กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

โรคเกาต์

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    บ้านมหาโพสต์ โรคเกาต์


    โรคเกาต์ gout
    โรคเกาต์
    เป็นโรคข้ออักเสบที่พบบ่อยที่สุดในบรรดาโรคข้ออักเสบทั้งหมด สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของการสันดาป (metabolism) สาร purines ซึ่งมีอยู่ในเนื้อเยี่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ได้เป็นกรดยุริคที่มีระดับสูงกว่าปกติในเลือด
    โรคเกาต์
    โรคเกาต์โรคเกาต์อาการ
    อาการข้ออักเสบมักกำเริบด้วยระดับกรดยูริกในเลือดที่เปลี่ยนแปลงทันทีดทันใด คือระดับสูงขึ้นหรือลดลงฉับพลันซึ่งอาจเกิดจาก

    หลังจากดื่มไวน์ โดยเพาะไวน์แดง
    ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังออกกำลังกาย
    ยาต้านมะเร็ง
    สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ระดับกรดยูริคในเลือดสูงจนโรคเกาต์กำเริบได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้ออักเสบกำเริบหลังรับประทานอาหารที่ประกอบด้วย purines ในปริมาณสูง

    การมีกรดยูริกในเลือดสูงโดยไม่มีข้ออักเสบไม่ถือว่าเป้นโรคเกาต์
    มีถึง 70% ของผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูงที่ไม่มีอาการแต่อย่างใด
    เพียง 30% ของผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกาต์สูงกว่าผู้ที่มีระดับกรดยูริกในเลือดสูงเพียงเล็กน้อย
    มีผู้ป่วยประมาณ 20% เท่านั้นที่มีระดับของกรดยูริกในเลือดปกติขณะที่มีข้ออักเสบเฉียบพลันจากโรคเกาต์
    นั่นหมายความว่าผู้ป่วยโรคเกาต์ไม่จำเป็นต้องมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงและการมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเกาต์เสมอไป
    เราจึงไม่ได้ใช้ระดับกรดยูริกในเลือดเป้นหลักในการวินิจฉัยโรคเกาต์ หากแต่วินิจฉัยจากอาการปวดข้อรุนแรงฉับพลัน และการตรวจพบผลึกยูริกจากของเหลียวที่เจาะจากข้อ

    การอักเสบแต่ละครั้ง มักเกิดขึ้นเพียงข้อเดียวเท่านั้นส่วนใหญ่เป้นที่ข้อหัวแม่เท้า อาจเป็นที่ข้ออื่น ๆ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า และที่พบไม่บ่อย คือ ข้อมือ ข้อศอก ข้อนิ้วมือก็ได้

    โรคเกาต์
    http://img827.imageshack.us/img827/3707/dieutribenhgout.jpg
    โรคเกาต์
    หากได้รับการรักษาจะหายสนิทในเวลา 1-3 วัน แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษามักหายเป็นปกติได้เองในเวลา 1 สัปดาห์และเว้นระยะเวลาอีกหลาย เดือนหรือเป็นปี จึงมีอาการข้ออักเสบกำเริบขึ้นมาใหม่

    การกำเริบข้อข้ออักเสบจะถึ่ขึ้น ระยะเวลานานขึ้นและเป็นหลายข้อขึ้นตามระยะเวลาที่ป่วย ดังนั้นจึงมีเพียงนาน ๆ ครั้งเท่านั้นที่พบข้ออักเสบมากกว่า 1 ข้อในเวลาเดียวกัน ซึ่งมักเป็นในผู้ป่วยโรคเกาต์เรื้อรัง

    หากไม่ได้รับการรักษา ผลึกยูเรต ปริมาณมากที่สะสมในข้อ, เนื้อเยี่อรอบข้อ, กระดูกอ่อน จะรวมกันเป็นของเหลวคล้ายชอล์กหรือยาสีฟัน เกิดก้อนใต้ผิวหนังซึ่งจะมีขนาดค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเรียกว่า tophus ก้อน tophus จะทำลายเนื้อเยื้อโดยรอบทำให้ข้อผิดรูป, พิการ, เส้นเอ็ดขาด[IMG][/IMG]
    โรคเกาต์
    ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์เรื้อรังนานวันเข้า ก้อน tophus มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เกิดก้อนตะปุ่มตะป่ำ (tophus) ที่เนื้อเยื่อรอบข้อ อาจแตกออกเป็นแผลและมีของเหลวสีขาวคล้ายยาสีฟันไหลออกมาจากก้อน

