กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)

    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)





    อาณาจักรเจนละ

    ประวัติศาสตร์ขอมนั้นเก่าแก่ค้นได้จากศิลาจารึกและจดหมายเหตุว่าขอมเป็นชื่อชนชาติที่เก่าแก่ต่อมาเรียกกันว่าเขมร และกลายเป็นกัมพูชาในปัจจุบัน
    ขอมเริ่มมาจากอาณาจักรฟูนัน ที่แปลว่าภูเขา นครแห่งนี้ปกครองโดยผู้หญิง คือพระนางหลิวเหย่ ในพุทธศตวรรษที่ 6 กองทัพอินเดียเคยยกทัพมาตี





    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    ในระหว่าง พ.ศ.๑๑๗๐-๑๒๕๐ นั้นอาณาจักรขอมมีกษัตริย์ครองราชย์คือ


    พระเจ้าภววรมันที่ ๒ พระโอรสของพระเจ้าอีศานวรมันที่ ๒
    และพระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ โอรสของพระเจ้าภววรมันที่ ๒


    ยุคนี้ได้สร้างศิลปขอมแบบไพรกเมง ขึ้นระหว่างพ.ศ.๑๑๘๐-๑๒๕๐




    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)


    (ศิลปะแบบไพรกเมง (พ.ศ.1180-1250) ทับหลัง มีลักษณะต่อเนื่องจากแบบโบว์ไพรกุก แต่ไม่มีตัวมกร บริเวณภายในที่เป็นรูปใบไม้ม้วน และเน้นลวดลายใบไม้และดอกไม้แทน มีปราสาทที่มีความสำคัญ ได้แก่ ปราสาทไพรกเมง ในประเทศไทยพบเห็นได้ที่วิหารอิฐ ปราสาทภูมิโพน จังหวัดสุรินทร์ และทับหลังที่ปราสาทเขาน้อยสีชมพู อยู่ที่จังหวัดสระแก้ว)



    สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ นั้นอาณาจักรเจนละนั้นได้แตกแยกเป็นพวกเจนละบกคืออยู่ลุ่มน้ำโขงตอนใต้


    และพวกเจนละน้ำ อยู่ในดินแดนลาวตอนกลาง พ.ศ.๑๒๕๐-๑๓๕๐ ยุคนี้ได้มีการสร้างศิลปขอมแบบกำพงพระขึ้น


    อาณาจักรขอมนั้นล่มสลายมาจนถึงรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ หรือพระเจ้าปรเมศวรพ.ศ.๑๓๔๕-๑๓๙๓


    พระองค์ได้รวบรวมพวกเจนละบกและพวกเจนละน้ำเป็นอาณาจักรใหม่โดยรับเอาลัทธไศเลนทร์หรือ เทวราชาเข้ามาทำการสถานปนาอาณาจักรใหม่ขึ้น


    โดยทำการสร้างราชธานีขึ้นใหม่หลายแห่งและสร้างปราสาทหินหรือเทวาลัย เป็นการใหญ่ ซึ่งมีเหตุการณ์ย้ายราชธานีขึ้นหลายครั้ง
    จนกว่าจะลงตัวเป็นนครวัตนครธมในที่สุด



    ด้วยเหตุนี้อาณาจักรขอมสมัยนี้จึงรุ่งเรืองด้วยการสร้างราชธานีขึ้นหลายแห่งและมีปราสาทหินที่เป็นศิลปขอมเกิดขึ้นหลายแบบ กล่าวคือ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ นั้นพระองค์ได้ทำการสร้างเมืองอินทรปุระเป็นราชธานี ขึ้นที่บริเวณใกล้เมืองกำแพงจาม สร้างเมืองหริหราลัยหรือร่อลวย เป็นราชธานี สร้างเมืองอมเรนทรปุระ เป็นราชธานี และสร้างเมืองมเหนทรบรรพต หรือพนมกุเลน เป็นราชธานี ยุคนี้ได้สร้างศิลปขอมแบบกุเลนขึ้นระหว่างพ.ศ.๑๓๗๐-๑๔๒๐



    เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ พระโอรสได้ครองราชย์ทรงพระนามว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๓ หรือ พระเจ้าวิษณุโลก ครองราชย์ พ.ศ.๑๓๙๓-๑๔๒๐ พระองค์ได้กลับมาใช้เมืองหริหราลัยหรือร่อลอย เป็นราชธานี


    ต่อมาจนถึงรัชกาลพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๑ หรือ พระเจ้าอิศวรโลก ครองราชย์พ.ศ.๑๔๒๐-๑๔๓๒ ยุคนี้ได้สร้างศิลปขอมแบบพระโคขึ้นในพ.ศ.๑๔๒๐-๑๔๔๐




    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    (ศิลปะแบบพระโค (พ.ศ.1420-1440) ทับหลัง มีการแกะลายค่อนข้างลึก ลวยลายพวงมาลัยที่ม้วนออก ส่วนตอนปลายก็จะเป็นมกร นาค หรือลวดลายของใบไม้ ส่วนตรงกลางท่อนพวงมาลัยจะเป็นรูปสัตว์และเทวดา ได้แก่ ครุฑ หน้ากาล พระอินทร์ ศิลปะทับหลังยุคนี้ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะของชวาเข้ามาผสมด้วย ได้แก่ ลายหน้ากาล หรือเกียรติมุข ส่วนปลายท่อนของพวงมาลัยก็จะเป็นการสลักรูปของนาคหันหน้าออกจากกัน ได้แก่ ปราสาทพระโค ปราสาทโลเลย และยังได้มีการเริ่มนำหินทรายเข้ามาใช้ในการก่อสร้างปราสาท ได้แก่ ปราสาทบากองในประเทศไทยมีปราสาท ได้แก่ ปราสาทหินโนนกู่ ทับหลังของปราสาทพนมวัน อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา)




    ในสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ หรือ พระเจ้าบรมศิวโลก พระโอรสของพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๑ ซึ่งครองราชย์เป็นกษัตริย์ขอมโบราณในพ.ศ.๑๔๓๒-๑๔๔๓ นั้น พระองค์ได้สร้างเมืองยโศธรปุระหรือเมืองพระนครแห่งแรกขึ้นที่เขาพนมบาเค็ง เมื่อพ.ศ.๑๔๓๖ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือทะเลสาบเมืองเสียมเรียบ เมืองนี้คนไทยเรียก เสียมราฐ




    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    ( ศิลปะแบบบาแค็ง (พ.ศ.1436-1468) ในยุคนี้เริ่มมีการแกะสลักหินกันมากขึ้น เพื่อแสดงถึงการมีอำนาจ มีการใช้หินในการก่อสร้างปราสาท ตัวปราสาท มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และมักจะก่อสร้างอยู่บนยอดเขา ลักษณะของทับหลังจะเป็นท่อนพวงมาลัย ส่วนปลายจะม้วนออกให้เป็นลายใบไม้ บริเวณกลางท่อนพวงมาลัยจะมีการสลักเป็นรูปเทวดาในท่านั่งอยู่เหนือหน้ากาล หรือพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ หรือพระวิษณุทรงครุฑ ได้แก่ ปราสาทพนมกรอม ปราสาทบาแค็ง ปราสาทพนมบก ประเทศไทย พบเห็นได้ที่ ปราสาทหินเมืองแขก และทับหลังของปราสาทพนมวัน นครราชสีมา)



    การสร้างปราสาทหินขึ้นบนเขาพนมบาเค็งนั้น เป็นอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูที่แผ่อิทธิพลเข้ามายังดินแดนแถบนี้ ซึ่งถูกสมมติขึ้นเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อนั้น นับเป็นศิลปขอมแบบบาเค็ง




    เมืองยโศธรปุระ ราชธานีแห่งนี้มีกษัตริย์ครองราชย์ต่อมาคือ พระเจ้าหรรษวรมันที่ ๑ หรือ พระเจ้ารุทรโลก พระโอรสของพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ ครองราชย์ พ.ศ.๑๔๔๓-๑๔๕๖ และพระเจ้าอีศานวรมันที่ ๒ หรือพระเจ้าบรมรุทรโลก พระอนุชาของพระเจ้าหรรษวรมันที่ ๑ ครองราชย์ พ.ศ.๑ ๔๕๖-๑๔๖๘ จึงเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแผ่นดิน


    ในที่สุดพระเจ้าชัยวรมันที่ ๔ หรือพระเจ้าบรมศิวบท ซึ่งเป็นน้องเขยของพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อาณาจักรขอมในพ.ศ.๑๔๗๑-๑๔๘๕ พระองค์ได้สร้างราชธานีขึ้นที่เมืองโฉกการยกยาร์หรือเกาะแกร์ และพระเจ้าหรรษวรมันที่ ๒หรือพระเจ้าพรหมโลก พระโอรสขององค์ได้ครองราชย์ต่อมาระหว่างพ.ศ.๑๔๘๕-๑๔๘๗ ยุคนี้ได้สร้างศิลปขอมแบบเกาะแกร์ พ.ศ.๑๔๖๕-๑๔๙๐




