หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 20

เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ หนุ่มลาวสาวขะแมร์
    วันที่สมัคร
    Aug 2012
    ที่อยู่
    รังสิต
    กระทู้
    436

    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน




    สืบเนื่องจากเห็นลูกสาวลูกซายของอ้ายของพี่ป้าบ้านมหาหลายคนเพิ่นสิประสบความสำเร็จในแต่ละระดับกะได้แต่ดีใจนำ

    บาดโงมาทางโต มาเบิ่งอีน้อยๆ มาเป็นพอปานนี้น้อ ใหญ่มามันสิเลี้ยงปากกะของกุ้มบ่น้อ



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    เด็กน้อยบ้านนอกคนนี่ เป็นหลานของผมครับลูกน้องซาย บ่แม่นลูกสาวดอกแต่มักติดลุงติดป้า

    พอเกิดพ่อกับแม่เพิ่นกะเอาไปให้ปู่กับย่าเลี้ยง ย้อนปู่เองกะเฝ้าอยู่แต่กลับท่งกับนา

    ยามนาย่ากะพาหลานไปท่ง ใส่อู่ไว้ใต้ฮ่มไผ่ข้างตากล้า ปล่อยให้มดแดงจ๋อ

    เลี้ยงไปตามกะเยิม ได้ยินเสียงฮ้องค่อยไปส่องเบิ่ง นมกะกินนมงัวหรือนมอีหยังบุ๊



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    หมู่เล่นกะคือหมา หมาน้อยหมาใหญ่เล่นนำได้เบิด บ่ย่าน

    กอดกันกับหมากลิ้งตกคันแทหาลังเทือ หมากะเล่นนำดีคัก



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    เห็นหมาต้องหยอกต้องเล่นนำ บ่ย่าน และกะแปลกครับ หลานน้อยเทิงหยอก

    เทิงเตะบางเทือกะตีนทำหางหมา(กระทืบหาง) แต่หมากะบ่เคยกัด แต่กับบางคนที่มักด่าหมา

    ด่าแบบซัง แบบสบถคำหยาบใส่ ผู้นั่นมักสิถืกหมาเห่าหรือกัดนำครับ (จากเคยเห็น)



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    เล่นแล้วกะเอาขนมมาสู่กันกิน เว้ากับปู่ย่ายังบ่รู้เรื่องแต่กับหมาเว้ากันเข้าใจ

    "เอ๋านี่ม่า" หมาซือโอเมก้าครับ กลับไปเห็นหลานกะเป็นภาพที่ตาฮักดีครับ



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    ลงไฮลงนามักคัก บ่มีหนาวมีฮ้อน เล่นได้เบิดมื้อ บ่มีถามหาหมู่

    มักแล่น แล่นอย่างเดียว เกิบบ่ใส่ แล่นนำคันแท บ่มีฮ้อน เป็นเด็กน้อยร่าเริงครับ



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    มักท่งหญ้าป่าเฟียง เห็นกองเฟียงบ่ได้คือกันต้องพาหมาหม่น บางเทือกะพากันกลิ้งล้อมอ้อมๆ ตกกองเฟียง

    เป็นเด็กน้อยบ่ย่านคน ถ่าคนนั่นหน้าตาบ่เป็นตาย่านนำ



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    พึ่งไปโรงเรียนแต่บ่ทันได้อีหยัง อาศัยหากินนำท่ง ได้ตำแหน่งนางงามขาลายประจำเถียงฮ้าง



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    กับนางงามบักม่วงเหิ่ม



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    ตอนนี่ห้าสิหกขวบครับ ยังบ่เซานอนอู่ สิเข้า ป.1 ปีนี้ เรียนอนุบาลสองปี

    บ่ได้หนังสือพอโต ท่อง ก ฮอด ฮ ได้พอกำก่า เทียบกับเห็นลูกๆ คนในเมือง ลูกหมู่พวก

    สามสี่ขวบ คะเจ้าฮู้เบิดสู่แนวแล้ว กอไก่เอบีซีดี บวกเลข เขียนหนังสือ เว้าฝรั่งปานเด็กน้อยดีแล่น

