กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?


    ตอนที่ ๒...

    **วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?**


    วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?


    วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?


    ผมมีตัวอย่างผู้ป่วย ๒ ท่าน
    ที่มีอาการเจ็บป่วยจากน้ำเป็นสาเหตุ

    มาให้ท่านลองพิจารณาดูกันว่า

    น้ำจะเป็นสาเหตุของอาการป่วยได้อย่างไรบ้าง

    ท่านแรกเป็นผู้ชาย อายุ ๓๒ น้ำหนัก ๕๗ กก
    มีอาการเจ็บใต้น่อง ตั้งแต่เส้นกระเพาะปัสสาวะ
    เดิน ยืดขาตรงๆไม่ได้ ต้องงอขาเอาไว้
    เคยเป็นเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว นวดแล้วก็หาย


    แต่ ๒-๓ เดือนที่แล้วอาการกำเริบขึ้นมา
    กีฬาที่เคยเล่นทั้งแบดมินตัน
    บาสเกตบอลปัจจุบันนี้เล่นไม่ได้เลย


    เพราะแม้แต่ยืนยังไม่ไหว ปวดตั้งแต่ก้นกบ สลักเพชร ลงไปที่ขา

    มันเป็นเพราะสาเหตุจากอะไร
    เราลองมาดูพฤติกรรมของผู้ป่วยท่านนี้กันนะครับ

    เริ่มตั้งแต่เช้า นอนดึก ตื่น ๗ โมง
    ไม่ทานอะไรเลย ไม่ว่าน้ำหรืออาหาร
    แต่มาทานอาหารเอาตอน ๑๑ โมงและตอนหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม


    ดื่มน้ำเฉพาะตอนทานหลังอาหารเท่านั้น
    จะไม่ดื่มน้ำเวลาอื่นเลย ระหว่างวันก็จะไม่ค่อยดื่ม
    น้ำที่ดื่มก็เป็นน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง

    เขาทานอาหารสองมื้อ ดื่มน้ำรวมกันแล้ว ๓ แก้ว
    บางครั้งก็ทานน้ำอัดลมบ้าง สัปดาห์ละ ๒-๓ ครั้ง
    ไม่ทานกาแฟ ดื่มเบียร์บ้าง
    ถ่ายอุจจาระทุกวัน ปัสสาวะไม่บ่อย


    เพราะดื่มน้ำน้อยก็ไม่รู้จะเอาปัสสาวะมาจากไหน
    โดยปกติแล้วน้ำหนักตัวอย่างผู้ป่วยท่านนี้
    ต้องดื่มน้ำเกือบ ๘-๑๐ แก้วต่อวัน
    ถึงจะทำให้เลือดเดินได้ดี เลื่อดจะได้ไม่หนืดไม่ข้น
    และเลือดจะได้พาอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่ายกายได้


    ผมลองจับตัวเขาดู
    ช่วงบนของร่างกายมีอาการร้อนบ้าง
    แต่ช่วงล่างตั้งแต่ท้องน้อยลงนี่เย็นเยือกเลย

    เท้าซึ่งปกติจะต้องมีสีแดงหรือสีชมพูแสดงว่าเลือดไหลได้ดี
    แต่เท้าของเขาสีซีดขาวเลย ไม่มีเลือด ขาไม่มีกำลัง ขาหนัก
    เหมือนท่อนไม้ไม่มีชีวิตชีวา
    แสดงว่าเลือดลมไหลฝืดมาก


    ผมลองจับเส้นชีพจรที่ขาหนีบ
    ก็พบว่าเส้นเลือดเต้นได้ค่อย และน้อยมาก



    วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?


    ดูจากพฤติกรรมแล้วอาการทั้งหมดแล้ว

    ก็สรุปได้ว่า การดื่มน้ำที่ไม่ถูกต้อง
    ทำให้เลือดข้นและหนืด
    เลือดที่ไหลอยู่ในร่างกายแล้วไม่ดี
    ถึงแม้จะมีหมอนวดที่เก่งแค่ไหนก็แล้ว


    แต่ คงไม่สามารถช่วยเขาได้
    ถ้าเขาไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของเขาเอง

    ถ้าไม่เปลี่ยนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
    ขาของเขาก็จะเดินไม่ได้
    ต่อมาศีรษะก็จะมีปัญหา
    เพราะเลือดไม่สามารถขึ้นไปเลี้ยงสมองได้เลย


    คนไข้อีกรายเป็นผู้หญิงครับ เป็นแม่บ้าน
    มีอาการชา มือชา แขนชา หัวไหล่ชา ปวดหัวเข่า
    ไปโรงพยาบาล หมอก็ให้ยาคลายเส้นตลอด