    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    (ศิลปะแบบเกาะแกร์ (พ.ศ.1465-1490) สถาปัตยกรรมแบบเกาะแกร์ ส่วนมากจะมีขนาดรูปทรงที่ใหญ่โต ส่วนทับหลังจะมีภาพในแบบของบาแค็ง บริเวณตรงกลางจะสลักให้เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับศาสนา อาทิ รูปพระกฤษณะฆ่าพระยากงส์ และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พบได้ที่ กลุ่มปราสาทเกาะแกร์ ปราสาทกระวัน ในประเทศไทยพบได้ที่ ปราสาทสังข์ศิลปชัย จังหวัดสุรินทร์)



    ต่อมาพระเจ้าราเชนทรวรมัน หรือพระเจ้าศิวโลก พระนัดดาของพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ ได้ครองราชย์ในพ.ศ.๑๔๘๗-๑๕๑๑ ได้ย้ายราชธานีมาที่เมืองยโศธรปุระ หรือเมืองพระนครแห่งแรก ยุคนี้ได้สร้างศิลปขอมแบบแปรรูป พ.ศ.๑๔๙๐-๑๕๑๐


    เมืองยโศธรปุระ ราชธานีเก่าแห่งนี้มีกษัตริย์ครองราชย์ต่อมาหลายพระองค์ ได้แก่




    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    (ศิลปะแบบแปรรูป (พ.ศ.1487-1510) ส่วนใหญ่เป็นการเลียนแบบศิลปะแบบพระโคและบาแค็ง แต่จะไม่ค่อยมีความละเอียด อ่อนช้อย ได้แก่ ปราสาทบ๊าตจุม ปราสาทแปรรูป ปราสาทแม่บุญตะวันออก ในประเทศไทยพบเห็นศิลปะแบบนี้ได้ที่ ปรางค์แขก จังหวัดลพบุรี ปราสาทหินบ้านเมืองเก่า จังหวัดชัยภูมิ)




    พระเจ้าชัยวรมันที่ ๕ หรือพระบรมวีรโลก ซึ่งเป็นพระนัดดาของพระเจ้าราเชนทรวรมัน ครองราชย์พ.ศ.๑๕๑๑-๑๕๔๔ สมัยนี้สร้างศิลปขอมแบบบันทายศรี พ.ศ.๑๕๑๐-๑๕๕๐ ขึ้น



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    (ศิลปะแบบบันทายสรี (พ.ศ.1510-1543) ทับหลังมีลวดลายละเอียด อ่อนช้อย และสลักรูปดอกไม้เลื้อยออกจากก้าน ตรงท่อนพวงมาลัย จะมีรูปสัตว์ ได้แก่ ครุฑ หน้ากาล หรือช้าง ออกมาคั่น)




    พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ ๑ พระนัดดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๕ ครองราชย์พ.ศ.๑๕๔๔ สร้างศิลปขอมแบบคลังขึ้นพ.ศ.๑๕๑๐-๑๕๖๐




    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)


    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    (ศิลปะแบบคลัง (พ.ศ.1508-1553) ทับหลัง มีลวดลายคล้ายศิลปะแบบบันทายสรี สลักรูปหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัยที่ออกมาจากปาก แล้วใช้มือมายึดที่พวงมาลัยเอาไว้ ได้แก่ ปราสาทตาแก้ว ประเทศไทย พบเห็นศิลปะแบบนี้ได้ที่ วัดโพธิ์น้อย และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์)




    พระเจ้าชัยวีรวรมัน ครองราชย์พ.ศ.๑๕๔๕(สวรรคตพ.ศ.๑๕๕๓)


    พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ครองราชย์ พ.ศ.๑๕๔๕-๑๕๙๓ สมัยนี้พระองค์ได้ทำการสถาปนาราชวงศ์ขึ้นใหม่ และน่าจะมีการสร้างเมืองพระนครขึ้นใหม่เป็นแห่งที่สอง เป็นยุคที่สร้างศิลปแบบปาบวนขึ้นใช้ในพ.ศ.๑๕๖๐-๑๖๓๐


