กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

มุมมองของคนญี่ปุ่นที่มีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิม่า

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    มุมมองของคนญี่ปุ่นที่มีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิม่า


    มุมมองของคนญี่ปุ่นที่มีต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิม่า





    จากเว็บไซด์ http://pub.ne.jp/tarojii/?entry_id=3541376

    บทความทีคนญี่ปุ่นเขียนในเว็บไซด์




    สรุปสั้นๆว่า



    รัฐบาล นักวิชาการด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น บริษัทTEPCO และสื่อ ปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังนี้



    1. โรงไฟฟ้าที่ฟุกุชิม่า เป็นแบบ BWR ซึ่งมีลักษณะเฉพาะอยู่ที่ต้องใส่แท่งควบคุมปฏิกิริยาจากด้านล่างของแท้งค์แรงดัน

    ดังนั้นแท่งควบคุมปฏิกิริยาก็จะห้อยลงมาจากแท้งค์แรงดัน แท่งควบคุมจะถูกดันด้วยแรงดันน้ำ แต่เมื่อไหร่ที่เกิดแผ่นดินไหว แท่งควบคุมนี้ก็จะเข้าไปในแท้งค์แรงดันได้ยากขึ้น

    แต่แผ่นดินไหวครั้งนี้ โชคดีที่แท่งควบคุมนี้เผอิญหลุดเข้าไปในแท้งค์ ทำให้เตาไฟฟ้าหยุดทำงาน

    ส่วนปั้มน้ำสำหรับหมุนเวียนน้ำในแท้งค์แรงดัน เนื่องจากโรงไฟฟ้าแบบ BWR จะถูกออกแบบให้ปั้มน้ำจะถูกห้อยอยู่ข้างนอกแท้งค์แรงดัน ซึ่งจะเป็นข้อเสียอย่างแรงเวลาเกิดแผ่นดินไหว ปั้มน้ำนี้จะทำหน้าที่หล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิง และที่แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ไม่สามารถหล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิงได้ ก็เพราะลักษณะการออกแบบของปั้มน้ำตัวนี้




    2. แหล่งกำเนิดไฟฉุกเฉินถูกสึนามิ พัดหายไป โดยปรกติโรงไฟฟ้าจะใช้ไฟฟ้าที่ตัวเองผลิตขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อน เรียกว่า แหล่งไฟฟ้าภายใน แต่เนื่องจากหลังเกิดแผ่นดินไหวโรงไฟฟ้าหยุดทำงาน

    ดังนั้นแหล่งไฟฟ้าภายในก็หยุดตาม ซึ่งปกติแล้วถ้าแหล่งไฟฟ้าภายในหยุด มันก็จะใช้แหล่งไฟฟ้าภายนอกที่ได้มาจากสายส่งไฟ แต่ก็เพราะแผ่นดินไหว แหล่งไฟฟ้าภายนอกก็หยุดทำงาน ในกรณีที่แหล่งไฟฟ้าภายในและภายนอกหยุดทำงาน มันก็จะใช้แหล่งกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินแบบดีเซล แต่เนื่องจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินถูกสึนามิ พัดหายไป ในที่สุดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิม่า ก็ไม่มีไฟฟ้า

    ทำให้มันหยุดทำงานแบบสมบูรณ์ สูญเสียไฟฟ้า แต่บริษัทไฟฟ้าก็ออกมาบอกแค่ว่าแหล่งกำเนิดไฟฟ้าไม่ทำงาน ทั้งๆที่จริงแล้วแหล่งกำเนิดไฟฟ้าหายไปกับสึนามิแล้ว ตามจริงอุบัติเหคุเรื่องการสูญเสียแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเก้าเดือนก่อน ตอนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่วันที่ 17 มิถุนา 2010



    3. ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้ ใช้ธาตุยูเรเนียมเข้มข้นสูง(4.8%) เป็นเชื้อเพลิงที่มีค่าการเผาไหม้สูง เมื่อมีความเข้มข้นสูงก็จะทำให้ฝ่นนิวเคลียร์(คนญี่ปุ่นเรียกว่า Shi no Hai = เถ้าแห่งความตาย)ที่เกิดจากปฏิกิริยาFisionมีการแผ่รังสีมากขึ้นด้วย

