กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

สิ่งที่ผมเรียนรู้เมื่ออายุมากขึ้น

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    สิ่งที่ผมเรียนรู้เมื่ออายุมากขึ้น


    **สิ่งที่ผมเรียนรู้เมื่ออายุ 51**


    สิ่งที่ผมเรียนรู้เมื่ออายุมากขึ้น


    สิ่งที่ผมเรียนรู้เมื่ออายุมากขึ้น


    @@~~ 51 สิ่งที่ผมเรียนรู้เมื่ออายุ 51 ~~@@


    1. ตอนขึ้นปีใหม่นี้ ไม่มีเรื่องอะไรที่ผมต้องกลุ้มใจมากนัก เพราะชักจะจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ค่อยได้ซะแล้ว

    2. เมื่อคืน วันส่งท้ายปีเก่าก็ไม่เมา เพราะไม่มีใครเค้าคิดจะโทรมาชวนออกไปเที่ยวต่อ แถมยังต้องเข้านอนเร็วขึ้นกว่าคืนอื่นด้วย เพราะว่ามีคนชวนไปทำบุญที่วัดเมื่อตอนเช้าวันนี้

    3. ไม่รู้สึกเจ็บกระดูกข้อเท้าอันเกิดจากการวิ่งอีกต่อไ ป เพราะออกไปวิ่งไม่ไหว


    4. ตอนนี้เวลาคนเรียกว่า ลุง ก็ไม่โกรธ

    5. ดู music video เพลงรักซึ้งล่าสุดของ อัสนี-วสันต์ แล้วไม่นั่งเหม่อลอยมองท้องฟ้า หรือต้องรีบร้อน message หาใครซักคน เหมือนเคย

    6. โฆษณากางเกงยีนส์ Armani ลดราคาหน่ะไม่ได้กินเงินผมอีกต่อไปหรอก แต่ถ้า กางเกงชาวเล ลดราคาล่ะก็.. ไม่แน่

    7. ตัวแทนบริษัทของประกันไม่ค่อยโทรมาตื้อแล้ว หรือไม่ก็เป็นฝ่ายขอวางสายเอง เมื่อทราบอายุ

    8. มีเงินซื้อ Viagra มาเก็บไว้ดูเล่นเยอะๆได้

    9. ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในช่วงนี้ คุณภาพ น่าจะสำคัญกว่า ปริมาณ

    10. มีเส้นผมสีขาวแซมรอบศรีษะบ้าง ก็ดูเท่ดี

    11. เริ่มจะเข้าใจแล้วว่า หากเราหัดทำใจให้กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเก่า ความเป็นทุกข์จะน้อยลง

    12. รู้ว่าคนเราควรกินอาหารแต่พอดี หากใส่เข้าไปมากเกินไป ตอนจะเอาออกไปให้เหลือสมดุลย์นั้น ยากกว่าตอนเอาเข้าไป ราวๆ 10 เท่า

    13. เพิ่งทราบว่า หายใจไม่ถูกวิธีมาตลอดห้าสิบปี ตอนนี้กำลังฝึกหายใจใหม่ -อย่างมีสติ
    และเป็นสุข แบบที่ท่านติช นัท ฮันห์ สอนเอาไว้ (ขอแนะนำว่า ทุกคนควรลองหัดนะ ขณะที่ยังสามารถหายใจได้อยู่)


    14. ประหยัดค่าไอสครีม hot fudge sundae ราดหน้าวิปครีมไปเยอะ เพราะหมอประจำตัวบอกว่า จะสั่งแบบแพงพิเศษยังไงก็ไม่ว่ากัน ดูได้ - แต่ห้ามกิน

    15. รู้จักปลูกกล้วยกินเอง

    16. กินผักหรือผลไม้ มื้อเย็นทุกวันก็อิ่มได้ เป็นประโยชน์ และชักจะขาดไม่ได้ซะแล้ว ส่วนละครทีวีหรือเกมส์โชว์ ไม่ได้ดูมาร่วมสิบปีแล้ว ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ - โดยไม่รู้สึกว่าขาดอะไร