    เมืองพระนครแห่งที่สองนี้ ยังไม่มีรายละเอียด จึงสรุปไม่ได้ว่าอยู่ที่ใด



    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)


    อาณาจักรขอมโบราณ 3 (อาณาจักรเจนละ)



    (ศิลปะแบบบาปวน (พ.ศ.1553-1623) ทับหลัง มีลักษณะเป็นการเล่าเรื่อง โดยมีภาพบุคคลเป็นส่วนใหญ่ มีรูปของหน้าสัตว์ประหลาดโดยการผสมผสานรวมกับเทวดาที่นั่งอยู่ภายในซุ้ม หรือบางภาพอาจเป็นการเล่าเรื่องของ กฤษณาวตาร ได้แก่ ปราสาทแม่บุญตะวันออก ปราสาทบาปวน ประเทศไทยพบเห็นศิลปะแบบนี้ได้ที่ ปราสาทพนมวัน จังหวัดนครราชสีมา ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทพนมรุ้งจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทบ้านพลวงและปราสาทเหมือนธม จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ ปราสาทสด็อกก็อกธม จังหวัดสระแก้ว ปราสาทหนองกู่ จังหวัดร้อยเอ็ด ปราสาทวัดภู(ประเทศลาว))



    ในดินแดนพายัพนั้น เดิมหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมดเป็นถิ่นที่อยู่ของชนชาติลาว ครั้นเมื่อขอมมีอำนาจขยายอาณาจักรมาสู่ดินแดนพายัพ จึงตั้งเมืองละโว้ให้เจ้านครขอมคอยดูแล และพระนางจามเทวีพระธิดาของเจ้าผู้ครองเมืองละโว้ได้ขึ้นไปครองเมืองหริภุญชัย (เมืองลำพูน) ซึ่งเป็นเมืองลูกหลวงของขอมละโว้ พระธิดาเจ้าผู้ครองเมืองนี้จึงได้ปกครองพวกลาวทั้งปวงในมณฑลพายัพ



    เมืองหริภุญชัย (เมืองลำพูน) จึงเป็นเมืองลูกหลวงของขอมละโว้ ที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ดูแลดินแดนพายัพ ต่อมาได้ตั้งเมืองนครเขลางค์ (เมืองลำปาง) ขึ้นและปกครองร่วมกัน



    …………………………………………………………………………






    ขอบคุณ

    http://www.siamrecorder.com

    http://avatar.tarad.com

    http://www.meeboard.com

    http://www.rd.go.th


    ………………………………………………………................





  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ไทเมืองมุก
    วันที่สมัคร
    Mar 2010
    ที่อยู่
    mukdaharn
    กระทู้
    332
    ขอบคุณ ที่มอบความรู้ดีๆให้กับทุกๆคน
    ทดสอบฝากรูปสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๒ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต มาด้วย




    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไทเมืองมุก; 24-08-2010 at 15:05.

  3. #3
    Banned

    วันที่สมัคร
    Jul 2008
    ที่อยู่
    Oil Field เพชรบูรณ์/กำแพงแสน
    กระทู้
    524
    ที่สุดแห่ง ประติมากรรม สถาปัติยกรรม วิศวกรรม ทำได้อย่างไร คนสมัยก่อนมีความพยายามความเชื่อและศรัทธาสูงมาก.......

  4. #4
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    อาณาจักรเจนละที่เกี่ยวข้องกับดินแดนสุวรรณภูมิ


    เหตุการณ์สำคัญของอาณาจักรเจนละที่เกี่ยวข้องกับดินแดนสุวรรณภูมิ





    อาณาจักรเจนละ หรือเจิ้นละ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของอาณาจักรหลินยี่(จามปา)
    ปัจจุบันนี้คือประเทศกัมพูชาและดินแดนภาคอิสานตอนใต้ของประเทศไทย แถบลุ่ม
    แม่น้ำมูล ซึ่งเป็นพิ้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ เดิมนั้นอาณาจักรเจนละเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนัน



    ต่อมาได้มีกำลังกล้าแข็งจึงประกาศอิสรภาพในพุทธศตวรรษที่ ๑๑ เจ้าชายจิตรเสน แห่งอาณาจักรเจนละ(ต่อมาครองราชย์เป็นพระเจ้ามเหนทรวรมัน)ได้ยกทัพไปรุกรานอาณาจักรฟูนัน แถบฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูล



    ในระหว่าง พ.ศ. ๑๑๑๐–๑๑๕๐ ในสมัยนั้นพระโอรสของพระองค์คือพระเจ้าอิศานวรมัน
    ได้ทำการปราบปรามและครอบครองดินแดนของอาณาจักรฟูนันได้ทั้งหมด


    ทรงตั้ง เมืองอิศานปุระ ขึ้นทางเหนือของเมืองกัมปงธม โดยมีปราสาทสัมโบร์ไพรกุกเป็นสัญลักษณ์ชนชาติเจนละ เป็นต้นตระกูลของเขมรโบราณหรือขอม


    พลเมืองของอาณาจักรเจนละประกอบด้วยชนเผ่าขอมในเขมร และขอมที่อพยพมาตามลำแม่น้ำโขง กับพวกจามจากเมืองจำปาศักดิ์ ชนชาตินี้ได้รับวัฒนธรรมสืบมาจากอาณาจักรฟูนัน


    เช่น การสร้างวัดบนภูเขา การใช้น้ำเพื่อการเกษตร และลัทธิที่นับกษัตริย์นั้นเป็นผู้แทน
    อารยธรรมจากอินเดีย อาณาจักรเจนละ ตั้งศูนย์กลางอยู่ตอนเหนือของทะเลสาปเขมร
    มีเมืองหลวงอยู่ใกล้เมืองกำปงธมในปัจจุบัน

    ชนชาติเจนละแบ่งออกเป็นสองพวกคือ

    พวกเจนละบก อยู่ในที่สูง อยู่บริเวณดินแดนลาวตอนใต้ เช่น เมืองโคตรบอง
    เมืองเศรษฐปุระ(บริเวณปราสาทวัดภู แขวงจำปาสัก) เมืองสุวรรณเขต แขวงท่าแขก
    ประเทศลาว ลงมาถึงแถบจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี


    ส่วนพวกเจนละน้ำ อยู่บริเวณทะเลสาปเขมรประกอบด้วย เมืองสวายเรียง เมืองกระเตี้ย และเมืองเสียมราฐ เมืองศรีมโหสถ(อยู่ในอำเภอโคกปีบ จังหวัดปราจีนบุรี)




    ในพุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๗อาณาจักรขอมมีอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วแหลมทองหรือ
    ดินแดนสุวรรณภูมิ จึงมีการสร้างปราสาทหินขึ้นตามยุคสมัยไว้หลายแห่ง

    เช่น

    ปราสาทภูมิโปน ที่ บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ (สมัยสัมโบร์ไพรกุก อาณาจักรเจนละ พุทธศตวรรษที่ ๑๑–๑๒)

    ปราสาทสังข์ศิลปชัย ที่ ต.บ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

    และปราสาทเขาน้อยตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญญประเทศ จังหวัดสระแก้ว (สมัยไพรกะเม็ง อาณาจักรเจนละ พุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๓)

    ปราสาทเขาพระวิหาร ใกล้จังหวัดศรีสะเกษ(พุทธศตวรรษที่ ๑๕ พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑)

    ปราสาทเมืองต่ำที่จังหวัดบุรีรัมย์ (พุทธศตวรรษที่ ๑๕–๑๖) ปราสาทหินพิมาย ที่จังหวัดนครราชสีมา(ศิลปะปาปวน พุทธศตวรรษที่ ๑๖ สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒)

    ปราสาทพนมรุ้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ (พุทธศตวรรษที่ ๑๗ สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่๒)

    ปราสาทเมืองสิงห์ ที่กาญจนบุรี(พุทธศตวรรษที่ ๑๘)

    นอกจากนี้ยังมีปรางค์สามยอด ที่ลพบุรี เมืองศรีเทพที่เพชรบูรณ์ และเมืองศรีวัตสะปุระ ที่อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรีอีกด้วย




    อาณาจักรขอมที่เคยยิ่งใหญ่นี้ได้เสื่อมลงในพุทธศตวรรษที่ ๑๘


    โดยชนชาติไทย มีผู้นำคนสำคัญคือ ขุนบางกลางหาว และขุนผาเมือง ทำการร่วมกันยึดอำนาจจากขอมที่เมืองสุโขทัยและครองดินแดนบางส่วนของขอมไว้ ยุคสมัยของอาณาจักรเจนละและอาณาจักรขอม