    นอกจากนี้เชื้อเพลิงที่ใช้เสร็จแล้วก็จะปล่อยความร้อนจาการสลายตัวสูงกว่าเชื้อเพลิงที่มีความเข้มข้นต่ำ สำหรับโรงไฟฟ้าฟุกุชิม่า ไดอิจิ เครื่องตัวที่สาม นอกจากจะใช้ยูเรเนียมเป็นเชื้อเพลิงแล้ว ยังใช้พลูโตเนียมด้วย เนื่องจากพลูโตเนียมไหม้ตัวได้ดีกว่ายูเรเนียม

    ทำให้เกิดฝุ่นนิวเคลียร์ที่แผ่รังสีได้สูงกว่า ความร้อนจากการสลายตัวหลังจากใช้เสร็จก็สูงกว่า ดังนั้น เมื่อไม่สามารถหล่อเย็นได้ ก็จะทำให้แท่งเชื้อเพลิงโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ ทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจน เมื่อแท้งค์เกิดการระเบิดทำให้ก็เลยทำให้ฝุ่นนิวเคลียร์จำนวนมากกระจายออกมา ที่รอบๆโรงไฟฟ้าฟุกุชิม่า ไดอิจิ

    เครื่องตัวที่สาม มีความเข้มข้นของรังสีอยู่ที่ 400 mSv ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าใช้ยูเรเนียมเข้มข้นสูงกับพลูโตเนียมนั่นเอง รัฐบาลญี่ปุ่นก็ไม่ได้บอกกับประชาชนถึงอันตรายของพลูโตเนียม



    4. เชื้อเพลิงที่ใช้แล้วเกิดการระเบิด เชื้อเพลิงที่ใช้แล้วที่เก็บอยู่ที่บ่อน้ำของฟุกุชิม่า ไดอิจิ เครื่องที่ 4 เกิดการระเบิด

    รัฐบาลญี่ปุ่นก็ปกปิดความจริงที่ว่าทำไมมันถึงระเบิด ญี่ปุ่นเริ่มมีปัญหากับการเก็บกากนิวเคลียร์ที่ได้จากการผลิตไฟฟ้ามานานแล้ว ทำให้บ่อน้ำเต็มไปด้วยกากนิวเคลียร์เป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน

    เมื่อกากนิวเคลียร์เยอะขึ้นก็แสดงว่าความร้อนจากการสลายตัวก็มากขึ้น เมื่อระบบหมุนเวียนน้ำไม่ทำงานเนื่องจากแหล่งไฟฟ้าไม่มี ก็ทำให้น้ำในบ่อน้ำระเหยไปเรื่อยๆจนทำให้กากนิวเคลียร์โผล่พ้นผิวน้ำ จึงเกิดก๊าซไฮโดรเจนจำนวนมากและระเบิด

    พูดง่ายๆว่า ความเดือดร้อนที่เกิดจากไม่รู้ว่าจะกำจัดกากนิวเคลียร์ยังไง แล้วเอาไปอัดใส่ในบ่อน้ำทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นใหญ่กว่าเดิม




    5. ความแตกต่างระหว่างการปนเปื้อนภายในและภายนอก เนื่องจากเกิดการระเบิดจากก๊าซไฮโดรเจน ทำให้ฝุ่นนิวเคลียร์กระจายไปทั่วฟุกุชิม่า และตอนนี้ก็เริ่มจะถึงโตเกียว

    แต่นักวิชาการด้านนิวเคลียร์ รัฐบาล สื่อโทรทัศน์ก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าไม่มีอันตราย ก็ยังหลอกประชาชนไปเรื่อยว่า ค่ายังต่ำกว่าการถ่ายเอ็กซ์เรย์ การรับรังสีจากภายนอกเรียกว่าการปนเปื้อนภายนอก การถ่ายเอ็กซืเรย์ก็เป็นการปนเปื้อนภายนอก

    แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อสุขภาพมากกว่าการปนเปื้อนภายนอกก็คือ การรับสารกัมตภาพรังสีเข้าภายในร่างกายหรือที่เรียกว่าการปนเปื้อนภายใน ทั้งรัฐบาลและนักวิชาการ ก็ยังหลอกประชาชนทำเหมือนกับว่าการปนเปื้อนภายนอกกับภายในคือสิ่งเดียวกัน




