กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

โลกหนังสือซีไรท์ 1 ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    โลกหนังสือซีไรท์ 1 ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน


    โลกหนังสือซีไรท์ 1 ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน




    มองประวัติศาสตร์ย้อนอดีต กับเหตุการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยผ่านหนังสือประชาธิปไตยบนเส้นขนาน



    หนังสือที่ วินทร์ เลียววาริณ ตั้งใจบรรจงแต่งขึ้นมาค่ะ



    ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ของ วินทร์ เลียววาริณ
    วางจำหน่ายใน พ.ศ. 2537 และได้รางวัลซีไรต์ใน พ.ศ. 2540





    โลกหนังสือซีไรท์ 1  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน


    โลกหนังสือซีไรท์ 1  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน




    ฝนเทลงมาเหมือนทะเลคลั่งในคืนหนึ่งของเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 เช้าวันรุ่งขึ้น ที่มุมหนึ่งของ สวนลุมพินี ชายชราสองคนนั่งด้วยกันบนม้านั่งตัวหนึ่งชายชราคนแรกร่างสูงใหญ่ ผมขาวแชมเทาทั่งศีรษะ ริ้วรอยบนใบหน้าแสดงถึงประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชน สายตาคมกริบและเปี่ยมพลังแฝงแววเฉลียวฉลาดแม้จะอยู่วัยใกล้ฝังชายชราอีกคนหนึ่ง รูปร่างไล่เลี่ยกันกับคนแรก ปีกไหล่ทั่งสองหนาบึกบึน คล้ายกันต้องแบกภาระหนักมาตลอดชีวิต สายตาผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างมากมาย


    ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเมื่อ 60 ปีก่อน


    ชายคนแรกตามเนื้อเรื่อง เขาคือ เสือย้อยที่มีถิ่นอาศัยอยู่แถบเมืองเพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ผู้ที่เป็นโจรแต่มีแววตาที่ฉลาด ดูมีการศึกษาที่สูงที่ไม่เหมือนกับโจรทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะชายผู้นี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า หลวงกฤษดาวินิจ บุคคลที่มีการศึกษาสูง และเป็นทหารที่มีความจงรักภัคดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ที่ต่อต้านการปฏิวัติที่ต้องการอำนาจของบุคคลเพียงบางกลุ่ม จนถูกบีบบังคับให้มาเป็นโจร



    โลกหนังสือซีไรท์ 1  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน




    ชายชราอีกคนหนึ่งคือนายตำรวจที่มี ชื่อว่า ร.ต.ต ตุ้ย พันเข็ม นายตำรวจที่มีอุดมการณ์สูงรักประเทศยิ่งชีวิต ผู้มีบทบาทตั่งแต่นายตำรวจธรรมดาที่ปราบโจรที่มีชื่อต่างๆ จนเป็นที่เลืองลือจนได้รับฉายาว่า "จ่าตุ้ยปืนผี" จนถึงนายตำรวจที่มีบทบาทอย่างสูงทางการเมืองในยุค 60 ปีของการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ นายตำรวจที่เป็นคนสนิทของผู้นำประเทศที่มีอำนาจมหาศาลที่สุดในยุคหนึ่งของประเทศ


    ทั้งสองเป็นทั้งเพื่อนและศัตรูกันทางด้านแนวคิด


    ต่อจากนี้เป็นเรื่องที่กล่าวโดยย่อถึงเนื้อเรื่องที่เกิดขี้น พ.ศ. ต่าง ๆ



    พ.ศ. 2476 ในยุคแรกเริ่มของการได้มาซึ่งประชาธิปไตย ร.ต.ต ตุ้ย พันเข็ม ขณะยังมียศเป็นจ่าสิบตำรวจได้รับรู้ที่มาของเสือย้อย โจรที่ฉลาดและเป็นอดีตทหารที่เข้าร่วมกับฝ่ายกบฏบวรเดช เขาได้ออกไล่ล่าเสือย้อยเพื่อจะจับกุมตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่สุดท้ายกลับได้เสือย้อยเป็นเพื่อนที่ต่างอุดมการณ์ เรื่องราวต่างๆ จึงเริ่มต้นขึ้น ณ จุดนี้