    ศิลปะยุคต่างๆ ของอณาจักรเจนละ

    อาณาจักรของโบราณ อาณาจักรเจนละ

    พนมดา พ.ศ. ๑๑๐๐–๑๑๕๐
    สัมโบร์ไพรกุก (อิศานปุระ) ๑๑๕๐–๑๒๐๐
    ไพรกะเม็ง ๑๑๘๐–๑๒๕๐
    กำพงพระ ๑๒๕๐–๑๓๕๐
    กุเลน ๑๓๗๐–๑๔๒๐ กษัตริย์คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒
    พะโค ๑๔๒๐–๑๔๔๐ กษัตริย์คือพระเจ้าศรีอินทรวรมันที่ ๑


    อาณาจักรขอมโบราณ( เมืองพระนคร)
    บาเค็ง ๑๔๔๐–๑๔๗๐ พระเจ้ายโศวรมันที่ ๑
    เกาะแกร์ ๑๔๗๐–๑๔๙๐
    แปรรูป ๑๔๙๐–๑๕๑๐
    บันทายศรี ๑๕๑๐–๑๕๕๐ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๕
    คลัง ๑๕๑๐–๑๕๖๐ พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑
    ปาปวน ๑๕๖๐–๑๖๓๐ พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒
    นครวัต ๑๖๕๐–๑๗๒๐ พระเจ้ายะโสวรมันที่ ๒
    บายน ๑๗๒๐–๑๗๘๐ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗





    พระเจ้าอินทรวรมันที่ ๒


    พ.ศ. ๑๓๕๕ พระเจ้าไชยวรมันที่ ๒ (พ.ศ.๑๓๔๕–๑๓๙๓)


    พ.ศ. ๑๓๕๕ พระเจ้าไชยวรมันที่ ๒ (พ.ศ.๑๓๔๕–๑๓๙๓)
    ทรงรวบรวมดินแดนที่เคยเป็นเจนละบกและเจนละน้ำ สถาปนาอาณาจักรเจนละเป็นอิสระจากราชวงศ์ไศเลนทร์ในชวา พ.ศ. ๑๔๓๒ พระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ (พ.ศ.๑๔๓๒–๑๔๔๓)
    ทรงสร้างเมืองยโสธรปุระ เป็นเมืองหลวง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนครธม หรือ
    พระนครหลวงหรือพระนคร


    พุทธศตวรรษ ๑๕–๑๖ ได้มีการบูรณะปราสาทตาเหมือนธม ที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒


    พ.ศ. ๑๕๘๒ พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ (พ.ศ.๑๕๔๕–๑๕๙๓) แห่งราชวงศ์มหิธรปุระ
    ทรงอุปถัมภ์พุทธศาสนา ทรงขยายอำนาจมายังดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาโดยยึดครอง
    ดินแดนอาณาจักรทวารวดีไว้ราว พ.ศ.๑๕๘๕ ทรงสร้างปราสาทเขาพระวิหารขึ้นบนภูเขาห่างจากนครหลวงเกือบ ๓๐๐ กิโลเมตร (ปัจจุบันเขาพระวิหารนี้อยู่ในเขตเขมร
    ใกล้อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ)


    พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ทรงสร้างปราสาทหินสระกำแพงใหญ่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ หลังจากที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ สวรรคตลง อาณาจักรขอมโบราณก็อ่อนแอลง พระเจ้าอนิรุทธ์ กษัตริย์ของพวกมอญจากพุกาม ได้แผ่อำนาจมาครอบครองดินแดนอีสานปุระไปถึง คอคอดกระ


    พ.ศ. ๑๖๒๓ พระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ทรงสร้างปราสาทนครวัด และสามารถเอาชนะ
    อาณาจักรจามปา แล้วขยายอิทธิพลมาทาดินแดนอิสานปุระ(ปัจจุบันคือภาคตะวันออก
    เฉียงเหนือของไทย)


    พ.ศ.๑๖๓๙–๑๘๑๓ เกิดสงครามครูเสดในยุโรป เนื่องจาก พระสันตปาปา ได้ชักชวนชาวคริสต์จากประเทศต่าง ๆ ยกทัพไปตีเมืองเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นที่ประสูติของพระเยซู พ.ศ. ๑๖๕๑ มีการสร้างปราสาทหินพิมาย เป็นวัดในพระพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน ศิลปะแบบปาปวน คล้ายกับที่ปราสาทหินนครวัดมีการสลักหินแบบพุทธศาสนานิกายมหายานไว้ด้วย นับเป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่โตมาก พ.ศ.๑๖๕๕( ค.ศ.1112 ) สมัยพระเจ้ายะโสวรมันที่ 2 นั้นได้ มีการขยายอาณาเขตไปทางตะวันตกถึงดินแดนอาณาจักรมอญทวารวดี ดินแดนสุวรรณภูมิในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และทำการต่อสู้รุกรานพวกจามที่เป็นเพื่อนบ้าน