    ผมตรวจดูลิ้นของคนไข้แล้วพบว่าลิ้นแห้ง เป็นฝ้าเหลือง
    แสดงว่ามีอาการร้อนชื้นข้างใน เป็นความดัน
    นอนไม่ค่อยหลับ ตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้าครึ่ง
    แล้วก็ไม่ทานอะไร มาทานเอาตอนสิบเอ็ดโมงถึงเที่ยง


    กว่าจะทานอีกทีก็ตอนเย็น
    จะดื่มน้ำก็ตอนทานอาหาร
    ดื่มน้ำเย็นใส่น้ำแข็งตลอด
    วันๆ หนึ่งก็ไม่ค่อยได้ดื่มน้ำเลย
    พฤติกรรมเหมือนผู้ป่วยท่านแรกเลยครับ


    จากที่ผมได้ตรวจดูแล้ว

    ขาแข็งมาก หนัก ยกแทบไม่ขึ้น
    ไม่มีเลือดเลยเหมือนท่อนไม้ คอก็แห้ง
    นี่เป็นตัวอย่างของอาการป่วยที่เกิดจากการดื่มน้ำที่ไม่ถูกต้อง

    คนเราปกติแล้วต้องดื่มน้ำวันละ ๘-๑๐ แก้ว
    แต่เขาดื่มเพียง ๓ แก้วต่อวัน
    แล้วอย่างนี้จะมีเลือดไหลไปเลี้ยงบ่า เลี้ยงไหล่ เลี้ยงแขนได้อย่างไร


    แค่เลี้ยงตัวก็จะไม่มีอยู่แล้ว
    ยิ่งขาแล้วจับชีพจรดูก็เต้นได้น้อยมาก
    เลือดแทบไม่ไหลเลย
    ดังนั้นขาของเขาจึงเกิดปัญหา มีอาการปวด



    วิธีการดื่มน้ำ : น้ำสำคัญกับร่างกายอย่างไร ?


    การบำบัดรักษาให้ผู้ป่วยท่านนี้
    ก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาเสียใหม่

    โดยให้ทั้งสองท่านดื่มน้ำให้มากขึ้น วันละประมาณ ๑๐ แก้ว

    เช้าตื่นมาก่อนแปรงฟันก็ดื่มน้ำอุ่นซัก ๒-๕ แก้ว
    จะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น
    การหมุนเวียนของน้ำก็จะดีขึ้น อาการต่างๆก็จะดีขึ้น

    เพราะว่าน้ำจะพาเลือดซึ่งเป็นอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย
    เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายก็จะได้รับอาหาร
    เมื่อได้รับอาหารแล้วมันก็จะทำงานไปตามหน้าที่ของมัน
    เป็นการปลุกอวัยวะต่างๆให้ลุกขึ้นมาทำงานได้ปกติ
    คือการสร้างพลังบำบัดให้ร่างกายเรา
    โดยไม่ต้องไม่พึ่งยามากนัก


    จะมีบ้างบางกรณีที่ต้องใช้ยา เช่น ยาคลายเส้น
    เพื่อให้ขับถ่ายเอาของเสีย เอาลม เอาเสมหะ
    เอาอุจจาระออกจากร่างกาย เพื่อให้รับของใหม่ได้เต็มที่
    ของใหม่ก็จะถูกสร้างเป็นอาหาร

    เปรียบเสมือนว่าถ้าร่างกายสกปรกเกินไป
    ก็จะมีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์เสียๆ อยู่
    ถ้าไม่เอาของเสียออกจากร่างกายแล้ว
    เราจะใส่อะไรลงไป เชื้อโรคเหล่านั้นก็จะทำให้ของดีๆเสียหมด


    แต่ถ้าเราเปลี่ยน เอาของไม่ดีออกจากร่างกายเสียก่อน
    อาหารที่ทานเข้าไปก็จะไปสร้างจุลินทรีย์ที่ดีๆขึ้นมา
    ถ้าเราใส่ของดีเข้าไปร่างกายก็มีสุขภาพดีตลอด
    ของเสียที่ค้างอยู่ในร่างกายก็จะถูกลากออกไป
    อยู่ที่ว่าพวกใครมากกว่ากัน

    ถ้าพวกดีมากร่างกายก็จะได้ของดี
    ถ้าพวกไม่ดีเยอะกว่าร่างกาย
    ก็จะได้แต่ของไม่ดีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยวิธีง่ายๆแค่นี้ครับ


    เอาของเสียออกจากร่างกาย ผลัดเก่าเป็นใหม่
    โรคภัยต่างๆก็จะค่อยๆดีขึ้นเองครับ






    ที่มา : http://www.the-arokaya.com /เวปธรรมจักร.เน็ต/บ้านมหา.คอม


  2. #2
    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ


Tags for this Thread