สินส่วนตัว


จากคำถามต่อไปนี้

ดิฉันมีแฟนอยู่กินกันโดยเพิ่ง จดทะเบียนสมรส โดยดิฉันทำธุรกิจการค้า ตอนนี้แฟนจะให้ยืมที่ดินไปทำธุรกิจ โดยจะยกที่ดินแปลงนี้ใส่ชื่อให้ดิฉันมีเครดิตทางการค้าด้วย แต่เขายังหวงไม่ไว้ใจดิฉัน

แฟนอยากทราบว่าถ้าวันข้างหน้าเขาประสงค์เอาคืนในภายหลัง จะทำได้หรือไม่ หรือถ้าดิฉันต้องเลิกกับเขาหรือเขาตายไปก่อน เขาจะให้ลูกของเขาที่เกิดจากอดีตภริยาใช้สิทธิเรียกคืนจากดิฉันได้หรือไม่




นี่คือคำตอบ

การที่สามียกที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวให้แก่ภริยาในระหว่างสมรส ในทางกฎหมายถือว่าเป็นนิติกรรมการให้ จึงเป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยา เป็นสัญญาระหว่างสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469

ปัญหาคือในภายภาคหน้าผู้ที่ได้รับการยกให้ไม่คืนให้ตามสัญญาที่รับปากกันไว้ จะมีผลประการใด กรณีหากเป็นสัญญาให้โดยเสน่หาตามแบบนิติกรรมสัญญาโดยทั่วไปนั้น การจะเพิกถอนการยกให้ จะต้องมีเหตุตามกฎหมาย เช่น มีการประพฤติเนรคุณ หรือไม่ส่งเสียเลี้ยงดูโดยต้องถึงขนาดผู้ให้ยากจนไม่มีรายได้ ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนใจเอาทรัพย์คืนไม่ได้


แต่กรณีนี้เป็นการยกสินส่วนตัวให้คู่สมรสในระหว่างสมรส สัญญาให้เช่นนี้เป็นสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาได้ทำไว้ต่อ กันในระหว่างเป็นสามีภริยากันไว้โดยเฉพาะ เมื่อผู้เป็นเจ้าของสินสมรสไม่ประสงค์จะยกให้อีกต่อไป สามารถจะใช้สิทธิบอกล้างสัญญาดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 “สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินใดที่สามีภริยาได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยานั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะ บอกล้างเสียในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต”


ดังนั้นแม้สัญญายกสินส่วนตัวให้ภริยาจะทำกันมาเกิน 10 ปี สามีหรือภริยาก็ยังมีสิทธิบอกเลิกล้างสัญญานี้ได้ โดยกำหนดเวลาบอกล้างนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกล้างในเวลาใดที่ยังเป็นสามีภริยาก็ได้ หรือจะบอกล้างภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันขาดจากการเป็นสามีภริยาก็ได้ วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยามี 3 กรณี คือ ความตาย การหย่า และคำพิพากษาของศาลที่ให้เพิกถอนการสมรส ถ้าไม่มีการบอกล้างภายในกำหนดเวลาดังกล่าว สัญญาระหว่างสมรสย่อมสมบูรณ์ตลอดไปจะบอกล้างอีกไม่ได้ และกรณีที่มีการโอนที่ดินแปลงนี้ต่อไปให้บุคคลอื่น ถ้าผู้รับโอนสุจริตก็คงจะติดตามเอาตัวที่ดินคืนจากบุคคลภายนอกไม่ได้


กฎหมายในเรื่องนี้ถือว่าเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผลคือถ้าคู่สมรสผู้ยกให้ไปทำสัญญาไว้ว่า ไม่ว่ากรณีใด ๆ ตนจะไม่ใช้สิทธิบอกล้าง ข้อสัญญาเช่นว่านี้เป็นโมฆะ คือ ผู้ให้ยังมีสิทธิบอกล้างได้


ในส่วนของทายาทจะติดตามเอาคืนนั้น กรณีที่ขาดจากการสมรสเพราะความตายนั้นทายาทอาจจะบอกล้างไม่ได้ เนื่องจากบุคคลผู้มีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสได้มีแต่เฉพาะสามีภริยานั้นเอง และเป็นสิทธิเฉพาะตัว บุคคลอื่นจะบอกล้างแทนไม่ได้


ดังนั้นถ้าหากผู้ยกให้ได้ตายไปเสียก่อนจะยกเลิกการให้ สิทธิบอกล้างย่อมระงับ ไม่ตกทอดไปยังทายาทในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกของผู้ตาย ทายาทจึงไม่มีสิทธิบอกล้างได้ เว้นเสียแต่ว่าผู้ยกให้ได้ฟ้องคดีบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสไว้แล้วต่อมาได้ถึงแก่ความตาย กรณีนี้เท่ากับว่าผู้มีสิทธิได้ใช้สิทธิบอกล้างไว้แล้ว เมื่อตนตายในระหว่างฟ้องคดี ทายาทหรือผู้จัดการมรดกย่อมขอเข้ารับมรดกความดำเนินคดีแทนผู้ยกให้ที่ถึงแก่ความตายนั้นต่อไปได้....




จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์