กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายแรงและเรื้อรัง

  1. #1
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
    ช่างภาพอิสระ
    สัญลักษณ์ของ ฅนภูค่าว
    วันที่สมัคร
    Feb 2010
    ที่อยู่
    นครโคราช บ้านเกิดกาฬสินธุ์
    กระทู้
    1,368

    เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายแรงและเรื้อรัง


    A-RO-KA-YA Pa-Ra-Ma-La-Pa

    ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

    เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายแรงและเรื้อรัง


    โดย นางศิราณี เอกัคคตาจิต 38/31บ้านธรรมรัตน์ ซอยธานี11 ถ.ธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 31000 โทร ,แฟ็ก 044-615040

    เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายแรงและเรื้อรัง

    เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายแรงและเรื้อรัง เมื่อลูกข้าพเจ้าป่วยด้วยโรคร้ายแรงและเรื้อรัง

    ครอบครัวเรามีลูก 4 คน ผู้ชายล้วน พ่อบ้านชื่อ นพ.ศิริพงษ์ เอกัคคตาจิต รับราชการทำงานที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จบแพทย์จุฬารุ่น 24 ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ซี 9 ข้าพเจ้าเป็นแม่บ้านเต็มขั้น และความไม่เที่ยงก็เกิดขึ้น เช้าวันที่26 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ตื่นเช้ามาดูลูกคนที่ 3 ชื่อศักดา เอกัคคตาจิต เขาบอกยืนได้ขาข้างเดียว เจ็บข้อเท้าและเข่ามาก เราก็ไม่คิดว่าเป็นอะไรมาก เป็นจังหวะใกล้จะเปิดเทอมแรกของการเข้ามหาวิทยาลัย เขาเรียนแพทย์ศิริราชโดยสอบเข้าโคต้า แพทย์ศิริราช และสอบแข่งขันวิชาเคมีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2539 ไปนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลศิริราช 2อาทิตย์ หมอบอกให้ยาแก้ปวด แล้วดูอาการ ให้ใช้ไม้เท้าไปเรียนได้ 2อาทิตย์ ปรากฏว่าอาการกำเริบเจ็บขยายมาที่หัวไหล่ทั้ง2ข้าง ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งครั้งนี้หมอตรวจอาการแล้วถามข้าพเจ้าว่ามีลูกกี่คน ตอบว่ามี 4คน คนโตทำงานแล้ว คนที่2 เรียนแพทย์ขอนแก่น คนป่วยเป็นคนที่3 รู้สึกหมอที่ถามมีสีหน้าดีขึ้นเพราะเขารู้แล้วว่าโรคที่ลูกเป็นอยู่นี้เข้าข่ายปวดข้อจูวีหน่ายรูมาตอย เพราะเจ็บข้อก่อนอายุ 17 ปีซึ่งค่อนข้างร้ายแรง เพราะแม้สถิติการรักษาต่างประเทศก็ยากมีให้ได้ก็ยาแก้ปวดเท่านั้น เป็นมากหลายปีหน่อยก็จะพิการได้ หมอที่รักษาเขาก็บอกให้แม่ทำใจ และให้ยาแก้ปวดมากินที่บ้าน ความรู้สึกของแม่แทบล่มสลาย วันแล้ววันเล่าไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น จุกปวดกระเพาะอาหารขนาดหนักเพราะกินยาแก้ปวด กินยาเครือบกระเพาะอาหารเต็มที่ก็ยังเจ็บท้องอยู่ นรกบนดินเป็นเช่นนี้เอง กินยาแก้ปวดข้ออย่างแรงเช้าเย็นแก้ได้ชั่วคราวต้องกินประจำแม้ปวดกระเพาะอาหารก็ต้องกิน เจาะเลือดค่าอีเอสอาร์อยู่ระหว่าง50-90 มม.ต่อชม.ซึ่งค่าปกติไม่เกิน 20 มม.ต่อชม. กินยามากจนถึงหูอื้อแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นช่วงนี้เขาก็ไปอยู่วัดกับหลวงพ่อ 5-6เดือน ทำเรื่องลาเรียน 1ปีระยะนี้ขาเริ่มลีบเพราะเจ็บข้อเท้ามากต้องนอนกับที่ เราเป็นชาวพุทธช่วงไหนที่จิตมีสมาธิก็อธิฐานขอให้ลูกได้พบหนทางรักษาที่ถูกต้องด้วยเถิดจะได้หยุดยาแก้ปวดนี้เสียที ชีวิตที่เหลืออยู่นี้จะขนขวายทำแต่ความดี แล้วโชคก็มาถึง วันที่7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 ดร.พรพรรณและคุณเฉซึ่งเป็นญาติกับอาจารย์นิศา เชนะกุล ได้มาที่บ้านเพื่อไปกราบหลวงปู่ที่วัดเขาน้อย เขามาเห็นลูกชายป่วยเขาก็แนะนำให้ทานนมธัญญพืช และน้ำผักปั่นที่มีคุณค่าอาหารโดยทานนมธัญญพืชก่อนอาหารวันละ1แก้วและน้ำผักปั่นวันละ4-5แก้วทานได้20วันหมอก็ให้เจาะอีเอสอาร์ดูปรากฏว่าอีเอสอาร์ลดเหลือ36มม.ต่อชม.ลูกชายก็ร้องออกมาว่าเขาคงรอดตายและหายได้จากการทานอาหารนี้ก็เริ่มมีกำลังใจรับประทานนมธัญญพืชและน้ำผักปั่นมากขึ้นกินนมธัญญพืชและน้ำผักปั่นอย่างละ6-7แก้วทุกวันและแช่น้ำาร้อนสลับกับน้ำเย็นอย่างละ3นาทีและเริ่มไปอยู่วัดอีกเพื่อจะได้อยู่กับธรรมชาติ นอนหัวค่ำ(3ทุ่ม)และรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด พอทานได้ 1เดือนก็หยุดยาทุกชนิด อีเอสอาร์ก็ลดลงเรื่อยๆ เหลือ 20มม.ต่อชม. ต่อมาก็เหลือ 12 ก็เท่ากับคนปกติ เจาะอีกครั้งหนึ่งก่อนไปเรียนวันที่1มิถุนายน 2541ค่าอีเอสอาร์เท่ากับ1มม.ต่อชม. เม็ดเลือดแดงจาก 33% เป็น 48% เม็ดเลือดขาวจาก 13500 ก็เหลือ 6500 พอไปเรียนได้ 5-6 เดือน เขาก็สามารถบริจาคเลือดให้กับโรงพยาบาลศิริราชได้ ญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดแม้นเพื่อนหมอด้วยกันก็รู้สึกเหมือนปาฎิหารใครจะคาดคิดว่าจะหายจากโรคด้วยอาหาร

