กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

นักกีฬาที่น่าเอาแบบอย่าง

  1. #1

    นักกีฬาที่น่าเอาแบบอย่าง


    นักกีฬาที่น่าเอาแบบอย่าง
    ดูเกมระหว่างไทยกับสิงคโปร์ในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 40 จะบอกว่า ยังไม่ใช่ ไม่ถูกใจ ไม่มีอนาคต เห็นทีจะไม่ยุติธรรมกับขุนพลทีมชาติไทยนักเพราะนัดนี้จบลงด้วยชัยชนะของทีมไทย แม้จะไม่สวยสดงดงามนักก็ตาม

    พูดถึงฟอร์มการเล่นของแต่ละคน วิจารณ์กันตรงๆก็ต้องยอมรับว่า เล่นไม่ดี มีมากกว่าเล่นดี อย่าให้ต้องชี้กันเป็นรายตัวเดี๋ยวจะพานหมดกำลังใจไปซะก่อน เอาเป็นว่าพูดถึงนักเตะที่เล่นดีที่สุด โดดเด่นที่สุดดีกว่า ผมยกให้ "เจ้าเบิร์ท" สุธี สุขสมกิจ

    สุธี ไม่ใช่เพิ่งเล่นดีนัดนี้ สังเกตดูนะครับ 1 ปีที่ผ่านมานักเตะไทยที่โชว์ฟอร์มได้มาตรฐานที่สุดเล่นได้ดีที่สุดและยิงประตูในเกมสำคัญๆบ่อยที่สุดก็คือ สุธี สุขสมกิจ นี่แหละ

    ทั้งเกมกระชับมิตรไทยกับลิเวอร์พูล เกมเอเชียน คัพ นัดที่ไทยบุกไปโค่นสิงคโปร์ถึงถิ่นลอดช่อง และนัดล่าสุด ประตูเกิดจากสุธี ทั้งสิ้น ทั้งที่ไม่ใช่กองหน้าอาชีพ ทั้งที่อายุปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่กลับหวนกลับมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยได้

    "เจ้าเบิร์ท" เป็นนักฟุตบอลที่มีเกียรติยศกับทีมชาติไทยน้อยมากน้อยกว่าฝีเท้า ที่ควรจะขึ้นแท่นตำนานคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย เทียบกับระดับ ดุสิต เฉลิมแสน,ตะวัน ศรีปาน ฯลฯ ในยุคก่อนนี้ได้เลย

    นับตั้งแต่ทีมชาติชุดแรกคือการติดทีมเยาวชน 17 ปีไทยไปทำศึกฟุตบอลเยาวชน 17 ปี ชิงแชมป์โลกชุดประวัติศาสตร์ที่ประเทศอียิปต์ เมื่อปี 2540 คู่หู สุธี สุขสมกิจ-บำรุง บุญพรม ดังระเบิดระเบ้อ จากนั้นขยับขึ้นมาติดทีมเยาวชน 19 ปี ไม่ประสบความสำเร็จ เข้าไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลกไม่ได้ มาทีมชาติไทยชุดปรีโอลิมปิคก็ตกรอบคัดเลือก

    จากนั้นยึดพื้นที่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ แต่วาสนาที่จะเล่นในรายการใหญ่ๆ มีน้อย เพราะค้าแข้งอยู่ในต่างประเทศ เชื่อไหมครับตลอด 11 ปี ที่ผ่านมา"สุธี" ไม่เคยติดทีมชาติชุดซีเกมส์แม้แต่ครั้งเดียว เพราะในช่วง 5 ครั้งหลังซีเกมส์กำหนดอายุนักเตะไม่เกิน 23 ปี สุธีอายุเกินไปแล้ว เอเชียนเกมส์เพิ่งได้เล่นแค่ครั้งเดียวที่โดฮา กาตาร์ในฐานะผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี นอกนั้นก็เป็นทีมชาติชุดเอเชียน คัพ และฟุตบอลโลก ซึ่งสุธีโชว์ฟอร์มได้ดีตลอด แต่ก็ไม่ดีพอสำหรับการพาทีมชาติไทยเข้ารอบสุดท้ายได้

