่อไปเชียงใหม่ ความรู้สึกประมาณนั้นเลยครับ พอเครื่องขึ้นจากแฟรงเฟิร์ตมุ่งหน้าไปมิวนิค ครั้งนี่เองที่มีโอกาส มองเห็นวิวจากบนฟ้าลงมาหาพื้นดิน เคยนั่ง ฮ. ตอนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารปี 5 กะบ่สูงขนาดนี้เนาะครับ...



    เครื่อง Landing



    พอถึง มิวนิคแล้วกะรวมตัวกับพรรคพวก จากออสเตรเลีย และ ฟิลิปินส์ ไปเครื่องลำเดียวกันจุดหมายคือ ดอร์ทมุนด์โดยปลอดภัยทุกคนแบบทุลักทุเลครับ...
    ถึงสนามบิน ดอร์ทมุนด์...




    สิ่งที่ทุกคนกังวลกะคือว่า บ่แน่ใจว่ากระเป๋าสัมภาระของเฮาที่มากับเครื่องก่อนหน้านั้น ตอนนี้จะถึงจุดหมายรอถ่าเฮาหรือบ่ เพราะว่าตกเครื่องย่านกระเป๋าหายหลายกว่าย่านอย่างอื่น แต่ว่าสุดท้ายกะเจอกระเป๋ามารออยู่ก่อนแล้ว โล่งอกไป...
    ถึง สนามบิน ดอร์ทมุนด์ กะเป็นเวลาแลง ๆ แล้วครับ ถ้าแม่นบ้านเฮากะคงสิใกล้เที่ยงคืนแล้วล่ะ กะเลยหารถแทกซี่ไปกันเอง เพราะว่ารถที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ตามเวลานั้น เผิ่นมารับตามเวลานัดหมาย แต่ว่าเซียงเหมี่ยงฯ ตกเครื่อง กะเลยต้องหาทางไปโรงแรมเอาเอง...
    แท๊กซี่สนามบินครับ มีแต่ Mercedes Benz เนาะครับ ครั้งแรกในชีวิตเซียงเหมี่ยง อีกคือกันครับสำหรับวาสนา"ดาก"ได้นั่งสุดยอดพาหนะ ฮ่า ๆ ๆ ...



    เก็บเงินตามมิเตอร์คือกันครับ สลิปนั้นสามารถปรินท์ ราคา ระยะทาง ต้นทาง ปลายทาง เพื่อเอาไว้ไปเบิกคืนบริษัทได้เนาะครับ...



    พักที่ โรงแรม NH Dortmund ครับ...



    ออกมาเบิ่งบ้านเมืองเผิ่นครับ กับแผนที่เมือง ดอร์ทมุนด์...



    สถานีรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง สะดวกสบายดีครับเผิ่นบอกมา เห็นว่านิยมใช้สำหรับการเดินทาง ระหว่างเมืองมากที่เดียวครับ เซียงเหมี่ยงลองสังเกตเบิ่งปริมาณคนกะเห็นด้วยครับ หลายอีหลีสำหรับผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน...



    ยังมีต่อครับ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์; 03-01-2010 at 19:59.

  4. #4
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    ที่อยู่
    สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, และ สปป.ลาว
    กระทู้
    896
    เซ่ามื่อต่อมากะเป็นการเริ่มต้นเรียน อบรมกันล่ะครับ อันดับเรก เบิ่งงานในสายการผลิต อันนี้ถ่ายรูปหน้า ปุ้งกี๋ ของรถจกเด้อครับ ขอย้ำว่าส่วนหนึ่งของปุ้งกี๋ ที่ใช้ตักดินครับ ลองจินตนาการว่าตัวรถสิใหญ่ขนาดได๋เนาะครับ ฮ่า ๆ ...



    เบิ่งไปเรื่อย ๆ ครับ นี้คือส่วนของห้องเครื่องยนต์



    เก็กไปตามเรื่องตามราวครับ ที่เห็นข้างหลังเซียงเหมี่ยงฯ นั้นเป็นตีนรถเด้อครับ ส่วนประกอบของตีนตะขาบ ที่ยังบ่ได้ประกอบโซ่ใส่เนาะครับ...



    แล้วมามานั่งเรียนหนังสือให้ห้องเรียน เป็นเวลาตลอดทั้งสัปดาห์....