    ข้าพเจ้าจึงต้องการเผยแพร่ให้ผู้ที่มีอาการปวดข้อเรื้อรังลองมาดื่มน้ำผักปั่น และนมธัญพืช อย่างละ8-12แก้วต่อวันเพื่อไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อยาแก้ปวดข้อและยาป้องกันโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล ซึ่งต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศทำให้เสียดุลย์การค้าระหว่างประเทศ และให้นอนแต่หัวค่ำ 3ทุ่ม ทำจิตใจให้เบิกบาน นั่งสมาธิถ่ายอุจจาระทุกวันโดยกินอาหารที่มีกากใย ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านขบวนการปรุงแต่ง ได้แก่เมล็ดธัญพืช ผักสด ผลไม้สด ไข่ ขาว ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ สัตว์ปีก กินแต่เนื้อ ปลาโดยนึ่งหรือต้มไม่ควรทอด เพราะจะมีไขมันมาก ไม่กินอาหารกระป๋องเพราะต้อง ผ่านขบวนการปรุงแต่ง ทำให้เสียคุณค่าอาหาร ไม่นอนอยู่ใกล้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดยอย่าให้มีเครื่องทีวี ,วิทยุ,เครื่องคอมพิวเตอร์และตู้เย็นอยู่ในห้องนอน ออกกำลังกาย ทำกายภาพบำบัด เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อลีบ ก็อาจหายจากโรคปวดข้อเรื้อรังและไม่มีความพิการของแขนขาข้างที่ปวดข้อได้โดยปกติ

    สูตรน้ำผักปั่น

    1. ผักกาดหอม 2 ใบ (กล้ามเนื้อกระดูก เส้นเอ็น และทำให้ปอดแข็งแรง)
    2. คื่นฉ่าย 2 ก้าน (ช่วยการหมุนเวียนโลหิตและหลอดเลือดแข็งแรง)
    3. มะเขือเทศ 1 ลูก (เม็ดเลือดแข็งแรง)
    4. หอมใหญ่ 1/4 ลูก ( หัวใจ แข็งแรง)
    5. น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ ( ให้พลังงานรวม)
    6. มะนาว 1 ลูก (ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน)
    7. แอปเปิ้ล 1 ลูก (ให้พลังงานสำรองม้ามสูงมาก)
    8. น้ำเปล่า 2-4 แก้ว

    วิธีล้างผัก ข้อควรระวังเรื่องการล้างสารพิษตกค้าง

    น้ำส้มสายชู 1ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1ลิตร แช่ผัก 1 กก. นาน 45 นาที กรณีพืช ผักและผลไม้มากควรใช้อ่างใบใหญ่ และแช่พืช ผักในอ่างที่ผสมน้ำส้มสายชู แล้ว เมื่อล้างเสร็จแล้วปั่นกินได้เลยผักที่เหลือแช่ตู้เย็นเก็บไว้ปั่นวันหลัง
    ปั่นส่วนผสมทั้งหมดแล้วต้องกินทันทีถ้าจะเก็บไว้กินต้องแช่ตู้เย็นไว้ ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 1วัน


