กำลังแสดงผล 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา


    ********************************
    การเรียนที่เน้นสมองเป็นฐาน -ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา
    ********************************



    ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา


    “ไม่ควรแยกพฤติกรรมเป็นส่วนของสมองซีกซ้ายและขวา เพราะทั้งสมองทั้งสองข้างประมวลข้อมูลแบบสัมพันธ์กัน ในขณะที่สมองซีกซ้ายประมวลข้อมูลเป็นส่วนย่อย สมองซีกขวาก็จะประมวลพฤติกรรมข้อมูลเป็นส่วนรวม ข้อมูลทั้งส่วนย่อยและส่วนรวม มีความสำคัญต่อการเรียนรู้เท่ากัน”




    ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา


    เนื่องจากสมองมีระบบการทำงานแบบทวิภาคี (Bilateral) แต่ละซีกของสมองจะมีการสัมพันธ์กันและส่งเสริมซึ่งกันและกัน พลังของสมองเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวแกนตั้ง (Vertical Axis) นั่นสคือการเคลื่อนที่จากแกนสมอง ไปยังสมองด้านนอก (Cortex) และกลับลงมาในแนวเดิม สมองมนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะประมวลข้อมูลเป็นระยะทางหรือมิติ คือ จากอนุภาคเล็กๆไปสู่ความสัมพันธ์เชิงระยะทางหรือเชิงมิติ จากสมองซีกซ้ายไปยังสมองซีกขวา ในเรื่องของเวลา สมองจะประมวลข้อมูลจากด้านหลังไปด้านหน้า คือ ประมวลข้อมูลจากอดีตมาสู่อนาคต


    สมองทั้งสองซีกมีสาวนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มนุษย์กระทำทุกอย่าง ดังนั้นการแบ่งสมองซีกซ้ายและซีกขวา เป็นเพียงแค่คำเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจในกระบวนการของการประมวลข้อมูลของสมองดีขึ้น ไม่ควรแบ่งพฤติกรรมทั้งหมดออกเป็นพฤติกรรมของสมองซีกซ้ายและซีกขวาอย่างชัดเจน เพราะว่า ในขณะที่สมองซีกซ้ายประมวลข้อมูลเป็นส่วนย่อย สมองซีกขวาก็จะประมวลพฤติกรรมข้อมูลเป็นส่วนรวม


    ข้อมูลทั้งส่วนย่อยและส่วนรวม มีความสำคัญต่อการเรียนรู้เท่ากัน ดังนั้นจึงควรเน้นการคิดและการเรียนรู้ของสมองทั้งหมด ซึ่งทำได้โดยให้นักเรียนนักศึกษาได้มองเห็นภาพรวมทั้งหมด เห็นขั้นตอนการปฏิบัติทั้งหมด โดยสลับกันระหว่างภาพรวม ภาพรวมส่วนใหญ่ และรายละเอียดย่อยๆ








    ++++++++++++++++





    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 19-05-2013 at 06:12.

  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63
    สมองมีสองซีกจริงๆหรือแต่หน้ามืดแทนตัวเดโม่เพราะมองผ่านๆน่ะ
    แต่ก็แปลกนะการประมวลผลของสมองทำไมประมวลผลจากอดีตสู่ปัจจุบันน๊า

  3. #3
    ขอบคุณครับ รอติดตามผลงานตอนต่อไป

  4. #4
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ lungyai1123
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    382
    บล็อก
    63

    ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา

    ***เรื่องของสมอง***

    ทฤษฏีสมองซีกซ้ายและขวา

    เรื่องของสมอง
    สมองใช้ออกซิเจนมากกว่าอวัยะอื่นๆ รวมกันถึง 10 เท่า และปกติสมองมนุษย์ทำงานเพียง 15% ของขีดความสามารถที่แท้จริง
    สมองมนุษย์สามารถเก็บความจำได้ถึง 10 ล้านล้านไบต์ ขณะคิดปริมาณเลือดที่ไหลเข้าสู่สมองของผู้หญิงมากกวาผู้ชายโดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
    สมองของมนุษย์จะผลิความคิดขึ้นมาราว 70,000 ความคิด/วัน สมองมีน้ำหนัก 2 % ของน้ำหนักร่างกาย แต่ใช้โลหิตจากหัวใจมากถึง 20% เพื่อไปหล่อเลี้ยง
    www.nextsteptv.com/mysci

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    การเจริญเติบโตระหว่างชายกับหญิง


