กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

อริยสัจจ์ ๔

  1. #1

    สว่างใจ อริยสัจจ์ ๔


    อริยสัจจ์ ๔

    อริยสัจจ์ ๔


    ๑. ทุกข์ คือ สิ่งที่ทนได้ยากฯ
    ๒. สมุทัย คือ เหตุให้เกิดทุกข์ฯ
    ๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ฯ
    ๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ฯ


    ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ได้ชื่อว่า ทุกข์ เพราะเป็นของทนได้ยากฯ

    ตัณหา คือ ความทะยานอยาก ได้ชื่อว่า สมุทัย เพราะเป็นเหตุให้ทุกข์เกิดฯ

    ตัณหานั้น มีประเภทเป็น ๓ คือ ตัณหาความอยากในอารมณ์ที่น่ารักใคร่ เรียกว่า กามตัณหา ๑ ตัณหาความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ เรียกว่า ภวตัณหา ๑ ตัณหา ความอยากไม่เป็นโน่นเป็นนี่ เรียกวิภวตัณหา อย่าง ๑ ฯ

    ความดับตัณหาได้สิ้นเชิง ทุกข์ดับไปหมด ได้ชื่อว่า นิโรธ เพราะเป็นความดับทุกข์

    ปัญญาอันเห็นชอบว่า สิ่งนี้ทุกข์ สิ่งนี้เหตุให้เกิดทุกข์ สิ่งนี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ ได้ชื่อว่า มรรค เพราะเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ฯ

    มรรคนั้น มีองค์ ๘ ประการ คือ

    ๑. ปัญญาอันเห็นชอบ
    ๒. ดำริชอบ
    ๓. เจรจาชอบ
    ๔. ทำการงานชอบ
    ๕. เลี้ยงชีพชอบ
    ๖. ทำความเพียรชอบ
    ๗. ตั้งสติชอบ
    ๘. ตั้งใจชอบ

    คำอธิบายที่น่ารู้

    คำว่า อริยสัจ แปลว่า ของจริงอันทำให้ตรัสรู้เป็นผู้ประเสริฐฯ

    ๑. ทุกข์ คือ รู้ความจริง เป็นสิ่งทนได้ยาก เพราะเหตุเกิดเองหรือเพราะตัณหา ทำให้เกิด เช่น กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ฯ ตัณหานี้ ควรรู้เห็น แล้วละเว้นเสีย

    ๒. เมื่อตัณหาดับสิ้นเชิง ทุกข์จึงจะดับฯ ความดับทุกข์ จะมีได้ก้เพราะดับตัณหาก่อน ควรทำให้รู้แจ้ง แล้วทำให้สิ้นเชิงฯ

    ๓. ความทำให้แจ้งซึ่งความดับทุกข์ เพราะปัญญาเห็นชอบ จนถึง ตั้งใจชอบ ควรรู้เห็นแล้วทำให้เกิดฯ คำว่า อริยมรรค หมายถง ทางอันประเสริฐควรรู้แล้วทำให้แจ้ง ควรทำให้เกิดมีด้วยฯ

    พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้ทรงตรัสรู้สัจจธรรม ๔ ประการ หรือที่เรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ซึ่งเป็นของจริงอย่างประเสริฐที่สุด ที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เองที่โคนต้นโพธิ์อัสสัตถพฤกษ์ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แขวงเมืองพาราณสี โดยไม่มีใครเป็นครูอาจารย์สั่งสอนมาก่อนเลย ดังที่พระองค์ตรัสว่า?เราเป้นผู้ครอบงำธรรมทั้งปวง อันตัณหาและทิฏฐิไม่ฉาบทาแล้วในธรรมทั้งปวง ละธรรมที่เป็นไปในภพ ๓ ทั้งหมด พ้นแล้วเพราะความสิ้นไปแห่งตัณหา เราตรัสรู้ยิ่งเองแล้ว จะพึงอ้างใครเล่า อาจารย์ของเราไม่มี คนเช่นเราไม่มี บุคคลที่เสอมเหมือนเราก็ไม่มีในโลกกับทั้งเทวโลก เพราะเราเป็นพระอรหันต์ในโลก เราเป็นศาสดาซึ่งไม่มีศาสดาอื่นยิ่งกว่า เราผู้ดียวเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ เราเป็นผู้เย็นใจ ดับกิเลสได้แล้ว?

    ชาวโลกจึงพากันขนานพระนามแด่พระองค์ว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเราตถาคตตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประการ เหล่านี้ตามความเป็นจริง ชาวโลกจึงเรียกตถาคตว่า เป็นองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า, เราตถาคตได้สำเร็จเป็นพระอริยเจ้าในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่ประชาสัตว์ สมณ พราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์, เพราะเหตุนั้น สัจจะ ๔ ประการนี้จึงเรียกว่า อริยสัจ

    จริงอยู่ อริยสัจ ๔ ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วนั้น เป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน ไม่มีผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ไม่สามารจะคัดค้านหรือปฏิเสธได้ ดังที่พระพุทูองค์ตรัสไว้ว่า

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัจจะ ๔ ประการนี้ เป็นของจริงแท้ แน่นอน ไม่แปรเป็นอื่น, สัจจะ ๔ ประการนี้ได้แก่อะไร, ได้แก่ทุกข์ เป็นของจริงแท้ แน่นอน ไม่แปรเป็นอื่น สมุทัย เป็นของจริงแท้ แน่นอน ไม่แปรเป็นอื่น นิโรธ เป็นของจริงแท้ แน่นอน ไม่แปรเป็นอื่น มรรค เป็นของจริงแท้ แน่นอน ไม่แปรเป็นอื่น

    และธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ นั้นเป็นธรรมที่มีความสุขุมละเอียดลึกซึ้งยิ่งนัก มิใช่ธรรมที่ผู้มีกิลเสหนาปัญญาหยาบจะตามรู้ได้โดยง่าย ดังที่พระพุทธองค์ทรงมีพระปริวิตกเมื่อคราวที่ตรัสรู้ใหม่ ๆ ว่า

    ธรรมที่เราบรรลุแล้วนี้แล เป็นธรรมอันลึกซึ้ง พิจารณาเห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก เป็นธรรมที่สงบระงับ ประณีต ตรึกตรองเอาเองไม่ได้ เป็นธรรมอันละเอียด รู้ได้เฉพาะผู้ที่เป็นบัณฑิต

    การตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่โคนต้นโพธิ์อัสสัตถพฤกษ์ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แขวงเมืองพาราณสี ในวันเพ็ญเดือน ๖ นั้น เป็นวันที่ชาวโลกได้บุคคลที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะเหตุนั้นวันตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าจึงนับว่าเป็นวันสำ คัญทางพระพุทธศาสนา



    ที่มา : คู่มือสำหรับนักเรียน นักธรรมและธรรมศึกษา ชั้นตรี โดย คณจารย์เลี่ยงเซียงจงเจริญ
    ที่มา : http://scoop.mthai.com/specialdays/108.html


    อริยสัจจ์ ๔


  2. #2
    Banned

    วันที่สมัคร
    Jul 2008
    ที่อยู่
    Oil Field เพชรบูรณ์/กำแพงแสน
    กระทู้
    524
    วันนี้วันพระไหญ่ ได้รับ ธรรมะชี้นำทางแล้ว เพลิดเพลิน และ สุขกาย สบายใจนักแล....สาธุ สาธุ สาธุ


Tags for this Thread