    สูตรนมธัญพืช

    1. เม็ดบัว 1 ส่วน
    2. ลูกเดือย 1 ส่วน
    3. ข้าวกล้อง 1 ส่วน

    วิธีทำ แช่เม็ดบัว และลูกเดือยในน้ำร้อน 2 ชม. แล้วนำไปต้มจนสุกประมาณ ครึ่งชม. หุงข้าวกล้องจนสุก แล้วเอามาอย่างละ1 ขีดหรือ 100 กรัม ปั่นจนเข้ากันดีใส่น้ำสะอาดต้มสุกพออุ่นพร้อมกัน จะได้นมธัญพืชที่มีคุณค่าอาหารดื่มได้เลย แต่มันจะจืด ถ้าใส่นมไวตามิ้นคนให้เข้ากันจะได้นมธัญพืชที่หวานตามจำนวนที่ใส่ตามต้องการ ถ้าต้องการเก็บเม็ดบัวและลูกเดือยที่ต้มสุกแล้วเอาไว้ปั่นกับข้าวกล้องวันหลังให้แช่ไว้ตู้เย็นช่องแข็งจะเก็บไว้ได้นาน


    เอกสารอ้างอิง

    1. ดร. รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ ความรู้เบื้องต้นเรื่องสุขภาพและธรรมชาติ โดยชมรมบ้านสุขภาพสมุทรปราการและระยอง
    เอกสารเผยแพร่ ปี 2540 โทร 02-3944267


    ข้อมูลเพิ่มเติม

    ดร. รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์

    เยี่ยมชม...ชมรมบ้านสุขภาพ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์

    http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1014.0

    รู้จักกับชมรมบ้านสุขภาพ

    http://www.siamhealthy.net/

    ขอขอบคุณ FWM

    Ittipon Ratanavisit [Ittipon@kslgroup.com]


  2. #2
    ฝ่ายเทคนิคและโปรแกรม สัญลักษณ์ของ เต็มใจให้เธอ
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    ที่อยู่
    ดอกคูณ เสียงแคน ขอนแก่น
    กระทู้
    1,340
    บล็อก
    6

    รอบยิ้มพิมใจ ขอบคุณครับ

    ขอบคุณมากๆครับสำหรับผู้โพส และเจ้าของเรื่อง(ผู้เผยแพร่)
    ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นโรคปวดข้อ ผมจะลองทำตามสูตรนี้เบิ่งครับ
    จะบอกว่าเคยได้ยินว่ามีสูตรแบบนี้อยู่ครับ มีคนหนึ่งบอกจะปั่นสู่ผมกิน เพราะว่ามีสูตรอยู่ แต่ผมก็รอแล้วรอเล่ากะบ่ได้กินจักเทื่อครับ
    ในที่สุดผมก็ได้มาเห็นในกระทู้นี้ครับ ขอบคุณอย่างสูงครับฅนภูค่าว

    หายบ่หายผมก็บ่ได้ว่าหยังครับ
    เพราะว่าผมถือว่าโรคนี้เป็นเพื่อนผมแล้วครับ
    แต่ว่าผมจะเริ่มมื้อนี้เลยครับ เพราะหวังเพียงว่าจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเก่าก็เพียงพอสำหรับผมแล้วครับ

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ กำลังใจ
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    กระทู้
    1,611
    บล็อก
    1
    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทีเป็นโรคนี้นะคะ หายไวไว

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ไผ่หวาน
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    PATTAYA CITY
    กระทู้
    770
    บล็อก
    14
    ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูลดี ๆ สิลองเฮ็ดให้สมาชิกในบ้านกินเบิ่งอยู่ค่ะ
    เป็นโรคปวดเข่าอยู่ 2 คน ย่อนเตะบอล...

  5. #5

    ขอบคุณหลายๆ ค่ะ

    ขอบคุณเจ้าของกระทู้สำหรับข้อมูลดีๆ ที่นำมาฝากกันค่ะ บทความนี้มีประโยชน์หลาย

  6. #6
    ศิลปิน,ช่างภาพอิสระ สัญลักษณ์ของ เพ็นนี
    วันที่สมัคร
    May 2009
    ที่อยู่
    Bangkok
    กระทู้
    1,387
    บล็อก
    2
    เพ็นนีกะเป็นผู้หนึ่งที่ปวดข้อ มือเท้าบวมโดยบ่ฮู้สาเหตุ
    เคยดื่มน้ำผักตามในสูตรแต่บ่ต่อเนื่อง
    แต่กะยอมรับว่า ช่วยได้ เนื่องจากอาการปวดข้อของเพ็นนนีบ่กำเริบถึง 8 ปี
    หัวตะมาปีนี่หล่ะ เริ่มมีอาการปวดบวมอีกแล้ว

    ต่อไปนี่กะต้องดูแลสุขภาพเจ้าของอีกเทือ..สิได้ยุป่วงด่นๆ


Tags for this Thread