    ไฮไลต์ ความสำเร็จสำคัญของสุธีอยู่ที่การเล่นฟุตบอลอาชีพ ตลอดระยะเวลากว่า 1 ทศวรรษที่คนไทยอาจจะไม่ได้ดูเขาเล่นบ่อย เพราะตะลอนไปค้าแข้งอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด

    หลังจากเล่นให้กับสโมสรสุดท้ายในเมืองไทยคือ ธ.กสิกรไทย ก่อนที่ "รวงข้าว" จะยุบทีม สุธีในฐานะดาวรุ่งอายุแค่ 18 ปี ได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมทีมตันจง ปาการ์ ในเอสลีก สิงคโปร์ สมัยนั้นเป็นยุคขุดทองของนักเตะไทยในเอสลีก ผู้เล่นแต่ละคนล้วนแล้วแต่บิ๊กเนม แต่สุธีวัยละอ่อนมีค่าเหนื่อย 8 หมื่นบาทต่อเดือน เขาไม่ปฏิเสธโอกาส

    บนเส้นทางหัวเลี้ยวหัวต่อ สุธีที่กำลังวัยรุ่นได้ที่ชื่อเสียงกำลังมา เขาเลือกที่จะเป็นนักเตะอาชีพอยู่ในระเบียบวินัย ขณะที่คู่หูอย่าง บำรุง บุญพรม เลือกเส้นทางแห่งความเย้ายวนของแสงสี ชีวิตนักเตะอาชีพไม่ง่าย ต้องอยู่กับความเหงา ความกดดัน สุธีเลือกพาแฟนสาวน้อง "ปุ๊ก" ไปอยู่ด้วย หลายคนบอกว่าเขาเป็นเด็กเป็นเล็กแต่รีบมีเมีย แต่ผมที่ประจำการอยู่ที่สิงคโปร์ในยุคนั้นยกมือเห็นด้วยเต็มประตูว่าเขาต้องมีคนคู่ใจอยู่เคียงข้าง


    จากวันนั้น "สุธี" เดินบนเส้นทางอาชีพได้อย่างยิ่งใหญ่แบบเงียบๆ ย้ายจากตันจง ปาการ์ ไปซบอกโฮม ยูไนเต็ด อยู่หลายปี พาต้นสังกัดคว้าแชมป์เอสลีก ได้รับการยอมรับจากคนสิงคโปร์เป็นอย่างสูง ทั้งความสามารถและความเป็นมืออาชีพ ระหว่างนั้นมีโอกาสเดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับทีมแอตแลนติโก มาดริดในสเปน ก่อนจะไปค้าแข้งแบบยืมตัวกับทีมเมลเบิร์น วิคตอเรียในลีกออสเตรเลีย พร้อมๆไปกับการมีครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่นกับภรรยาน้องปุ๊กที่รักกันตั้งแต่อายุ 18 จนมีลูกชายตัวน้อย "ลีโอ" วัย 3 ขวบเศษ

    และสุดท้ายตัดสินใจยุติชีวิตค้าแข้ง 11 ปี ในต่างแดนหวนคืนสู่วงการฟุตบอลไทยอีกครั้งมาใช้ชีวิตบั้นปลายนักเตะอาชีพในเมืองไทย ในวันที่ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นลีกอาชีพเต็มตัว

    จากเส้นทางชีวิตวัยรุ่น ที่เกือบออกนอกลู่นอกทาง ต้องเลือกระหว่างแสงสีกับชีวิตนักเตะอาชีพที่เคร่งครัด ว่ากันว่าตลอดชีวิตการค้าแข้ง "เบิร์ท" ยกฐานะตัวเองจาก ไอ้เบิร์ท เป็น "เสี่ยเบิร์ท" เก็บหอมรอมริบเงินสดและทรัพย์สินได้เกินกว่า 10 ล้านบาท

    นี่เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ประสบความสำเร็จในวิถีลูกหนังของเมืองไทย ที่ไฟในตัวยังคุโชนทั้งกับทีมชาติและสโมสร

    ที่มาข้อมูล : สยามกีฬา
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย thedon; 25-01-2010 at 19:00.


