กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

มหัศจรรย์แห่งรักตอน "แม่สามีกับศรีสะใภ้"

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616

    มหัศจรรย์แห่งรักตอน "แม่สามีกับศรีสะใภ้"


    หวัดดีจ้าทุกๆๆคน ใกล้สิถึงวันแม่แล้ว ทุกๆๆคนคงจะกำลังนึกถึงความรักความอบอุ่นจากแม่ตัวเองอยูแม่นบ่จ้า
    แต่สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้ว ยังมีอีกแม่อีกหนึ่งเด้อจ้าที่เฮาจะต้องให้ความเคารพรักเช่น นั่นก็คือคุณแม่ของสามีแม่นบ้อจ้า

    มาๆๆมาอ่าน มหัศจรรย์แห่งรักต่ออีกจักตอน เพื่อจะได้มีความสุขร่วมกันทั้งครอบครัวเฮาแล้วครอบครัวคุณสามีที่รักจ้า

    ตอนนี้กะคุณเพื่อนที่รักส่งมาให้อ่านคือกันจ้า ยังบ่ทันได้มีครอบครัวนำเขาดอกจ้า แต่คุณเพื่อนบอกว่า อ่านไว้โลดเพือเธอได้มีโอกาสได้ใช้ว่าซ่านนน
    เฮอะๆๆ จ้า คุณเพื่อนที่รัก ขอบคุณที่หวังดี เอิ๊กๆๆๆ

    อ่านแล้วกะบ่เก็บไว้คนเดียวดอกจ้า กะเลยส่งต่อความรู้ความสุขมาให้ทุกๆๆคนจ้า แบบว่า "รักผมต้องรักแม่ของผมด้วย" มหัศจรรย์แห่งรักตอน "แม่สามีกับศรีสะใภ้"




    Mother in low
    แม่สามี กับ ศรีสะใภ้


    [
    SIZE="3"]อ่อนน้อมถ่อมตนนั้น
    เป็นกุศลโลบายที่ดีที่สุด
    ในการที่จะชนะใจแม่สามี
    เมื่อลูกสะใภ้ยอมให้แม่สามีเป็นคนสำคัญ
    โดยวางตนเองเสมอเป็นลูกเป็นหลานของท่าน
    อีกคนหนึ่งในบ้าน
    ก็จะทำให้ประสานสามัคคีได้
    ในลักษณะสมประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
    กล่าวคือ ผู้ใหญ่ก็ได้รับความนับถือ ผู้น้อยก็ได้รับความเอ็นดู

    คำจำกัดความ

    เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าแม่ของสามี อันที่จริงแล้วก็คือแม่ของลูกนั่นเอง
    บางครั้งความรักของผู้เป็นแม่ ก็มักจะไปตกอยู่กับลูกชาย ในขณะเดียวกัน ที่ความรักของผู้เป็นพ่อ มักจะไปตกอยู่กับลูกสาว สิ่งนี้เป็นปฏิกริยาที่พบเห็นได้ในมนุษย์ทั่วไปและสามารถพบเห็นได้ในทุกๆวัฒนธรรม
    ฉะนั้น เมื่อเดิมเขาอยู่กันมาแม่กับลูก ก็ไม่มีใครมาแบ่งมาปันความรักไป แต่วันหนึ่งเมื่อลูกสะใภ้ก้าวเข้ามาอยู่ในบ้าน บางทีคุณแม่ของสามีอาจรู้สึกว่า ตนเองถูกลดระดับความสำคัญลง และนั่นเป็นเหตุให้แม่สามีหลายๆท่าน พยายามเรียกร้องเอาความสำคัญกลับคืนมาถ้าเราเป็นลูกสะใภ้แล้วมีเหตุต้องพบต้องเจอในกรณีแบบนี้ฝ่ายลูกสะใภ้ต้องพยายามปรับตัวให้ได้ ด้วยการทำความเข้าใจว่า



    [
    COLOR="Red"]ขิงไม่รา ข่าไม่แรง[/COLOR]

    ๑. ผู้เป็นแม่เคยได้รับความสำคัญนั้นมาก่อน เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลย ที่จะต้องเรียกร้องเอาความสำคัญนั้นกลับคืนมา นี่เป็นเหตุเป็นผลทางจิตวิทยาที่ลูกสะใภ้ต้องเรียนรู้ให้เท่าทัน

    ๒. เมื่อตระหนักรู้เช่นนั้นแล้วจึงไม่ควรที่จะหักหาญน้ำใจของผู้เป็นแม่สามี ควรจะถ้อยทีถ้อยอาศัย โอนอ่อนผ่อนตามท่านไปก่อน