    พ.ศ. 2482 เสือย้อยถูกจับกุมเพื่อเตรียมถูกประหารในคดีลอบสังหารจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดย ร.ต.ต.ตุ้ยเป็นผู้ควบคุมการประหารด้วยตนเอง แต่ด้วยที่เสือย้อยเป็นโจรที่มีการศึกษาสูงและมีบทบาททางการเมือง จึงสามารถรอดพ้นการถูกประหารมาได้


    พ.ศ. 2483/2488 เป็นเรื่องราวของเสือย้อยในสองช่วงเวลา โดยช่วง พ.ศ. 2483 เสือย้อยถูกส่งตัวไปที่เกาะตะรุเตา เสือย้อยพยายามแหกคุกหนีออกมาจากเกาะตะรุเตา แต่โชคร้ายที่ผู้คุมคนหนึ่งเห็นตัวเข้า เสือย้อยคิดว่าตัวเองจะถูกผู้คุมยิงตายแล้ว แต่น่าแปลกที่ผู้คุมกลับปล่อยตัวเขาไป ส่วนช่วง พ.ศ. 2488 นั้นเป็นช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว เสือย้อยได้อาสาเป็นคนส่งความลับทางทหารให้กับคณะเสรีไทยแต่พลาดท่าถูกทหารญี่ปุ่นจับได้ เผอิญเวลานั้นญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามต่อฝ่ายสัมพันธมิตร และทหารญี่ปุ่นกลุ่มที่จับเสือย้อยรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้ ทำให้เสือย้อยรอดพ้นจากความตายมาได้


    พ.ศ. 2490 เกิดรัฐประหารล้มรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เสือย้อยหลีกเร้นตัวเองขึ้นไปค้าไม้ที่ภาคเหนือ เขาได้พบกับชายชาวบ้านป่าคนนึง ที่มีความเฉลียวฉลาด เด็ดเดี่ยว กล้าหาญไม่แพ้ตัวเขา


    พ.ศ. 2494 เกิดกบฎแมนฮัตตันขึ้น มีการจับตัวจอมพล ป. พิบูลสงครามไว้เป็นตัวประกันโดยกลุ่มทหารเรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ แต่ไม่สำเร็จ ผู้ที่ผิดหวังที่สุดในครั้งนี้คือเสือย้อยที่จะทำการปฏิวัติ แต่ช้ากว่าพวกกบฎแมนฮันตัน


    พ.ศ. 2500 พ.ต.ต ตุ้ยในฐานะนายตำรวจคนสนิทของจอมพล ป. พาจอมพล ป. หนีไปที่ชายแดนเขมรหลังหมดอำนาจ จากการถูกรัฐประหารโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์


    พ.ศ. 2508 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยประกาศสงครามกับฝ่ายอำนาจรัฐ ตุ้ย พันเข็มได้เข้าร่วมงานศพผู้เสียชีวิตในการปราบปรามคอมมิวนิสต์รายหนึ่ง เขาได้หวนนึกถึงชีวิตของเพื่อนตำรวจคนหนึ่งซึ่งมาจากภาคอีสานด้วยกัน เพื่อนของเขาคนนี้เคยมีส่วนรวมในการก่อคดีสังหารโหด 4 อดีตรัฐมนตรีที่บางเขน คดีสังหารนายเตียง ศิริขันธ์และพรรคพวกรวม 5 คน ตามใบสั่งของอำนาจรัฐ และเป็นเพชฌฆาตประหารนักโทษตามมาตรา 17 ในสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สิ่งที่ตลกร้ายที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ ตุ้ยต้องมาทำหน้าอย่างเดียวกับเพื่อนของเขา โดยการจับกุมพ่อของเพื่อนตำรวจคนดังกล่าวไปประหารชีวิตด้วยข้อหามีความคิดเป็นคอมมิวนิสต์


    พ.ศ. 2516 เป็นปีที่มีการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยหมู่นิสิตนักศึกษา ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจรคืออำนาจให้ประชาชน มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น หนึ่งในเหตุการณ์นั่นคือการเผาอาคารสถานที่ราชการแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในที่ประท้วง โดยฝีมือของลูกน้องนักการเมืองที่อำพรางว่าเป็นฝีมือของประชาชน ซึ่ง พล.ต.ต ตุ้ยต้องสืบหาความจริงเรื่องนี้


