กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

สะท้านขวัญทุกย่างก้าว ตอน 14 ราชโองการลับ

  1. #1

    ดวงดาว The Star สะท้านขวัญทุกย่างก้าว ตอน 14 ราชโองการลับ


    คืนนั้น ตอนอิ้นเจินมาหา รั่วซีไม่กล้าเปิดไฟ ตอนนอนคุยด้วยก็เลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง ก่อนนี้นางคิดแค่ว่าที่อิ้นเจินโหดกับพวกองค์ชายแปด แค่เพราะรักแรงแค้นแรง และอิ้นเจินคงไม่มีทางทำร้ายนาง แต่มาตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจและเริ่มกลัวเขา รั่วซีเริ่มที่จะเข้าใจความรู้สึกของสิบสามขึ้นมาบ้างแล้ว
    หลังจากได้รู้เรื่องของหลี่เต๋อเฉวียนจากหวางสี่ รั่วซีก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง อ่านหนังสือ ฝึกคัดลายมือ พยายามปิดกั้นตัวเองไม่รับรู้เรื่องราวในโลกภายนอก เพราะกลัวที่จะรับรู้
    วันหนึ่ง เฉิงฮวนแอบได้ยินพวกนางกำนัลคุยกันว่าข้างนอกกำลังนึ่งคนทั้งเป็น จึงเอามาเล่าให้รั่วซีฟัง รั่วซีฟังแล้วตกใจมาก รีบออกไปดู กลัวว่าคนที่โดนจะเป็นหวางสี่
    หัวหน้าขันทีพยายามห้ามรั้งตัวไว้ แต่รั่วซีก็ดึงดันไปจนได้ เมื่อไปถึงที่ลงโทษ และเห็นหวางสี่ยืนน้ำตาไหล ก็โล่งอก แต่แล้วก็ใจหายวูบขึ้นมา
    เพราะหวางสี่ร้องไห้แบบนั้น แสดงว่าคนที่ถูกนึ่งทั้งเป็นเป็นคนที่หวางสี่รู้จัก จึงหันมาเค้นถามหัวหน้าขันทีว่าคนที่ถูกนึ่งอยู่คือใคร หัวหน้าขันทีตอบปากคอสั่นว่าคืออวี้ถาน รั่วซีช็อคสุดขีด วิ่งออกไปอ้วกจนหมดไส้หมดพุงแล้วล้มลงหมดสติไป

    รั่วซีฟื้นมาอีกทีก็เห็นอิ้นเจินนั่งอยู่ข้างๆ บอกว่านางตั้งต้องได้หนึ่งเดือนแล้ว ถึงจะโกรธเขายังไงก็ให้คิดถึงลูก รักษาสุขภาพบ้าง และบอกว่าสาเหตุที่เขาลงโทษอวี้ถาน เพราะนางเป็นสายสืบที่องค์ชายเก้าส่งมาอยู่ข้างๆ รั่วซี และเขาเคยให้โอกาสอวี้ถานกลับตัวแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยส่งออกจากวัง และแสดงอาการเตือนกลายๆ แต่อวี้ถานก็ยังไม่ยอมเข็ดหลาบ เขาจึงต้องลงโทษสถานหนักอย่างที่เห็น
    เมื่อรั่วซีได้ฟัง ก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันทีว่าคุณชายในรถม้าที่อวี้ถานเคยเล่า คือองค์ชายเก้านี่เอง

    หวางสี่แอบเอาผืนผ้าที่อวี้ถานใช้เลือดเขียนแล้วยัดลงใต้ประตูห้องของเขาก่อนจะถูกจับตัวไปนึ่งทั้งเป็นมาให้รั่วซี ในนั้นบอกขอโทษรั่วซีที่ไม่ได้อธิบายให้ฟัง และบอกว่าถึงอย่างไรนางก็ไม่เสียใจในสิ่งที่นางได้ทำลงไป และไม่แค้นใครในจุดจบของนาง
    อิ้นเจินส่ง เฉี่ยวฮุ่ย สาวใช้ของรั่วหลานที่เคยดูแลรั่วหลานมาตั้งแต่เล็ก และเคยช่วยดูแลรั่วซีตอนที่เพิ่งข้ามเวลามาในยุคนี้ใหม่ๆ มาอยู่เป็นเพื่อรั่วซีเป็นการชดใช้ที่เขาฆ่าอวี้ถานจนทำให้รั่วซีโกรธแค้นเขามาก และเฉี่ยวฮุ่ยก็ดูแลรั่วซีอย่างดีจนสุขภาพทั้งกายและจิตของรั่วซีดีขึ้น