    อาจารย์เผิ่นกะหน้าตาไคแหน่อยู่ครับ บ่ หร่อ ปานได๋ดอก ฮ่า ๆ



    เวลากะผ่านไป การเรียนการอบรมกะจบหลักสูตร เก็บภาพไปตามเรื่องตามราว ตามประสาบ่ฮู้ว่าทั้งชีวิต สิได้มีโอกาส เดินทางมาอีกบ่...



    กับรถจก รุ่นแรกที่ผลิตครับ...



    หัวจักรรถไฟสมัยยุคบุกเบิก...



    เก็บภาพไปเรื่อย ๆ ย้ำเตือนความทรงจำ...



    ต่อ..



    ยังบ่จบดอกครับ เดี๋ยวสิมาต่อเด้อครับผม...
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์; 03-01-2010 at 20:01.

  5. #5
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,718
    แสดงว่าท่านเซียงฯเฮ็ดงานอยู่เหมืองทองคำประเทศลาว เฮ็ดเกี่ยวกับรถ หรือวิศวะกรช่างยนต์ อยู่ในเหมือง แม่นบ่อครับ..หรือจั่งได จั่งได้ไปเบิ่งโรงงานประกอบรถประเภทนี่ //อันเวลาไปลาวนั่งรถ หรือนั่งเครื่องครับท่าน ..

    ผมกะเคยนั่งแต่เครื่องสูบน้ำล่ะครับ.. จักยามได๋สิได้นั่งดอกเครื่องบินนั่น อิอิ..

  6. #6
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เเมงสะดิ้ง
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    ที่อยู่
    ที่ชอบ
    กระทู้
    1,050
    บล็อก
    24
    เข้ามาติดตามเด้อค่ะ
    ตามติดไปกับประสบการณ์ของอ้ายเซียงเหมี่ยง
    ม่วนค่ะม่วน.....อ้ายเซียงเฮ้ดงานกับบริษัทอิหยังจ้า
    คือเป็นซงคุ้นๆ 555+ พุ่นหน่ะ(มายาของสาวดิ้งทำท่าตีสนิท)
    เว่าไปสั่นหล่ะ ที่ถามก็เพราะอยากฮู้จ้า... เอิ๊ก

  7. #7
    ติดตามอ่านอยู่เด้อจ้า อธิบายม่นคัก ว่าแม่นได้ไปนำเอาโลด55+Dortmundนี่ติ๋มเคยขับรถผ่านอยู่จ้า...เห็นทีมฟุตบอลเขาบ่ เตะเก่งเด้อ มีแต่ผู้หล่อๆ อิอิ...หั่งว่าตั๊ว
    ใช้เงินยูโรคือสิม่วนคักเนาะ...อันข้องใจ ไปแลกอาหารมากินหั่นแหม๋
    อาหารสนามบินฮุ้อยู่ว่าแพงมหาโหด...แล้วช็อกโกแลตไข่หั่น ไปแลกมาเฮ็ดหยัง มีแต่ของเล่นอยู่ข้างใน ช็อกโกแลตมีนิดเดียว โอ้ยยย คุณเซียงเหมี่ยงฯ
    ตอนนี่อากาศแห่งแต่หนาวหลายเด้อจ้า มื้อเช้านี่ติดลบ14องศา หน่ายคัก....มาใกล้แล้วกะบ่มายามกันแหน่เนาะ...อิอิอิ

  8. #8
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    ที่อยู่
    สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, และ สปป.ลาว
    กระทู้
    896
    ต่อ ๆ ครับผม...
    หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมอันหนักหน่วง หนักหัว กะเป็นเวลาที่ อาจารย์เผิ่นสิพาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาเบิ่งบ้านเบิ่งเมืองเนาะครับ ใช้เวลาสั้น ๆ เคิ่งมื่อนั่งรถ แนะนำสถานที่ บ่ให้เสียเที่ยวว่าครั้งหนึ่งได้มาเมืองนี้....
    บ้านเมืองเผิ่นครับ เรียบ ๆ ง่าย ๆ บ่ค่อยมีตึกสูง ๆ...



    สัญญาณ ไฟแดง หลาย และ ถี่คักครับ อาจารย์เผิ่นเว่าทำนองประชดประชันว่าเป็นเมืองแห่ง สัญญาณไฟจราจร เซียงเหมี่ยงกะคล้อยตามเผิ่นอยู่ดอกครับ แต่ว่ารถกะบ่ติดคือเมืองใหญ่ ๆ บ้านเฮา แม้แต่เวลาเร่งด่วนกะตามครับ



    ปั๊มน้ำมันบ้านเผิ่นเนาะครับ...