    ๓. ควรเป็นผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่พอเห็นว่าแม่สามีพยายามเรียกร้องเอาความสำคัญจากสามีคืนมาที่ตนเอง แล้วฝ่ายลูกสะใภ้ก็จึงหักด้ามพร้าด้วยเข่า ทางที่ดีที่สุด เราควรอ่อนน้อมถ่อมตน โอนอ่อนผ่อนตามไป

    ในที่สุด ความเห็นแก่ตัวของคุณแม่สามีก็จะลดน้อยถอยลง ความกร้าวแกร่ง ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็จะเจือจางและลดน้อยลงไปได้

    ความอ่อนน้อมถ่อมตนนั้นแป็นกุศลโลบายที่ดีที่สุดในการที่จะชนะใจแม่สามี เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่ชอบให้ใคร “สำคัญกว่าตนเอง” อยู่แล้วเมื่อลูกสะใภ้ยอมให้แม่สามีเป็นคนสำคัญโดยตนเองวางตนเสมอเป็นลูกเป็นหลานของท่านอีกคนหนึ่งในบ้าน ก็จะทำให้ประสานสามัคคีได้ ในลักษณะสมประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ
    ผู้ใหญ่ก็ได้รับความนับถือ ผู้น้อยก็ได้รับความเอ็นดู

    ๔. ผู้ที่เป็นลูกสะใภ้ควรต้องให้เกียรติแม่ของสามีในฐานะที่เป็นญาติผู้ใหญ่ เสมือนหนึ่งกับเป็นแม่ตัวเอง ยกท่านไว้ในที่สูงทั้งในแง่วัยวุฒิ ซึ่งถ้าทำเช่นนี้ได้ แม่สามีก็จะเห็นว่า แม้จะแสดงปฏิกิริยาในเชิงปฏิปักษ์ออกไปมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ลูกสะใภ้ยังคงเคารพนบนอบ ยังคงให้เกียรติ ยังคงเทิดทูนอยู่เสมอ ในที่สุด เธอก็จะรู้สึกระอายแก่ใจ และเมื่อเป็นผู้ที่ได้รับเกียรติ เธอก็จะหันกลับมาเป็นผู้ให้เกียรติลูกสะใภ้เป็นการตอบแทน

    เราเองไม่สามารถเป็นมนุษย์อยู่อย่างโดดเดี่ยวได้
    เพราะชีวิตของเราจะมีความหมายหรือล้มเหลว
    ก็ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์กับมนุษย์ผู้อื่น


    เวทมนต์สะกดใจ

    นอกเหนือจากนี้แล้ว ยังมีเทคนิคพิเศษ หรือมนตร์วิเศษอีก ๔ ประการ ที่สามารถใช้สะกดใจของผู้เป็นเม่สามี หรือญาติมิตรท่านอื่นๆ ให้รู้สึกรักใคร่ปรองดอง และสนิทแน่นแฟ้นต่อลูกสะใภ้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมนตร์วิเศษทั้ง ๔ ประการนี้ ก็คือ สังคหวัตถุธรรม ๔ หรือวิธีผูกใจคนให้สมัครรักใคร่ ๔ ประการ นั่นเอง

    โดยรายละเอียดของ สังคหวัตถุธรรม ทั้ง ๔ ประการ ประกอบด้วย

    ๑. เอื้ออารี (ทาน) หมายถึง ให้การเสียสละ ให้การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้การช่วยเหลือ ให้การแบ่งปัน ต่อแม่สามีด้วยใจไม่ตรี หรือด้วยข้าวของสิ่งละอันพันละน้อย ตามแต่โอกาสอันเหมาะสม

    ๒. วจีไพเราะ (ปิยวาจา) หมายถึง การพูดด้วยถ้อยคำที่สุภาพอ่อนหวาน ให้เกียรติ ให้กำลังใจต่อแม่สามี พูดจาน้ำใสใจจริง ไม่แสแสร้ง และเจตนาพูดให้เกิดแต่สิ่งสร้างสรรค์สมานไมตรี
    ๓. สงเคราะห์มวลชน (อัตถจริยา) หมายถึง ทำตนให้เป็นประโยชน์ โดยการแบ่งเบาช่วยเหลือในการงานภาระหน้าที่ของแม่สามี หรือญาติมิตรภายในครอบครัวโดยไม่เกี่ยงงอนเกียจคร้าน รวมไปถึงสิ่งใดที่ทำแล้วเห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์ต่อแม่สามีและบุคคลในครอบครัว ก็ควรกระทำ
    ๔. วางตนเสมอสมาน (สมานัตตตา) หมายถึง มีความเสมอต้นเสมอปลาย เคยปฏิบัติดีต่อแม่สามีอย่างไรก็คงความดีไว้อย่างนั้น และอีกนัยหนึ่งก็หมายถึง วางตนเองอย่างเหมาะสมในสถานภาพของการเป็นลูกสะใภ้นั่นเอง
    หรืออาจกล่าวให้จำง่ายๆ ได้ว่า