    พ.ศ.๑๗๒๐ อาณาจักรเขมรอ่อนแอลง จึงทำให้พวกจามปาเข้ายึดทำลายเมืองหลวง
    ยโศธรปุระของอาณาจักรขอมได้



    ในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ได้ยกกำลังเข้าสู้รบจนมีชัยชนะพวกจาม และสู้รบกับพวกดายเวียด นับเป็นสมัยที่อาณาจักรเขมรได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กลับคืนมา พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสร้างเมืองพระนคร(นครธม) และปราสาทบายนขึ้นแทนเมืองยโศธรปุระ ที่ถูกพวกจามปาทำลาย พ.ศ. ๑๗๓๔ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กษัตริย์องค์สุดท้าย ของเมืองพระนคร ทรงสร้างปราสาทพระขรรค์ขึ้นตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระนครหลวง พระองค์ให้สร้างศิลาจารึกสำคัญไว้ที่ปราสาทนี้ด้วย คือจารึกปราสาทพระขรรค์ ซึ่งมีข้อความกล่าวถึง พระพุทธรูปชัยพุทธมหานาถ จำนวน ๒๓ องค์
    ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสร้างแล้วส่งพระราชทานไปประดิษฐานตามเมืองต่าง ๆ
    เช่น นครชัยศรี (ศรีวิทยาปุระ) ลพบุรี(ลโวทยะปุระ) สุพรรณบุรี (สุวรรณปุระ)
    ราชบุรี (ชัยราชปุระ) เพชรบุรี (ศรีชัยวัชรปุระ) และเมืองสิงห์ เป็นต้น


    จารึกปราสาทพระขรรค์แห่งนี้ยังได้ระบุถึงที่พักคนเดินทาง(ผู้จาริกแสวงบุญ) ๑๒๑ แห่ง
    ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ตามเส้นทางเดินที่มีอยู่ในอาณาจักรขอม (คล้าย
    ที่พักม้าใช้ ส่งหนังสือของจีน) ๕๗ แห่ง คืออยู่บนถนนจากเมืองพระนครหลวง
    ไปราชธานีของราชอาณาจักรจามปา ๑๗ แห่ง อยู่บนถนนจากยโสธรปุระ



    ไปปราสาทหินพิมาย (ค้นพบแล้ว ๘ แห่ง) และอีก ๔๕ แห่งบนเส้นทางเดินไปตาม
    เมืองต่างๆ ซึ่งบางแห่งยังหาไม่พบว่าอยู่ที่แห่งใด (เช่นปราสาทตาเมือน อำเภอกาบเชิง
    จังหวัดสุรินทร์) นอกจากนี้จารึกปราสาทพระขรรค์ ยังระบุด้วยว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
    ทรงให้สร้างสถานพยาบาล ๑๐๒ แห่ง (อโรคยาศาล)ทั่วราชอาณาจักรขอม(ในปัจจุบันมี
    การค้นพบอโรคยาศาลดังกล่าวแล้วราว ๓๐ แห่ง) สถานพยาบาลดังกล่าว อยู่ใต้ความดูแลของพระไภษัชคุรุไพฑูรย์ประภา




    สำหรับอโรคยาศาลที่ค้นพบในประเทศไทยได้แก่

    ปรางค์กู่ที่จังหวัดชัยภูมิ
    ปราสาทเมืองเก่าที่ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
    ปรางค์ครบุรี อยู่ที่ตำบลครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
    และปราสาทตาเมือนตู๊จ ที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์


    เมื่อครั้งสมัยขอมมีอำนาจนั้นได้สร้างเมืองพระประแดง ให้เป็นเมืองหน้าด่าน
    ทางทะเลที่ปากน้ำเจ้าพระยา เชื่อว่ามีอายุเป็นพันปี จากข้อสันนิษฐานมาจากคำว่าพระประแดงมาจากภาษาขอม “บาแดง” แปลว่า คนนำข่าว ทูต หรือ คนเดินหมาย


