กำลังแสดงผล 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

นึกเสียว่าสงสาร

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    นึกเสียว่าสงสาร


    นึกเสียว่าสงสาร




    นึกเสียว่าสงสาร



    โปรดสงสารบ้าง บนเส้นทางความรัก
    เมื่อใจประจักษ์ รักช้ำอยากอำลา
    สงสารใจบ้าง อย่าทำร้ายกว่านี้
    ได้โปรดคนดี เมตตาคนรอ

    อยากจะร้องขอ ให้สงสารใจบ้าง
    อย่าทำร้ายแหลกราญ จนช้ำหม่นหมอง
    โปรดให้รักจริง แด่คนที่เฝ้ารอ
    อยากจะร้องขอ ความรักที่จริงใจ



    เจ็บปวดนะคนดี ฤดีร่ำไห้หนัก
    ร้อยเรื่องของรัก ที่ประจักษ์ได้
    ขอเพียงรักจริง จะให้ได้ไหม
    กับรักที่จริงใจ มอบได้ไหมคนดี


    อย่าทำร้ายใจ ให้รักหมดพลัง
    หมดทั้งความฝัน เมตตาบ้างคนนี้
    ขอร้องหัวใจ เวทนากับคนที่
    ร้าวช้ำในฤดี ถ้าไม่รักโปรดจากลา







    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 12-05-2010 at 07:57.


  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
    ขวัญใจบ้านมหา 2012
    สัญลักษณ์ของ สาวมุก
    วันที่สมัคร
    Mar 2010
    ที่อยู่
    มุกดาหาร
    กระทู้
    683
    ...ก่อนที่ร้องขอให้เขามาสงสาร ตอนนี้น้องสาวมุก..สงสารตัวเองมากๆเลยค่ะ
    สงสารใจตัวเองที่ไม่สามารถลืมใครบางคนได้..หรือบางที..หากจะลืมเขาได้..ก็คือวันที่ไฟได้เผาไหม้ร่างกายเราไปแล้ว..คงจะเป็นวันนั้นเสียกระมังคะ..เฮ้อ...

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ bnserver
    วันที่สมัคร
    Jan 2009
    กระทู้
    368
    อริยสัจ 4
    มีความจริงอยู่ 4 ประการคือ การมีอยู่ของทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และ หนทางไปสู่ความดับทุกข์ ความจริงเหล่านี้เรียกว่า อริยสัจ 4

    1. ทุกข์
    คือ การมีอยู่ของทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตายล้วนเป็นทุกข์ ความเศร้าโศก ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความวิตกกังวล ความกลัวและความผิดหวังล้วนเป็น ทุกข์ การพลัดพรากจากของที่รักก็เป็นทุกข์ ความเกลียดก็เป็นทุกข์ ความอยาก ความยึดมั่นถือมั่น ความยึดติดในขันธ์ทั้ง 5 ล้วนเป็นทุกข์

    2. สมุทัย
    คือ เหตุแห่งทุกข์ เพราะอวิชา ผู้คนจึงไม่สามารถเห็นความจริงของชีวิต พวกเขาตกอยู่ในเปลวเพลิงแห่งตัณหา ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความเศร้าโศก ความวิตกกังวล ความกลัว และความผิดหวัง

    3. นิโรธ
    คือ ความดับทุกข์ การเข้าใจความจริงของชีวิตนำไปสู่การดับความเศร้า โศกทั้งมวล อันยังให้เกิดความสงบและความเบิกบาน

    4. มรรค
    คือ หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์ อันได้แก่ อริยมรรค 8 ซึ่งได้รับการหล่อ เลี้ยงด้วยการดำรงชีวิตอย่างมีสติความมีสตินำไปสู่สมาธิและปัญญาซึ่งจะปลดปล่อย ให้พ้นจากความทุกข์และความโศกเศร้าทั้งมวลอันจะนำไปสู่ความศานติและ ความเบิกบาน พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตานำทางพวกเราไปตามหนทางแห่งความรู้แจ้งนี้

    นี่แหละครับ ชีวิต มีเจอ มีจาก มีจาก มีจบ มีจบ ก็มีเจอ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย bnserver; 12-05-2010 at 08:25.

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ทิดจ่อย
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    กระทู้
    752
    บทกลอนซึ้งมากเลยครับ ชอบครับ

  5. #5
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ โก๋ดง
    วันที่สมัคร
    Mar 2010
    ที่อยู่
    หนองหาน
    กระทู้
    216
    555555 สุดยอดอีหลี คนคุมื้อในสังคมกะเป็นจังซี้แหล่ะครับ สาธุ

  6. #6
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ wundee2513
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    ตามภารกิจ
    กระทู้
    1,167
    บล็อก
    11
    ... ได้สัมผัสหลากหลายแห่งความรู้สึก บทกลอนก็อ่อนหวาน ไพเราะซ่อนบางอย่างไว้นิดๆ ... ธรรมะ ก็ เป็นจริงตามนั้น ....ความรักกับธรรมะก็ไปได้ด้วยกันอย่างลงตัว...แบบไม่ใช่ธรรมดา...คักแท้..

  7. #7
    รักเอ๋ยรัก มอบรัก มอบใจกายให้กับคนที่ไม่รู้ค่าของความรัก มอบความรักความภักดฺีให้เค้า
    ยามที่เค้าหมดรัก จะกู้ก้องร้อขอ เค้าหรือจะหันมาใยดี สงสาร สงสารตัวเราเอง
    ใจร้ำร้องเรียกหาแต่เค้า ใจเฝ้าคิดถึงห่วงใย เจ็บแสนเจ็บ

  8. #8
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ทิดจ่อย
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    กระทู้
    752
    "อันความรักเกิดจากใจ ใช่สมอง(ความรักไม่ต้องอาศัยความคิด)
    แม้กายจ้องอิ่มจากรักก็ใช่ที่(กินกะบ่อได้)
    ความรู้สึกอยู่ที่ใจ ใช่วจี (ปากบอกฮัก แต่ใจขี้ตั๋วกะมี)
    สรุป รัก แล้วรู้สึกดีๆ กินไม่ได้ ก็ช่างมัน"

    ฝากเป็นกำลังใจสำหรับผู้เริ่มต้นกระทู้ครับ


Tags for this Thread