    โรงงานผลิตรถยนต์ครับ ดอร์ทมุนด์ขึ้นชื่อว่าเป็นเมือง อุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ ของเยอรมันเลยทีเดียวครับ เซียงเหมี่ยง บ่แน่ใจ ว่า Audi ถูกผลิตจากโรงงานของเมืองนี้บ่ คลับคล้ายคลับคลาว่าสิเห็นโรงงานนี่ล่ะ บ่แน่ใจครับ



    สถานที่ ที่เซียงเหมี่ยง อยากมามากที่สุดครับ เบิ่งเห็นไกล ๆ ...



    แม่นหยังน๊อ ตามเซียงเหมี่ยง มาครับผม



    ครับ เป็น Westfalen Stadium Dortmund สนามเหย้าของทีมฟุตบอล Borussia Dortmund ทีมฟุตบอลประจำเมือง และเป็นทีมแรก ๆ ที่เซียงเหมี่ยงติดตามตอนที่เริ่มเบิ่งฟุตบอล บุนเดสลีกา แต่ว่ามื่อที่ไปนั่น สนามบ่เปิด บ่สามารถเข้าไปเก็บภาพข้างในได้ กะบ่เป็นหยังครับ ข้างนอกกะได้ถือว่ามาฮอดแล้วคือกัน มื่อนั้นทีม ออกไปแข่งเป็นทีมเยือนจำบ่ได้ว่าทีมหยังแล้วกะแพ้กลับมา....



    หลังจากนั้นกะมาเดินย่านห้างสรรพสินค้า เบิ่งบ้านเมืองเผิ่นเก็บภาพไปเรื่อย และกะว่าสิหาของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากทางบ้าน เก็บภาพอีกตามเคย พ่อใหญ่ฝรั่งทางซ้ายของภาพมองมา เซียงเหมี่ยวเดาเอาเผิ่นคือสิคิดในใจว่า "ซุมกระเหรี่ยงนี่จั่งแหม่นมันเงอะง่ะ บ้านนอกเข้าเมืองคักเนาะ" อันนี้คิดเองครับ แต่ความจริง เผิ่นอาจสิว่าหลายกว่านั้นเนาะ ฮ่า ๆ ...



    เห็นผู่สาวเผิ่นหย่างมาเซียงเหมียงว่าแม่นนางแบบหย่างตามแคตวอล์ค เลยแอบเก็บภาพมาบ่กล้าถ่ายตรง ๆย่านเป็นการเสียมารยาท มาบ้านเผิ่นเฮาบ่ฮู้นิสัยว่าเผิ่นมักบ่มักแนวได๋เนาะครับ...



    ตอนแรกกะว่าสิซื้อเสื้อทีมฟุตบอลโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ เป็นของขวัญให้ตะของ แต่ซอมจากราคาแล้วเซียงเหมี่ยงสามารถกินข้าวผัดกะเพราได้เป็นเดือนเลยล่ะ เลยหาของขวัญที่มันเหมาะแก่เจ้าของอย่างสมมาพาควรดีกว่าครับ...



    ยังบ่จบเด้อครับตามเซียงเหมี่ยง มาเรื่อย ๆ กระทู้หนึ่งบ่สามารถโพสภาพได้เกิน 10 ภาพเนาะครับ ต้องแยกกัน
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์; 03-01-2010 at 20:09.

  9. #9
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    ที่อยู่
    สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, และ สปป.ลาว
    กระทู้
    896
    ว่ากันต่อครับผม...

    เยอรมันได้ชื่อว่าเป็นบ้านเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตไส้กรอก กับ เบียร์ ที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก แทบทุกมุม สิมีซุ้มขายไส้กรอกแบบนี้ครับ ซื้อไส้กรอกกะจะเสริฟพร้อมขนมปัง ซอส ผัก แล้วแต่สูตรครับ...



    อีกมุมของถนน กะมีวณิพก คือกันกับบ้านเฮาล่ะครับ ถึงมองว่าแต่งเนื้อแต่งโตดีกว่า วณิพกบ้านเฮา แต่ถ้ามองให้ลึกกะสิเห็นถึงความแตกต่างทางสังคม ทางฐานะ ของคนในบ้านเมืองที่เจริญ ว่ากะมีคือกัน บ่แม่นว่าความแตกต่างเหล่านี่มีหรือเกิดเฉพาะประเทศด้อยพัฒนายังบ่เจริญถ่อนั้นเนาะครับ...