    เอื้ออารี

    วาจาไพเราะ

    สงเคราะห์มวลชน

    วางตนเสมอสมาน

    ด้วยวิธีดังกล่าวนี้ ทั้งแม่สามีและลูกสะใภ้ แทนที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ก็จะหันมาเป็นกัลยาณมิตรของกันและกันไป

    เหตุนี้ ทำให้นึกถึงธรรมของพระพุทธองค์ที่ว่า

    ต่อความร้ายด้วยความดี
    ต่อความโกรธด้วยความไม่โกรธ
    ต่อความตระหนี่ด้วยการให้
    ต่อความเท็จด้วยความสัตย์


    สิ่งนี้เองที่จะทำให้ชนะน้ำใจของผู้ที่เป็นที่รักของสามี โดยที่ไม่มีการเบียดเบียน ไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่มีการทำร้ายซึ่งกันและกันเกิดขึ้น
    B]

    ผู้ซึ่งไม่เห็นแก่ตัว ย่อมเอาชนะคนทั้งหลายได้
    [/B]

    รักผมต้องรักแม่ของผมด้วย


    ตราบใดที่ยังมีการแต่งงานเกิดขึ้นบนโลกนี้ ตราบนั้นปัญหาของแม่สามีกับลูกสะใภ้ ก็จะยังคงความเป็นเรื่องที่อมตะอยู่แต่ปัญหาก็ไม่ได้มีไว้ให้เรายอมจำนน ขอให้รู้เท่าทันเสมอว่า ปัญหานั้นมีไว้ให้แก้ไข หาได้ไว้ให้กลุ้มใจและแก้ตัว แต่อย่างใด
    ก็ขอให้ลูกสะใภ้ทุกท่าน ใช้วิธีการดังที่กล่าวมานี้ในการแก้ปัญหาเฉพาะจุดในเรื่องนี้ทั้งหมด แล้วชีวิตคู่ก็จะประสบความสำเร็จ สำเร็จในการครองเรือนครองรักร่วมกับญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายสามีด้วย

    ในทางธรรมท่านได้วางหลักการเอาไว้ว่า เมื่อเราแต่งงานแล้ว ก็ขอให้ดูแลไปจนถึงพ่อแม่ของฝ่ายสามีและฝ่ายภริยาด้วย โดยหลักนี้จะอยู่ในข้อปฏิบัติ หรือหน้าที่ของภริยาที่จะต้องอนุเคราะห์สามี กล่าวคือ

    ๑. จัดงานบ้านให้เรียบร้อย
    ๒. สงเคระห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี
    ๓. ไม่นอกใจ
    ๔. รักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้
    ๕. ขยันไม่เกียจคร้านในงานทั้งปวง

    จะสังเกตุวได้ว่า ในทางธรรมนั้นท่านได้ให้ความสำคัญกับการดูแลญาติมิตรของทั้งสองฝ่ายเป็นอันมากจึงจัดวางลำดับความสำคัญไว้อยู่ใน อันดับที่ ๒ ของหน้าที่พึงปฏิบัติของคู่สามีภริยาเลยทีเดียว ซึ่งถ้าทำแบบอย่างได้ตามนี้ ก็ไม่เพียงครองใจสามีหรือภริยาเท่านั้น แต่ยังครองใจถึงญาติผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่าย ได้พลอดไปอีกด้วย



    [B]
    ความเผื่อแผ่ คือ การให้มากกว่าที่สามารถให้ได้
    และภูมิใจที่รับน้อยกว่าที่ท่านจำเป็น
    [/B]“
    [/SIZE]
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวเมืองกะสิน; 10-08-2010 at 14:58.


  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ไผ่หวาน
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    PATTAYA CITY
    กระทู้
    770
    บล็อก
    14
    เข้ามาอ่านเตรียมตัวเป็น "แม่สามี" แล้วสิเอาว่าที่ศรีสะใภ้ มาิ่อ่านำได้จั๋งได๋หละหือ

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616
    พี่ไผ่หวานดีจังเลยค่ะ ที่อยากให้ลูกสะใภ้ได้อ่านนำ แบบนี้คงจะเป็นครอบครัวที่น่ารักเลยทีเดียวขออวยให้มีความสุขจ้า

    ส่วนถ้าสนใจอยากให้ลูกสะใภ้อ่านนำ หาซื้อได้นะคะ
    ชื่อหนังสือ "มหัศจรรย์แห่งรัก" ของท่าน ว. วชิรเมธีจ้า ซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปจ้า
    แต่ที่เห็นหนังสือของท่าน ว. วางขายบ่อยๆก็คือ ร้านหนังสือซีเอ็ดจ้า

  4. #4
    อ่านแล้วกะอยากปฎิบัติตามยุดอกจ้า แต่หาสามียังบ่ทันได่ยุแหม