    โรคเกาต์
    นอกจากนี้กรดยูริกที่สูงในเลือดถูกขับออกทางไตในปริมาณมาก ทำให้ความเข้มข้นของเกลือยูเรตในปัสสาวะสูงตามไปด้วย หากไม่ได้รับการรักษา เกลือยูเรตที่สูงเป้นระยะเวลานาน จะไปตกผลึกในไต เกิดภาวะไตวาย นิ่วในทางเดินปัสสาวะ

    มีแนวโน้มที่จะพบโรคเกาต์ในเครือญาติ นั่นคือผู้ที่มีกรดยูริคในเลือดสูง และมีญาติสายตรงเป็นโรคเกาต์ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงกว่าผู้ที่มีกรดยูริกในเลือดสูงเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีญาติเป็นโรคเกาต์

    พบโรคเกาต์ในเพศชายบ่อยกว่าเพศหญิง 9-10 เท่าผู้ป่วยส่นใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 35 ปีขึ้นไป สำหรับเพศหญิงพบในวัยหมดระดูเป็นส่วนใหญ่

    โรคที่มักพบร่วมกับเกาต์
    ความดันโลหิตสูง
    หลอดเลือดแดงแข็ง
    ไขมันในเลือดสูง
    เบาหวาน

    เราควรดูแลตัวเองได้อย่างไร
    ไปพบแพทย์หากมีอาการข้ออักเสบเฉียบพลัน
    ประคบเย็นขณะข้ออักเสบเฉียบพลัน
    รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รับประมานอาหารให้ถูกสัดส่วน หากน้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ คือดัชนีมวลกาย (body mass index หรือ BMI) ไม่ควรเกิน 23 kg/m2 โดยคำนวณจากน้ำหนักตัว (เป็นกิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลัง2 หรือวัดรอบเอวไม่ควรเกิน 32 นิ้ว (80 ซม.) ในเพศหญิง และ 36 นิ้ว (90 ซม.) ในเพศชาย
    รับประทานอาหารให้พอเหมาะและสมดุล หลีกเลี่ยงอาหารที่มี purines สูง โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีข้ออักเสบกำเริบหลังรับประมาณอาหารที่มี purines สูงมาก่อน ได้แก่ เครื่องในสัตว์, เนื้อสัตว์, ซุปจากการต้มเคี่ยวเนื้อสัตว์, น้ำต้มกระดูก, น้ำเกวี่, ปลาซาร์ดีน, หอยบางชนิด, ไข่ปลา, ถั่ว, ยอดผัก, หน่อไม้, แตงกวา ฯลฯ (ทั้งนี้การควบคุมอาหารสามารถลดระดับกรดยูริคในเลือดได้เพียงเล้กน้อยเท่านั้น)
    จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และไวน์ของหมักดองจากยีสต์
    ดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อลดความเสี่ยงของนิ่วที่ไต
    รับประมานยาสม่ำเสมอตามคำสั่งแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
    หากมีอาการแพ้ยา ควรหยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์
    ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (ควรทำในขณะโรคสงบ)

    [COLOR="Red"ที่มา ข้อมูลโรงพยาบาลศิครินทร์ และขอบคุณเวปบ้านมหา.คอม[/COLOR]:,1-:,1-:,1-
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย lungyai1123; 30-11-2011 at 07:36. เหตุผล: ลบคำเกิน


  2. #2
    Banned

    วันที่สมัคร
    Oct 2010
    กระทู้
    798
    บล็อก
    4
    ตามที่เคยได้ยินมา ถ้าตรวจพบยูริคสูง แพทย์จะให้คุมอาหาร
    แต่ถ้าพบยูริตสูง และมีข้ออักเสบเกินปีละ 3ครั้ง แพทย์ถึงจะเริ่มให้ยาคุมยูริค
    ถ้าคุมยูริตไม่ได้ โอกาสที่จะเป็นไตวายตามมาก็สูงค่ะ

    สำหรับคนที่มียูริคสูง หรือเป็นเก๊าถ้าจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอร์ฮอร์ ให้ดื่มเหล้าการขับออกจากร่างกายจะเร็วกว่าเบียร์...แต่ถ้าไม่ดื่มจะดียิ่งกว่า.....

  3. #3
    ศิลปินแดนไกล สัญลักษณ์ของ chudhancock
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    ที่อยู่
    cambridge, England
    กระทู้
    1,975
    บอเอาบอยอมเป็นดอกเด้อ ลุงใหญ่จ๋าอันโรคเก้านั่น อิอิอิ คือบอเป็นโรคสิบโลด ดีกว่าอิอิอิ
    ยกคลีนิคมาให้ความรู้กันดีแท้ๆเลยน้อ สุดยอดเลย


Tags for this Thread