    นี่กะเด็กดาวซินโดรม กะมานั่งเคาะเครื่องดนตรีแลกกับเศษเงินคือกันครับ พี่น้องกะคิดตามเอาครับ ทุกที่มีคนกะสิมีแบบเดียวกันแต่ต่างกันซึ่งรูปแบบและลักษณะเท่านั้น...



    ตกแลงมากะพากันไปเลี้ยงส่ง โดยคณะอาจารย์เผิ่นเป็นเจ้าภาพ อาหารแลงนี้เผิ่นแนะนำ คือ ร้านอาหารที่เก่าแก่และขึ้นชื่อที่สุดเรื่องของเบียร์ กับ ขาหมูเยอรมัน..



    ขาหมู สั่งกันมาเป็นจาน หนึ่งขาต่อหนึ่งคน เล่นกันแบบนั้นเลย เซียงเหมี่ยงกับหมู่ที่ไปนำกัน ฮ้องโอ๊ย คือสิกินหมดน๊อ ฮ่า ๆ แต่ว่าอาจารย์บอกว่า ธรรมเนียมที่นี่ จะสั่งกินกันแบบนี้กับเบียร์สดของร้าน กะเลยเอ๋า ว่าจั๋งได๋กะว่าตามกัน เผิ่นเป็นผู้ออกเงินเนาะครับ ....
    นี่ครับ รูปร่างหน้าตาของขาหมูเยอรมัน ท่าทางเป็นตาแซบ เสริฟมาพร้อมมันอบ กับ หัวหอมใหญ่ ซอสมีวางบนโต๊ะ มักแบบได๋เลือกเอา...



    พอลองได้ชิมคำแรกแล้วกะรู้สึกว่า อีหยังที่ขึ้นชื่อว่าต้นแบบนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะลอกเลียนหรือเฮ็ให้เหมือนได้ รสชาดขาหมูนั้น บ่คือกับที่เซียงเหมี่ยงเคยกินขาหมูเยอรมันอยู่เมืองไทยที่ไหน ๆ มาก่อนเลย หนังข้างนอกกรอบ เนื้อในนุ่ม รสชาดหวานเนื้อหมู กับหอมกลิ่นเครื่องที่หมัก กินกับหอมหัวใหญ่ผัดเนย กับมันฝรั่งอบ ตบด้วยเบียร์สดของทางร้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของย่านนี้ เซียงเหมี่ยงเองบ่ดื่มเหล้าเบียร์มาโดนแล้ว แต่ว่าครั้งนี้มาเมืองเบียร์กะต้องลองจักหน่อย พร้อมด้วยอาหารมื้อนั้น เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ปรากฎว่าเบียร์สองแก้วกับขาหมูหมดไปพร้อม ๆกับการพูดคุยกันอย่างออกรสชาด กลมกลืนกับรสชาดของเบียร์ อาหาร และ บรรยากาศของร้าน ในวันสุดท้ายก่อนจากกลับสู่ที่ตั้งของแต่ละคน งานเลี้ยงยอมมีวันเลิกรา ขาหมูที่คิดว่าสกินบ่หมด กะบ่เหลือ ฮ่า ๆ ๆ ...



    หลังจากสมควรแก่เวลาแล้ว กะกล่าวร่ำลาขอบคุณคณะอาจารย์ ด้วยบรรยากาศที่ต้องจากกัน เศร้านิ๊หน่อ แต่ว่าบ่มีน่ำตาดอกครับ ฮ่า...
    จากนั้นกะบ่มีหยังหลาย เสื้อผ้าข้าวของเก็บกันไว้บ้างแล้วเหลือแค่อัดของฝาก และ ของแจกที่ได้จากการอบรมหลายเติบครับรอเวลาเดินทางตอนเซ่าของอีกมื่อหนึ่งเพื่อเดินทางกลับบ้าน
    เซ่านั้นกะเดินทางมาสนามบินดอร์ทมุนด์ เพื่อต่อเครื่องไป มิวนิค คือเก่าครับ ช่วงรอถ่ากะเบิ่งนั่นเบิ่งนี่ไปเรื่อย มองออกทางรันเวย์ เห็นไกล ๆ เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์สังเกตเห็นว่ามีหลายโรงครับ...



    แล้วกะร้านขายเหล้า อยู่สนามบินครับ เห็นหลายดีเลยเอามาฝากครับ บ่ได้ซื้อดอก ฮ่า ๆ ...