    วันหนึ่ง เฉิงฮวนมาร้องขอดีดเจิงให้รั่วซีฟังเพื่อให้รั่วซีอารมณ์ดีขึ้น สิบสามกับอิ้นก็มาฟังด้วย เนื้อหาของเพลงบ่งบอกถึงอิสรภาพ อิ้นเจินฟังแล้วตกใจมาก ถามเฉิงฮวนว่าใครสอนให้เลือกดีดเพลงนี้ เฉิงฮวนบอกว่าเลือกเพลงนี้เอง ข้าดีดไม่เพราะหรือ ? พวกผู้ใหญ่จึงพากันกลบเกลื่อนว่าดีดเพราะมาก

    หลังจากเฉิงฮวนกับสิบสามออกไปแล้ว อิ้นเจินก็บอกว่า เขาจะแต่งตั้งตำแหน่งให้รั่วซี เพราะตอนนี้รั่วซีท้องแล้ว จะไม่มีตำแหน่งไม่ได้ เพราะถ้าลูกเกิดมาแล้ว คนเขาจะครหาเอาได้ รั่วซีตัวแข็งทื่อ บอกว่านางไม่อยากได้ตำแหน่ง ถ้ากลัวคนครหาก็ให้นางออกไปอยู่นอกวังสิ จะได้ไม่มีใครรู้เห็นและพูดถึง อิ้นเจินหน้าซีด บอก เขาไม่มีทางยอมปล่อยให้รั่วซีและลูกไปอยู่ห่างๆ เขาแน่

    หลังจากกอดรั่วซีนิ่งๆ อยู่พักหนึ่ง อิ้นเจินก็ถามว่ารั่วซียังแค้นเขาอยู่อีกหรือเปล่า ? รั่วซีน้ำตาไหล บอกว่านางอยากแค้นเหมือนกัน แต่แค้นไม่ลง นางแค่กลัววังหลวงนี้และกลัวฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยมจนน่ากลัวคนนั้นมาก อิ้นเจินเช็ดน้ำตาให้นาง บอกว่า เขาคืออิ้นเจินของนาง แต่ก็เป็นฮ่องเต้ของวังหลวงแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในหลายๆ เรื่อง เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้

    รั่วซีบอกแน่ใจหรือว่าทำอะไรไม่ได้ ความจริงมีทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องเลือกผลลัพธ์ที่โหดร้ายแบบนี้ แต่อิ้นเจินไม่ยอมเลือกทางนั้นเองมากกว่า ทำไมถึงต้องอาฆาตแค้นรุนแรงขนาดนี้ด้วย ? อิ้นเจินก็เงียบ

    หลังจากนั้น วันหนึ่ง รั่วซีจับเฉิงฮวนมาถามว่าใครเป็นคนบอกให้ดีดเพลงที่เฉิงฮวนดีดในวันนั้น ? เฉิงฮวนจึงตอบมาตามตรงว่านางกำนัลที่เพิ่งเข้ามาใหม่ได้ไม่นานสอนนาง แล้วยังฝากข้อความมาให้รั่วซีด้วยว่า “ขอเพียงยินยอมตัดใจ สองเจ็ด(สิบสี่)จะช่วยให้สมหวัง”

    รั่วซีสั่งให้เฉิงฮวนย้ายสาวใช้คนนี้ไปทำงานอย่างอื่น อย่ามารับใช้ข้างตัวอีก เพื่อความปลอดภัยของชีวิตสาวใช้คนนั้นเอง เฉิงฮวนก็เชื่อฟัง



    ต่อมาวันหนึ่ง หมิงฮุ่ย ภรรยาหลวงขององค์ชายแปดได้มาขอร้องให้เฉี่ยวฮุ่ยช่วยมาบอกรั่วซีว่านางขอพบรั่วซี เนื่องจากหมิงฮุ่ยมีบุญคุณที่ช่วยเกลี้ยกล่อมให้องค์ชายแปดยอมเขียนใบหย่าให้รั่วหลาน บวกกับองค์ชายแปดเองก็มีบุญคุณกับรั่วซีอยู่มาก รั่วซีจึงยอมไปตามนัดพบ