  2. #2
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ thedon
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    1,507
    บล็อก
    1
    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับผม บ่ว่าจะเป็นนักกีฬาชนิดได๋กะตาม ถ้าหากหลงระเริงกับชื่อเสียงเงินทอง บ่รักษาสภาพร่างกายกะยากที่จะรักษาฟอร์มการเล่นของเจ้าของได้อย่างสม่ำเสมอ อีกโตอย่างของนักกีฬาฟุตบอลที่น่ายกย่องกะคือ เดวิด เบ็คแฮม ที่มีครบทุกอย่าง บ่ว่าจะเป็น ความหล่อ ฝีเท้า ชื่อเสียง เงินทอง ถึงแม้เขาจะถึงบั้นปลายของการค้าแข้งแล้ว เขากะยังรักษาสภาพร่างกายตนเองได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะความเป็นผู้ที่มีวินัยในตัวเอง เป็นมืออาชีพ ตอนอยู่ริลมาดริด ช่วงที่คาเปโล่เป็นกุนซือในตอนนั้น ถอดชื่อ เบคแฮม ออกจากทีม เนื่องจากออกงานโชว์ตัวบ่อยกับ วิคตอเรีย ภรรยาเพิ่น แต่เดวิด เบคแฮมกะได้แสดงให้เห็นว่า เขามีการแยกแยะ ระหว่างการซ้อมกับการโชว์ตัวมันคนละเวลากัน เวลาซ้อมกะเต็มร้อยทุกครั้ง บ่เคยขาดซ้อมจักเทื่อ จนในที่สุด คาเปโล่ กะมองเห็นในความมุ่งมั่นความมีมานะ ในการฝึกซ้อม จนต้องยอมกลืนน้ำลายเจ้าของ และเอาลงเป็นโตจริงในที่สุด และในปีนั้น เดวิด เบ็คแฮม กะพา ริลมาดริด คว้าแชมป์ ลาลีก้า ได้สำเร็จ จบการค้าแข้งในสเปนได้อย่างสวยหรู ก่อนที่จะย้ายไปอยู่เมเจอร์ลีกกับรายได้มหาศาลกับทีมแกแลคซี่ และคงจะอำลาทีมชาติในฟุตบอลโลกกลางปีนี้อย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน ส่วนนักกีฬาฟุตบอลบ้านเฮานั้นตอนนี้กำลังเริ่มเป็นอาชีพครับ ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างสุธี หรือ เทิดศักดิ์ ที่สามารถรักษาสภาพร่างกายได้มาจนถึงตอนนี้ได้กะเพราะว่าการไปเล่นอาชีพนอกประเทศครับ เพราะเขาทำงานเป็นมืออาชีพ มีเวลาการซ้อมอย่างเป็นระบบ อาหารการกิน ทุกอย่างต้องควบคุม และปัจจัยอีกหลายอย่างครับ เช่นการปรับตัวเรื่องอากาศความเป็นอยู่ สารพัดสารเพ หากคึดฮอดบ้าน ฟอร์มกะตกทันที นักฟุตบอลที่ไปค้าแข้งเมืองนอกหลายๆคนที่บ่ประสบความสำเร็จกะเพราะว่าบ่สามารถผ่านอุปสรรค์เหล่านี้ได้ เดือนหน้าไทยแลนด์พรีเมียร์กะสิเริ่มแล้ว คงจะมีสีสันเพิ่มขึ้นอีกหลายเพราะว่าหลายทีมทุ่มเงินซื้อนักเตะเป็นว่าเล่น ตอนนี้ อิสานเฮากะมีสองทีมครับที่อยู่ในลีก คือ การไฟฟ้าบุรีรัมย์(ย้ายมาจากอยุธยา) กับน้องใหม่ ศรีสะเกษเอฟซี เชียร์บอลนอกแล้วกะอย่าลืมเชียร์ไทยแลนด์ลีกแหน่เด้อครับ