    พ.ศ. 2519 พล.ต.ท ตุ้ยได้รับคำสั่งให้มาจับเสือย้อย ที่มีความเคลื่อนไหวว่าได้ปล้นรถบรรทุกนักโทษและได้ไปเข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อได้พบกันแล้วกลับพบความจริงว่า ลูกชายของเสือย้อยถูกจับ และเสือย้อยได้ฝากลูกชายไว้กับ พล.ต.ท ตุ้ยเพื่อให้กลับมาใช้ชิวิตในเมืองต่อไป ระหว่างเดินทางกลับ ลูกชายเสือย้อยถูกยิงเสียชีวิตเนื่องจากความเข้าใจผิดของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ


    พ.ศ. 2523 รัฐบาลในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ออกนโยบายปราบปรามคอมมิวนิสต์ โดยเน้นการใช้การเมืองแทนที่การใช้กำลัง


    พ.ศ. 2535 ปีที่เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทั้งเสือย้อยและ พล.ต.ต ตุ้ยย่างเข้าวัยชราแล้ว แต่ยังต้องข้องเกี่ยวกับการเมืองของนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแทนคลื่นลูกเก่า ทั้งสองคนต้องพิสูจน์ถึงคุณสมบัติของเสือที่ยังไว้ลายแม้จะแก่แล้วก็ตาม



    ................................................................................




    ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน




    ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เป็นหนังสือของ วินทร์ เลียววาริณ วางจำหน่ายใน พ.ศ. 2537 และได้รางวัลซีไรต์ใน พ.ศ. 2540



    โลกหนังสือซีไรท์ 1  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน



    ฉบับภาษาอังกฤษให้ชื่อว่า (Democracy, Shaken & Stirred) วางจำหน่าย พ.ศ. 2546 เป็นนิยายเชิงการเมืองไทย โดยดำเนินเรื่องตามการปฏิวัติในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จนถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ใน พ.ศ. 2535


    ตัวละครหลักในเรื่องเป็นตัวละครสมมติ แต่มีการใช้บุคคลในประวัติศาสตร์มากมาย


    หนังสือเรื่องนี้ เป็นการจำลองภาพในเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีความสำคัญในยุคต่างๆ นับตั้งแต่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย


    แม้จะไม่ใช้ประชาธิปไตยแบบเต็มใบจนถีงในช่วง หกสิบปีต่อมาที่มีการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแต่ละขั้น โดยมีการถ่ายเทอำนาจจากบุคคลหนึ่งไปหาอีกกลุ่มบุคคลหนึ่ง โดยถ่ายทอดผ่านการดำเนินชีวิตของบุคคลสองคน ที่แตกต่างกันในด้านการใช้ชีวิตและแตกต่างกันในทางด้านอุดมการณ์


    แต่ทั้งสองมีจุดมุ่งหมายปลายทางเพื่อการได้มาชึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง สิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียนกัน และได้มาชึ่งการมีประชาธิปไตยที่เต็มใบ เปรียบเสมือนทางเดินเพื่อไปหาประชาธิปไตย แต่เดินเป็นแนวที่ขนานกันไปไม่สามารถจะใช้วิธีร่วมกันได้




    โลกหนังสือซีไรท์ 1  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน



    โลกหนังสือซีไรท์ 1  ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน












    ขอบคุณ
    วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี
    http://www.pramool.com
    http://www.bangkokbookclub.com




    .....................................................................



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 22-08-2010 at 16:01.


  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616
    ขอบคุณ คุณครูเล็กจ้าที่เอามาให้อ่านทบทวน(หาปุ่มขอบคุณบ่พ้อเด้อจ้า)
    ชอบอ่านเรื่องสั้นและกะกวีซี่ไรท์จ้า แล้วกะชอบสะสมจ้า ที่ชอบก็มีอยู่หลายเรื่อง
    แต่ประชาธิปไตยบนเส้นขนานเคยอ่านนานแล้วจ้า เดี่ยวจะต้องหยิบมาอ่านอีกเทื่อแล้วหล่ะ

    อีกเรื่องหนึ่งที่ชื่อคล้ายๆกัน "อุดมการณ์บนเส้นขนาน" ก็น่าอ่านมากๆจ้า
    เว้าแล้วคิดถึงอดีตสมัยเรียนมหาลัย คิดฮอดคนที่ให้หนังสือแท้น้อ เพราะอุดมการณ์ของเฮามันเป็นเส้นขนานกัน ก็เลยต้องยืนอยู่บนเส้นขนานกันทั้งคู่ ฮือๆๆๆๆ


Tags for this Thread