    บางคนลงโปรแกรมคอมฯ เป็นแล้ว เอาเป็นว่าถ้า 6 ขวบ รู้ภาษา รู้จักเบิดสู่แนวแล้วให้ว่าจังซั่นโลด

    แต่เด็กน้อยคนนี่ เอบีซีดีกะฮู้แต่ว่าเป็นโตภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์กะฮู้แต่ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ซำนั่น



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    ร้านอาหาร เมนู สุกี้ซูชิอีหยังบ่รู้จักดอก เพราะปู่ย่าพากินแต่นำท่งนำป่า ปิ้งปลา ลาบไก่



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน


    แต่แนวที่เด็กน้อยนี่เฮ็ดเป็นประจำ มั่น(ขยัน)แล้วกะมักกะคือ ไปท่งหาอีปู่ ซ่อยเลี้ยงวัว ซ่อยเอางัวกินน้ำ

    ไล่งัวเข้าคอก ไล่เป็ดไล่ไก่เข้าคอก เกียเป็ด เกียไก่ครับ บางเทือกะหลอยไปเคียนงัว

    บอกว่า "อย่าไป งัวสิซาด เซียกงัวสิพันขา" กะบ่ฟัง "กะมันบ่มีหญ้ากินเนาะ"ละวา

    "ฮ่วยมันซะมาสิฮู้จักดีแท้ หัวท่อบักแข้งนี่แหม๋" ปู่ย่าจ่ม

    ไปโรงเรียนได้เทือละเคิ่งมื้อกะแอ่วมา ฟ่าวออกไปท่งหาอีปู่


    แล้วเด็กน้อยบ้านนอกขี่กะโป๋ซ่ำนี่กะฮู้จัก "ไปเพล" แล้วครับ

    มื้อย่ายากเวียกยามวันเสาร์อาทิตย์กะสิแต่งให้หลานไปกับย่ายายเฮียนใกล้

    ได้ยินย่า (แม่) เว้าให้ฟังกะได้แต่ดีใจนำหลาน

    อยากให้วิถีชีวิตที่บริสุทธิ์นี่ได้ซึมซับติดอยู่ในโตในหัวใจของหลานน้อยตลอดไป


    กะจักสิได้ซำได๋ดอกครับ พอใหญ่ขึ้นมาพ้อกับสังคมสิ่งยั่วยุต่างๆ กะจักสิต้านได้บ่

    แต่เฮาเด็กบ้านนอกคอกนารุ่นเก่าแท้ๆ กะยังเป็นไป



    เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน

    มักแล่นนำท่งนำท่า ครูกะเลยให้เป็นนักกีฬาตัวแทนโรงเรียนซุมเด็กเล็ก ไปแข่งระดับตำบล

    เด็กน้อยขี่ปลาแดก อยู่แต่ท่ง เคยแข่งแต่กับหมาแล่นเข้าเถียงนา บ่รู้จักเส้นชัย บ่รู้จักว่านี่คือการแข่งขัน

    ฮู้แต่ว่าให้แล่น กะแล่นไป แล่นออกก่อนหมู่ เสียงคนโห่คนเชียร์ งวกกลับเบิ่งหมู่ เห็นหมู่แล่นบ่ทัน

    ยืนถ่า หมู่มาฮอดแล้วกะแล่นส่วงก่อน จะของเลยได้ทีสอง


    สังคมหรือว่าผู้ใหญ่สอนให้ทุกอย่างมีการแข่งขันกัน สอนให้เด็กน้อยต้องแข่งขันกันตั้งแต่ยังบ่ทันฮู้ภาษา


    เว้ามาแล้วกะย่านครับ ย่านความเจริญทางวัตถุเข้ามาพรากเอาจิตวิญญาณความบริสุทธิ์ในใจของหลานน้อยไป