    (สุนทร โคตรบรรเทา : 2543) เด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง มีการเจริญเติบโตต่างกัน
    1 เด็กหญิงจะพัฒนาด้านทักษะภาษา เช่นการพูดและการอ่านได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย
    2 เด็กผู้ชายพัฒนาด้านทักษะการจัดการกับระยะทางหรือมิติสัมพันธ์ได้เร็วกว่าเด็กผู้หญิง
    3 เด็กผู้ชายมีลักษณะแข็งแรงด้านร่างกายมากกว่าเด็กผู้หญิง
    4 เด็กผู้หญิงมีทักษะด้านระหว่างบุคคลหรือมนุษยสัมพันธ์มากกว่าเด็กผู้ชาย
    5 สมองของเด็กหญิงจะยังคงมีความเจริญเติบโตและมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกหลายปีหลังจากสมองของเด็กผู้ชายโตเต็มที่แล้ว


    ในด้านประสาทสัมผัส เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย แต่งต่างกัน ดังนี้


    1 การได้ยิน

    1.1 เด็กหญิงฟังข้อแตกต่างเล็กน้อยของเสียง เช่น เสียงดนตรี หรือเสียงอื่นๆ ได้ง่ายกว่าเด็กผู้ชาย
    1.2 เด็กผู้หญิงจะคงทนการได้ยินได้นานและดีกว่า
    1.3 ระดับการได้ยินของเด็กหญิงประมาณ 85 เดซิเบล ซึ่งทำให้ฟังปริมาณของเสียงได้ดังกว่าเด็กผู้ชาย 2 เท่า
    1.4 เด็กผู้หญิง ฟังความชัดเจนของเสียได้มากกว่า สามารถพูดได้เร็วกว่า
    ดังนั้นเด็กผู้หญิงจึงเก่งด้านภาษา ประมวลภาษา ได้แม่นยำกว่าเด็กผู้ชาย


    2 การเห็น

    2.1 เด็กผู้ชายจะเห็นในระยะไกลและการรับรู้ด้านความลึกดีกว่าเด็กผู้หญิง
    2.2 มองเห็นในแสงจ้าได้ดีกว่าเด็กหญิง
    2.3 เด็กหญิงเก่งในการมองเห็นโดยรอบได้ดีกว่า และมองเห็นในเวลากลางคืนได้ดีกว่า
    ดั้งนั้นเด็กผู้หญิงจึงเก่งด้านความจะในการมองเห็น


    3 การสัมผัส

    3.1 เด็กหญิงมีปฏิกิริยาต่อความเจ็บปวดได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย แต่ทนความเจ็บปวดได้นานกว่าเด็กผู้ชาย
    3.2 ส่วนเด็กชายมีปฏิกิริยาต่ออุณหภูมิสุดโต่ง คือ หนาวที่สุดหรือร้อนที่สุดได้มากกว่าเด็กผู้หญิง แต่
    3.3 เด็กผู้หญิงกับรู้สึกไว ที่นิ้วและมือมากกว่าเด็กผู้ชาย ซึ่งช่วยให้เด็กผู้หญิงใช้ทักษะในการใช้นิ้วและมือ ทำสิ่งใหม่ ๆ ได้ดีกว่า
    3.4 ทักษะการใช้นิ้วและมืออย่างประณีต เด็กหญิงจะทำได้ดีกว่าเด็กผู้ชาย


    4 ความคล่องตัว

    4.1 เด็กผู้ชายมีการจัดการกับวัตถุและการเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเด็กผู้หญิง


    5 การดมกลิ่นหรือชิมรส

    5.1 เด็กผู้หญิงจะมีการตอบสนองต่อการดมกลิ่นได้ดีกว่าเด็กผู้ชาย
    5.2 เด็กผู้หญิงชอบรสหอมหวานมากกว่า
    5.3 เด็กผู้หญิงจะมีความไวต่อรสขม รสฝาด ได้ดีกว่า
    5.4 เด็กผู้หญิงเสี่ยงต่อผลในการทำลายของแอลกอฮอล์มากกว่าเด็กชาย



    +++++++++++++++++++++++++++



  6. #6
    สรุปว่าข้อดีแตกต่างกันครับ

  7. #7
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,045
    บล็อก
    8
    เก่ง ฉลาด พัฒนาการแตกต่างกันหลายเติบ
    เด็กผู้ชายเก่งด้านความแม่นยำ เช่น เป็นนักบิน เทคนิคชั่น นักแข่ง อ่านแผนที่แม่นยำ
    ถ้าหลงป่าคงหาทางออกได้อยู่

    เด็กผู้หญิงเก่งด้านความสัมผัส ความแม่น ความละเอียด เรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย

    สรุปเก่งคนละแบบ


Tags for this Thread