    17. ภรรยาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชีวิต และจะอยู่กันจนกว่าจะตายกันไปข้างนึง ดังนั้นควรทะนุถนอมด้วยความรัก อย่าให้บอบช้ำ หรือโดนกระทบกระเทือนแรงๆ ไม่ว่าจากเรื่องใดก็ตาม

    18. สามีที่เป็นสถาปนิกส่วนใหญ่ ก็เปราะบาง และช้ำง่าย ควรได้รับการเอ็นดู ทะนุถนอม จากภรรยาไม่แพ้กัน

    19. ลูก ผมไม่มี แต่หากมี เค้าก็น่าจะเลือกสิ่งที่เค้าชอบเอง - กล้าตัดสินใจเอง จะผิดหรือถูก ก็เป็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตการเรียนรู้ ควรส่งเสริมและให้กำลังใจ

    20. ไม่มีใครไม่เคยพลาดหรอก แต่ขอให้ทำสำเร็จมากกว่าทำพลาด ก็เพียงพอแล้ว

    21. ผมบอกหลานๆว่า ขอให้ชำนาญเพียงสามอย่าง หนึ่งภาษาอังกฤษ สองว่ายน้ำ และสามศิลปะการป้องกันตัว เพราะเค้าต้องอยู่ในโลกแห่งการต่อสู้นี้อีกนาน

    22. ควรทำให้คนในบ้านและคนรอบข้างมีความสุข ก่อนที่จะเดินทางไปทำบุญทำทานที่ไหนไกลๆ

    23. ไม่เห็นจะต้องขับรถเร็วมากเหมือนเคยเลย ปลอดภัยกว่า ถึงที่หมายเหมือนกัน แถมประหยัดน้ำมันอีกด้วย แล้วรถยนต์จะยี่ห้ออะไร ก็ชักดูคล้ายคลึงกันหมด ขอให้มันสตาร์ทติด แอร์เย็น มีลมยาง และวิ่งได้เถอะ

    24. เครื่องออกกำลังกาย ไม่ว่ารุ่นวิเศษแค่ไหน ถ้าซื้อมาเกินสามเดือน จะกลายเป็นที่พาดผ้าของทุกๆคนในบ้าน และถ้าเลยเจ็ดเดือนแล้ว มันจะถูกย้ายไปอยู่ ในห้องเก็บของรวมกับเครื่องอื่นที่เคยซื้อมา

    25. 'ทำ' ดีกว่า 'คิดว่าจะทำ' - ประมาณ 51 เท่า!

    26. ข้อดีของการมีอายุมากขึ้นก็คือ ไม่พลาดอย่างที่เคย ถูกหลอกน้อยลง เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มั่นคงขึ้น และมีเสรีมากขึ้น, ข้อเสีย - ไม่มีหรอกน่า - มองให้มันดีก็แล้วกัน!

    27. ทัศนคติในปัจจุบัน น่าจะเป็นผลรวมของบทเรียนดีๆที่ผ่านเข้ามา บวกกับทบทวนความผิดพลาดที่เคยทำไป ลบด้วยเรื่องที่ควรจะลืมได้แล้ว

    28. พอเข้าใจโครงสร้างของประเทศไทยของเราได้ดีขึ้น และก็เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางระบอบอันหลากหลาย

    29. เปิดประตูรับคำสั่งสอนทางศาสนา เข้ามาในชีวิต เป็นเหยื่อน้อยลง มีความเป็นเจ้าของน้อยลง กลัวน้อยลง และเพิ่มเวลาทำใจภาวนาสู่สมาธิ

    30. เคยสะสมนาฬิกาดีๆอยู่เยอะมาก แต่ตอนนั้นมีเวลาน้อย ตอนนี้เปลี่ยนใจ ขายไปแทบหมด เหลือนาฬิกาอยู่น้อยมาก แต่ขอสะสมเวลาดีๆ เยอะๆ