    แม่นสิซ่อยสิป้องกันแบบได๋กะคือสิหนีบ่รอดตี้เนาะ เพราะวิถีของสังคม(พวกเฮา ผู้ใหญ่ทั้งหลาย)

    พาเฮ็ดหรือบังคับให้เป็นไปแบบนั้น


    กะได้แต่ทำใจให้ยอมรับ และหาทางป้องกันแบบลมๆ แล้งๆ กันต่อไป โชคดีกะดี โชคร้ายกะถือว่าเป็นกรรมละ


    ร่ำไรแต่ว่า "อีปู่ให้เรียนจบ ปอ 6 กะเซา แล้วออกมาเลี้ยงงัว" ว่าซั่น ย่านแม่นอยู่ดอกหล่า โตปึกกะด้อ



    ขอบคุณบ้านมหา



  2. #2
    ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด สัญลักษณ์ของ อาวอ้วนเมืองยศ
    วันที่สมัคร
    Apr 2010
    ที่อยู่
    เมืองบั้งไฟ
    กระทู้
    1,594
    มันกะสิมรีการพัฒนาเป็นไปตามวันเวลาหละครับ ชีวิตผมชีวิต พี่น้องเฮาหลายๆคน กะคือสิมาแนวนี่คือกันครับ

    พอเติบโตแล้วกะสิฮู้จักควม ฮู้จักการเอาโตรอดเองดอกครับผม

  3. #3
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,941
    อย่าว่าแต่เด็กน้อยเถาะ ตั้งแต่ซุมเฮากะยังปึกในบางเรื่อง ประสบการณ์สิช่วยสอนเฮาเองเมื่อมีสถานการณ์ยามคับขัน การเรียนรู้บ่มีการสิ้นสุดครับ คนเฮากะคือกะปอมปรับตัวตามสิ่งแวดล้อม

    เว่าเรื่องหมานี่ คนอื่นบ่เห่าบ่กัด ถ่ากัดแต่ข่อย จักเป็นหยังบุ เพิ่นว่าคนเคยกินหมามันสิเห่าพะนะ ซงคืออยู่ นั่งในรถมันกะนำเห่า
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 18-03-2013 at 20:51.

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ทิดแหล่
    วันที่สมัคร
    Jun 2008
    กระทู้
    475
    แต่เก่า คราวหลัง ผมเองกะมีชีวิตบ่อแตกต่างไปจากนี่ดอกครับ อาจสิทุกข์ยากกว่านี้อีก...
    เมื่อชีวิตดำเนินต่อไป ความแปลกใหม่กะสิเข้ามา ได้เรียน ได้รู้วิชา บากบั่น สรรหา จนนำพาชีวิตมาจนทุกวันนี้
    แต่ความบริสุทธิ์แห่งวิถีชีวิตในวัยเยาว์ ยังติดตา ตรึงใจ ไม่รู้ลืม
    คำพ่อสั่ง คำแม่สอน คำญาติพี่น้อง ยังดังก้องในสำนึก
    และได้เป็นเบ้าหลอมให้เราได้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งชีวิตที่แท้จริง...