    เรื่องนี้ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า เมืองพระประแดงที่ขอมสร้างขึ้นนั้นตั้งอยู่บริเวณตำบลราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ มิใช่ตรงบริเวณปากลัดในปัจจุบันนี้ เพราะสมัยนั้นปากน้ำเจ้าพระยาอยู่เพียงตัวเมืองพระประแดงที่ขอมสร้างเท่านั้น ต่อมาแผ่นดินได้งอกออกไปถึงบริเวณแหลมฟ้าผ่า สมุทรปราการ ทำให้เมืองพระประแดงสมัยขอม หมดความสำคัญลงไปและย้ายที่ตั้งไปไปที่เมืองนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งเป็นอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบัน แต่ต่อมาสมัยพระเจ้าทรงธรรมทรงสร้างเมืองสมุทรปราการเป็นเมืองหน้าด่าน แทนเมือง นครเขื่อนขันธ์ เมื่อเสียกรุงครั้งที่ ๒ พระประแดงคงกลายเป็นเมืองร้างไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง และมาบูรณะใหม่เป็นนครเขื่อนขันธ์ ให้พวกมอญไปอยู่ในสมัย รัชกาลที่ ๑ เพื่อป้องกันข้าศึกทางทะเล ภายหลังรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗



    เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๘- ๑๙ นั้น พระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ได้ถูกอิทธิพลของ
    ศาสนาฮินดูเข้ามาแทนที่ ในสมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๒ อาณาจักรเขมรเริ่มเสื่อมอำนาจ




    ทางด้านวัฒนธรรมและกำลังทหาร จึงทำให้ชนชาติไทยเข้ายึดกรุงสุโขทัยตั้งตัวเป็นอิสระ


    ต่อมาสมัยพระเจ้าอู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยา อาณาจักรขอมก็ถูกกองทัพกรุงศรีอยุธยานำโดยขุนหลวงพระงั่วยกทัพโจมตียึดเป็นเมืองขึ้นใน พ.ศ. ๑๘๙๖ ต่อมาปี พ.ศ.๑๙๓๖
    พวกเขมรแข็งเมืองจนสมเด็จพระราเมศวร กษัตริย์กรุงศรีอยุธยาต้องส่งกองทัพไปยึดเมืองพระนครหลวงของเขมรได้ ในพ.ศ.๑๙๗๔ อาณาจักรเขมรเกิดแข็งเมืองอีก
    สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓(เจ้าสามพระยา)ยกทัพไปตีเมืองพระนครหลวงของเขมรได้อีก เมืองพระนครหลวงของเขมรถูกทำลายจนต้องย้ายเมืองหลวงจากเมืองพระนคร
    ไปตั้งที่เมืองจตุรพักตร์(ที่ตั้งของกรุงพนมเปญปัจจุบัน) และต่อมาย้ายไปเมืองละแวก
    สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เจ้าพระยาละแวกแห่งเขมรชอบที่จะลอบยกทัพมาโจมตี
    กรุงศรีอยุธยาในขณะที่มีศึกกับพม่าดังนั้น สมเด็จพระนเรศวรจึงทรงยกทัพไปตีกรุงละแวกได้สำเร็จ



    ต่อมาสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เขมรตกอยู่ใต้อำนาจของฝรั่งเศส และ
    เกิดสงครามระหว่างเขมรแดงนิยมคอมมิวนิสต์กับเขมรนิยมอเมริกัน อเมริกาส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดทำให้คนตายไปมาก ต่อจากนั้นเมื่ออเมริกาถอนกำลังออก พวกเขมรแดงที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนและรัสเซียภายใต้การนำของนายพอลพตได้อำนาจ เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฝ่ายตรงข้าม คนตายอีกมากมาย และต่อมาก็เกิดการแตกแยกรบพุ่งกันระหว่างเขมรสามฝ่ายอีกหลายสิบปีทำให้คนเขมรเกือบสิ้นชาติ






  5. #5
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ wundee2513
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    ตามภารกิจ
    กระทู้
    1,167
    บล็อก
    11
    ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลทางประวัติศาสตร์

    ความอลังการในจิตใจมนุษย์และความศรัทธาในศาสนา

    ก่อให้เกิดความยิ่งใหญ่ในศิลปกรรมและสถาบัตยกรรม นะครับ

  6. #6
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ



    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ

    ภาพศิลปะต่างๆๆ ในยุคสมัยของ เจนละ






    ****************************************
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 21-09-2010 at 01:06.


Tags for this Thread