    31. รู้เลยว่าขณะนี้ ชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยเหมาะกับผมซะแล้ว ไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้ เพียงแต่ต้องการเดินช้าลง ในที่กว้างๆ เงียบๆ ต้นไม้เยอะๆ เห็นเส้นขอบฟ้าชัดๆ ได้มองดาวเต็มตาทุกคืน และอากาศสะอาด

    32. ผมอยู่ในใจกลางเหตุการณ์ สึนามิ ธรรมชาติและคลื่นยักษ์เหล่านั้น ได้สอนให้ผมได้รู้จัก จุดเปลี่ยนผ่านของชีวิตที่ไม่อาจฝืนต้านทาน หรือต่อรองใดๆได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และรู้จักความงดงามระหว่างเพื่อนมนุษย์ ท่ามกลางโศกนาฏกรรม

    33. ถ้าอยากได้เพื่อนใหม่ๆที่ดี ก็น่าจะทำสิ่งดีๆกับเค้าก่อน

    34. หัวเราะมากๆ ออกกำลังกาย และกำหนดลมหายใจ ทุกๆวัน - ทั้งหมอ และพระ บอกว่า ช่วยรักษาโรคได้สารพัด

    35. Golf ไม่ใช่กีฬาที่เล่นเพื่อคิดจะชนะใคร แค่ตกลงกับตัวเองให้ครบทุกอิริยาบถ ยังทำได้ไม่ทุกครั้งที่ตี

    36. หนังสือดีๆของไทย ราคาไม่แพงเอาเลย เมื่อเทียบกับเหล้าขวดนึง

    37. หากตื่นเช้ามาแล้วกระตือรือล้นอยากทำอะไรแบบนั้นบ่อย ๆ นั่นแหละ.. น่าจะเลือกเป็น อาชีพของคนๆนั้น ในทางกลับกัน หากตื่นเช้าขึ้นมาทุกวัน แล้วไม่อยากทำเอาซะเลย ก็น่าจะเลิกได้แล้ว

    38. หากเกลียดใครมากๆ จงยุให้เค้าทำร้านอาหารที่เริ่มต้นขายตั้งแต่เช้า และให้ขายเหล้าทุกชนิดด้วย ผมเคยทำแล้ว รู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์จริงๆตอนที่มีคนมาขอซื้อกิจการต่อ ก่อนหน้านั้น ตกนรกล้วนๆ ทุกคืน โดยเฉพาะตอนที่นั่งรอคนเมาคนสุดท้ายกลับบ้าน ช่วงอารมณ์แบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเกลี้ยกล่อมใคร ที่เหลือสามัญสำนึกน้อยมาก ให้สำเร็จได้ง่ายๆ

    39. ผมเองก็เคยเป็นคนเมาคนสุดท้ายที่เพื่อนพาออกจากร้านอ าหาร บ่อยๆ โดยที่เจ้าของนั่งรอคอยอยู่ ก็คงต้องเชื่อแล้วล่ะว่า กรรมสนองมีจริง

    40. ยิ้ม ช่วยคนไทยได้เสมอ ในทุกอย่าง ทุกสถานการณ์

    41. แคมป์คนงานก่อสร้าง ตลาดนัดท้ายรถ อู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ และคาราโอเกะที่เพิ่งมาปลูกอยู่รอบที่ดินผืนงามเชิงเ ขา ที่เราหมายจะสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งบรรจงออกแบบตามความฝันมานานนับปี ถือเป็นตัวแปรผันสำคัญ ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย ทั้งจากข้อมูลทางสถาปัตยกรรมเมืองร้อน จากระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง การเข้าถึงอาคาร ตำราฮวงจุ้ยและอื่นๆ อย่างสุดวิสัย - ตอนนี้ ผมกำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ ออกแบบป้ายประกาศขายที่ดิน ให้สวยงามและน่าดึงดูดใจอยู่