  5. #5
    บ้านเกิดเอื้อยก็อยู่ชนบทค่ะ แต่การใช้ชีวิตแตกต่างจากอิหล่าน้อยนิหลาย เพราะยายเลี้ยงแบบเป็นห่วงค่ะ
    คือบ่กล้าให้ออกไปเล่นตามทุ่งนา หนีไปเล่นก็จะโดนเพิ่นดุเนาะค่ะ เพิ่นย่านเป็นไข้ สมัยนั้นเป็นไข้ค่อนข้างอันตรายค่ะ
    ก็จะเล่นอยู่บ้านช่วยยายตามที่เพิ่นบอกให้ช่วย เล็กๆน้อยตามประสาเด็กน้อยค่ะ แบบดึงหมอนให้ยามยายเย็บหมอน แหย่สาดกก คือบ่าวหยก ยโสธรนำค่ะ อิอิ
    แต่หนีไปเล่นก็ได้เรื่องทุกที เพิ่นเลยห้ามค่ะ ตกน้ำก็เคยตก ตกต้นไม้ก็เคยตก เลยถึกกักบริเวณ ฮ่าๆๆ
    ช่วงนั้นก็มีทีวีเข้ามาเนาะค่ะ ก็เลยติดแหมะอยู่กับทีวี หลังเลิกเรียน และช่วงเสาร์อาทิตย์
    เป็นเด็กบ้านนอก ที่ใช้ชีวิตบ่คุ้มค่ะ นาก็บ่เคยเฮ็ด พ่อกับแม่เพิ่นก็บ่เฮ็ดค่ะ เพราะติดงานราชการทั้งคู่

    ส่วนอิหล่าน้อย โตขึ้น เริ่มเป็นสาว ก็จะเริ่มรักสวยรักงามตามประสาเด็กสาวเนาะค่ะ
    เดาอนาคตบ่ได้ดอกค่ะ บางทีเด็กเกเร บ่มักเรียน โตขึ้นอาจจะได้ดีก็ได้ค่ะ
    น้องชายตอนเป็นเด็กน้อยก็เกเร อยากเป็นทหาร โตขึ้นกลับเรียนจบวิศวกรไฟฟ้า ม.ขอนแก่นค่ะ

  6. #6
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,718
    ผมว่าแกเป็นเด็กฉลาดครับ ผุ้ปรกครองบ่อต้องเป็นห่วง ตอนนี้ยังประเมินหยังบ่อได้
    เบิ่งจากการกระทำของแกผมว่าเด็กคนนี่น่ารัก ฉลาด

  7. #7
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ฮักณ.ทุ่งใหญ่
    วันที่สมัคร
    Jan 2011
    กระทู้
    537
    สุดยอดครับผม.... เห็นภาพเลยครับ:l-

  8. #8
    Recipes And Cooking สัญลักษณ์ของ พวงพะยอม
    วันที่สมัคร
    Feb 2013
    ที่อยู่
    New York,U.S.A.
    กระทู้
    1,112
    บล็อก
    2
    ปล่อยตามธรรมชาติของเด็กนำกับการเลี้ยงดูแบบเดินสายกลางจ้า
    แต่ต้องให้เข้าโรงเรียนตามพ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับของประเทศไทยเมื่อถึงวัย
    การศึกษาคือการพัฒนาปัญญาและชีวิตควบคู่คุณธรรม ที่สำคัญที่สุดบ่ว่าจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมในเมืองหรือชนบท ต้องให้เรียนรู้ศีลธรรม สอนให้รักษาศีลห้าแต่น้อย จะเป็นภูมิคุ้มกันบ่ว่าจะไปตกอยู่ไสจ้า
    ทุกมื้อนี้ทางบ้านบ่จำเป็นต้องเฮ็ดนาเลี้ยงวัวอย่างเดียว ครู ตำรวจ พยาบาล
    หรืออาชีพใด๋ก็สามารถเฮ็ดนาได้ ให้เขาเรียนตามความถนัดและสามารถ ให้ตามทันโลกเพราะเขาสามารถเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นผู้นำในชุมชนเพื่อพัฒนาสังคมซอยกัน เด็กจะเก่งหรือบ่เก่งบ่ได้อยู่กับมันสมองยางเดียว
    ครอบครัวและครูสามารถซอยเด็กที่เรียนอ่อนได้ ลูกสาวหล่าของพวงพะยอมมาอเมริกาปีแรก
    สอบตกทุกวิชา เพราะภาษาบ่แมนของเฮา บ่เว่ากับไผเลยเป็นปี
    แม่ต้องไปประชุมกับครูใหญ่และคณะครูหมดโรงเรียนเดือนละเทือเพื่อติดตามพัฒนาการของลูก
    ใช้เวลา 5 ปีจนสามารถเรียนได้สอบได้ระดับเฉลี่ย 90 คะแนนขึิ้น เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อม การเอาใจใส่สำคัญกว่ามันสมอง
    เด็กน้อยคือผ้าขาว พ่อแม่จะพาไปทางใด๋ก็ได้เพราะเป็นผู้เยาว์ อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครู ของโรงเรียนอย่างเดียว อยู่บ้านเฮาก็สามารถสอนเด็กได้จากสิ่งแวดล้่อม
    โรงเรียนมีอุปกรณ์การสอน มีครู พ่อแมบ่ต้องอายครู ลูกสิบ่ได้วิชา
    อย่าตามใจเด็กเกินไป หน้าที่หลักของเด็กคือเรียนหนังสือตามภาคบังคับให้จบก่อน สิไปต่อทางใด๋ สายอาชีพหรือสามัญโรงเรียนมีครฺแนะแนวเป็นที่ปรึกษา ถ้าเรียนดีมีทุนการศึกษา อยากเป็นเกษตรกรก็ดี ค้าขายก็ดี แล้วแต่ความถนัด
    อยู่บ้านสิพาไปทงไปนาแฮงดี ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของบรรพบุรุษ
    แต่การบ้านต้องแล้ว วิชาใด๋อ่อนต้องปรึกษาครูเด้อจ้า
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พวงพะยอม; 18-03-2013 at 22:33.