    หมิงฮุ่ยบอกรั่วซีว่า ที่ครั้งนั้นองค์ชายแปดเล่นงานองค์ชายสี่จนสิบสามต้องถูกคุมขังสิบปีนั่น สาเหตุเป็นเพราะรั่วซีเองนั่นแหละไปบอกองค์ชายแปดให้ระวังองค์ชายสี่ องค์ชายเก้าเป็นคนบอกนางเรื่องนี้ ดังนั้นที่สิบสามถูกคุมขัง รั่วซีนั่นแหละเป็นต้นเหตุ นางขอให้รั่วซีไปเกลี้ยกล่อมฮ่องเต้ให้เลิกหาเรื่ององค์ชายแปดเสียที ไม่อย่างนั้นนางจะบอกเรื่องนี้ให้ฮ่องเต้รู้ หากฮ่องเต้จะทำให้พวกนางต้องเจ็บปวด ความเจ็บปวดนี้ก็ต้องรับกันไปฝ่ายละครึ่ง !


    การได้รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำร้ายสิบสาม จนสุดท้ายส่งผลกระทบต่อเนื่องให้อิ้นเจินกลายเป็นคนโหดเหี้ยมอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ทำให้รั่วซีช็อคและโทษตัวเองมาก รั่วซีสะเทือนใจมากจนแท้งลูก

    การแท้งลูกของรั่วซีทำให้อิ้นเจินแค้นหมิงฮุ่ยสุดๆ จนออกราชโองการสั่งให้องค์ชายแปดให้หย่าหมิงฮุ่ย

    สิบสามมาบอกรั่วซีเรื่องนี้ รั่วซีตกใจมาก รีบขอร้องสิบสามให้พาไปที่บ้านองค์ชายแปดหน่อย สิบสามบอกเฮ้ย เขาจะพารั่วซีออกไปจากวังได้ไงเล่า ! รั่วซีบอก เกี้ยวที่สิบสามนั่งมาใหญ่พอจะนั่งสองคนได้สบาย แล้วสิบสามเป็นน้องชายสุดรักของฮ่องเต้ ส่วนรั่วซีมีตราอาญาสิทธิ์ของฮ่องเต้อยู่ ยังจะกลัวออกไปไม่ได้อีกเรอะ ? ส่วนถ้าจะถือสาเรื่องนั่งเบียดในเกี้ยวเดียวกัน ขี่ม้าตัวเดียวกันยังเคยขี่มาแล้วด้วยซ้ำ สิบสามเลยปลง บอก เออ ยอมบ้าไปกับเจ้าสักครั้งก็ได้


    เมื่อไปถึงวังองค์ชายแปด รั่วซีไปร้องบอกว่าองค์ชายแปดจะหย่าหมิงฮุ่ยไม่ได้นะ แต่องค์ชายแปดเขียนใบหย่าให้ไปแล้ว และหมิงฮุ่ยก็พาลูกออกจากบ้านไปแล้วด้วย รั่วซีโวยวาเขียนใบหย่าให้ไปได้ไง นี่เขาไม่ได้รักหมิงฮุ่ยเลยหรือไง รู้หรือเปล่าว่าหมิงฮุ่ยทุ่มเทเพื่อเขามากแค่ไหน ?

    องค์ชายแปดบอก เขามีหรือจะไม่รัก มีหรือจะไม่รู้ ตอนที่เขานอนป่วย มีแต่หมิงฮุ่ยที่ช่วยดูแล ตอนที่เขาถูกทุกคนเมิน มีแต่หมิงฮุ่ยที่ไม่ทอดทิ้ง เขาคิดจะทำอะไร หมิงฮุ่ยคอยสนับสนุน ตอนเขาท้อแท้ หมิงฮุ่ยก็คอยปลอบใจ อยู่เคียงข้างเขาตลอด เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้ไม่อยากให้นางต้องมาร่วมชะตากรรมนี้กับเขา