    พอมาถึง สนามบิน มิวนิค กะเป็นเวลาที่รู้สึกว่าหิว แล้ว พอดีเจอพี่น้องไทยขอนแก่นเผิ่นเฮ็ดงานอยู่ร้านขายไก่ทอดในสนามบิน กะเลยทักทายกันถามข่าวคราว ได้เรื่องว่าเผิ่นอยู่มาโดนแล้ว สิบกว่าปี
    กะเลยกินไก่ทอดแก้หิว บ่ไหวแล้วครับหิวหลาย เงิน 11 เหรียญ ยูโร ได้ส่ำนี่ครับ ฮ่า ๆ ๆ ...



    เด็กน้อยฝรั่งมากับพ่อเผิ่น ตาฮักดีครับ เซียงเหมี่ยง เก็บภาพตามเคย อยากมีแบบนี้ครับ ฮ่า ๆ...



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์; 03-01-2010 at 21:29.

  10. #10
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ เซียงเหมี่ยงเมืองสุรินทร์
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    ที่อยู่
    สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, และ สปป.ลาว
    กระทู้
    896
    ต่อ อีกนิดก่อนจบครับ....
    มาถึงสนามบิน แฟรงเฟิร์ต กะต้องนั่งรอเครื่องอีกสักพัก จำบ่ได้ว่าเวลาถ่อได๋ ที่นี่มีหนังสือพิมพ์ให้หยิบฟรี มีชากาแฟ น้ำร้อนบริการฟรี ๆ


    กะได้อากาสนั่งพักสบาย ๆ จนกว่าถึงเวลาขึ้นเครื่องกะเข้าประจำที่ เซียงเหมี่ยง กะเก็บภาพไปเรื่อยคือเก่าล่ะครับไผสิว่าจั่งได๋กะส่างเถาะ พ้อกันเถี่ยเดียวดอกคือสิจำกันบ่ได้ ฮ่า ๆ สังเกต สายตาแหม่มผมทองเด้อครับ เผิ่นคือ สิว่า “จักสิถ่ายหย่างดอกเนาะ” ฮ่า ๆ ๆ......



    แอร์ฯ เดินบริการเครื่องดื่มก่อนเครื่องจะขึ้นครับ สวยดีคือกัน เซียงเหมี่ยง ซอมเบิ่ง ฮ่า ๆ ...