  9. #9
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63
    อย่าไปหนักใจนำเลาเถาะเพราะคนเฮามันบ่เบ็ดเสร็จมาจากในท้องแม่ดอกหล่าเอ้ยมันเป็นไปตามแบบที่เห็นอยู่ทุกมื่อทุกวันนี่หละการเรียนรู้คือการเสริมสติปัญญาของเด็กถ่อนั่นและอีกอย่างกะเป็นการพัฒนาไปอีกนั่นทางหนึ่ง

  10. #10
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ หนุ่มลาวสาวขะแมร์
    วันที่สมัคร
    Aug 2012
    ที่อยู่
    รังสิต
    กระทู้
    436
    ขอขอบพระคุณอ้ายป้าพี่ลุงทุกท่านที่ซ่อยให้คำแนะนำครับ

    ผมเองกะเข้าโรงเรียนตอนเจ็ดขวบ อ่านคล่องเขียนชัดกะปอสองปอสามพุ้นละ

    เพียงแต่สงสัยว่าสมัยนี้ บางสังคมบางชุมชน คือทรงฟ่าวแทะสั่นดอก

    สมัยผมลูกครูลูกตำรวจลูกคนจนคนรวย บ่เคยมีเรียนพิเศษ เข้าปอนึงนำกันเบิ้ด บ่ให้ความรู้สึกว่าแตกต่าง

    แต่สมัยนี้ลูกผู้เพิ่นไคแน่กะสิให้ลูกเรียนพิเศษแต่ลูกคนจนบ่ได้ไป เกิดความแตกต่างกันหลายของเด็ก

    หรือบางคนให้ลูกขึ้นรถตู้ไปเรียนในเมืองแต่น้อย เกิดความแตกต่าง มิตรสัมพันธ์ของเด็กคนบ้านเดียวกันกะขาดไป

    คนหมู่บ้านเดียวกัน เกิดปีเดียวกัน แทนที่สิเป็นหมู่กันคือแต่เก่า กลับเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันซือๆ คล้ายคนเมือง บ่ได้มีความสัมพันธ์กันปานได๋ เพราะใช้ชีวิตที่ต่างกันตั้งแต่น้อย ย่านวันข้างหน้าสังคมมันสิห่างกันออกไปเรื่อยๆ เนาะ แม้แต่ในหมู่บ้านหรือบ้านนอกกะซาง ย่อนว่าเฮาอยากให้เด็กน้อยเก่งตั้งแต่น้อยนี่เอง