กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กรมขุนเสนาพิทักษ์... เจ้าฟ้ากุ้ง

  1. #1

    อ่านข่าวออนไลน์ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กรมขุนเสนาพิทักษ์... เจ้าฟ้ากุ้ง

    เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กรมขุนเสนาพิทักษ์ หรือเรียกติดปากว่าเจ้าฟ้ากุ้ง พระองค์มีพระปรีชาสามารถหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร การช่างและโดยเฉพาะด้านวรรณกรรม จัดได้ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นคีตกวีที่ยิ่งใหญ่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่ง

    พระองค์ประสูติ เมื่อ พ.ศ.๒๒๔๘ ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งเป็นพระปิตุลา (ลุง) ของพระองค์ ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จ พระบรมโกศหรือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ กับกรมหลวงอภัยนุชิต พระมเหสีใหญ่ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรมีพระอนุชาต่างพระมารดา อีก ๒ พระองค์คือ พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าเอกทัศ (พระเจ้าเอกทัศ) และพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าดอกเดื่อ (ขุนหลวงหาวัด)



    ลุศักราช ๑๑๐๓ ปีระกา ตรีศก พ.ศ. ๒๒๘๔ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ ได้เข้าพระราชพิธีอุปราชาภิเศกเถลิงถวัลยราชสถิติ ที่พระมหาอุปราช เป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าหญิงอินทสุดาวดี ก่อนหน้านี้เคยจะถูกสำเร็จโทษ

    เนื่องจากไปทำร้ายเจ้าฟ้านเรนทร์ กรมขุนสุเรนทรพิทักษ์ พระโอรสองค์โตในพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เนื่องจากแกรงว่าจะเป็นศัตรูในการสืบราชสมบัติ

    ซึ่งกรมขุนสุเรนทรพิทักษ์เป็นที่โปรดปรานรักใคร่ของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ในขณะดำรงค์ตำแหน่งอุปราช

    ต่อมาเจ้าฟ้านเรนทร์ ทรงออกผนวจมอบราชสมบัติให้เจ้าฟ้าอภัย ทำให้พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ไม่พอพระทัย และเกิดการแย่งชิงราชสมบัติ

    เจ้าฟ้ากุ้งฟ้าเคยเป็นคู่รักกับหม่อมเจ้าสังวาลย์ แต่ต่อมากลับได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมเหสีฝ่ายซ้ายของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึงเป็นผู้สั่งประหารบิดาของหม่อม เจ้าสังวาลย์

    ส่วนเจ้าฟ้าเทพผู้เป็นแม่กลับกลายเป็นชายาของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

    ภายหลังเจ้าฟ้ากุ้งลักลอบไปมีความสัมพันธ์กับเจ้าฟ้านิ่มหรือเจ้าฟ้าสังวาลย์ จึงเกิดเป็นกาพย์กลอน เรื่องกากี และบทสังวาส

    ในตอนหลังทรงติดโรคผู้ชายคือซิฟิลิส เมื่อโรคลุกลามไปยังเส้นประสาททำให้เดินตัวงอ หมดคุณสมบัติการสืบทอดราชสมบัติ จึงเป็นที่มาของคำว่าเจ้าฟ้ากุ้ง และก็ถูกพระราชบิดาสำเร็จโทษโดยการโบยพร้อมเจ้าฟ้าสังวาลย์ ข้อหาลักลอบคบชู้ แล้วนำพระศพไปฝังที่วัดไชยวัฒนาราม

    ผลงานด้านวรรณกรรมที่พระองค์พระนิพนธ์ไว้เป็นสมบัติของชาติไทยหลายเรื่องด้วยกัน พระองค์ท่านทรงชำนาญ ในการประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลง งานพระนิพนธ์ มีดังนี้

    ๑. กาพย์เห่เรือ
    ๒. บมเห่เรื่องกากี ๓ ตอน
    ๓. บทเห่สังวาสและเห่ครวญอย่างละบท
    ๔. กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก
    ๕. กาพย์ห่อโครงนิราศธารทองแดง
    ๖. ลิลิตนันโทปนันทสูตรคำหลวงทรงนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๗๙ ขณะทรงผนวช
    ๗. ลิลิตพระมาลัยคำหลวงทรงนิพนธ์ พ.ศ. ๒๒๘๐ ขณะทรงผนวช
    ๘. เพลงยาวบางบท


    เอวอ่อนชอ้อนองค์.......... โฉมอนงค์ทรงสาวสวรรค์
    หาไหนไม่เทียมทัน......... ขวัญเนตรพี่นี้น่ารัก
    ขาวสุดพุดจีบจีน............. เจ้ามีสีนพี่มีศักดิ์
    ทั้งวังเขาชังนัก............... แต่พี่รักเจ้าคนเดียว

