กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

กฎของไมโล

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ pcalibration
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    ที่อยู่
    เมืองฉะเชิงเทรา(แปดริ้ว)
    กระทู้
    1,986
    บล็อก
    1

    กฎของไมโล


    กฎของไมโล
    กฎของไมโล
    ไมโล หรือชื่อเต็มๆ ไมโล ออฟ ครอตั้น (Milo of Croton) เป็นชื่อนักมวยปล้ำชื่อดังของกรีก อันเป็นเจ้าของทฤษฎีการเพิ่มความหนักในการฝึก (Progressive Overload) โดยมีที่มาเมื่อไมโลต้องการฝึกร่างกายเพื่อแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ เขาจึงใช้วิธีการแบกลูกวัวที่เพิ่งเกิดไว้บนหลังแล้วเดินไปเดินมาเป็นประจำแทบทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป ลูกวัวก็โตขึ้นเรื่อยๆจนโตเต็มวัย ส่วนร่างกายของไมโลเองก็มีความแข็งแรงขึ้น จนเมื่อถึงวันแข่งขัน เขาก็สามารถคว้าแชมป์เหนือนักกีฬาคนอื่นมาได้ย่างสบาย เรื่องนี้ฟังง่ายๆเหมือนนิทานก่อนนอน แต่กลับมีความถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาในเรื่องการออกกำลังกายทุกประการ ดังนี้
    1. เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หลายคนที่อยากแข็งแรง หุ่นดี แต่ไม่คิดที่จะออกกำลังกาย คงต้องย้อนไปดูไมโล ที่นึกครึ้มแบกลูกวัวเดินไปเดินมา เพราะฉะนั้นหลายคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการเดิน-วิ่งแบบเบาๆในปริมาณที่น้อยๆให้ร่างกายค่อยๆรับรู้ว่าเรากำลังจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เราเรียกหลักการนี้ว่า “หลักการกระตุ้นกล้ามเนื้อ”  ที่สำคัญคือต้องระวังไม่ให้บาดเจ็บ ไม่อย่างนั้นการออกกำลังกายอาจเป็นฝันร้ายของคุณก็ได้

    2. เพิ่มปริมาณอย่างเหมาะสม  เมื่อทำการกระตุ้นกล้ามเนื้อแล้ว จำเป็นต้องออกกำลังกายด้วยความเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป ก็คิดว่าไม่ยากลองดูที่ทฤษฎีไมโล แกก็ไม่ได้รีบยกวัวที่โตเต็มวัยเลย แต่เริ่มยกลูกวัวที่เพิ่งเกิดก่อน และเมื่อวัวโตขึ้นกล้ามเนื้อของเฮียแกก็แข็งแรงขึ้นตามน้ำหนักวัวที่แบก เราก็นำทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ด้วยการเริ่มจากการเดิน สัก 2-3 วันก่อน หลังจากนั้นก็เดินเร็วขึ้น พัฒนาเป็นการวิ่งเหยาะๆ แล้วค่อยๆเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นเรื่อยๆที่ร่างกายสามารถรับได้

    3. ทำเป็นประจำจนรู้สึกชิน นอกเหนือจากความหนักที่เหมาะสมแล้ว สิ่งที่สำคัญและยากที่สุดในการออกกำลังกายก็คือความถี่ของการออกกำลังกาย ทฤษฎีไมโลแสดงให้เห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวันแต่ให้ทำเป็นประจำ (โดยประมาณคือ 3-5 วัน/สัปดาห์ และควรมีวันหยุดให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วย) และเมื่อร่างกายของคนเราได้ออกกำลังกายจนถึงช่วงเวลาหนึ่งก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน(สารแห่งความสุข) จึงทำให้ผู้ที่ออกกำลังกายมีความสุขทั้งทางกายและใจ ก็ขอให้ทุกคนเอาทฤษฎีไมโลมาปรับใช้กับการออกกำลังกาย
    เครดิต:ข้อมูลจาก : DR.THIK นิสิตปริญญาเอกวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ
    http://sport.mthai.com



  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ วัฒนชัย หาริโร
    วันที่สมัคร
    Jan 2010
    กระทู้
    884
    ของผมกะใช้ไมโลยุครับอ้าย ยามเช้าๆกับหนมปังแชบขนาด
    ว่าแต่มันแม่นอันเดียวกันบ่555555

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ คนไกลบ้าน2009
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    กระทู้
    398
    อยากออกกำลังกายคือกันอ้าย เเต่ความขี้ค้านมันหลายกว่าเเหมะ วันหยุดกะเลยได้เเต่นอนพะนะ

  4. #4
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,941
    สงสัยเพิ่นสิเป็นเด็กเลี้ยงงัวเนาะครับ จั่งได้แบกลูกงัวเล่น

    ทางนี้มักแบกคือกันล่ะครับ แต่แบกแนวอื่น..

    ใช่ครับ...เมื่อร่างกายของคนเราได้ออกกำลังกาย

    จนถึงช่วงเวลาหนึ่งก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน (สารแห่งความสุข) ออกมา
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 27-11-2012 at 22:44.

  5. #5
    ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด สัญลักษณ์ของ อาวอ้วนเมืองยศ
    วันที่สมัคร
    Apr 2010
    ที่อยู่
    เมืองบั้งไฟ
    กระทู้
    1,594
    ครับสิไปออกยุดอกครับ อยากเป็นอาวจ่อย แน่นั่นน๋าครับ เป็นอาวอ้วนมาดนหละ อิอิ
    ขอบคุณครับผม


Tags for this Thread