    รั่วซีด่าองค์ชายแปดว่านี่เขาไม่ได้เข้าใจจิตใจของหมิงฮุ่ยเลยหรือ ? หมิงฮุ่ยไม่ได้ต้องการอะไรเลยในชีวิตนอกจากได้อยู่เคียงข้างเขาในฐานะภรรยา แต่เขากลับทำลายความหวังเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของนาง ลองคิดดูเอาเองก็แล้วกันเมื่อความหวังเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตถูกทำลาย หมิงฮุ่ยจะทำยังไง ? องค์ชายแปดฟังแล้วเพิ่งรู้ตัว หน้าซีดเผือด รีบวิ่งออกไปตัดบังเหียนรถม้าที่สิบสามนั่งมา ขึ้นขี่ม้าไล่ตามไปที่บ้านหมิงฮุ่ยทันที สิบสามก็ทำแบบเดียวกัน แล้วพารั่วซีขึ้นขี่ม้าตามไป



    เมื่อไปถึงบ้านหมิงฮุ่ย ก็สายเกินไปแล้ว เพราะหมิงฮุ่ยได้วางเพลิงเผาบ้านและผูกคอตายอยู่ในนั้น องค์ชายแปดเสียใจแทบบ้า หันมาด่ารั่วซีว่าหมิงฮุ่ยแค่ไปพบหน้าคุยกับรั่วซีครั้งเดียว ฮ่องเต้ก็ทำกันถึงขนาดนี้เลย มันเกินไปแล้ว สิบสามจึงตวาดใส่หน้าองค์ชายแปดว่า แค่พบหน้าคุยด้วยครั้งเดียวนี่น่ะ ทำให้รั่วซีต้องแท้ง และมีลูกไม่ได้อีกไปตลอดชีวิตเชียวนะ จะไม่ให้ฮ่องเต้แค้นมากจนทำแบบนี้ได้ยังไง ! องค์ชายแปดเลยเงียบ แล้วจะโถมเข้ากองไฟตายตามไป แต่สิบสามเข้าไปยึดตัวไว้ บอกให้คิดถึงลูกบ้างว่าถ้าพ่อแม่ตายไปหมดแล้วจะเป็นยังไง องค์ชายแปดถึงได้หยุดคิดฆ่าตัวตาย



    รั่วซีถามสิบสามว่า นางจะมีลูกไม่ได้อีกตลอดชีวิตหรือ ? สิบสามก็ซึมไป บอกว่าใช่ พี่สี่สั่งให้ปิดเรื่องนี้ห้ามบอกให้เจ้ารู้ รั่วซีบอกว่านางไม่คิดอะไรมากหรอก สีหน้าก็บอกว่าเฉยๆ กับข่าวนี้จริงๆ สิบสามจึงถอนใจ บอกว่าเจ้านี่คิดอะไรไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปจริงๆ ผู้หญิงทั่วไปถ้ารู้ว่ามีลูกไม่ได้ไปตลอดชีวิต ป่านนี้ได้เสียใจแทบขาดใจไปแล้ว แล้วถึงเจ้าจะเฉยๆ ก็คิดถึงใจพี่สี่บ้างสิ เจ้าไม่รู้หรอกว่าตอนที่หมอหลวงบอกว่าเจ้าจะมีลูกอีกไม่ได้ไปชั่วชีวิต แววตาของพี่สี่เจ็บปวดมากแค่ไหน



    รั่วซีกับสิบสามกลับมาถึงวัง ก็เจอกับอิ้นเจินนั่งหน้าเรียบเฉยเย็นชา บอกว่าโมโหมากเต็มที่ รั่วซีจึงเข้าไปบอกเรื่องที่นางเคยบอกองค์ชายแปดให้ระวังเขา บอกว่าการที่เขาไปโมโหองค์ชายแปดสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ เขาโมโหผิดคนแล้ว เขาควรจะมาโมโหนาง เพราะนางเป็นต้นเหตุของเรื่องพวกนี้ทั้งหมด เพราะนางพูดแบบนั้นออกไป องค์ชายแปดถึงได้เล่นงานเขา ทำให้สิบสามต้องออกรับโทษแทนจนถูกคุมขัง จนสุขภาพทรุดโทรมแบบนี้ และนางเองก็ต้องไปคุกเข่าขอร้องกลางสายฝนจนสุขภาพแย่ลง สุดท้ายนางเองที่เป็นคนทำให้ลูกต้องแท้ง