    42. ก็ตอนปีที่ซื้อมันไม่มีนี่หว่า! และก็นึกไม่ถึงว่าครอบครัวเจ้าของที่ข้างๆ เค้าจะให้ใครเช่าง่ายๆแบบนี้! ที่จริงที่ดินก็ราคาแพง แต่ทราบภายหลังว่าเค้าขายกันไม่ได้เพราะ พินัยกรรมเขียนไว้ว่าห้ามซื้อขายภายในสิบห้าปีข้างหน ้า ตอนนี้ให้เก็บผลประโยชน์กินเท่านั้น - ผมหน่ะรอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอก ถึงตอนนั้นอาจทำได้เพียง - เขียนพินัยกรรมเช่นกัน

    43. ถ้าจะเรียกว่าซวยก็คงได้ แต่หากเรียกว่า ถือเป็นประสบการณ์ ก็อาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง - เมียผมบอกยังงั้น ; คำสอนของท่านพุทธทาสฯ เรียกว่า 'ตถาตา' หรือ-มันเป็นเช่นนั้นเอง ตอนนี้ผมกำลังฝึกใจให้ว่าง สว่าง สงบ สลับกับดื่มเบียร์เย็นๆ ดับอารมณ์อยู่ทุกคืน

    44. ไม่ควรสบประมาทใครเลยทั้งนั้น เพราะวันหนึ่ง หากตั้งใจจริงขึ้นมา เค้าอาจจะทำสิ่งนั้นได้ดีกว่าเรามาก

    45. ตอนที่ยังหนุ่มและเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ผมเข้าใจว่า เงิน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด บัดนี้ - อายุขนาดนี้ ผมและภรรยา เลือกที่จะมีชีวิตอย่างอิสระ โดยไม่มีสวัสดิการใดๆรองรับ และรับอุปการะหลานๆเอาไว้อีก 5 คน ขอบอกว่า เงินหน่ะ-สำคัญมากจริงๆ!

    46. แต่คงไม่ที่สุด เพราะชีวิตในทุกวันที่ผ่านไป นอกเหนือจากปัจจัยสี่แล้ว ยังมีความรู้สึกชื่นใจ ภาคภูมิใจ ความรัก รอยยิ้ม และสำนึกผิดชอบชั่วดี ซึ่งยังเป็นส่วนที่เงินแลกไม่ได้ทั้งหมด อีกทั้งการตัดสินใจที่คิดแต่เงินเท่านั้นเป็นศูนย์กล าง ทำให้ทุกอย่างบิดเบี้ยวเอาได้ง่ายๆ

    47. ความยังยั่งยืนของความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน โดยไม่มีเงื่อนไข คงยืนยันเรื่องเหล่านี้ได้เสมอ

    48. ที่คุยกัน ยิ้มกัน ตลกกันอยู่เนี่ยะนะ อีกแค่ไม่กี่ปีเอง จะอายุ 60 กันหมดแล้ว

    49. ตามสถิติที่เก็บเอาไว้ ของกระทรวงสาธารณสุข พวกเราน่าจะเหลือเวลาเดินไปเดินมาบนโลกนี้อีกไม่เกิน 21-22 ปี ยกเว้นคนที่โชคดีกว่า

    50. มาถึงปีนี้แล้ว... ตอนนี้แล้ว... ยังจะมีข้ออ้างอะไร ที่จะไม่เลือกทำในสิ่งที่อยากทำอีก?

    51. สุดท้าย.. ผมยังหวังที่จะเติบโต และเปลี่ยนแปลงต่อไป ยังไม่ยอมแก่ง่ายๆหร๊อก....ฮ่า า าา + +




    เครดิต : เวปธรรมจักร.เน็ต/บ้านมหา.คอม


  2. #2
    :*-:*-เฒ่าแล้วมามีแนวคิดหลายข้อแท้ลุงผมขอเอาถึงแค่ข้อ8กะพอละ


Tags for this Thread