    ตอนหนึ่งของกาพย์แห่ครวญ


    ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อ้างไว้ในหนังสือ โครงกระดูกในตู้ พิมพ์แจกเป็นมิตรพลี ในงานทำบุญอายุครบห้ารอบ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๔ หน้า ๒๙-๓๐ ความว่า"สายหยุดพุดจีบจีน
    เจ้ามีสินพี่มีศักดิ์
    คนทั้งวังเขาชังเจ้านัก
    แต่พี่รักเจ้าคนเดียว"


    คำกาพย์นี้ในปัจจุบัน เชื่อกันว่าเป็นพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้งแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่คนในสกุลปราโมชแต่ก่อนยืนยันว่า เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ พระราชทานให้แก่เจ้าจอมมารดาอำภา
    ความจริงพระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้งและพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ โดยเฉพาะที่เป็นกาพย์เห่เรือนั้นปะปนกันอยู่มาก เช่นกาพย์เห่เรือชมเครื่องเสวย แต่ก่อนก็นึกกันว่าเป็นพระนิพนธ์เจ้าฟ้ากุ้ง

    เพิ่งมาทราบกันว่าเป็นพระราชนิพนธ์พระพุทธเลิศหล้า ฯ ในภายหลัง

    กาพย์ข้างต้นนี้ ถ้าถือว่าเป็นพระราชนิพนธ์พระราชทานให้แก่เจ้าจอมมารดาอำภา ก็ดูจะเข้าเค้ามากกว่า

    "สายหยุดพุดจีบจีน" นั้นตรง เพราะเจ้าจอมมารดาอำภาเป็นจีน

    "เจ้ามีสินพี่มีศักดิ์" ก็ตรงอีก เพราะเจ้าจอมมารดาอำภาเป็นลูกเจ้าสัวเตากะทะร่ำรวยมาก และพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าทรงมีพระราชศักดิ์เป็นล้นพ้น

    "คนทั้งวังเขาชังเจ้านัก" นั้นก็น่าจะตรง เพราะความเป็นเจ้าจอมที่โปรดปราน ความมีทรัพย์ และความเป็นเจ๊กเป็นจีน น่าจะทำให้คนทั้งวังอิจฉาริษยาและเกลียดชังได้มาก

    "แต่พี่รักเจ้าคนเดียว" นั้นตรงทีเดียว เพราะในบรรดาเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ ๒ นั้น ปรากฏว่าเจ้าจอมมารดาอำภาประสูติพระราชโอรสธิดาถึง ๖ พระองค์ มากกว่าเจ้าจอมมารดาใดๆ ทั้งหมด ถ้ามิใช่เพราะ "แต่พี่รักเจ้าคนเดียว" แล้วก็คงจะไม่มีมากพระองค์ถึงเพียงนั้น..."--วินิติ์ศิริ



    สุบรรณแผลงเดชล้ำ ............ บินบน
    กางปีกบังสุริยน .................. มืดฟ้า
    ร่อนลงสู่ไพชยนต์ ............... ปรางค์มาส
    เข้านั่งแอบนุชเคล้า ............. แนบเนื้อนวลสมร

    สุบรรณสำแดงฤทธิ์ ............. ให้มืดมิดปิดอำพร
    ร่อนลงตรงบัญชร ............... จรสู่น้องแก้วกากี
    กล่าวรสพจนาตถ์ ............... สายสุดสวาทเจริญศรี
    ผินหน้ามาพาที .................. พี่คือชายชาญสกา
    ประสงค์จำนงรัก ................ จึงลอบลักเข้ามาหา
    หวังเชิญแก้วกานดา ............ ไปสู่ฟ้าพิมานจันทร์
    เสวยรมย์สมบัติพี่ ............... ในฉิมพลีเกษมสันต์
    แล้วจะพาเจ้าจรจรัล ............ เที่ยวชมชั้นพระเมรุธร
    พี่จะชี้ชมทรายแก้ว ............. งามพรายแพร้วเชิงสิงขร
    แม่น้ำสีทันดร .................... สิงขรกั้นเป็นกรรกง
    จะพาชมพิทยาธร ............... ฝูงกินนรแลเหมหงส์
    เหล่าสัตว์ตระกูลวงศ์ ........... อยู่ในดงเขาสัตภัณฑ์
    จะได้ชมนารีผล ................. งามสกนธ์ดังแสร้งสรรค์
    อยู่ยอดเขาอัศกรรณ ........... ฝูงคนธรรพ์มาเชยชม
    จะพาไปไกรลาส ................ เฝ้าเบื้องบาทพระสยม
    ดูเทพมาบังคม ................... จับระบำรำผาลา
    เทพบุตรตีวงซ้าย ................ สาวสวรรค์ย้ายมาฝ่ายขวา
    แทรกเปลี่ยนเวียนไปมา........ กรคว้าไขว่พัลวัน
    อย่าอาลัยมนุษย์เลย.............ไปชมเชยพิมานสวรรค์
    ว่าพลางทางติดพัน .............. ผันจุมพิตชิดชมนาง ๚



    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=cNsQE_4GlSk

    บทเห่กากี


    จากฉบับพิมพ์ กรมศิลปากร 2510
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 01-08-2011 at 16:42.


Tags for this Thread