    สิบสามตกใจ รีบร้องห้ามรั่วซีว่าอย่าเอาความผิดทุกอย่างมาสุมใส่ตัวเองแบบนั้น ส่วนอิ้นเจินโกรธมากจนสั่งให้รั่วซีออกไปให้พ้นๆ หน้าเขา รั่วซีจึงเดินออกจากตำหนักส่วนตัวของอิ้นเจินมาในอาการเบลอ รู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้ไม่เหลือใครและไม่มีที่ไป เฉี่ยวฮุ่ยรีบตามออกมา เจอรั่วซีมีอาการประหลาด พูดว่าจะไปพบพี่สาว ก่อนจะล้มพับลงหมดสติไปในอ้อมแขนของเฉี่ยวฮุ่ย


    ในระหว่างหมดสติ รั่วซีไม่อยากจะตื่นขึ้นมา อยากจะหลับไปตลอดกาล แต่มีเสียงหนึ่งคอยเรียกชื่อนางเอาไว้ไม่ยอมให้นางไป เสียงนั้นคอยพูดว่า “รั่วซี เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ๆ” เพราะเสียงเรียกนี้ ทำให้นางยังไม่สามารถจากไปได้

    สุดท้ายรั่วซีก็ฟื้นคืนสติมา เจอหน้าสิบสาม สิบสามพูดว่า “รั่วซี ! ทำไมเจ้าถึงได้โง่แบบนี้ ได้รู้จักกันหนึ่งวัน เป็นเพื่อนรู้ใจกันไปชั่วชีวิต ! เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย ข้าไม่ได้นึกโทษเจ้าสักนิด หากจะโทษ ได้แต่โทษโชคชะตาที่เล่นตลกเท่านั้น !”

    รั่วซีฟังแล้วน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน สิบสามย้ำให้รั่วซีรับปากว่าอย่ายอมแพ้ อย่าละทิ้งชีวิตแต่เพียงเท่านี้ รั่วซีไข้สูงมาหลายวัน ตอนนี้ให้พักผ่อนให้หายดีก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง รั่วซีเจ็บคอจนพูดไม่ได้ จึงทำมือให้สิบสามยื่นฝ่ามือออกมา แล้วเขียนลงในฝ่ามือว่า “สิบสี่ ยินดี” สิบสามถามว่าจะให้เขาติดต่อสิบสี่ให้หรือ ? สิบสี่มีวิธีพารั่วซีออกจากวังหลวงได้หรือ ? รั่วซีพยักหน้า สิบสามจึงจัดการแจ้งข่าวบอกสิบสี่ให้



    หลายวันผ่านไป จนอาการป่วยของรั่วซีดีขึ้นเป็นลำดับ สิบสามก็มาเยี่ยม บอกว่าเขานึกไม่ถึงเลยว่าสิบสี่จะมีราชโองการยกรั่วซีให้สิบสี่ของเสด็จพ่ออยู่ ตอนนี้ขุนนางในราชสำนักรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว และขอเพียงสิบสี่ยอมแต่งกับรั่วซี ใครก็ขวางสิบสี่ไม่ได้ รู้ไหมว่าตอนที่รู้เรื่องนี้ พี่สี่ถึงกับหน้าซีดเผือดทันทีเลยละ

    รั่วซีฟังแล้วถึงกับตะลึง เพิ่งเข้าใจว่ามิน่าเล่า สิบสี่ถึงได้มั่นใจนักว่าสามารถพานางออกไปจากวังได้ และถามว่าราชโองการนี้ของเมื่อไหร่ ? สิบสามตอบว่าปีคังซีที่ 60 เดือน 11 รั่วซีจึงนึกออกว่าตอนนั้นสิบสี่มาหานางที่โรงซักผ้า บอกว่าเขาขอนางแต่งงานกับองค์คังซีเป็นครั้งที่สาม เพิ่งรู้ว่าในตอนนั้นสิบสี่ได้ราชโองการมาแล้ว สิบสามบอกว่าอีกเดี๋ยวฮ่องเต้จะมาหา ให้รั่วซีเตรียมคำพูดเอาไว้เถอะ