    นั่งในเครื่องมากะได้แต่คิดว่า ได้เวลากลับบ้านเสียที จากบ้านไปแค่บ่กี่มื่อรู้สึกว่ารักเมืองไทยหลาย ๆ ไปเมืองนอกเมืองนา เบิ่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างสุขสบายกว่าทุก ๆ ด้านรถบ่ติด อากาศบ่เสีย ฮ้อนกะบ่ฮ้อน แต่ว่าจิตสำนึกกะยังเรียกร้องอยากกลับบ้านอยู่ทุกขณะจิต บ่ว่าสิหลับหรือว่าตื่น คิดฮอดคนคอยอยู่บ้าน คิดฮอดเฒ่าพ่อ เฒ่าแม่ คิดฮอดผัดกะเพราไก่ไข่ดาว คิดฮอดปลากแดกบอง คิดฮอดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเมืองไทย
    เซียงเหมี่ยงได้มีวาสนามาเมืองนอกเมืองนา ได้มีวาสนาขี่เรือบินที่ชีวิตนี้สามารถคุยได้จนฮอดมื่อตาย หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องพื้น ๆ สำหรับเซียงเหมี่ยง บ่แม่น พื้นฐานครอบครัวลูกชายหล่า ชาวนาจน ๆ มื่อหนึ่งได้มีโอกาสให้เฒ่าแม่ เฒ่าพ่อ ได้เว่ากับคนอื่นว่าลูกซายได้ไปเมืองนอกเมืองนา ได้ขี่เรือบิน ในแบบที่ว่าโอกาส แบบนี้เซียงเหมี่ยงบ่มีปัญญาไปเองแน่นอน โอกาสของคนบ่ซ่ำกันเนาะครับ
    การได้เดินทางเที่ยวนี้ของเซียงเหมี่ยง ได้หยังหลาย ๆ อย่างนอกเหนือจากการได้ความรู้จาการอบรม การได้เปิดหูเปิดตาเบิ่งโลกอีกซีกหนึ่ง เฮ็ดให้ทัศนคติเปิดกว้าง มองเห็นสิ่งที่เหมือน สิ่งที่แตกต่าง เห็นสัจธรรมของความเป็นคน เป็นสังคมมนุษย์ว่าจริง ๆ แล้วพื้นฐานบ่ว่าชนชาติได๋สิ่งต้องการพื้นฐานลึก ๆ แล้วบ่ต่างกัน...
    สิ่งที่แตกต่างที่เป็นตัวแบ่งแยกกะคือ เชื้อชาติภาษา ความเจริญทางวัตถุ ทางฝั่งเขานั้น ไปไกลกว่าเฮาหลาย ๆ จนเซียงเหมี่ยงคิดว่าหากเมืองไทยยังไปไล่หลังเพื่อพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีให้ทันเขา บ่มีทางซะล่ะครับ ยกตัวอย่างเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องจักรบ้านเผิ่นมีมาหลายร้อยปีแล้ว จนทุกมื่อกะยังเป็นผู้นำทางด้านนี่พัฒนาบ่เซา ขณะเดียวกันเมืองไทยเองได้แค่เป็นฐานแรงงานการผลิตถ่อนั้นมองบ่เห็นหนทางไล่เขาทัน กะแค่ขาหมูเยอรมันยังบ่สามรถลอกเลียนแบบให้ได้รสชาดคือเขา อย่างอื่นอย่าหวังเดินตามก้นเขาเนาะครับ
    อีกอย่างที่ได้ฮู้กะคือว่าถึงสิมองว่าพวกฝรั่งเป็นชนชาติที่เจริญแล้ว กะบ่ได้หมายความว่าจิตใจจะถูกพัฒนาไปหลายกว่าคนไทย คนเอเชีย เลยหนำซ้ำบางจุดยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีความเห็นแก่ตัวอยู่ ขาดความเอื้ออารี ขาดความเอาใจใส่กันและกัน ซึ่งอาจซิเป็นวิถีของเขาซึ่งเฮาบ่เคยชินกะได้ แต่สังเกตได้ว่าฝรั่งเหล่านี้กะต้องการสิ่งเหล่านี้คือกัน หลาย ๆ คนได้มาอยู่ไทย อยู่เมืองลาว สัมผัสกับชีวิตที่เอื้ออาทร มีน้ำใจดีงามให้กัน บางคนบ่กลับบ้านเจ้าของเลย หมู่หลาย ๆ คนของเซียงเหมี่ยง เป็นประชากรของลาวไปแล้วกะหลาย ฝรั่งปั้นข้าวเหนียว เว่าลาวเป็นภาษที่สองได้อย่างน่าทึ่ง
    ในอีกหลาย ๆ มุมที่เซียงเหมี่ยงบ่ได้กล่าวถึง และ บ่ได้เก็บภาพมา นึกว่าบ่มีกะมีคือกัน อย่าง วณิพก กะเป็นตัวอย่างหนึ่ง ถามว่าเจริญแล้วมีบ่ กะมีคือกัน เซียงเหมี่ยง โทรศัพท์อยู่ เด็กหนุ่มวัยรุ่นหย่างเข้ามาขอเงินทำหน้าตาละห้อยบอกว่าสิเอาไปโทรศัพท์ พอลับตาเห็นเอาไปซื้อไส้กรอกด้วยความหิว ได้มีโอกาสหย่างเบิ่งถนนสายโลกีย์ ที่มีผู้ยิงหากิน อยู่ในห้องกระจกหันหน้าออกมาสู่ถนนนั่งสูบยาเอิ้นแขก โจ๋งครึ่มกว่าบ้านเฮาเป็นไหน ๆ คิดภาพในหนังฝรั่งครับ แบบนั่นล่ะ...
    สรุปแล้วเมืองไทยกะยังเป็นบ้านที่แสนสุขใจกว่าที่ไหน ๆ การได้จากบ้านจากเมืองไปไกล ๆ เฮ็ดให้เซียงเหมี่ยง รักเมืองไทยหลาย ๆ อยู่ใสกะบ่สุขคืออยู่บ้านเฮา อยู่เมืองอีสานเนาะครับ พี่น้องบ้านมหา ว่าคือเซียงเหมี่ยงบ่.....
    ภาพท้องฟ้าเมืองไทย ก่อนเครื่องบิน Landing พอล้อของเครื่องกระทบรันเวย์ ความรู้สึกว่านี่เด้อบ้านเฮา เซียงเหมี่ยงกลับมาแล้ว....


    ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่กรุณาติดตามกันจนจบเนาะครับ ถ้ายังบ่เบื่อกับเรื่องราวของเซียงเหมี่ยง กะสิยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องราวเว่าสู่กันฟังครับผม....