    6. ความน่ากลัวของการปนเปื้อนภายใน การปนเปื้อนภายนอกเป็นการปนเปื้อนระยะสั้น โอกาสการเกิดมะเร็งจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการปนเปื้อน แต่ว่าถ้าเป็นการปนเปื้อนภายใน สารกัมมันตภาพรังสีจะอยู่ในร่างกาย และก็จะปล่อยรังสีออกมาเรื่อยๆเป็นเวลานาน เซลที่อยู่รอบๆก็จะถูกทำลาย ภูมิคุ้มกันถูกทำลาย สุดท้ายดีเอ็นเอก็จะเสียหาย


    ดังนั้นถึงแม้ว่าจะแค่จำนวนเล็กน้อยก็สามารถทำอันตรายกับร่างกายได้ การปนเปื้อนภายในอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เป็นมะเร็งได้ในอีกสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า ความน่ากลัวของการปนเปื้อนภายในก็คือการสูดดมฝุ่นนิวเคลียร์ที่มองไม่เห็นเข้าสู่ร่างกายทำให้โอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น

    ทั้งหมดนี้รัฐบาล นักวิชาการ สื่อก็ไม่บอกความน่ากลัวที่แท้จริงของการปนเปื้อนภายในแก่ประชาชน ถ้าเด็กๆได้รับการปนเปื้อนภายใน จะทำให้ดีเอ็นเอของเด็กถูกทำลายไปเรื่อยๆ และดีเอ็นเอที่ถูกทำลายจะเห็นผลกับร่างกายในอีกสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า ความอันตรายของการปนเปื้อนภายเป็นอันตรายที่เกิดจากการปนเปื้อนจากรังสีอัลฟาพลังงานต่ำ


    ในปี 2006 เขาได้มีการเชิญนักวิชาการของอเมริกามาอภิปรายด้วย และคำพูดแรกที่ด็อกเตอร์ Ernest พูดกับเขาก็คือ "ต้องหยุดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกทั้งหมดทันทีเพราะว่าไม่มีค่าตัวเลขความปลอดภัยในกัมมันตภาพรังสี"














    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 02-04-2011 at 05:19.

  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,362
    บล็อก
    23
    ขึ้นว่าเป็นสารกัมมันตรังสีแล้ว ไผ๋ๆกะย่านสุคนเนาะค่ะ ปฏิเสธบ่ได่อิหลีว่ามันอันตรายต่อร่างกายอย่างร้ายแรง สุมื้อนี้กระแสข่าวกะออกมาแรงทุกสายคือกันว่าที่จริงมันจังได๋แน่ เพราะว่าตราบใดที่ยังซ่อมบ่ได่กะแสดงว่า สารมันกะระเหยออกมาตลอด กะส่งเมลไปให้คนญป.อ่านนำคือกันค่ะ ถามเขาว่ารู้สึกจั่งได๋ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเนาะค่ะ มื้อวานนี้ได้ข่าวจากสามีมาคือกันว่า เพิ่นตรวจพ้อว่าสารระเหยมาฮอดเมืองขะน้อยอยู่แล้ว แต่ว่ากะเบาบางพะนะ ..แต่ดนไปๆกะจักสิจั่งได๋กะเป็นห่วงแต่เด็กน้อยคือกัน ..จักสิหนีไปไสได่เนาะ..อยากกลับบ้านจะของพอตายแล้วคือกันค่ะ..เฮ้ยยยย..

  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    พยายามอยู่แต่ในบ้านนะคะ

    ไงไง คงแก้ไขได้นะคะ

    เห็นบทความนี้แล้ว ก็กลัวแทนค่ะ พออ่านแล้ว
    อยากให้รับทราบว่า

    ส่งความระลึกถึงมา ณ ที่นี้ นะคะ ขอให้คุณพระคุ้มครองนะคะ

    ไงไง ประเทศญี่ปุ่น มีวินัย และเข้มแข็ง คงจะมีวิธีที่หยุดยั้งวิกฤต ครั้งนี้ได้ค่ะ


    ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกๆ คนในประเทศญี่ปุ่นด้วยค่ะ

    ขอให้รอดพ้นวิกฤตครั้งนี้นะคะ

  4. #4
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,362
    บล็อก
    23
    สุมื้อนี้กะปลอบใจตัวเองแบบนั่นล่ะจ้าครูเล็ก ขอบคุณหลายๆสำหรับกำลังใจแทนพี่น้องทางพี้นำค่ะ.


Tags for this Thread