    เมื่ออิ้นเจินมา สิบสามก็นั่งอยู่ด้วยเผื่อช่วยรั่วซี อิ้นเจินมาถึงก็พูดเสียงเย็นว่า ถ้ารั่วซีคิดจะแต่งงานกับสิบสี่ แล้วทำไมตอนนั้นถึงได้ยอมขัดราชโองการจนโดนลงโทษแบบนั้น ? สิบสามฟังแล้วตกใจมาก ทวนคำว่า “ขัดราชโองการ ?” อิ้นเจินพูดกับสิบสามว่า ข้าไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเจ้า ที่นางถูกลงโทษไปอยู่โรงซักผ้าเพราะขัดราชโองการไม่ยอมแต่งงานกับสิบสี่ สิบสามฟังแล้วต้องหันมามองหน้ารั่วซีอย่างนับถือมากที่กล้าขัดราชโองการโดยไม่ยอมทำในสิ่งที่ฝืนใจ


    อิ้นเจินบอก เขาสั่งให้องค์ชายแปดหย่าเมียได้ เขาก็มีปัญญาทำให้สิบสี่แต่งกับรั่วซีไม่ได้ รั่วซีบอก คุณธรรมอันดับหนึ่งคือกตัญญู ราชโองการของฮ่องเต้องค์ก่อนมิอาจขัด หาไม่แล้วจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้ลูกหลานกระทำตาม และนับแต่โบราณมา ฮ่องเต้ต่างหวาดกลัวเรื่องที่ราชโองการของตัวเองไม่ถูกให้ความสำคัญ ไม่ถูกปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมากที่สุด หากท่านไม่ยอมทำตามราชโองการขององค์เซิ่งจู่ ต่อไปราชโองการของท่านเองจะยังมีใครยอมทำตามอีกเล่า ?

    อิ้นเจินแค่นยิ้ม ประชดว่า ความฉลาดของเจ้ามีไว้เพื่อรับมือข้าอย่างนั้นรึ ? รั่วซีจึงพูดว่า เมื่อก่อนตอนที่นางยังอยู่ในโรงซักผ้า แม้จะได้พบกันปีละครั้ง แต่เขากับนางก็รักกันมาก แต่มาตอนนี้ ทั้งที่ได้พบหน้ากันเกือบทุกวัน แต่กลับมีเรื่องให้ต้องหมางใจกัน ตอนนี้นางย้อนนึกแล้วแค้นเขามากในหลายๆ เรื่อง เขาเองก็แค้นนางมากเช่นกัน ดังนั้นก่อนที่จะถึงขั้นต่างฝ่ายต่างแตกหัก มิสู้แยกทางกันแต่ตอนนี้ที่ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่บ้างจะดีกว่า

    อิ้นเจินเงียบไป แล้วบอกว่า หากเจ้ายินดี เราหวนกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนก็ได้นี่

    รั่วซีส่ายหน้า พูดว่า ไม่มีใครหรอกที่หวนกลับไปเป็นเช่นอดีตได้ อวี้ถานตายแล้ว ลูกแท้งไปแล้ว สิบสามถูกคุมขังสิบปีไปแล้ว ช่วงเวลาที่ท่านต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังหลังจากสิบสามถูกคุมขังเป็นต้นมา เหล่านี้ล้วนกั้นขวางอยู่ระหว่างเรา พวกเราไม่สามารถทำเป็นเหมือนว่าทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้ และข้าก็ไม่สามารถทำเป็นไม่สนใจถามไถ่ถึงพวกองค์ชายแปดได้ ข้าวางไม่ลง !

    หลังรั่วซีพูดจบ อิ้นเจินก็กระแทกเท้ากลับไปโดยไม่พูดอะไรอีก


    หมอหลวงมาตรวจอาการรั่วซีเป็นครั้งสุดท้าย บอกว่าอีกไม่กี่วันก็จะหายดี รั่วซีถามหมอหลวงว่าชีวิตนางในตอนนี้เหลืออีกกี่ปี ? หมอหลวงบอกตามตรงว่า หากรักษาตัวดีๆ จะอยู่ได้อีกนานที่สุด 3-4 ปี

    ก่อนหน้ารั่วซีจะออกเดินทางจากบ้านสิบสามไปอยู่กับสิบสี่ อิ้นเจินได้มาหารั่วซีอีกครั้งด้วยสีหน้าโกรธจัด บอกว่าองค์ชายแปดมาหาเขา เล่าให้เขาฟังว่าเคยคบกับรั่วซีมาก่อน เคยหวานชื่นกันยังไงขนาดไหน เคยหัดขี่ม้าให้รั่วซี รู้ไหมว่าตัวเขาที่ต้องนั่งฟังคำพูดที่เหมือนถูกเอามีดแทงใส่หัวใจมีดแล้วมีดเล่าโดยที่สีหน้าจำต้องทำเป็นยิ้มอย่างไม่แยแสนั่นน่ะ รู้สึกยังไง ต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน แล้วทำไมเขาถึงต้องมาทนเจ็บปวดแบบนี้ด้วย ! เขารู้แล้วว่าทำไมวันนั้นรั่วซีถึงได้ยืนกรานคุกเข่าจนกว่าเขาจะยอมยกโทษให้องค์ชายแปด ! เขารู้แล้วว่าทำไมรั่วซีถึงไม่สามารถเลิกสนใจกังวลเรื่องขององค์ชายแปดได้ ! เขาไม่อยากเจอหน้ารั่วซี และจะไม่ยอมเจ็บปวดใจเพราะรั่วซีอีกต่อไป ! พูดจบอิ้นเจินก็จากไปอย่างเดือดจัด



    ในวันออกเดินทาง สิบสามกับเฉิงฮวนนั่งรถม้าไปส่งรั่วซี ระหว่างทางเจอองค์ชายแปดมาส่งรั่วซี รั่วซีขอให้หยุดรถลงไปคุยกับองค์ชายแปด รั่วซีพูดขอบคุณเขาที่จงใจไปพูดแบบนั้นเพื่อให้อิ้นเจินยอมตัดใจจากนางและยอมปล่อยนางไป องค์ชายแปดก็ยิ้ม บอกว่าไม่จำเป็นต้องขอบใจ ครึ่งหนึ่งเขาก็ทำเพราะความสะใจของตัวเองด้วยแหละ รั่วซีบอก แต่ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการส่งเสริมความคิดอยากไปจากที่นี่ของนาง องค์ชายแปดไม่มีทางยอมไปพูดแบบนั้นแน่

    องค์ชายแปดบอกให้รั่วซีถนอมรักษาตัวให้ดีๆ สิบสี่ต้องดีกับรั่วซีมากอยู่แล้ว และในเมื่อได้ตัดสินใจที่จะไปแล้ว ก็ให้ตัดอดีตให้ขาด รั่วซีถามว่ามีคำพูดอะไรจะฝากไปบอกสิบสี่ไหม ? องค์ชายแปดบอกไม่มี แล้วรั่วซีก็คงเข้าใจความรู้สึกและความคิดของเขาดี ในเมื่อเข้าใจ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา จงไปเถอะ

    รั่วซีเดินจากไปได้ช่วงหนึ่ง ก็หันหลังกลับวิ่งมากอดองค์ชายแปดแน่น องค์ชายแปดตัวแข็งทื่อไปนิด ก่อนจะกอดตอบ พูดเสียงหนักว่า จงลืมวังหลวงเสียให้หมด ! จงลืมเรื่องของเราเสียให้หมด ! แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาให้ พูดว่า เป็นเจ้าสาวทั้งทีก็ต้องทำตัวให้สมกับที่เป็นเจ้าสาวหน่อยสิ อะไรมาร้องไห้แบบนี้ รีบไปเถอะ สิบสามทำหน้าอย่างกับยักษ์แล้วนั่น รั่วซีพยักหน้า แล้ววิ่งกลับไปที่รถม้า

    กลับไปถึง ขึ้นนั่งในรถม้า สิบสามก็บ่นว่า ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่แปดไปเล่าเรื่องตอนที่คบกับเจ้าให้พี่สี่ฟัง แต่ดันไม่เล่าเรื่องตอนที่เลิกกันให้ฟังสักคำ ทำเอาพี่สี่โมโหหึงแทบตาย รั่วซีจึงบอกว่า องค์ชายแปดจงใจพูดแบบนั้นเพื่อให้ฮ่องเต้ตัดใจไม่ขัดขวางนางออกจากวังน่ะสิ สิบสามจึงนิ่งไป แล้วถอนหายใจ พูดว่า เขาไม่ได้มองพี่แปดผิดไปจริงๆ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวชัยภูมิ ลูกพ่อขุน; 28-12-2011 at 10:46.



Tags for this Thread